0 Views

        ปักษาวายุอมตะที่หลิงเฉินหลบหนีออกมา สร้างกระแสลมอย่างรุนแรงจากทางด้านหลัง และส่งเสียงร้องด้วยความโกรธอย่างยาวนาน มันไม่ได้บินขึ้นไปในอากาศ แต่กลับคงอยู่ในตำแหน่งบินระดับต่ำ และเข้าหาหลิงเฉินที่แนบติดกับสะพานอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการบินของมันเป็นอย่างน้อยสองเท่าของความเร็วในการเคลื่อนที่ของหลิงเฉิน ในชั่วพริบตา มันใกล้เข้ามาถึงเบื้องหน้าของหลิงเฉินแล้ว มันกระพือปีก ลมหมุนกวาดออกไปข้างหน้า

        ลมหมุนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล และข้างหลังเขา เขาอยู่ห่างจากบาเรียเพียงแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้น แม้เขาจะสามารถทลายขีดจำกัดของความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวเองได้ และเคลื่อนไปยังด้านหลังสุด แต่เขาก็ไม่มีทางหลบพ้นการโจมตีจากลมหมุนนี้ได้ หากเขาหลบไปด้านข้าง เขาคงร่วงลงไปในเหวด้านล่างอย่างแน่นอน ขณะที่ความคิดของเขากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เขาหยุดเคลื่อนไหว ร่างแข็งทื่อ และปล่อยให้ลมหมุนโจมตีร่างของเขา

        ซู่มๆ…

        -263!

        HP ของหลิงเฉินลดฮวบไปกว่าครึ่งในชั่วพริบตา แต่หากเทียบกับความเสียหายที่ได้รับ ผลกระทบที่เกิดจากลมหมุนนั้นน่ากว่ายิ่งกว่า มันทำให้ร่างของหลิงเฉินถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง จนเขาแทบจะเสียการทรงตัวบนสะพานไม้ที่แกว่งไปมา และร่วงลงไป…แม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วงลงไป ทว่าการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้ามาของปักษาวายุอมตะก็เพียงพอที่จะทำให้เขาตายในทันที อย่างไรก็ตาม การทรงตัวของหลิงเฉินนั้นกล่าวได้ว่าไร้ที่เปรียบ เท้าของเขาโซเซไปมาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่เขาก็ไม่ได้ร่วงลงไป หลังจากถอยร่นไป 5 ก้าว เท้าของเขาเหมือนถูกตอกกับสะพานตรึงร่างของเขาไว้ ในเวลาเดียวกันนี้ เขากลืนยาเหลืองเพื่อฟื้นฟู HP ให้เต็ม…อย่างที่เขาได้คาดการณ์ไว้ ทันทีที่ร่างของเขาหยุดนิ่ง ร่างของปักษาวายุอมตะก็ได้พุ่งเข้ามาแล้ว หากเขาทำให้ร่างกายมั่นคงช้ากว่านี้สักเสี้ยววินาที เขาคงถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากการจู่โจมนี้

        ด้วยวิธีการหลบหลีกแบบเดียวกับตอนที่เขาถูกต้อนไปที่มุมหนึ่งก่อนหน้านี้ หลิงเฉินกระโดนออกไปจากสะพานในทันที แล้วจับขอบของแผ่นไม้กระดานไว้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้น ใช้แรงเหวี่ยงจากการกระโดดในการแกว่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเหวี่ยงตัวเองออกไปไกลกว่าสองเมตรในแนวราบ ก่อนจะพลิกตัวกลับลงบนสะพานทางด้านหลังของปักษาวายุอมตะในชั่วพริบตา จากนั้นเขากระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ สองอันฟาดฟันลงไปอย่างหนักหน่วง

        Miss, Miss!

        หลิงเฉินมึนงงไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ล่าถอยไปก่อนที่ปักษาวายุอมตะจะหันกลับมา แต่เขากลับซัด ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ ออกไปอีกสองครั้งด้วยความไม่เต็มใจยอมแพ้

        Miss, -552

        ในที่สุดการโจมตีในรอบที่สองก็โดนหนึ่งครั้ง HP ของปักษาวายุอมตะลดลงไปอีกส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกัน ปักษาวายุอมตะก็ได้หันกลับมาแล้ว พร้อมกับกระพือปีกของมัน ลมหมุนในแนวราบพุ่งเข้าใส่ หลิงเฉินอยู่ใกล้มากเกินไป จึงหลบความเร็วของลมไม่พ้น เขาโดนลมหมุนโจมตีในระยะประชิด ร่างของเขาถูกยกขึ้นและกวาดลอยไปข้างหลังอย่างฉับพลัน

        -270!

        อีกครั้งหนึ่งที่ HP ของหลินเฉินลดฮวบไปมากกว่าครึ่ง แต่โชคดีที่ลมหมุนของปักษาวายุอมตะพัดออกมาในแนวเส้นตรง จุดตกของหลิงเฉินหลังจากถูกพัดออกมายังคงอยู่ด้านบนของสะพาน เมื่อเขาถึงพื้น มือทั้งสองข้างของเขาจับสะพานไว้แน่นเพื่อทำให้ร่างกายมั่นคง แล้วกระโดดออกห่าง โดยใช้ความเร็วสูงสุดในการหนีไปข้างหลัง และหลบหลีกการพุ่งตามมาในระดับต่ำของปักษาวายุอมตะ ก่อนหน้านี้เขาเร่งรีบโจมตี และเกือบตาย หลังจากความอกสั่นขวัญแขวน เขาก็ค่อยๆ ใจเย็นลง พลางจ้องมองไปที่ปักษาวายุอมตะที่ใกล้เข้ามา

        การโจมตีหลังจากช่องโหว่เล็ก ๆ ซึ่งปักษาวายุอมตะเผยออกมาภายหลังจากการโจมตีนั้นไม่เพียงแค่อันตรายอย่างมากเท่านั้น แต่เนื่องจากความสามารถในการหลบหลีกที่น่ากลัวเกินไปของมัน จึงทำให้ประสิทธิภาพในการโจมตีของเขาต่ำสุดขีด และต้องโจมตีเฉลี่ย 7-8 ครั้ง ถึงจะมีโอกาสโจมตีโดนสักครั้งหนึ่ง แต้มสถานะของเขาเพิ่มลงไปที่ค่า STR ทั้งหมด ไม่มีแม้แต่แต้มเดียวที่เพิ่มไปยังค่า AGI เพราะแบบนี้ ถึงแม้เขาจะมีความสามารถในการโจมตีที่รุนแรง แต่ค่าความแม่นยำของเขากลับค่อนข้างต่ำ ในตอนนี้ค่าความแม่นยำทั้งหมดของของขึ้นอยู่กับค่าสถานะของอุปกรณ์สวมใส่ หากไม่มีค่าความแม่นยำซึ่งได้เพิ่มมาจากอุปกรณ์สวมใส่ โอกาสที่การโจมตีธรรมดาของเขาจะโดนปักษาวายุอมตะนั้นแทบจะเป็น 0

        ถึงกระนั้น…หลิงเฉินเก็บดาบทรายและทะยานเมฆา สายตาของเขาแน่นิ่ง เพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การเคลื่อนไหวของปักษาวายุอมตะ เขาเลิกโจมตีและเริ่มเตรียมการหลบหลีกเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันก็รอเวลาคูลดาวน์ของสกิลพุ่งทะยานเมฆา สังเวยวิญญาณ และเงาจันทร์หมดลง เวลาคูลดาวน์ของพุ่งทะยานเมฆาคือ 100 วินาที หลังจากอัพเกรดเป็นเลเวล 3 ส่วนเวลาคูลดาวน์ของสังเวยวิญญาณลดลงเหลือ 200 วินาที สำหรับเวลาคูลดาวน์ของเงาจันทร์นั้นแค่ 60 วินาทีเท่านั้น การต่อสู้กับปักษาวายุอมตะตัวนี้ การโจมตีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของเขา คือพุ่งทะยานเมฆา ภายใต้ผลทับซ้อนกันของสกิลสังเวยวิญญาณและเปลวเพลิงแห่งความพิโรธ การโจมตีหนึ่งครั้งเพียงพอที่จะลด HP ของปักษาวายุอมตะไปมากกว่าหนึ่งในสาม หากติดคริติคอล มันจะทำให้ปักษาวายุอมตะตกอยู่ในสภาพวิกฤตทันที หากติดเจาะเกราะและคริติคอล มันมีโอกาสสูงมากที่จะฆ่าปักษาวายุอมตะในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

        ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ สำหรับเขามันคงง่ายกว่านี้มากในการจัดการกับปักษาวายุอมตะตัวนี้ เขาทำได้แม้กระทั่งวนรอบตัวมันและสร้างความเสียหายที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมมัน สำหรับเขาการสังหารคู่ต่อสู้ได้และไม่ได้ในพริบตา เป็นแนวคิดสองอย่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทว่าบนสะพานที่เปราะบางนี้ เขาอยู่ในอันตรายร้ายแรงทุกวินาที และเขายังต้องเพ่งความสนใจทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา

        หากเขาเลิกโจมตี และหลบหลีกเพียงอย่างเดียว แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้ความตาย ก็มีคนเพียงน้อยนิดที่เอาชีวิตเขาได้อย่างง่ายดาย ปักษาวายุอมตะมีท่าโจมตีทั้งสิ้น 3 ท่า พุ่งโจมตี จู่โจมร่าง และลมหมุนแนวราบ มันบินได้อย่างอิสระ แต่หลิงเฉินกลับอยู่บนสะพานไม้ที่กำจะพังทลาย ถ้าเป็นผู้เล่นธรรมดาอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้ มันคงเหมือนกับอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังซึ่งไม่มีความหวังแม้แต่น้อย

        อย่างไรก็ตาม บนสะพานไม้ที่แกว่งไปมาในขณะนี้ ร่างของหลิงเฉินเริ่มที่จะกระโดดโลดเต้นไปมาระหว่างเงาสีเขียวที่เกิดจากปักษาวายุอมตะโผบินหรือโจมตี บางครั้งเขาจะพุ่งผ่านช่องว่างใต้ร่างของปักษาวายุอมตะอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาถูกต้อนไปจนมุม เขาเลือกที่จะทิ้งตัวลงไปใต้สะพาน บางคราวที่เขาไม่สามารถหลบได้จริงๆ เขาจะเลือกให้โดนโจมตีอย่างตั้งใจ และค้นหาช่องว่างชั่วแวบหนึ่งในขณะที่เขาถูกจู่โจมบนสะพานไม้แสนอันตรายนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาอันตรายอย่างยิ่ง และไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้อย่างสิ้นเชิง แม้จะมีคนที่สามารถทำได้ ทว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะทำให้พวกเขาเป็นอันตรายและร่วงลงไป เวลาเกือบ 3 นาทีผ่านไป สะพานไม้แกว่งไปมานับครั้งไม่ถ้วน เขายังคงไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่เป็นอันตรายน่าตกใจไปมากแค่ไหน แต่เขาไม่เคยผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว เขาไม่ถูกปักษาวายุอมตะฆ่าตาย ทั้งยังไม่ตกลงไปจากสะพาน

        แม้แต่บอสระดับนางฟ้าเลเวล 10 อย่างคางคกยักษ์แห่งความละโมบก็ไม่ทำให้เขาตาย แล้วเขาจะเต็มใจตายภายใต้อุ้งเท้าของลอร์ดเลเวล 15 ตัวนี้ได้อย่างไร!

        ในที่สุดเวลาคูลดาวน์ของสังเวยวิญญาณซึ่งเขากำลังรอก็ถึงศูนย์

        “ยอดเยี่ยม!”

        หลิงเฉินพึมพำในใจ เขาหยุดนิ่งและจ้องมองไปที่ปักษาวายุอมตะซึ่งกำลังพุ่งเข้ามาในระดับต่ำ เขาไม่หลบ แต่กลับยกแขนข้างขวาขึ้น…

        “เงาจันทร์!”

        รูปร่างที่แท้จริงของจันทร์ต้องสาปปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภายใต้แสงแปลกประหลาดที่มันเปล่งออกมา เงายาวปรากฏขึ้นด้านหลังของปักษาวายุอมตะ จากนั้นก็แข็งตัวไปพร้อมกับร่างของมันกลางอากาศ ด้วยสถานะที่เหมือนกับมึนงง กลายเป็นหิน และแช่แข็ง ผลของสถานะพวกนี้จำกัดการเคลื่อนไหว ทุกเป้าหมายในอากาศจะร่วงลงมาหลังติดสถานะเหล่านี้ ทว่าผลของเงาจันทร์กลับเหมือนการหยุดเวลา ครั้นเงาถูกแช่แข็ง ร่างนั้นจะถูกแช่แข็งไปด้วย ก่อนที่ผลของสถานะนี้จะหายไป มันจะยังอยู่ในสภาพก่อนที่จะถูกแช่แข็ง และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

        “เปลวเพลิงแห่งความพิโรธ”

        “สังเวยวิญญาณ”

        สกิลเสริมพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดสองสกิลของเขาถูกเสริมเข้าไปพร้อมกัน ความสามารถในการโจมตีของหลิงเฉินพุ่งขึ้นสู่สถานะสูงสุดอีกครา เขายกดาบทรายและทะยานเมฆาขึ้นพร้อมกัน มือทั้งสองข้างของเขาซัดจู่โจมเต็มกำลังเข้าใส่ร่างที่แน่นิ่งของปักษาวายุอมตะโดยพร้อมกัน

        Miss, Miss, Miss, Miss, -2384, Miss, Miss, -4,780!

        จู่โจมเต็มกำลัง 8 ครั้ง โดนสองครั้ง หนึ่งครั้งติดคริติคอล เมื่อค่าความเสียหายติดคริติคอลครั้งสุดท้ายปรากฏ รอยยิ้มจางๆ เผยขึ้นที่ริมฝีปากของหลิงเฉิน เพราะในสายตาของเขา ตอนนี้ปักษาวายุอมตะ คือนกที่ตายแล้ว

        “ตาย…พุ่งทะยานเมฆา!”

        มือข้างขวาของเขายกขึ้น แล้วขว้างดาวตกสีเงินออกไป ภายใต้ผลของค่าความแม่นยำที่สมบูรณ์แบบของพุ่งทะยานเมฆา การโจมตีนี้จะต้องลด HP ที่เหลืออยู่ของปักษาวายุอมตะจนหมดแน่นอน

        -4,766!

        ทะยานเมฆาทะลวงผ่านร่างของปักษาวายุอมตะ ภายใต้การคำนวณอย่างแม่นยำของหลิงเฉิน มันปักลงบนสะพานไม้ในมุมหนึ่ง ไม่ร่วงลงไปในเหว โดยไม่มีโอกาสเคลื่อนไหว หลอดพลังชีวิตของปักษาวายุอมตะที่เพิ่งจะหนีจากผลของเงาจันทร์ได้กลายเป็นว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับเสียงร้องอย่างยาวนานของความสิ้นหวัง ร่างกายสีซีดจางดิ่งลงมาอย่างอ่อนกำลังในแสงสีเทาซึ่งล่องลอยอยู่ ไร้ซึ่งซุ่มเสียงใดๆ

        “ดริ๊ง…คุณฆ่าลอร์ดบอส เด็กรับใช้ดาบของเทพสงคราม เด็กรับหอกของเทพสงคราม และปักษาวายุอมตะเลเวล 15 สำเร็จ ชื่อเสียง +4,520 แต้มสกิล +450”

        มองไปที่ปักษาวายุอมตะ หลิงเฉินถอนหายใจออกมาด้วยความผ่อนคลายในที่สุด พร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่ออันเย็นเยียบบนหน้าผากของเขา จากนั้นเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเก็บทะยานเมฆาของเขาขึ้นมาเป็นอันดับแรก

        ร่างของปักษาวายุสวรรค์ที่ทิ้งเอาไว้หลังจากตายไม่ได้สลายหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับเด็กรับใช้ดาบสองตนที่ตายไปก่อนหน้านี้ และมันยังคงอยู่ที่นั่นต่อไป สิ่งนี้ทำให้หลิงเฉินงงงวยไปชั่วขณะ แต่เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เมื่อเก็บทะยานเมฆาและดาบทราบเรียบร้อย เขาก็เดินไปยังด้านข้างของซากศพปักษาวายุอมตะ และเก็บไอเทมที่มันดรอปออกมา

        ปักษาวายุอมตะดรอปยาเหลือง 3 ขวด กับธนูคันหนึ่งซึ่งโอบล้อมด้วยแสงสีเขียวอ่อน เขาถือธนูไว้ในมือ ความรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างมากแผ่มาถึงราง ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ธนูคันนี้ไม่ใช่ไอเทมธรรมดาอย่างแน่นอน เขาถือธนูไว้เบื้องหน้ากำลังเตรียมดูค่าสถานะของมัน ทันใดนั้นเสียงเห่าของเซี่ยวฮุยดังขึ้นมาข้าง ๆ หูของเขา…

        “โฮ่ง!”

        “โฮ่ง!!!”

        เสียงเห่าของเสี่ยวฮุยทำให้หลิงเฉินงงงันไปในทันที นี่คือเสียงเห่าเตือนซึ่งมันจะร้องออกมาเมื่อมันรับรู้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานี้มันรุนแรงขึ้นกว่าไม่กี่ครั้งก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน! หลิงเฉินพลันเงยหน้าขึ้น และมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นว่า เขาได้ฆ่าลอร์ดบอสซึ่งปรากฏขึ้นมา 3 ตัวแล้ว ทว่าบาเรียสีขวาทั้งสองฝั่งของสะพานยังคงไม่หายไป

        ยังจะมีมอนสเตอร์ตัวอื่นที่แข็งแกร่งกว่านี้ปรากฏขึ้นมาบนสะพานนี้อีกหรือ!?

        ขณะที่หลิงเฉินตกตะลึง เสี่ยวฮุยพลันกระโจนเข้าไปกัดขากางเกงของเขา มันใช้พลังทั้งหมดลากหลิงเฉินไปข้างๆ ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในใจของหลิงเฉิน เขาขยับเท้าไปอย่างไม่ลังเล และวิ่งไปยังตำแหน่งที่เสี่ยวฮุยกำลังลากเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาเพิ่งจะเคลื่อนที่ไปได้ไม่ถึง 5 ก้าว จากจุดที่เขากำลังยืนอยู่ก่อนหน้านี้ ทันใดนั้นซากศพของปักษาวายุอมตะก็วาบมวลของแสงสีเขียวขึ้นมา

        นั่น…นั่นคืออะไร!?

        จิ๊บ~

        เสียงร้องยาวนานดังก้องกังวานเหลือเชื่อทะลวงท้องนภาและสั่นสะเทือนแก้วหูของหลิงเฉิน ภายในแสงสีเขียว ปักษาวายุอมตะที่เดิมได้ตายไปแล้วพลันลุกขึ้นยืน แล้วกระพือปีกของมัน มันบินขึ้นสู่ท้องฟ้า และบินวนอย่างต่อเนื่องในอากาศสามรอบ เมื่อร่างของมันหยุดนิ่ง ดวงตาสีเขียวอันคมกริบยิ่งจ้องมองมาที่ร่างของเขา พร้อมกับกลิ่นอายของการกดขี่อันมหาศาล

        กลิ่นอายของการกดขี่ซึ่งเห็นได้ชัดว่ารุนแรงกว่าแต่ก่อน และกลิ่นอายอันตรายที่ใกล้ความสิ้นหวัง

        [ปักษาวายุคืนชีพ]: ประเภท: อสูร ระดับ: นางฟ้า เลเวล: LV15 HP: 180,000 หน่วย หนึ่งในสัตว์เลี้ยงของเทพสงครามซึ่งติดตามเขาตลอดชีวิต เดิมทีอยู่ในสภาพที่ตายแล้ว ตอนนี้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากพลังลึกลับที่ถูกทิ้งเอาไว้โดยเทพสงคราม พลังของมันยังได้ฟื้นฟูกลับสู่ระดับสูงสุดดังเดิม มีร่างกายที่ปราดเปรียว ความสามารถในการหลบหลีกที่สูงอย่างยิ่ง รวมถึงความสามารถในการควบคุมธาตุลมอันแข็งแกร่ง

        หลิงเฉิน “!!!”

 


ติดตามอัปเดตก่อนใคร ด้วยการกดไลก์แฟนเพจเรื่อง “ความโกรธแค้นของชูร่า [Online]http://bit.ly/2RWznzL

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/1189

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม