0 Views

        เสวียนเทียนขมวดคิ้ว ระหว่างชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามกับชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าแตกต่างกันไกล ไม่ใช่แค่ความต่างเรื่องหนึ่งมือหรือสองมือ

       ใช้แค่มือเดียวไม่ใช่ว่าพลังจะลดลงมาครึ่งหนึ่งเสียเมื่อไร พลังของชั้นผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้ลดลง แค่น้อยไปมือหนึ่งก็ใช้เพลงยุทธ์ได้น้อยลงก็เท่านั้น สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้กระบี่แล้ว แค่กระบี่เล่มเดียวอยู่ในมือ มือเดียวก็พอแล้วที่จะแสดงแปดเก้าในสิบส่วนของความสามารถทั้งหมดออกมา

        หวงสือไม่ใช่คู่มือของจางหู่แม้แต่น้อย

        เสวียนเทียนฟังแล้วก็เข้าใจ ญาติผู้น้องหวงสือถูกจางหู่ยั่วยุชักนำ ตั้งใจที่จะล่อให้เขาขึ้นต่อสู้บนลานประลอง ถ้าขึ้นลานประลองแล้ว ในสายตาของผู้คนที่มองก็คิดว่าเราและเขาต่างสมัครใจ ขอแค่ไม่สู้จนตาย หรือสู้แล้วบาดเจ็บสาหัส ก็ได้แต่โทษว่าฝีมือไม่พอเอง

        คิดถึงตรงนี้ เสวียนเทียนก็โกรธจัด กลัวว่าญาติผู้น้องหวงสือจะเสียเปรียบหนัก จึงปล่อยมือหลินตง แล้วบอกว่า “ศิษย์น้องหลินค่อยตามมา ศิษย์พี่จะล่วงหน้าไปก่อน”

        พลังภายในของเสวียนเทียนอัดแน่นไปทั้งร่าง เขาใช้พลังตัวเบา ร่างเบาดุจนางแอ่น หนึ่งก้าวไปไกลกว่าสามจ้าง รีบมุ่งหน้าไปยังลานประลองที่ลานศิษย์นอก

        ….

        สำนักกระบี่สวรรค์ ลานศิษย์นอก

        ตอนนี้ บนลานมีศิษย์นอกมารวมตัวกันเกือบร้อยคน การต่อสู้ของศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้ากับศิษย์ระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม ช่องว่างความแตกต่างระหว่างพลังมีมากนัก แม้ว่าผลลัพธ์ไม่ต้องคิดก็พอจะรู้อยู่ แต่แน่นอนว่าเป็นเรื่องหายากยิ่ง จึงดึงดูดสายตาของคนไม่น้อย

        แน่นอนว่าดึงดูดเพียงผู้ชมที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่กี่ปี หรือพวกที่พลังวัตรต่ำกว่าระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกเท่านั้น

        ศิษย์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขึ้นไป เป็นบุคคลที่อยู่ชั้นสูงขึ้นไปในหมู่ศิษย์นอกสำนัก ไม่สนใจจะแลการต่อสู้ที่น่าเบื่อเช่นนี้

        บนลานประลองหวงสือกับจางหู่กำลัง “ต่อสู้” กัน ที่จริงจะเรียกว่า “ต่อสู้” ก็ไม่ถูกนัก เรียกว่าหยอกเล่นจะเหมาะเสียมากกว่า

        จางหู่ก็เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ เข้าสำนักมาปีเดียวกันกับเสวียนเทียนพรสวรรค์เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันนับว่าโดดเด่นกว่าผู้อื่น เข้าสำนักได้สามปีครึ่งพลังวัตรก็ลุชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้า สูงกว่าเสวียนเทียนก่อนที่จะได้พบเหตุการณ์ประหลาดอยู่หนึ่งขั้น

        จางหู่มีร่างกายแข็งแกร่งกำยำโดยกำเนิด อายุเพียงสิบสี่ปีร่างก็สูงเมตรแปดได้แล้ว ร่างสูงดั่งวัวใหญ่ดั่งม้า ขณะเดียวกันทั้งร่างยังเต็มไปด้วยพละกำลัง ในบรรดาลูกศิษย์ที่บรรลุระดับชั้นเดียวกันนั้น เขาถือเป็นบุคคลที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด

        แม้จะใช้เพียงมือเดียว แต่กระบี่ในมือก็วาดออกไปก็กระแทกหวงสือจนทำให้ทั้งร่างกระเด็นถอยไปได้ ง่ามนิ้วระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วโป้งชาหนึบปวดแปลบ

        วิถีกระบี่ของจางหู่เปลี่ยนครั้งหนึ่งหวงสือยังไม่ได้ทันตอบสนอง บนแขนก็มีแผลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งที่

        ตอนนี้บาดแผลบนแขนของหวงสือมีไม่น้อยกว่าสิบแห่ง ทั้งบนลำตัว บนแผ่นหลัง ต้นขาต่างก็มีบาดแผลไปทุกที่ เลือดสดไหลริน มุมปากก็มีรอยเลือด เห็นได้ชัดว่าถูกแรงโจมตีหนักหน่วงจากกระบี่ของจางหู่ทำให้ได้รับบาดเจ็บภายใน

        จางหู่เล่นงานอีกฝ่ายได้อีกหนึ่งกระบี่ ก็หัวเราะลั่น พูดว่า “หวงสือ เจ้ายังจะบอกว่าเจ้าไม่ใช่ขยะ ตัวข้าใช้แค่มือเดียว ก็เล่นงานเจ้าได้เหมือนฆ่าหมา ฆ่าเจ้าก็เหมือนฆ่าหมู วันนี้ถ้าเจ้ายอมรับผิด ยอมรับว่าหวงเทียนเป็นขยะ ตัวเจ้าเป็นขยะในหมู่ขยะ ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป”

        “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”

        ลูกศิษย์ด้านล่างลานประลองจำนวนหนึ่งหัวเราะลั่นขึ้นมา บางส่วนถึงกับพากันวิจารณ์ ได้ยินแว่วๆ ว่า “ที่แท้ก็เป็นขยะจริงๆ” “ศิษย์พี่จางหู่สุดยอดจริง” เป็นต้น

        ลูกศิษย์ที่รายล้อมอยู่ล่างลานประลอง ส่วนใหญ่เป็นพวกพลังวัตรต่ำเตี้ย เป็นลูกศิษย์ชั้นล่างที่สุดของศิษย์นอก ปกติพวกเขาถูกคนอื่นรังแก ในใจรู้สึกไม่พอใจ ที่ตนไม่มีอะไรให้ระบาย ตอนนี้เห็นหวงสือย่ำแย่กว่าพวกเขา ก็ลืมสภาพน่าอดสูยามที่ตนเองโดนคนอื่นรังแกไปเสียสิ้น

        คนบางคนก็เป็นเช่นนี้ ทั้งที่ตนเองอยู่ชั้นล่างสุดของวงสังคมหนึ่ง ถูกคนที่อยู่สูงกว่ากดขี่หมดสิ้น แต่พวกเขาก็ยังมีความสุขที่จะได้เย้ยหยันคนที่อยู่ชั้นล่างเหมือนกันกับพวกเขา

        “อย่าหวัง” หวงสือถ่มเลือดออกจากปาก ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำเหมือนบ้าคลั่ง ตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ “จางหู่ เจ้าสิเป็นขยะ ช้าเร็วสักวัน พี่เทียนจะอัดเจ้าจนหมอบ”

        “เจ้าขยะคนนี้ ยังกล้าปากดี ดูแล้วเจ้ามันอวดดีจองหองจริงๆ ไม่ให้เจ้าได้เห็นความเก่งของจริง เจ้าคงไม่เข้าใจความเก่งกาจของข้า”

        จางหู่โกรธจัด คำรามเสียงดัง

        ในใจเขาคิดว่า ขอแค่ไม่ฆ่าเจ้าขยะนี่ตายในการประลอง ต่อให้ข้าทำให้ร่างกายของเจ้าขยะนี่บาดเจ็บสาหัส อย่างมากผู้อาวุโสก็เพียงลงโทษข้าที่ประลองไม่รู้จักหนักเบา เก็บตัวสำนึกความผิดประมาณเดือนหนึ่งเท่านั้น ดี ข้าจะแทงเข้าอกของเจ้าขยะสักกระบี่ แทงให้เป็นรูใหญ่ เอาให้เจ้าขยะลุกจากเตียงไม่ขึ้นสักสามเดือน

        เมื่อจางหู่มีความคิดชั่วร้ายเกิดขึ้นมาได้ ก็พลันลงมือทำทันที แต่เสียงคำพูดยังไม่จาง ก็มีกระบี่อีกเล่มมาปัดกระบี่ของหวงสือออก กระบี่ยาวแทงเข้าไปตรงหน้าอกของหวงสือ

        การลงมือโหดเหี้ยมนี้ ลูกศิษย์ที่รุมล้อมอยู่ด้านล่างเวทีล้วนคาดไม่ถึง ต่างคนอุทานอย่างตกใจ เสียงผสานรวมกันดังขึ้นมา

        “จางหู่ … หยุดมือเดี๋ยวนี้”

        เวลานี้เอง เสียงตวาดดังลั่นก็ดังขึ้นมาจากนอกขอบด้านข้างของลานกว้าง เสวียนเทียนทะยานทีเดียวร่างก็ร่อนลงมาที่กลางลานกว้าง ห่างจากเวทีประลองยี่สิบกว่าจ้าง

        เสียงของเสวียนเทียน ทำให้จางหู่ชะงักไปวูบหนึ่ง จากนั้นใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยม กระบี่ยาวในมือไม่ลดความเร็วแต่กลับยิ่งเพิ่ม เสือกแทงไปยังกลางอกของหวงสือ

        ฟึบ…

        ลำแสงสว่างบาดตาสายหนึ่งพุ่งออกจากมือของเสวียนเทียน พริบตาวาดผ่านอากาศว่างเปล่าระยะยี่สิบจ้างทะยานขึ้นไปบนลานประลอง

        ชิ้ง…

        เสียงดังลั่นดังขึ้น ในตอนที่ปลายกระบี่ของจางหู่กำลังแตะโดนเสื้อของหวงสือ ลำแสงสว่างบาดตาก็ปะทะเข้ากับตัวกระบี่ของจางหู่

        แรงปะทะหนักหน่วงสายหนึ่งส่งผ่านมาจากตัวกระบี่ มือของจางหู่สะท้าน กระบี่ยาวพลันหลุดจากมือตกไปอีกทาง

        เส้นแสงสว่างสายนั้นโจมตีกระบี่ของจางหู่แล้วก็เปลี่ยนทิศไปอีกทาง ปลายด้านหนึ่งปักลงบนเวทีห่างออกไปสามจ้าง

        เสียง วิ้ง.. ดังขึ้น เมื่อเส้นแสงสีขาวหยุดเลื่อนไหวและนิ่งสนิทลงก็กลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง ปักอยู่บนเวทีประลอง กระบี่ครึ่งหนึ่งปักลงไปบนลานประลานที่เป็นพื้นแข็ง

        ตอนที่สายตาของทุกคนมุ่งไปที่กระบี่เล่มนั้น ตัวเสวียนเทียนก็กระโจนขึ้นมาบนเวทีประลอง เข้ามายืนข้างหวงสือ

        จางหู่ตกตะลึงกับกระบี่เมื่อครู่ของเสวียนเทียน พอเสวียนเทียนอยู่ๆมาปรากฏตรงหน้า ร่างก็ขยับถลาถอยห่างออกไปสามจ้าง ขณะเดียวกันก็เก็บกระบี่ยาวของตนที่ตกลงพื้นขึ้นมา

        เสวียนเทียนสกัดจุดหลายจุดบนร่างของหวงสือบริเวณที่ยังมีเลือดไหลอยู่ ห้ามเลือด เห็นบาดแผลบนร่างของเขาแม้จะมากแต่ล้วนไม่ลึก เป็นเพียงบาดแผลภายนอก ในใจก็สงบลงบ้าง ถ้าหากหวงสือเป็นอะไรไป เขาจะชดใช้อย่างไรต่อคำฝากฝังของท่านลุงสาม

        แต่ว่า ยังดีที่เสวียนเทียนมาถึงทันเวลา ถ้าหากกระบี่นั้นของจางหู่แทงลงไป คงแทงทะลุอกของหวงสือเป็นแน่ ต่อให้หวงสือไม่ตายก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจถึงขั้นที่ชีวิตนี้พลังวัตรไม่อาจก้าวหน้าได้อีกแล้ว

        คิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของเสวียนเทียนก็ยิ่งฉายแววเย็นเยียบเพิ่มขึ้น ศัตรูแค้นในใจ เสวียนจี หยินจีตอนนี้ยังแข็งแกร่งเกินไป ห่างไกลจากเขาเกินไป ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำจัดศัตรูที่ขวางทางตรงหน้า

        จากวันนี้ไป ใครก็ตามที่ทำร้าย ทำอันตรายชีวิตหรือทำลายผลประโยชน์ของครอบครัวเขา ศัตรูที่ขวางอยู่หน้าเขา ล้วนต้องกำจัด มีเพียงทลายอุปสรรคที่ขวางหน้าอยู่ไปเรื่อยๆ เดินหน้าไปไม่หยุด ถึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะตัดสินแพ้ชนะกับเสวียนจี หยินจีศัตรูตัวฉกาจได้

        เมื่อสกัดจุดแล้ว เลือดจากบาดแผลของหวงสือก็หยุดไหล ร่างกายอ่อนแรงแต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก พักผ่อนหลายๆ วัน ก็พอให้ฟื้นร่างกายกลับมาได้ เสวียนเทียนบอกเขา “เจ้าลงไปรอข้างๆ ปล่อยเจ้านั่นให้พี่จัดการ”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “จอมกระบี่กบฏสวรรค์” : https://goo.gl/uyo2g5

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/319

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย80-90บาท/เล่ม ค่ะ )