0 Views

อารมณ์และสีหน้าของหลิงเฉินสงบลงอย่างรวดเร็ว เขามักจะสามารถปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็วภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน เขาจ้องมองไปที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม “ ‘ความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์’ มันหมายความว่าอะไร?”

         ‘ความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์’ คือ การลงทัณฑ์ของสวรรค์ สำหรับ ‘ความริษยาของสวรรค์’ มันคือความอิจฉาของสวรรค์ จากความหมายของพวกมันนั้นเห็นได้ชัดเจนว่า ‘ความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์’ น่ากลัวยิ่งกว่า ‘ความริษยาของสวรรค์’ “วิถีแห่งชูร่า ไม่มีทางหวนกลับ เมื่อถูกกำหนดให้เดินในวิถีทางนี้ คุณจะได้รับความทุกข์ทรมานจากความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์” ถัดจาก ‘ความริษยาของสวรรค์’ มันเป็นแค่ประโยคหนึ่งซึ่งสร้างความสับสนให้กับความคิดของผู้คนจนทำให้พวกเขาไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของมัน ทว่าหลิงเฉินค่อนข้างมั่นใจว่า ‘ความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์’ นี้ต้องเป็นผลด้านลบที่น่ากลัวยิ่งกว่า ‘ความริษยาของสวรรค์’ ทว่าผลด้านลบเหล่านี้คืออะไรเขาก็ไม่อาจเข้าใจหรืออธิบายได้

         “เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ชีเยว่กล่าวพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เพียงแค่การกระทำอันเรียบง่ายนี้ก็นำมาซึ่งระลอกคลื่นขนาดมหึมาข้างหน้าอกของเธอ ซึ่งทำให้สายตาของหลิงเฉินลิงโลดอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับจ้องมองหน้าอกที่สั่นไหวของเธออย่างบ้าคลั่งโดยไม่อาจควบคุม จากนั้นเขาค่อยๆ กัดฟัน และละสายตาออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งยังไม่กล้ามองเธออีก

         “เจ้าไม่รู้ได้ยังไง! เจ้าเป็นจิตวิญญาณไอเทมของมันนะ!” สำหรับคำตอบนี้เห็นได้ชัดว่าหลิงเฉินไม่เชื่อ

         “แต่ข้าไม่รู้จริงๆ นะ อันที่จริงข้าไม่ถือเป็นจิตวิญญาณไอเทมของ ‘จันทร์ต้องสาป’ ข้าเป็นแค่เพียงจิตวิญญาณดวงหนึ่งซึ่งถูกผนึกอยู่ในนี้ และมีเรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับ ‘จันทร์ต้องสาป’ ที่ข้าไม่รู้” ชีเยว่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลซึ่งทำให้หลิงเฉินสั่นเทาไปทั้งร่าง

         ‘จันทร์ต้องสาป’ ไม่สามารถถอดได้ เราต้องใช้เวลาทุกวันกับนางนับตั้งแต่นี้ไปงั้นเหรอเมื่อครุ่นคิดเรื่องนี้ ชั้นของเหงื่อเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของหลิงเฉิน การที่สามารถใช้เวลาทุกวันอยู่กับหญิงสาวเช่นนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นความฝันของผู้ชายธรรมดาทั้งหลาย ทว่าหลิงเฉินเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพลังอันน่ากลัวของความเย้ายวนใจโดยธรรมชาติของหญิงสาว เขากังวลว่าตัวเขาจะไม่สามารถควบคุมหญิงสาวคนนี้ และวันใดวันหนึ่งเขาจะถูกหญิงสาวคนนี้ควบคุมแทน

         “ไม่ใช่จิตวิญญาณไอเทมงั้นเหรอ? เจ้าเป็นจิตวิญญาณดวงหนึ่งซึ่งถูกผนึกอยู่ในนี้? นั่นหมายความว่าอะไร?” หลิงเฉินขมวดคิ้วถาม

         “เรื่องนี้มันเป็นความลับของข้า ข้าไม่สามารถบอกท่านได้”

         “…”

         ชีเยว่พลันยิ้มอ่อน ริมฝีปากแดงอันประณีตเผยอออก น้ำเสียงละมุนที่มาพร้อมกับกลิ่นอายอันหอมหวนดังขึ้นข้างหูของหลิงเฉิน “นายน้อย ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าผลด้านลบของ ‘จันทร์ต้องสาป’ เป็นสิ่งที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง ‘จันทร์ต้องสาป’ ครอบครองพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่สุด โดย ‘จันทร์ต้องสาป’ ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์จะเหนือกว่าจินตนาการของท่านมหาศาล การดำรงอยู่ของมันนั้นทำให้แม้แต่สวรรค์ยังเกรงกลัว และผู้ที่สามารถกำราบมันได้จะต้องเผชิญกับความอิจฉาของสวรรค์ ฉะนั้นแล้วหากไม่คำนึงว่าใครเป็นผู้สวมใส่ ‘จันทร์ต้องสาป’ กฎของโลกใบนี้จะจำกัดอัตราการเติบโตของเขาอย่างรุนแรง ทว่าพลังของ ‘จันทร์ต้องสาป’ จะถูกหักล้างด้วยผลด้านลบอันน้อยนิดเช่นนั้นได้อย่างไรนายน้อย ท่านรู้ไหม ตราบใดที่ท่านสามารถหาลูกแก้วเทพเฉพาะตัวหรือลูกแก้วเซียนแค่เพียงหนึ่งลูก ท่านก็จะเข้าใจได้ในทันทีว่าผลด้านลบของมันนั้นไม่มีความหมายใดๆ เลย

         “ลูกแก้วเทพเฉพาะตัวและลูกแก้วเซียนเจ้ากับ ‘จันทร์ต้องสาป’ อยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้วใช่ไหม? ไม่ต้องไปพูดว่าพวกมันถูกทำลายไปแล้วโดยเผ่าเทพหรือไม่ ถึงแม้พวกมันจะยังดำรงอยู่ ไอเทมระดับนั้นถ้าไม่ถูกครอบครองโดยสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังก็ต้องอยู่ในสถานที่ที่อันตรายมากๆ จนกระทั่งสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่อาจไขว่คว้า ยิ่งไปกว่านั้นข้าไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ไหน แม้ข้าจะรู้ แต่ข้ามีคุณสมบัติอะไรที่จะได้มันมาครอบครอง” หลิงเฉินกล่าวอย่างเคร่งเครียด ผลของลูกแก้วระดับนางฟ้าก็ทำให้ประหลาดใจมากแล้ว ฉะนั้นลูกแก้วระดับเทพลึกลับและผู้พิฆาตนักบุญจะทรงพลังขนาดไหนนั้นมันจิตนาการได้อย่างง่ายดาย ถ้าเขาได้ครอบครองมันสักลูก มันก็มากพอให้เขาเหิมเกริมในหมู่ผู้เล่นอย่างแน่นอน ทว่าลูกแก้วระดับนี้ โดยไม่คำนึงว่าพวกมันจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตอนนี้หากพวกมันมีอยู่จริง การได้พวกมันมาครอบครองจะง่ายๆ ได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงระดับเทพลึกลับและผู้พิฆาตนักบุญ เพียงแค่ไอเทมระดับปลายฟ้าก็ยังคงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เล่นจะได้ครอบครองแม้กระทั่งในช่วงท้ายของเกม

         เรื่องที่หลิงเฉินพูดมีเหตุผลมาก แต่ชีเยว่ยังคงยิ้มน้อยๆ เหมือนก่อนหน้านี้ และพูดออกมาอย่างเอื่อยเฉื่อย “นายน้อย ข้าจะช่วยท่านตามหาพวกมันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเผ่าเทพจันทราต้องการทำลายพวกมันอย่างแท้จริง ทว่าตราบใดที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ยังไม่ถูกทำลาย ลูกแก้วเทพเฉพาะตัวและลูกแก้วเซียนของมันก็จะไม่ถูกทำลายเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันลูกแก้วเทพทั้ง 12 และลูกแก้วเซียนทั้ง 3 จะสามารถปลดปล่อยพลังของพวกมันได้เมื่อถูกติดตั้งบน ‘จันทร์ต้องสาป’ เท่านั้น สำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทพเจ้า หรือปีศาจ ถ้าพวกเขาได้ครอบครองลูกแก้วเหล่านี้สักลูกหนึ่ง ไม่ใช่แค่พวกเขาจะไม่สามารถใช้พลังของมัน มันจะนำโชคร้ายมาสู่พวกเขาอีกด้วย พวกเขาจะต้องคิดว่าทุกวินาทีที่ครอบครองมัน มันเป็นหนึ่งวินาทีที่ยาวนานมาก

         ชีเยว่เม้มริมฝีปากของเธอและแย้มยิ้ม จากนั้นจึงค่อยๆ กล่าวอีกประโยค “นายน้อย ข้าเข้าใจความกังวลและสิ่งรบกวนในใจของท่าน แต่ความกังวลทั้งหมดของท่านจะหายไปจนหมดสิ้นเพราะในพื้นที่ใต้ดินแห่งนี้มีลูกแก้วเทพเฉพาะตัวดำรงอยู่!”

         หลิงเฉินงงงวยไปชั่วขณะ จากนั้นจึงถามอย่างเร่งรีบ “ที่ไหน?!”

         มีลูกแก้วเทพเฉพาะตัวอยู่ที่นี่? มันคือลูกแก้วเทพ ลูกแก้วพลังงานระดับเทพลึกลับ!! คุณค่าของลูกแก้วพลังงานระดับเทพลึกลับนั้นสามารถเทียบได้แม้กระทั่งชิ้นส่วนของอุปกรณ์สวมใส่ระดับเทพลึกลับ! หากเขาได้ครอบครองไอเทมระดับนี้จริงๆ ในตอนนี้ นั่นคือไอเทมระดับเทพลึกลับ! ถ้าเช่นนั้นถึงแม้ว่ามันจะมีผลด้านลบของ ‘ความริษยาแห่งสวรรค์’ เขาก็ยอมรับมันได้อย่างเต็มที่

         ความกระตือรือร้นที่หลิงเฉินแสดงออกมาทำให้หญิงสาวยิ้มแย้มอย่างน่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม “ใช่แล้ว มันคือเจ้าตัวใหญ่นั่นซึ่งกำลังพิทักษ์สถานที่แห่งนี้ก่อนชั้นนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวใหญ่นั่นหลับใหลเป็นเวลานานหลายปี มันจึงสูญเสียความรู้สึกตัวไปแล้ว และทำให้นายน้อยเดินผ่านมาจนถึงที่นี่ได้อย่างง่ายดาย”

         เจ้าตัวใหญ่ซึ่งพิทักษ์สถานที่แห่งนี้ก่อนชั้นนี้เทาเที่ย!?

         “ธรรมชาติของเจ้าตัวใหญ่นั่นคือความตะกละตะกลามและอารมณ์ร้อน จึงทำให้การพิทักษ์สถานที่แห่งนี้เป็นเวลานานหลายปีสำหรับมันเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง ใครจะรู้ว่ามันอดทนมาเป็นเวลานาน และไม่จากไปไหนจนกระทั่งถึงตอนนี้ ‘ลูกแก้วราศีเมถุน’ ของ ‘จันทร์ต้องสาป’ อยู่บนตัวของมัน ตอนนี้ท่านครอบครอง ‘จันทร์ต้องสาป’ ดังนั้นแล้วมันจะไม่ทำร้ายท่าน ยิ่งไปกว่านั้นมันจะมอบลูกแก้วราศีเมถุนให้กับท่านด้วยตัวของมันเองอย่างไม่มีเงื่อนไข หากมันอารมณ์ดี มันอาจจะมอบของขวัญอย่างอื่นให้ท่านด้วย นายน้อย ท่านอยากจะไปหาเจ้าตัวใหญ่นั่นตอนนี้เลยไหม?”

         “ไปกันเลย!”

         หลิงเฉินไม่ลังเล เขาเดินไปยังทางเดินที่ย้อนไปสู่พื้นที่ชั้นหกในทันที เขาต้องการหักล้างผลด้านลบที่นำมาโดย ‘จันทร์ต้องสาป’ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาต้องการรู้ว่าความสามารถที่ลูกแก้วระดับเทพลึกลับในตำนานครอบครองนั้นจะทรงพลังขนาดไหน

         ชีเยว่ยิ้มน้อยๆ ให้เขาและตามหลังหลิงเฉินไปโดยรักษาระยะห่างจากเขาสองถึงสามก้าว แม้หลิงเฉินจะเดินนำหน้า แต่เขายังคงได้กลิ่นหอมจางๆ ซึ่งมาจากเรือนร่างของชีเยว่ เขายอมรับว่าบรรยากาศแบบนี้ทำให้เขารู้สึกเบิกบานใจ หญิงสาวผู้นี้ที่อยู่ข้างหลังเขา เมื่อใดที่หลงเสน่ห์ของนาง ผู้ชายแทบทุกคนจะไม่สามารถหลบหนีได้ ขณะเดินภาพของเขาที่บีบจับหน้าอกของนางอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาลอบส่ายหัวหลายครั้งหลายครา ทว่ายิ่งเขาต้องการระงับภาพเหล่านี้ มันก็ยิ่งทำไม่ได้ นอกเหนือจากนั้นความรู้สึกเนียนนุ่มอันน่าเหลือเชื่อยังถาโถมเข้ามาในหัวของเขาจนไม่อาจลืมเลือนเพื่อสนุกไปกับความรู้สึกที่สุดยอดนี้ แม้กระทั่งภาพที่หันไปจับหน้าอกของเธอก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเขาหลายครา

         จิตวิญญาณซึ่งแข็งแกร่งอย่างเขา และสามารถคงความสงบเยือกเย็นไว้ได้แม้จะเผชิญกับร่างที่เปลือยเปล่าของสุ่ยรั่วหลายหน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ต่อหน้าหญิงสาวผู้นี้

         นางแม่มด นางแม่มด นางแม่มด!!

         “นายน้อย ท่านกำลังคิดอยู่ใช่ไหมว่าจะสัมผัสหน้าอกของข้าดีหรือเปล่า” ด้านหลังของเขา น้ำเสียงอันอ่อนโยนของชีเยว่ดังขึ้น

         เท้าของหลิงเฉินโซเซไปมา หลังจากนั้นฝีเท้าของเขาก็เร็วขึ้น เขาเดินไปข้างหน้าและไม่แม้แต่จะหันหัวกลับไป สำหรับด้านหลังของเขานั้น เสียงหัวเราะที่มีเสน่ห์และน่าเย้ายวนใจดังขึ้นเรื่อยๆ

         ครั้งนี้หลิงเฉินไม่ตั้งใจซ่อนกลิ่นอายของเขา ทันทีที่เขาเดินออกมาจากทางเดิน ความรู้สึกของอันตรายรุนแรงไร้ที่สิ้นสุดมาจากด้านหน้า และทำให้เขาต้องหยุดฝีเท้าในทันที ร่างกายขนาดมหึมาของเทาเที่ยปรากฏต่อสายตาของเขาอีกหน วินาทีที่เขาเดินเข้ามาที่นี่ เทาเที่ยได้ตื่นขึ้นมาจากการหลับลึก และมาพร้อมกับเสียงคำรามในลำคออย่างไม่หยุดยั้งจนแผ่นดินแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ…

         โห่~

         เสียงคำรามทำให้แก้วหูและร่างกายทุกส่วนของหลิงเฉินรู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก เทาเที่ยลุกขึ้นยืน เมื่อมันยืนขึ้น ร่างของมันก็สูงมากกว่า 50 เมตร เมื่ออยู่เบื้องหน้าร่างกายขนาดมหึมาของมัน หลิงเฉินก็รู้สึกไร้ค่าราวกับหมดตัวหนึ่ง และเป็นตอนนี้เองที่เขาค้นพบว่าแท้จริงแล้วตาของมันไม่ได้อยู่ที่หัว แต่มันอยู่ภายใต้รักแร้ โดยภายใต้รักแร้แต่ละข้าง ดวงตาสีเขียว-ดำซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าร่างของหลิงเฉินลืมขึ้น สายตาอันน่าหวาดผวาจับจ้องมาที่ร่างของเขาหรือจะให้ถูกต้องมากกว่านี้ก็คือ มันจับจ้องมาที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ซึ่งอยู่บนข้อมือของเขา

         “เจ้า…เป็น…ใคร!”

         กลิ่นอายของอันตรายพลันอ่อนลงไปอย่างมาก เทาเที่ยที่ตื่นแล้วไม่ได้ทำการโจมตี แต่มันกลับเผชิญหน้ากับหลิงเฉินและปลดปล่อยเสียงดังสนั่นคล้ายกับมนุษย์

         เสียงของเทาเที่ยเหมือนมาจากอวกาศ การสั่นสะเทือนของมันทำให้เลือดทั้งหมดในร่างของหลิงเฉินเดือดพล่าน ความกดดันจากอสูรระดับเทพลึกลับไม่สามารถดูถูกได้ แม้กระทั่งหลิงเฉินยังรู้สึกเหมือนกำลังหายใจไม่ออกขณะเผชิญหน้ากับอสูรขนาดมหึมาตัวนี้ เขาเชื่อว่าหากเทาเที่ยตัวนี้มุ่งเป้าโจมตีมาที่เขาอย่างรุนแรงพร้อมกับกลิ่นอายของมัน เขาจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยซ้ำ และไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้กับมัน อสูรระดับเทพลึกลับนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผู้เล่นไม่อาจเอาชนะได้อย่างสิ้นเชิงนี่ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล แต่มันคือสิ่งที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว

         หลิงเฉินหายใจเข้าลึกๆ ในจังหวะที่เขากำลังจะตอบ ชีเยว่ซึ่งอยู่ด้านหลังของเขาก็เดินมาอยู่ข้างๆ เขา ก่อนที่นางจะอ้าปากพูด “ไงเจ้ายักษ์ ไม่ได้เจอเจ้านานหลายปี ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยังคงพิทักษ์ที่นี่อยู่ เจ้ารู้ไหมว่าจริงๆ แล้วเจ้าเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย”

         “ข้าอาจจะตะกละตะกลาม โหดเหี้ยมและถูกเรียกว่าอสูรชั่วร้ายที่สุดจากคนทั้งโลก แต่ข้าไม่เคยเนรคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าไม่เคยกลับคำพูดที่ข้าเคยกล่าวไว้เวลา 10,000 ปี สำหรับข้ามันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ข้าไม่คิดว่าเวลา 10,000 ปีได้ผ่านไปแล้ว อีกทั้งคนที่ได้รับการผูกมัดกับ ‘จันทร์ต้องสาป’ ก็ได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว สาวน้อยดูเหมือนว่าโชตชะตาของเจ้าจะดีกว่าที่ข้าคาดไว้นิดหน่อยนะ แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังต้องขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวเจ้าเอง สัญญาของข้าคือการปกป้องคุ้มครอง ‘จันทร์ต้องสาป’ ก่อนที่มันจะหาเจ้าของใหม่พบ ทว่านั่นไม่ได้รวมถึงการปกป้องและช่วยเหลือเจ้า”

         เทาเที่ยยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน ตอนที่เสียงของมันดังออกมา หลิงเฉินก็ไม่เห็นปากอันใหญ่โตของมันขยับแม้แต่น้อย เขาไม่รู้ว่าเสียงนี้มาจากที่ไหน

         “อีกคนที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ได้ผูกมัด…” มัน 10,000 ปีมาแล้วใช่ไหมที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ได้ผูกมัดกับคนผู้หนึ่ง? ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเหมือนกับเราไหมที่สามารถกำราบ ‘จันทร์ต้องสาป’ หรือว่าคนผู้นั้นจะกลายเป็นหุ่นเชิดของมัน

 


ติดตามอัปเดตก่อนใคร ด้วยการกดไลก์แฟนเพจเรื่อง “ความโกรธแค้นของชูร่า [Online]http://bit.ly/2RWznzL

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/1189

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม