0 Views

        หลิงเฉินยก ‘ทะยานเมฆา’ ขึ้นมา ก่อนจะเก็บอาวุธทั้งสองใส่ในกระเป๋า จากนั้นจึงนำแผนที่ของหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นออกมาและมองผ่านๆ แล้วเริ่มเดินออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในเวลานี้สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือการอัพเลเวลเป็น LV10 และเขาก็ไม่อยากให้ความสนใจกับเรื่องอื่นอีก หากเขาหยุดอยู่ที่นี่ มันจะต้องมีผู้เล่นระลอกแล้วระลอกเข้ามารบกวนเขา ตัวอย่างในตอนนี้ก็เช่น ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ซึ่งในเวลานี้เขาทำได้แค่เพียงไปเสาะหาอาณาเขตของมอนสเตอร์เลเวล 10 ชนิดอื่นเท่านั้น

        “แกคือหลิงเทียนใช่ไหม?” เมื่อเห็นเขากำลังจะจากไปเซียวฉิวเฟิงก็ไม่อาจคงความนิ่งเงียบไว้ได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและเอ่ยถาม

         เซียวฉิวเฟิงไม่ได้รับคำตอบใดๆฝีเท้าของหลิงเฉินก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดชะงัก เขาไม่แม้แต่จะหันหัวกลับมา และเดินรี่ไปข้างหน้า ในความเป็นจริงแล้ว นับตั้งแต่ต้นหลิงเฉินไม่เคยเหลือบมองพวกเขาแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่สนใจการมีอยู่ของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

        “ช่างเป็นคนที่หยิ่งยโสจริงๆ!” หัวหน้าทหารโล่ของ ‘พันธมิตรสงคราม’ กล่าวพลางขมวดคิ้ว เซียวฉิวเฟิงผู้ยิ่งใหญ่เริ่มพูดกับเขาก่อน แต่หลิงเฉินกลับไม่ให้ความสนใจใดๆ กับเขา และมากกว่าความหยิ่งยโส ในสายตาของพวกเขาความหยิ่งผยองของหลิงเฉินแทบจะไร้ขีดจำกัด

        “เขามีคุณสมบัติที่จะหยิ่งยโส” หลังจากไม่ได้รับคำตอบ เซียวฉิวเฟิงก็ไม่กล่าวต่อ เขาเฝ้าดูหลิงเฉินจากไปเงียบๆ ก่อนจะส่งเสียงอุทานซึ่งได้ยินไม่ชัดออกมา “แท้ที่จริงแล้วประเทศจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลกลับเต็มไปเสือซุ่มมังกรซ่อน* อันดับสวรรค์และอันดับปฐพีมักจะเปลี่ยนแปลงทุกๆ ปี อย่างไรก็ตามผู้เล่นไม่กี่คนที่จัดอยู่ในลำดับสูงๆ นั้นแทบจะไม่เคยเปลี่ยนทว่าครั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้นกับอันดับสวรรค์ ”

        (*สถานที่อันมียอดคนซุกงำประกายชุมนุมรวมตัวกัน)

         ทหารโล่สะดุ้งตกใจ พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างไม่มั่นใจโดยพลัน “ฮึ เขาแค่โชคดีมากจนได้รับไอเทมระดับนางฟ้าก็เท่านั้นแหละ ถ้าท่านหัวหน้ามีอุปกรณ์สวมใส่เหมือนเขา การสังหารเขาก็คงจะง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก ความหยิ่งผยองของเขาก็ทำได้แค่ในเวลานี้เท่านั้น เมื่อผู้เชี่ยวชาญอันดับสวรรค์และอันดับปฐพีทั้งหมดก่อตัวขึ้นก็จะไม่มีที่ให้เขาหยิ่งผยองอีก!”

        “…” เซียวฉิวเฟิงส่ายหัว “เขาเป็นมากกว่าการมีอุปกรณ์สวมใส่ที่ทรงพลัง บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่น่ากลัวยิ่งเสียกว่า ‘จักรพรรดิดาบ’ แห่ง ‘พันธมิตรเหยียนหวง’ และ ‘มัจจุราช’ แห่ง ‘เดือนมืด’”

         หวนนึกถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างสิ้นเชิงพวกนั้นซึ่งหลิงเฉินใช้เพื่อหลบการโจมตีผสานกันของเหล่านักธนูและนักเวทย์ รวมทั้งการหลบหลีกไปข้างหลังเพื่อต้านการโจมตีของสองนักรบในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนั้นนอกจากนี้ ความรู้สึกคลุมเครือที่หลิงเฉินปลดปล่อยออกมายังทำให้หัวใจของเขารู้สึกเหน็บหนาวจนอธิบายไม่ได้หัวใจของเซียวชิวเฟิงไม่อาจสงบลงได้อย่างสิ้นเชิง นี่ต้องไม่ใช่ผู้เล่นที่ความแข็งแกร่งของเขาขึ้นอยู่กับอุปกรณ์สวมใส่เพียงแค่นั้นแต่อย่างไรก็ตาม หากไม่มีพลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก เขาจะสามารถครอบครองอุปกรณ์สวมใส่แบบนี้ได้อย่างไร อุปกรณ์สวมใส่ซึ่งในระดับผู้เริ่มต้นอาจถือได้ว่าโกง

         คนผู้นี้แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่!

         “นะ…น่ากลัวยิ่งกว่า ‘จักรพรรดิดาบ’ และ ‘มัจจุราช’ น่ะนี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ พวกเขาเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก และเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับ SS เพียงสองคนในประเทศจีน” ทหารโล่กล่าวโดยไม่อาจเชื่อในคำพูดของเซียวฉิวเฟิงได้

         “พี่คะ!”

         เสียงร้องที่มีชีวิตชีวาดังมาจากด้านหลังอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ยินเสียงนี้ ท่าทางที่แข็งกร้าวของเซียวฉิวเฟิงก็อ่อนลง จากนั้นเขาหันกลับไป พร้อมกับมองไปทางเด็กสาวซึ่งกำลังวิ่งมา

        หญิงสาวมีอายุราวๆ 16-17 ปี เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีชมพูของนักเวทย์ธาตุฝึกหัดที่คับเล็กน้อยไว้บนร่าง เผยโครงร่างเอวบาง หน้าอกเต่งตึง และส่วนโค้งเว้าบนเรือน สิ่งที่เห็นได้ชัดก็มีแค่เสื้อคลุมยาวธรรมดาๆ ของนักเวทย์ที่สวมไว้บนร่างของเธอซึ่งให้ความรู้สึกอันโดดเด่นและสง่างาม แม้เธอจะอายุแค่ 16-17 ปี แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอเติบโตเต็มที่ก่อนเวลาที่ควรจะเป็น รูปร่างที่วาบหวาม ส่วนโค้งเว้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ ริมฝีปากสีดอกกุหลาบที่ประณีตสดใส จมูกเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม เหยียดตรง และไร้ที่ติ ขนตายาวโค้งงอนสีดำ และความสวยอันไม่มีที่เปรียบซึ่งน่าตื่นตะลึงจนสามารถผลักโลกไปสู่ความโกลาหล ด้วยผิวขาวเรียบเนียนและรูปร่างที่งดงามสดใสของเธอจึงทำให้เธอมีกลิ่นอายของความมีชีวิตชีวาและเสน่ห์ที่ดูอ่อนเยาว์อันเป็นเอกลักษณ์

        “เจ้าหญิง” การมาถึงของหญิงสาวผู้นี้ทำให้สายตาของทุกคนลุกวาว ทว่าหลังจากนั้นพวกเขาก็พลันก้มหัวลงเพื่อทักทายเธออย่างเคารพนบนอบ เนื่องจากเธอคือลูกสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าแห่ง ‘พันธมิตรสงคราม’ ในโลกความจริง เจ้าหญิงแห่ง ‘พันธมิตรสงคราม’ ซึ่งได้รับความรักของทุกคนตั้งแต่เธอยังเล็กๆ นอกจากนี้เธอยังเป็นน้องสาวของเซียวฉิวเฟิง หัวหน้าของ ‘พันธมิตรสงคราม’ แห่งโลกเกม และโชคดีอย่างเหลือเชื่อที่พี่ชายและน้องสาวคู่นี้ถูกจัดให้อยู่ในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นแห่งเดียวกันในระดับผู้เริ่มต้น

         “พวกเขาบอกว่าลอร์บอสปรากฏขึ้นไม่ใช่เหรอคะ? แล้วมันอยู่ไหน มันมีไหนคะ?” หญิงสาววิ่งเหยาะๆ ไปอยู่ข้างหน้าของเซียวฉิวเฟิง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบริเวณโดยรอบ ใบหน้าที่งดงามของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดูเหมือนจะไม่เคยคิดถึงความน่ากลัวของลอร์ดบอส

        “ตายไปแล้ว” เชียวซิวเฟิงชี้ไปที่ซากศพของ ‘หมีสงครามขนทอง’ ซึ่งยังไม่หายไป

        “ห้ะ ตายไปแล้ว!?” ริมฝีปากละมุนของเด็กสาวอ้ากว้าง ก่อนเปล่งเสียงอุทานออกมาติดๆ กัน “ว้าว! พี่ชาย! พวกพี่ร้ายกาจมากจริงๆ! พวกพี่จัดการกับลอร์ดบอสเร็วมากจริงๆ! พี่เป็นพี่ชายที่น่าทึ่งที่สุดของหนูอย่างแท้จริง! เอ๊ะ..ว่าแต่มันดรอปอะไรดีๆ ไหมคะ มีอะไรที่เหมาะสมให้หนูใช้บ้างไหม ไอเทมที่หนูใช้ยังคงเป็นไอเทมธรรมดาอยู่เลย!”

         เซียวฉิวเฟิง “พวกพี่ไม่ได้ฆ่ามัน แต่เป็นคนอื่นน่ะ”

        “คนอื่น?” หญิงสาวหยุดชะงักไปชั่วครู่ “คนอื่นช่วงชิงกรรมสิทธิ์ของมันไปงั้นเหรอคะหรือว่าอีกฝ่ายมีคนมากกว่า? มิฉะนั้นแล้วพวกเขาจะสามารถเอาชนะพี่ได้อย่างไร”

        เซียวฉิวเฟิงส่ายหัว ก่อนจะกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ “มันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก ความจริงก็คือพวกพี่ยังไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยซ้ำ ลอร์บอสตัวนั้นก็ถูกฆ่าตายโดยคนผู้หนึ่งเพียงแค่คนๆ เดียว และแทบจะเป็นการฆ่าในชั่วพริบตา”

        “เอ๊ะ?” หญิงสาวเบิกตากว้าง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ มันจะมีลอร์ดบอสซึ่งสามารถถูกฆ่าตายในทันใดโดยคนๆ เดียวได้อย่างไร

         “นี่เป็นบางสิ่งที่น้องจะไม่เชื่อเว้นเสียแต่ว่าน้องได้เห็นมันด้วยตาของตัวเอง ถึงแม้ว่าชื่อของคนผู้นี้จะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่จากรายชื่ออันดับอาวุธและกิริยาท่าทางในตอนนี้ของเขา มันไม่ได้ดูเหมือนว่าเขาจะเก็บเนื้อเก็บตัว หากเป็นเช่นนี้ ต่อจากนี้ไม่นานน้องก็จะรู้ว่าเขาเป็นใคร ฉีฉี น้องบอกว่าครั้งนี้น้องไม่ต้องการเข้าร่วมกับ ‘พันธมิตรสงคราม’ มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” เซียวฉิวเฟิงถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

         หญิงสาวที่ชื่อ ‘ฉีฉี’ หรี่ดวงตาคู่สวยและขนตายาวโค้งงอนของเธอ ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังมาก “หนูสัญญากับพี่เมิ่งซินแล้วว่าจะเข้าร่วมกับสตูดิโอ ‘ความใฝ่ฝันของหัวใจ’ ของเธอ”

         เซียวฉิวเฟิงนิ่งเงียบไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปากพูด “เธอก็น่าจะรู้ว่าหยุนเมิ่งซินไม่มีความหวังที่จะชนะการเดิมพันกับพ่อของเธออย่างแน่นอน การรวบรวมทรัพย์สมบัติมากมายภายในเวลา 2 ปี ซึ่งสามารถเท่าเทียมกับตระกูลหยุนในปัจจุบันนั้นเป็นแค่เพียงเรื่องไร้สาระ ยิ่งไปกว่านั้นพ่อของเธอยังจงใจกระจายข่าวนี้ออกไปซึ่งเป็นสาเหตุให้ทุกคนทราบเรื่องนี้ ตระกูลหลงก็ทราบเรื่องนี้เช่นกัน หยุนเมิ่งซินจะต้องโดดเดี่ยวเดียวดายและไม่ได้รับการช่วยเหลือเพราะเรื่องนี้ และหยุนเมิ่งซินเองก็น่าจะรู้แล้วว่าตัวเธอนั้นแทบจะไม่มีความหวัง การต่อสู้ดิ้นรนที่อ่อนแอไร้ความหมายของหยุนเมิ่งซินก็เป็นเพียงแค่ ‘การไม่ยอมแพ้’ ที่น่าสงสารในใจของเธอ มันไม่มีความหมายเลยที่น้องจะช่วยหยุนเมิ่งซิน”

         เซียวฉีเม้มริมฝีปากของเธอก่อนจะพูดอย่างแข็งขืน “หนูไม่สนหรอกค่ะ หนูต้องช่วยพี่เมิ่งซิน!”

         “พี่จะไม่ยุ่งกับน้อง แต่น้องต้องมีความชัดเจนว่าถึงแม้น้องจะอยู่ที่นั่น ‘พันธมิตรสงคราม’ ก็จะไม่เข้าไปแทรกแซงและช่วยเหลือ” เซียวฉิวเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

         เซียวฉีเม้มริมฝีปากของเธอ จับมือของเซียวชิวเฟิงและกล่าว “พี่คะ หนูไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล หนูจะไม่ปล่อยให้ ‘พันธมิตรสงคราม’ ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ‘พันธมิตรเหยียนหวง’ อย่างแน่นอน หนูช่วยพี่เมิ่งซินก็เป็นเรื่องส่วนตัวของหนูเอง มันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ‘พันธมิตรสงคราม’ แม้แต่น้อย

        เซียวฉิวเฟิง “…”

         “อันที่จริงแล้วพวกหนูทุกคนต่างก็รู้ว่าพี่เมิ่งซินไม่มีหวังที่จะประสบความสำเร็จ ทว่าพวกหนูจะไม่ยอมแพ้! พวกหนูทุกคนเหมือนกับพี่เมิ่งซิน ถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่มีทางสำเร็จ พวกหนูยังคงต้องมีความกล้าที่จะต่อสู้กลับและไม่ยอมแพ้ ฉะนั้นแล้วพวกหนูจะใช้วิธีการของตัวเองทุ่มเทตั้งใจทำงานต่อไป! พวกหนูไม่ต้องการเป็นเหยื่อของผลประโยชน์ของตระกูล! มันไม่ใช่เพียงแค่หนูที่คิดและกำลังทำแบบนี้ซูซูและมู่เจี่ยก็จะเข้าร่วมฝั่งของพวกหนูด้วย!” เซียวฉีกำหมัดเล็กๆ ของเธอแน่น พร้อมกับกัดริมฝีปากและกล่าวอย่างหนักแน่น

         “ซูซู? เจ้าหญิงแห่งตระกูลซู? แล้วพี่มู่นั่น หรือว่าจะเป็น…” ร่องรอยของความประหลาดใจแวบผ่านใบหน้าของเซียวฉิวเฟิง เขาเคยเห็นหยุนเมิ่งซินมาก่อน เขาเชื่อว่าเธอมีความสามารถที่จะขโมยวิญญาณของบุรุษไป และถือเป็นเรื่องปกติที่บุรุษทั้งหลายจะลุ่มหลงเธอ แต่ใครจะไปรู้ว่าเสน่ห์ของเธอยังโดดเด่นอย่างมากในหมู่สตรีจนน้องสาวของเขาถึงกับเต็มใจจาก ‘พันธมิตรสงคราม’ เพื่อไปช่วยเหลือเธอ การเข้าร่วมกับสตูดิโอเล็กๆ แห่งนั้นถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่มีอนาคตแม้กระทั่งลูกสาวคนโตแห่งตระกูลซู รวมถึงอีกคนที่เซียวฉีเรียกว่า ‘พี่มู่’ ก็ยัง…

         มู่ปิงเหยา…เธอคือ ‘ปีศาจจิตน้ำแข็ง’ ลำดับที่ 5 บนอันดับสวรรค์!

         อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเธอต้องเผชิญหน้าคือ ‘พันธมิตรเหยียนหวง’ ทั้งหมด! เพราะคนผู้นั้นเป็นหัวหน้าของกิลด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ศูนย์กลางอำนาจอันดับหนึ่งแห่ง ‘พันธมิตรเหยียนหวง’!

         …

        [แรคคูนจิ๋ว]: ประเภท: อสูร เลเวล: LV10 HP: 310 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในสายพันธุ์แรคคูน มีการรับรู้ที่เท้าซึ่งพัฒนาอย่างเต็มที่ มันคุ้นเคยกับการใช้อุ้งเท้าหน้าของมันในการล่าเหยื่อและจู่โจม

        บนผืนหญ้าอ่อนนุ่มฝูงแรคคูนจิ๋วเดินไปมาอย่างสบายๆ พวกมันไม่มีแม้แต่ปฏิกิริยาใดๆ ในตอนที่หลิงเฉินเดินเข้าไปในอาณาเขตของพวกมัน และชัดเจนว่าพวกมันไม่ใช่มอนสเตอร์ประเภทโจมตีในทันทีที่เห็น หลิงเฉินตรวจสอบบริเวณโดยรอบ เมื่อไม่เห็นการมีอยู่ของผู้เล่นอื่น เขาก็เรียกอาวุธทั้งสองชิ้นออกมา และพุ่งตรงไปข้างหน้า พร้อมกับฟาดฟันเข้าใส่แรคคูนจิ๋ว

        ‘เปลวเพลิงแห่งความพิโรธ’

        ชิ้ง! ชิ้ง!

        -358, -356, -718…

         หลิงเฉินพุ่งตรงเข้าไปยังพื้นที่ที่หนาแน่นที่สุดของแรคคูน ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ จากทางด้านซ้ายและด้านขวาสังหารแรคคูนจิ๋วสี่ตัวในเวลาเดียวกัน ด้วยพลังโจมตีในปัจจุบันของเขา รวมกับผลของ ‘เปลวเพลิงแห่งความพิโรธ’ เขาจึงสามารถฆ่าแรคคูนจิ๋วหนึ่งตัวได้ในฉับพลันด้วยการโจมตีครั้งเดียว และไม่แม้แต่จะเป็นการโจมตีติดคริติคอล มือทั้งสองข้างของเขาเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกรอบของการโจมตีเป็นเหตุให้แรคคูนจิ๋วกลุ่มเล็กๆ ตกตายไป นิสัยของแรคคูนขนาดเล็กนั้นอ่อนโยน และเป็นมอนสเตอร์ประเภทที่จะโจมตีเมื่อถูกจู่โจมเท่านั้น มันจะไม่โจมตีโดยอัตโนมัติหากไม่มีใครมาโจมตีมันก่อน ดังนั้นการสู้กับหลิงเฉินที่สามารถสังหารพวกมันได้ในฉับพลันนั้น แรคคูนจิ๋วทุกตัวซึ่งตายไปไม่มีแม้กระทั่งโอกาสโจมตีเขา

         ในทำนองนี้แหละ มือทั้งสองข้างของเขาปลดปล่อย ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ โดยพร้อมกัน และลดพลังชีวิตของแรคคูนจิ๋วตัวแล้วตัวเล่าจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เขายังไม่รู้สึกถึงความกดดันแม้แต่น้อย อาณาเขตของแรคคูนจิ๋วพวกนี้เป็นพื้นที่เก็บเลเวลที่น่ามหัศจรรย์อย่างแท้จริง พื้นที่แห่งนี้กว้างใหญ่ อีกทั้งเวลาเกิดใหม่ก็ไม่ช้าทว่าความเร็วของหลิงเฉินในการกำจัดแรคคูนจิ๋วพวกนี้พูดตรงๆ เลยว่าน่าตกใจมาก ทุกๆ สิบนาที การเคลื่อนไหวของหลิงเฉินจะต้องถูกบังคับให้หยุดลง และรอแรคคูนจิ๋วระลอกถัดไปปรากฏตัว

         ขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่กำลังตั้งปาร์ตี้ และเก็บเลเวลกับ ‘กระต่ายทมิฬ’ เลเวล 7 และ ‘ก็อบลิน’ เลเวล 8 ใครจะไปคิดว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังไปที่อาณาเขตของมอนสเตอร์เลเวล 10 จริงๆ และสร้างความเสียหายด้วยตัวเขาเอง โดยประสิทธิภาพของเขานั้นน่าตกใจยิ่ง คนผู้หนึ่งเกือบจะเอาแผนที่เก็บเลเวลทั้งหมดเป็นของตัวเอง ภายใต้ผลลบของ ‘ความริษยาแห่งสวรรค์’ ความยากในการอัพเลเวลของหลิงเฉินจึงเป็นสองเท่าของผู้เล่นอื่น แต่ว่าเขามีความสามารถในการฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 10 ด้วยการโจมตีครั้งเดียว อีกทั้งยังมีอาวุธสองชิ้นกับสกิลเลเวลสูงสุดหลอดค่าประสบการณ์เลเวล 9 ของเขายังคงเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่ค่อนข้างรวดเร็ว

 


ติดตามอัปเดตก่อนใคร ด้วยการกดไลก์แฟนเพจเรื่อง “ความโกรธแค้นของชูร่า [Online]http://bit.ly/2RWznzL

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/1189

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม