0 Views

        เทียนใจกล้าด้วยมีฝีมือดี ร่างพลันพุ่งทะยานมุ่งไปทางยอดเขาลูกนั้นราวกับเสือชีตาร์

        สมุนไพรทิพย์แตกต่างจากสมุนไพรธรรมดา ไม่ต้องนำมาหลอมเป็นยาพลังปราณ ก็สามารถใช้ได้เลย สมุนไพรทิพย์ทุกชนิดล้วนแต่มีสรรพคุณมหาศาล

        ถ้าหากเป็นสมุนไพรทิพย์ที่โตเต็มที่ต้นหนึ่ง เช่นนั้นเสวียนเทียนย่อมได้กำไรมหาศาล สมุนไพรทิพย์ที่โตเต็มที่มีค่าอย่างน้อยก็สิบหมื่นตำลึงเงินขึ้นไป

        ถ้าหากเป็นสัตว์อสูรที่กำลังวิวัฒนาการ เสวียนเทียนก็ไม่มีอะไรให้กลัว ขนาดวัวอสูรเกราะเหล็กสัตว์อสูรขั้นสามที่ดุร้ายขนาดนั้น เสวียนเทียนยังหนีมาได้ เวลานี้ร่างของเสวียนเทียนอัดแน่นด้วยพลังต่อให้เจอเข้ากับสัตว์อสูรขั้นสามอีกครั้งก็หนีได้สบายๆ

        ไม่นานเสวียนเทียนก็มาถึงบนยอดเขาลูกดังกล่าว

        ยิ่งเข้าใกล้ยอดเขา เสวียนเทียนก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงปราณธรรมชาติของดินฟ้าที่เข้มข้นขึ้น อีกทั้งยังรวมกันอยู่ที่เดียว

        “เป็นสมุนไพรทิพย์ที่กำลังโตเต็มที่!” เสวียนเทียนได้กลิ่นหอมพิสุทธิ์มาในอากาศ ในใจลิงโลด

        ถ้าหากได้สมุนไพรทิพย์มาสักต้น มูลค่าของมันเทียบเท่าได้กับเงินที่เขาหาได้จากการล่าสัตว์อสูรทั้งเดือน

        นี่คือในกรณีที่เสวียนเทียนฆ่าสัตว์อสูรต่อเนื่องไม่หยุด ถ้าหากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาพลังชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด แปด เก้า ออกล่าเอาเป็นเอาตายในเทือกเขาเร้นลมหนึ่งปีเต็มก็ไม่แน่ว่าจะหาเงินได้เท่ากับราคาของสมุนไพรทิพย์ต้นหนึ่ง

        เดินข้างแม่น้ำบ่อยเข้า มีหรือรองเท้าไม่เปียก?

        เดินมากเข้า ย่อมมีเวลาที่เท้าเจ็บ ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนกล้าฝึกฝนเก็บประสบการณ์ในเทือกเขาเร้นลมนานๆ

        สังหารสัตว์อสูรมากเข้า บนร่างจะแปดเปื้อนกลิ่นอายอย่างหนึ่ง กลิ่นอายชนิดนี้จะดึงดูดสัตว์อสูรพวกที่ร้ายกาจมา อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์จะมาฝึกฝนที่เทือกเขาเร้นลมมากที่สุดก็ครึ่งปีจากนั้นจะต้องออกไปสักระยะหนึ่ง โดยส่วนมากเข้ามาในเทือกเขาเร้นลมได้เดือนสองเดือนก็ต้องออกไป ผ่านไปหนึ่งสองเดือนรอกลิ่นอายความตายของสัตว์อสูรที่ติดมากับร่างจางไปเสียก่อนจึงกลับเข้ามาอีกครั้ง

        เมื่อเป็นเช่นนี้รายได้ที่ผู้ฝึกยุทธ์หาได้จากเทือกเขาเร้นลมจึงต้องมีหักลบ ในเวลาหนึ่งปีไม่มีทางหาเงินได้เท่ากับราคาของสมุนไพรทิพย์ที่ราคาถูกที่สุดต้นหนึ่ง

        นอกจากนั้น ในเทือกเขาเร้นลมอันตรายตามติดทุกนาที ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนกล้ารับประกันชีวิตตนเองว่าจะปลอดภัยร้อยเต็มร้อย

        ดังนั้น สมุนไพรทิพย์ต้นหนึ่ง มูลค่าจึงสูงเพียงพอให้ผู้ฝึกยุทธ์อยากได้จนคลั่งได้

        เสวียนเทียนแม้จะไม่ถึงกับคลั่งแต่ก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเก็บสมุนไพรทิพย์ตนนี้ให้ได้

        ไม่นานเสวียนก็หาจุดศูนย์กลางที่ปราณธรรมชาติของฟ้าดินมารวมกันจนเจอ

        เป็นถ้ำแห่งหนึ่ง ในถ้ำปราณธรรมชาติของฟ้าดินอัดแน่นจนเข้มข้นเป็นอย่างมาก ควบแน่นจนแทบจะกลายเป็นสายหมอก

        ปราณธรรมชาติฟ้าดินที่เข้มข้นขนาดนี้ ผู้ฝึกยุทธ์มาฝึกฝนที่นี่ได้ผลมากเสียยิ่งกว่ากินยาพลังปราณ

        ผู้ที่อดใจไม่ไหวเมื่อมาถึงนอกถ้ำเกรงว่าคงจะไม่สิ่งใดทั้งสิ้นพุ่งเข้าไปในถ้ำไม่รีรอ

        แต่เสวียนเทียนฉลาดกว่าคนธรรมดา สมองเขาสงบเยือกเย็น ไม่ได้ใจร้อนพุ่งเข้าไปในถ้ำโดยไม่มีการป้องกัน ข้างหน้าเขารู้สึกได้ถึงปราณธรรมชาติฟ้าดินอันเข้มข้นจนทำให้รูขุมขนทั้งร่างของเขารู้สึกปลอดโปร่ง แทบจะอยากผ่อนคลายร่างกาย ซึมซับให้สาแก่ใจ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันตราย

        ขนาดสมุนไพรธรรมดาที่อายุเก่าแก่ข้างเคียงล้วนมีสัตว์อสูรเฝ้ารักษา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมุนไพรทิพย์ที่มีสรรพคุณมหาศาล

        เทือกเขาเร้นลมเป็นดินแดนของสัตว์อสูร มีสมุนไพรทิพย์อะไร ผู้ที่พบก่อนคนแรกย่อมเป็นสัตว์อสูรไม่ใช่มนุษย์ สมุนไพรทิพย์ที่ยังไม่โตเต็มที่ สัตว์อสูรจะเฝ้าปกป้องรอจนสมุนไพรโตเต็มที่ค่อยกินมันเข้าไป

        เสวียนเทียนแน่ใจในถ้ำมีสัตว์อสูรอยู่ แค่ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อสูรระดับไหน

        ถ้าหากเป็นสัตว์อสูรขั้นสองต่อให้เป็นระดับราชา เสวียนเทียนรุกล่อเสียหน่อยก็ไม่ใช่จะไม่มีโอกาสแย่งสมุนไพรทิพย์ ถ้าหากเป็นสัตว์อสูรขั้นสามคิดจะแย่งสมุนไพรทิพย์นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งถ้าเข้าไปในถ้ำก็จะตกอยู่ในอันตราย

        เข้า! หรือว่าไม่เข้า?

        เสวียนเทียนในใจลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังเข้ามาในถ้ำ

        กระบี่ ตัวแทนของความเที่ยงตรง เฉียบคม ไม่ยอมหักไม่ยอมงอ หาญกล้าก้าวไปข้างหน้า

        ในฐานะผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่ง ควรจะมีจิตใจประหนึ่งกระบี่ จิตใจกับกระบี่ประสานเป็นหนึ่ง ถึงจะแสดงพลังสูงสุดของกระบี่ออกมาได้

        ดังนั้น การถอยหลัง ไม่ใช่สิ่งที่จิตใจของผู้ฝึกกระบี่ควรมี

        ผู้ฝึกกระบี่เมื่อในใจมีเงาดำของความหวาดกลัวและการก้าวถอยหลัง เมื่อนั้นความสำเร็จในวิถีกระบี่ของเขาก็ถูกกั้นขวาง หาญกล้าก้าวไปข้างหน้าไม่ไช่สิ่งเดียวกันกับบ้าบิ่นมุทะลุ ต้องมีทั้งความกล้า ทั้งขบคิดอย่างถี่ถ้วน

        ในใจของเสวียนเทียนเพิ่มระดับความระแวดระวัง แม้ว่าในถ้ำปราณธรรมชาติของฟ้าดินจะอัดแน่นจนแทบจะกลายเป็นสายหมอก ทำให้การมองมีอุปสรรค แต่หูของเขาฟังรอบด้าน ตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวทั้งหมดรอบตัว ขนอ่อนทั้งร่างลุกชัน รู้สึกได้ถึงอากาศที่ไหลเวียนอยู่รอบนอกร่างกาย

        ถ้ำแห่งนี้ไม่ลึกเลย

        เพิ่งเข้ามาได้ประมาณสิบจ้าง ก็พลันได้ยินเสียง “ฟู่——”  เงาดำสองสายพลันพุ่งออกมาจากด้านข้างของถ้ำ พุ่งดิ่งเข้ามาหาเสวียนเทียน

        ชี่ชี่——

        เสียงสองเสียงที่ชวนให้เส้นขนในร่างลุกชันดังขึ้น

        เงาสีแดงสองสายรวดเร็วดุจสายฟ้าดีดตัวจากเงาดำสองสายเบื้องหน้าพุ่งเข้ามาหาเสวียนเทียน

        “สัตว์อสูรขั้นสอง งูลายดำสองหัว พลังเข้มแข็งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้า ต่ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ ในหมู่สัตว์อสูรขั้นสองเป็นรองแค่สัตว์อสูรขั้นสองระดับราชาที่อยู่บนสุดของขั้นเท่านั้น ความเร็วไวว่อง ปากมีพิษร้าย” เมื่อเห็นเงาดำ และได้ยินเสียง “ชี่ชี่——”ทั้งสอง ในใจเสวียนเทียนก็นึกข้อมูลของสัตว์อสูรตัวนี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เงาสีแดงสองสายนั่นก็คือลิ้นสีแดงของงูลายดำสองหัวซึ่งมีพิษร้ายแรง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต่ำกว่าชั้นเบิกฟ้าโดนเข้ามีแต่ต้องตาย แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบก็ไม่กล้าแตะขอบคมของมัน เมื่อเผชิญหน้ากับลิ้นแดงของงูลายดำสองหัวเป็นต้องถอยให้เก้าสิบลี้

        งูลายดำสองหัวอาศัยพิษของมันยึดครองถ้ำที่เป็นที่กำเนิดสมุนไพรทิพย์แห่งนี้ให้สัตว์อสูรขั้นสองแม้แต่ระดับราชาไม่อาจเข้ามา

        ภายในถ้ำแห่งนี้เป็นทรงกลมกว้างประมาณยี่สิบเมตร งูลายดำสองหัวที่โตเต็มที่ร่างยาวถึงสิบห้าเมตร บวกกับลิ้นงู ถ้ำทั้งหมดก็ตกอยู่ในระยะโจมตีของงูลายดำสองหัว ผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้ามาในถ้ำนอกจากสังหารงูลายดำสองหัว ก็เหลืออีกทางเดียวนั่นคือหนีออกนอกถ้ำ

        ถ้าหากเป็นตอนที่เสวียนเทียนเพิ่งเข้ามาในเทือกเขาเร้นลมแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่คู่มือของงูลายดำสองหัวแน่

        แต่วันนี้เวลานี้ เสวียนเทียนผ่านการฝึกฝนฝีมือล่าสังหารสัตว์อสูรในเทือกเขาเร้นลมมาแล้วหนึ่งเดือนเต็ม พลังความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นกว่าตอนที่เพิ่งบรรลุชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นวิชาตัวเบาหรือวิชากระบี่ ล้วนแต่ได้ฝึกฝนมามากมายจน พลิกแพลงเหนือขอบเขต ใช้ออกมาได้ดั่งใจ

        ตึงตึง….

        พอเท้าของเสวียนเทียนขยับเดิน ร่างกายก็ว่องไวประดุจอสรพิษ ไม่ชักช้าหลบลิ้นแดงของงูลายดำสองหัว

        ฟึบ——

        เสียงตัดผ่านอากาศเสียงหนึ่งดังขึ้น ปราณธรรมชาติที่เหมือนกับหมอกเหนือน้ำแหวกออกสองข้าง เงาดำสายหนึ่งตวัดกวาดมาถึง เป็นหางของงูลายดำสองหัว

        งูลายดำสองหัวเกล็ดงูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก อาวุธของชั้นทองขั้นสูงยังยากจะตัดทะลุผ่านการป้องกันของเกล็ดงู แรงของหางของมันเทียบเท่าได้กับการโจมตีของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ มีพลังมหาศาล ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าล้วนไม่กล้าเข้าปะทะตรงๆ

        ตึงตึง——

        เสวียนเทียนขยับเท้า เงาร่างก็ขยับพลิกดั่งอสรพิษอีกครั้ง ฉีกหลบไปด้านข้าง หลบหางที่กวาดมาของงูลายดำสองหัว

        ชี่ชี่——

        เสียงสองเสียงที่ชวนให้คนขนหัวลุกดังขึ้นมาอีกครั้ง เสวียนเทียนเพิ่งหลบหางของมันมา หัวทั้งคู่ของงูลายดำสองหัวก็อ้าปากกัดมาทางเสวียนเทียน ลิ้นแดงสีสดทั้งสองเส้นพุ่งเร็วดุจสายฟ้าเข้าใส่เสวียนเทียน

        “เป็นความเร็วที่เร็วจริงๆ เกรงว่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าเข้ามาในถ้ำคงต้องฝังร่างไว้ใต้เงื้อมมือของสัตว์ร้ายตัวนี้”

        เสวียนเทียนอุทานอยู่ในใจ!

        ศาสตร์เงาพยัคฆ์!

        ความเร็วของเสวียนเทียนเพิ่มขึ้นฉับพลัน ร่างทิ้งเงาติดตาไว้สายหนึ่ง พริบตาทะยานไปข้างหน้ายี่สิบกว่าก้าว เสวียนเทียนเพิ่งร่อนลงที่ทิศทางหน้าปากถ้ำ ขยับไปทางด้านนอกถ้ำจนมีพื้นที่ให้ถอยหลัง

        วิชาตัวเบาของชั้นทองขั้นสูงขั้นบรรลุส่วนใหญ่ ความเร็วไม่ธรรมดาจริงๆ ลิ้นแดงของงูลายดำสองหัวพลาดเป้า

        เวลานี้เองแสงสว่างจ้าสายหนึ่งก็ฉายวาบ

        เช้ง——

        กระบี่ในมือเสวียนเทียนออกจากฝัก ที่ๆปราณกระบี่ไปถึงปราณธรรมชาติแหวกออกเป็นสอง

        ออกจากฝักได้กระบี่ก็ฟาดฟันในพริบตา

        ปราณกระบี่บาดตาสายหนึ่งดั่งจันทร์เสี้ยวตกลงมายังโลกมนุษย์พริบตาพุ่งออกไปสี่สิบกว่าก้าว แทบจะตัดทะลุไปถึงสุดถ้ำ

        เสวียนเทียนใช้ศาสตร์เงาพยัคฆ์พุ่งออกไปทางนอกถ้ำยี่สิบกว่าก้าวเมื่อครู่ไม่ใช่จะวิ่งหนี แต่เป็นการดึงระยะห่างเตรียมพร้อมก่อนโต้กลับ

        เร็ว!กระบี่นี้ เร็วเป็นที่สุด

        ปราณกระบี่ตัดผ่าน เงาสีแดงสองสายพลันหดเล็ก ตกลงบนพื้น ลิ้นทั้งสองของงูลายดำสองหัวถูกเสวียนเทียนตัดขาด

        กี๊ซ——

        กี๊ซ——

        หัวทั้งสองของงูลายดำสองหัวต่างส่งเสียงกรีดเสียงร้องเจ็บปวด พลันล้มลงไปกองกับพื้นดิน ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้งูลายดำสองหัวดิ้นทุรนทุรายสุดกำลัง พลิกบิดตัวไปมา

        ลิ้นแดงสองเส้นเปี่ยมพิษร้ายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของงูลายดำสองหัว แต่ก็เป็นจุดอ่อนที่สุดเช่นกัน หนึ่งกระบี่ของเสวียนเทียนส่งปราณกระบี่ตัดผ่านระยะสี่สิบก้าว แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าก็ยากจะทำได้ เกือบเทียบเท่ากับการโจมตีของผู้ฝึกยุทธ์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ พลังโจมตีแข็งแกร่งถึงขีดสุด ความรวดเร็วลุจุดสุดยอด หนึ่งกระบี่ทำร้ายงูลายดำสองหัวบาดเจ็บสาหัส

        แสงกระบี่ขยับ ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งออกไปอีกครั้ง ฟันเข้าที่จุดเจ็ดนิ้วของงูลายดำสองหัว

        แม้ว่าจะเสียลิ้นพิษไปแต่งูลายดำสองหัวยังมีเขี้ยวพิษ ยังไม่อาจวางใจ สัตว์อสูรจำพวกงูพลังชีวิตแข็งแกร่ง ต่อให้ถูกตัดเป็นสองส่วนก็ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกพักใหญ่ เพียงแค่ตัดลิ้นพิษทั้งสองขาด งูลายดำสองหัวก็ยังคงอันตรายอยู่มากเหมือนเดิม

          เสวียนเทียนฟันกระบี่ออกไปอีกครั้งและอีกครั้ง ปราณกระบี่ทุกสายกวาดออกไปไกลถึงสี่สิบก้าว เทียบเท่ากับการโจมตีของผู้ฝึกยุทธ์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ ฟาดฟันสิบกระบี่ต่อเนื่อง ทุกกระบี่ฟันเข้าที่จุดเจ็ดนิ้วของงูลายดำสองหัว จุดเจ็ดนิ้วเป็นจุดอ่อนของงู หลังถูกฟันเข้าไปสิบกว่ากระบี่หัวงูทั้งสองหัวก็ถูกเสวียนเทียนฟันขาดลง

        แม้หัวงูถูกบั่น ร่างของงูลายดำสองหัวยังคงดิ้นพล่าน

        เสวียนเทียนเพิ่มความระแวดระวัง ร่างขยับหลบผ่านด้านข้างร่างของงูลายดำสองหัวเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง

        เขากดลมปราณลงไปที่จุดตันเถียน สูดหายใจลึกยาว อ้าปากพรูลมหายใจออก ลมหายใจยาวเป่าออกมาปราณธรรมชาติเบื้องหน้าก็โดนเป่ากระจายออกเล็กน้อย สภาพภายในถ้ำปรากฏสู่สายตาของเสวียนเทียน

        บนพื้นมีศพของมนุษย์สองร่างนอกอยู่ ดูเหมือน คงมีผู้ฝึกยุทธ์บุกเข้ามาในถ้ำตกตายใต้เขี้ยวของงูลายดำสองหัวมาก่อนแล้ว

        สายตาของเสวียนเทียนเพียงมองร่างของผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสองผ่านไปทีหนึ่ง ไม่ทันไรก็ไปหยุดที่ใต้ผนังถ้ำในจุดที่ลึกที่สุด

        ตรงนั้นมีพืชสีเหลืองอ่อนต้นหนึ่งงอกขึ้นมา พืชต้นนี้มีใบห้าใบ ทุกใบกว้างเท่าฝ่ามือยาวสองฝ่ามือ ส่องแสงลางๆ ปราณธรรมชาติของฟ้าดินประมาณมิได้ไหลปรี่เข้ามาที่พืชต้นนี้

        “หญ้าฉีหวง?” เสวียนเทียนพลั้งปากเรียกด้วยความคิดไม่ถึง ในใจยินดียิ่ง “นี่มันสมุนไพรทิพย์ที่หายากมากอย่างหนึ่ง สัตว์อสูรกินเข้าไปจะเลื่อนชั้นหนึ่งขั้น ทั้งยังอาจพัฒนาเป็นสัตว์เทพ ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นต่ำกว่าชั้นเบิกนภากินเข้าไปหนึ่งใบมีโอกาสอย่างน้อยเจ็ดส่วนที่พลังวัตรจะเลื่อนขึ้นหนึ่งระดับชั้น หญ้าฉีหวงนี่โตเต็มที่แล้ว หนึ่งใบมีค่าถึงสิบหมื่นตำลึงเงิน”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “จอมกระบี่กบฏสวรรค์” : https://goo.gl/uyo2g5

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/319

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย80-90บาท/เล่ม ค่ะ )