0 Views

        [ค่ายกลดาราจตุรทิศ]: เลเวลปัจจุบัน: LV1 เลเวลสูงสุด: LV10 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 2: 300 แต้ม ใช้พลังของจิตวิญญาณสงครามระเบิดสิ่งรอบตัว และสร้างค่ายกลแห่งการทำลายล้างในรัศมี 10 เมตรรอบตัวเองในฉับพลัน พลังจิตวิญญาณสงครามอันบ้าคลั่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่เป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ภายในค่ายกล ค่าความเสียหายเท่ากับ 300 % ของค่าความเสียหายปกติ อัตราการโจมตีติดคริติคอล +5% มีโอกาส 100 % ทำให้ศัตรูกระเด็นถอยหลัง การใช้ MP: 100 หน่วย เวลาคูลดาวน์: 60 วินาที

        [เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม]: เลเวลปัจจุบัน: LV1 เลเวลสูงสุด: LV5 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 2: 2,000 แต้ม ปลุกจิตวิญญาณสงคราม แล้วปลดปล่อยพลังทั้งหมดของคุณ ซึ่งทำให้การโจมตีครั้งถัดไปของคุณมีพลังทำลายล้างสูงสุด ผล: ค่าความเสียหาย +50% สำหรับการโจมตีในครั้งถัดไป การใช้ MP: 50 หน่วย เวลาคูลดาวน์: 30 วินาที

        ในเวลาเดียวกับที่อาชีพใหม่ถูกเพิ่มเข้ามา มันยังปลดล็อกสกิลอีก 5 สกิล สกิลติดตัว 1 สกิล และสกิลเรียกใช้ 4 สกิล มันเป็นอาชีพที่สืบทอดมาจากเทพสงครามอย่างแท้จริง ทุกสกิลนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง จนทำให้ดวงตาของผู้คนถลนออกมา ‘เคล็ดวิชาเทพสงคราม’ สามารถเพิ่มค่า STR และพลังการโจมตีจากการอัพเลเวลของเขา ยิ่งไปกว่านั้น เลเวลสูงสุดของ ‘เคล็ดวิชาเทพสงคราม’ นี้คือเลเวล 10 และหากมันถึงเลเวลสูงสุด ผลของมันจะต้องเป็นระดับที่โกงแน่นอน โดยไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาต่อสู้โบราณอย่าง ‘เคล็ดวิชาวายุสวรรค์’ ที่เขาครอบครองอยู่แม้แต่น้อย ‘หลิงเทียนฟาดฟัน’ เป็นการโจมตีแบบเป้าหมายเดี่ยวที่ทรงพลัง ภายใต้ค่าสถานะเลเวล 1 ความรุนแรงของมันก็เหนือกว่าสกิล ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ ที่เลเวลสูงสุดแล้ว ‘หลิงเทียนระเบิดพลัง’ เป็นการโจมตีแบบหมู่ แม้ภายใต้สถานะเลเวล 1 มันจะด้อยกว่า ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ ที่เลเวลสูงสุดก็ตาม แต่จำนวนของเป้าหมายที่โดนโจมตีนั้นไม่จำกัด ยิ่งไปกว่านั้น ที่ระดับเริ่มต้นยังครอบคลุมพื้นที่เบื้องหน้าเขา 5 เมตร ‘ค่ายกลดาราจตุรทิศ’ เป็นการโจมตีหมู่แบบเป็นวงกว้าง (AOE) ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้มันยังเป็นสกิลเฉพาะตัวของอาชีพ ‘จิตวิญญาณสงคราม’ อีกด้วย ในระดับเริ่มต้น มันสามารถครอบคลุมพื้นที่รอบ ๆ ตัวเขาได้ 10 เมตร โดยค่าความเสียหายไม่ด้อยไปกว่า ‘พุ่งทะยานเมฆา’ หากมันถึงเลเวลสูงสุด ค่าความเสียหายจะน่ากลัวขนาดไหน คงแทบจะไม่สามารถจิตนาการได้ สกิลสุดท้าย ‘เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม’ จินตนาการมันดูสิ ‘สังเวยวิญญาณ’ ผสานกับ ‘เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม’ จากนั้นก็สกิลสุดยอด ค่าความเสียหายที่สร้างได้จะน่ากลัวขนาดไหน หากโจมตีติดคริติคอลเกิดขึ้นด้วย มันอาจถึงกับสามารถฆ่าบอสระดับลอร์ดที่มีเลเวลเดียวกันได้ในทันที

        ความแข็งแกร่งของอาชีพจิตวิญญาณสงครามนั้นทำให้หลิงเทียนประหลาดใจ แต่ในขณะเดียวกัน ยิ่งเป็นอาชีพที่แข็งแกร่ง สกิลอาชีพของมันก็ยิ่งอัพเกรดยากขึ้น

        แต้มสกิลสำหรับการอัพเกรดสกิลโจมตีทั้งสามสกิลนั้นเยอะกว่ามากเมื่อเทียบกับแต้มสกิลที่ใช้สำหรับอัพเกรดสกิลพื้นฐานของอาชีพปกติ อีกทั้งเลเวลสูงสุดของสกิลทั้งสามยังสูงถึงเลเวล 10 ใครจะรู้ว่าต้องใช้แต้มสกิลมากมายเพียงใดในการอัพเกรดให้ถึงเลเวลสูงสุด สำหรับ ‘เคล็ดวิชาเทพสงคราม’ และ ‘เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม’ ทั้งคู่ต้องการแต้มสกิลหลายพันแต้มในการอัพเกรดจากเลเวล 1 ไปเป็นเลเวล 2

        ตอนที่หลิงเฉินเพิ่งจะเสร็จสิ้นการตรวจสอบสกิลทั้งหมดของอาชีพจิตวิญญาณสงคราม เสียงการแจ้งเตือนก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขาในฉับพลัน

        “ดริ๊ง…ภายใต้ผลจากสัตว์เลี้ยงของคุณ ‘อสูรจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ และสกิลแต่กำเนิด ‘พรสวรรค์จิตวิญานศักดิ์สิทธิ์’ ของเสี่ยวฮุย ‘เคล็ดวิชาเทพสงคราม’ ‘หลิงเทียนฟาดฟัน’ ‘หลิงเทียนระเบิดพลัง’ ‘ค่ายกลดาราจตุรทิศ’ และ ‘เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม’ ทุกสกิลอัพเกรดเป็นเลเวล 2

        [เคล็ดวิชาเทพสงคราม]: เลเวลปัจจุบัน: LV2 เลเวลสูงสุด: LV10 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 3: 2,000 แต้ม เคล็ดวิชาต่อสู้อันทรงพลังที่มีต้นกำเนิดมาจากพลังจิตวิญญาณของเทพสงคราม หลังจากการฝึกฝน สามารถเพิ่มพลังโจมตีของตนเองเป็นอย่างมากแบบถาวร ผล: ค่า STR เพิ่มขึ้น 2X แต้ม พลังโจมตีทางกายภาพเพิ่มขึ้นเป็น 5*X (X =เลเวลปัจจุบัน)

        [หลิงเทียนฟาดฟัน]: เลเวลปัจจุบัน: LV2 เลเวลสูงสุด: LV10 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 3: 400 แต้ม ใช้อาวุธในมือโจมตีศัตรูแบบเดี่ยว และปลดปล่อยพลังของจิตวิญญาณสงครามในฉับพลัน ทันทีที่คุณโจมตีศัตรู จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้าม ผล: การโจมตีเป้าหมายแบบเดี่ยว ความเสียหายเท่ากับ 210% ของการโจมตีแบบปกติ โอกาสโจมตีติดคริติคอล +5% โอกาส 5% ติดมึนงงเป็นเวลา 3-5 วินาที และมีโอกาสอย่างมากที่จะทำให้เป้าหมายกระเด็นถอยหลัง การใช้ MP: 15 หน่วย เวลาคูลดาวน์: 0 วินาที

        [หลิงเทียนระเบิดพลัง]: เลเวลปัจจุบัน: LV2 เลเวลสูงสุด: LV10 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 3: 300 แต้ม ถ่ายเทพลังจิตวิญญาณสงครามเข้าสู่อาวุธ ปลดปล่อยมันออกมาในทันทีที่ฟาดฟันไปข้างหน้า สร้างแรงระเบิดอันทรงพลังในพื้นที่เล็กๆ โจมตีทุกเป้าหมายในพื้นที่ 5 เมตรเบื้องหน้า ความเสียหายเท่ากับ 110% ของพลังโจมตีปกติ การใช้ MP: 20 หน่วย เวลาคูลดาวน์: 0 วินาที

        [ค่ายกลดาราจตุรทิศ]: เลเวลปัจจุบัน: LV1 เลเวลสูงสุด: LV10 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 2: 300 แต้ม ใช้พลังของจิตวิญญาณสงครามระเบิดสิ่งรอบตัว และสร้างค่ายกลแห่งการทำลายล้างในรัศมี 10 เมตรรอบตัวเองในฉับพลัน พลังจิตวิญญาณสงครามอันบ้าคลั่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่เป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ภายในค่ายกล ค่าความเสียหายเท่ากับ 300 % ของค่าความเสียหายปกติ อัตราการโจมตีติดคริติคอล +5% มีโอกาส 100 % ทำให้ศัตรูกระเด็นถอยหลัง การใช้ MP: 100 หน่วย เวลาคูลดาวน์: 60 วินาที

        [เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม]: เลเวลปัจจุบัน: LV1 เลเวลสูงสุด: LV5 แต้มสกิลที่ต้องการในการอัพเกรดเป็นเลเวล 2: 2,000 แต้ม ปลุกจิตวิญญาณสงคราม แล้วปลดปล่อยพลังทั้งหมดของคุณ ซึ่งทำให้การโจมตีครั้งถัดไปของคุณมีพลังทำลายล้างสูงสุด ผล: ค่าความเสียหาย +50% สำหรับการโจมตีในครั้งถัดไป การใช้ MP: 50 หน่วย เวลาคูลดาวน์: 30 วินาที

        สำหรับสกิลที่จะได้มาในอนาคตนั้น ‘พรสวรรค์จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ ของเสี่ยวฮุยจะส่งผลโดยตรง และอัพเกรดสกิลอาชีพจิตวิญญาณสงครามทุกสกิลเป็นเลเวล 2 ในทันที ความแข็งแกร่งของสกิลโจมตีที่ได้รับการอัพเกรดทั้งสามสกิลจะเพิ่มขึ้น ‘เคล็ดวิชาเทพสงคราม’ จะเพิ่มค่า STR และพลังโจมตีอย่างมาก นอกจากนี้สกิล ‘เขตแดนจิตวิญญาณสงคราม’ ที่ถึงแม้แต้มสกิลที่ต้องใช้ในการอัพเกรดจะมากที่สุด แต่การอัพเกรดหนึ่งครั้งก็ทำให้ผลของมันเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว

        “ยอดเยี่ยม ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้าประสบผลสำเร็จในการสืบทอดพลังที่ข้าทิ้งเอาไว้ ข้ายินดีอย่างยิ่ง และข้าหวังว่าพลังของข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็น ‘เทพสงคราม’ อีกคน นอกจากนี้ ข้ายังเชื่อว่าด้วยพรสวรรค์ของเจ้า เจ้าจะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งที่ข้าทิ้งเอาไว้จนถึงระดับที่เหนือกว่าข้าได้”

        เสียงเก่าแก่ค่อยๆ ขาดหายไป เงาร่างที่ลอยอยู่เหนือหีบเหล็กก็เริ่มเลือนรางมากขึ้น วินาทีที่หลิงเฉินคิดว่าจิตวิญญาณสุดท้ายของเทพสงครามกำลังจะจางหายไป ไอเทมอีกชิ้นหนึ่งก็ลอยออกมาจากภายในหีบเหล็กอย่างช้าๆ มันเป็นไอเทมที่มีสีดำ รูปร่างไม่แน่นอน และในเวลาเดียวกันนี้ เสียงเก่าแก่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

        “เจ้ามนุษย์ผู้สืบทอดพลังของข้า สุดท้ายนี้ ข้ามีไอเทมชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้เจ้า…นี่เป็นไอเทมที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อเจ้า และไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใด แต่มันเป็นไอเทมที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า ข้าหวังว่าเจ้าจะดูแลมันแทนข้าเป็นอย่างดี ถึงแม้มันจะไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้ และอาจนำเอาหายนะมาสู่เจ้าแทนก็ตาม”

        ในระหว่างเสียงพูดของเทพสงคราม ไอเทมสีดำชิ้นนั้นก็ค่อยๆ ลอยมาอยู่ตรงหน้าหลิงเฉิน หลิงเฉินยื่นมือไปคว้ามันเอาไว้ ทันทีที่มันเข้าไปในมือของเขา น้ำหนักที่คาดไม่ถึงถาโถมใส่เขา แขนทั้งสองข้างของหลิงเฉินหลุบลงไปในทันที พร้อมกับเสียง ‘บึ้ม’ ไอเทมสีดำซึ่งเพิ่งสัมผัสกับมือของเขาก็หลุดร่วงลงไปที่พื้นแล้ว กระทั่งกระทบกับพื้นจนเป็นหลุมลึก

        หนักมาก มันคืออะไรกัน! หลิงเฉินประหลาดใจ ตอนที่มันเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในมือของเขา ความรู้สึกอันหนักหน่วงเหนือความคาดหมายของเขา ทำให้เขาแทบจะไม่สามารถถือมันไว้ได้อย่างมั่นคง หลิงเฉินก้มตัวลง และตรวจสอบไอเทมบนพื้นชิ้นนี้ เมื่อเขาเข้าไปใกล้ เขาจึงสังเกตเห็นว่า มันไม่ได้มีสีดำสนิท สีดำนั้นถูกปกคลุมด้วยชั้นของแสงสีแดงเข้มชั้นหนึ่ง สีแดงเข้มแบบนี้ทำให้เขานึกถึงสีของเลือดที่มีความเข้มข้นสูงหลังจากมันแห้ง

        รูปร่างทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของมันนั้นเรียบ และแฝงความคม ส่วนด้านบนและด้านล่างมีรูปร่างเป็นฟันปลาเล็กๆ และไม่เป็นระเบียบ แวบแรกที่เห็นมันเหมือนกับชิ้นส่วนของใบมีดดาบของดาบยักษ์ หลังจากที่ถูกทำลายเป็นหลายๆ ชิ้น

        สำหรับเรา มันไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง แต่มันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเทพสงคราม มันคืออะไรนะ?

        [ชิ้นส่วนดาบที่แตกหักของจักรพรรดิชูร่า 2]

        หลิงเฉิน “!!!”

        นี่คือ…

        “ฮ่าๆ อย่างที่เจ้าเห็น นี่คือส่วนหนึ่งของใบมีดดาบเล่มหนึ่งหลังจากที่มันถูกทำลาย มันเป็นส่วนหนึ่งของดาบที่เรียกว่า ‘ดาบจักรพรรดิชูร่า’ เจ้าต้องไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนแน่นอน จนถึงบัดนี้ยังไม่น่าจะมีคนมากนักที่ยังคงจำชื่อนี้ได้ ดาบเล่มนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งสั่นสะเทือนทั้งโลก จำนวนชีวิตที่ได้สูญสิ้นไปจากมัน เป็นระดับที่เจ้าแทบจะไม่สามารถจินตนาการได้ เหตุผลที่ทำให้ดาบเล่มนี้สามารถพัฒนาจนกลายเป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น เป็นเพราะมันดื่มเลือดเข้าไปมากเกินไป จำนวนนั้นเพียงพอที่จะทำให้พระเจ้าที่แท้จริงสั่นเทาอย่างรุนแรง และดาบที่แข็งแกร่งที่สุดเล่มนี้ยังเป็นของบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย ความแข็งแก่งของเขาเกินกว่าที่เจ้าจะคาดถึง แม้ว่าเขาในเวลานั้นจะไม่ได้ถูกเรียกว่ามนุษย์อีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่เนื้อแท้จริงๆ ของเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์…นามของเขาคือ ‘ชูร่า’”

        หลิงเฉิน “…”

        “ณ เวลานี้ จำนวนผู้คนที่ยังคงจำชื่อของชูร่าได้นั้นน้อยมากๆ และคนที่รู้ว่าเขาใช้ ‘ดาบจักรพรรดิชูร่า’ สังหารมนุษย์ยิ่งน้อยเข้าไปอีก ชูร่าได้หายสาบสูญไปเมื่อเมื่อ 10,000 ปีก่อน ส่วน ‘ดาบจักรพรรดิชูร่า’ ก็หายไปพร้อมกับเขาเช่นกัน และไม่เคยปรากฏขึ้นมาอีกเลย ข้าใช้เวลาทั้งชีวิต เดินผ่านความยากลำบากนับไม่ถ้วน ก่อนจะค้นพบหนึ่งในชิ้นส่วนของ ‘ดาบจักรพรรดิชูร่า’ นี่ยังเป็นไอเทมเพียงหนึ่งเดียวซึ่งข้าได้มาจากชูร่า ถึงแม้ว่าสิ่งที่ชูร่านำมาสู่โลกคือหายนะอันยิ่งใหญ่ และเขายังน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าปีศาจหลายล้านเท่า ทว่าความแข็งแกร่งที่เขาครอบครองนั้น เป็นสิ่งที่แม้แต่พระเจ้ายังหวั่นเกรง นี่คือความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง…แข็งแกร่งจนพอที่จะดูถูกคนทั้งโลก รวมทั้งท้าทายสวรรค์! ผู้ลุ่มหลงในศิลปะการต่อสู้คนนี้ยังเป็นเป้าหมายที่ข้าปรารถนาจนกระทั่งเสียชีวิต แต่น่าเศร้า จนกระทั่งวันที่ข้าตาย ระยะห่างระหว่างข้ากับเขานั้นยังคงเหมือนทิวาและราตรี ข้าอาจจะถูกเรียกว่า ‘เทพสงคราม’ ทว่าเมื่อเทียบกับชูร่าแล้ว ข้าไม่อาจนับว่าเป็นแม้กระทั่งหิ่งห้อยภายใต้ดวงตะวันและจันทรา ข้าได้เก็บซ่อนชิ้นส่วนที่แตกหักนี้ตลอดมา ไม่เคยให้ผู้ใดร่วงรู้ และยังไม่กล้าที่จะให้คนอื่นรู้ด้วย ถ้าเกิดเผ่าเทพจันทราบังเอิญรู้เข้า มันอาจจะนำมาซึ่งการลงทัณฑ์ที่ร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ข้าอยากจะเสี่ยงโดนลงทัณฑ์จากเทพจันทรามากกว่าการโยนมันทิ้งไป เพราะมันคือดาบจักรพรรดิชูร่าในอดีต ชูร่าคือคนที่ข้าเลื่อมใสที่สุดในชีวิตของข้า ในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นบรรพบุรุษของข้าด้วย”

        บรรพบุรุษ? เทพสงครามผู้นี้ที่นามของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกในอดีต…แท้จริงแล้วเป็นทายาทของชูร่างั้นเหรอ?

        “เพื่อไล่ตามจุดสูงสุดที่บรรพบุรุษของข้าเคยไปถึงมาแล้วครั้งหนึ่ง ข้าหลงใหลอยู่ในเส้นทางการต่อสู้มาตลอดทั้งชีวิต ตั้งแต่ยังเล็ก ข้าก็ทิ้งครอบครัวของข้าไป พอถึงช่วงวัยกลางคน ข้าก็ลืมแม้กระทั่งว่าใครคือพ่อแม่ของข้า และไม่มีทายาท ชิ้นส่วนดาบของบรรพบุรุษชิ้นนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ประคับประคองจิตใจในชีวิตของข้า ถึงแม้ข้าจะตาย ข้าก็จะไม่ทิ้งมัน…และคนเดียวที่ข้าสามารถฝากฝังมันไว้ได้ก็คือเจ้าเท่านั้น ดาบของบรรพบุรุษเล่มนี้ได้ถูกทำลายไปแล้ว และไม่เคยปรากฏขึ้นมาอีกเลย ข้าหวังว่าเจ้าผู้ได้รับการสืบทอดพลังของข้าจะเก็บรักษามันไว้เพื่อข้า และไม่ปล่อยให้ร่องรอยสุดท้ายของบรรพบุรุษข้าในโลกใบนี้หายไป…”

        “ผมเข้าใจ” แม้เขาจะรู้ว่านี่เป็นเพียงเสียงจากจิตวิญญาณที่ทิ้งเอาไว้ของเทพสงคราม และไม่ว่าหลิงเฉินจะพูดอะไร เขาก็จะไม่ได้ยิน แต่เขายังคงให้สัญญาด้วยเสียงอันดัง จากนั้นเขาเก็บชิ้นส่วนที่แตกหักของดาบจักรพรรดิชูร่าใส่ลงในกระเป๋า ‘ดาบจักรพรรดิชูร่า’ ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุด และเราก็ได้ชิ้นส่วนของดาบที่แตกหักนี้มาถึงสองชิ้นติดๆ กันในช่วงเวลาสั้นๆ

        นี่ก็เป็นความโชคดีที่นำมาโดยเสี่ยวฮุยสินะ

        แต่สิ่งที่ทำให้หลิงเฉินประหลาดใจคือจิตวิญญาณสุดท้ายของเทพสงคราม ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่ และเข้าใจคำพูดของเขาจริงๆ พร้อมกับขานรับ “ดีมาก ขอบใจสำหรับความเต็มใจที่จะเสี่ยงอันตรายจากการถูกลงทัณฑ์โดยเผ่าเทพจันทรา และเก็บรักษามันไว้ให้ข้า เวลาที่เหลืออยู่ของข้านั้นน้อยมากๆ แล้ว ให้ข้าส่งเจ้าออกไปตอนนี้เถอะ ข้าเชื่อว่าสักวันทวีปหลงลืมจะสั่นสะเทือนเพราะว่าตัวเจ้า”

        เสียงของเทพสงครามเลือนรางไปอย่างสมบูรณ์ จากนั้นกลุ่มก้อนของแสดงสีเขียวอ่อนก็ห่อหุ้มร่างของหลิงเฉิน พร้อมกับตัวของเขาที่ค่อยๆ หายไปจากพื้นที่แห่งนี้

        วินาทีที่หลิงเฉินและภาพเงาของเทพสงครามเกือบจะหายไปจนหมดสิ้นนั้น ในเวลาเดียวกันนี้ เสียงอันสับสนและสั่นเทาก็ดังเข้าหูของหลิงเฉิน “เดี๋ยวก่อน… พลังนี้บนร่างกายเจ้า…”

        พื้นที่สลับสับเปลี่ยน สุดท้ายหลิงเฉินก็หายไปจากพื้นที่ทดสอบของเทพสงครามอย่างสิ้นเชิง เสียงที่ดังเข้าหูของเขานั้นดูเหมือนจะเป็นเสียงของเทพสงคราม แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นแค่ภาพลวงตาด้วย


ติดตามอัปเดตก่อนใคร ด้วยการกดไลก์แฟนเพจเรื่อง “ความโกรธแค้นของชูร่า [Online]http://bit.ly/2RWznzL

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/1189

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม