0 Views

        “โอ้?” ร่องรอยของความสนใจปรากฏขึ้นในแววตาของหลิงเฉิน

        หยุนเฟิงสงบสติอารมณ์และถอนหายใจออกมาเบาๆ “นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่…เหมือนกับคุณ ผมมีน้องสาวคนหนึ่ง เธออายุน้อยกว่าผมสองปี พวกคุณอาจจะคิดว่าชีวิตของชนชั้นสูงนั้นหรูหราและมั่งคั่ง… ใช่ หลายครั้งที่พวกเราได้รับสิ่งต่างๆ โดยที่พวกคุณทำไม่ได้แม้กระทั่งจะคาดหวัง แต่มีหลายสิ่งเช่นกันที่พวกคุณได้มาอย่างง่ายดายโดยที่พวกเราถูกกำหนดไม่ให้ทำตามหัวใจ…เช่นเรื่องการแต่งงาน เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับอิทธิพลและวังวนแห่งผลประโยชน์มหาศาล โดยพื้นฐานแล้วพวกเราไม่มีอิสรภาพอะไรเลย”

        หลิงเฉิน “…”

        “น้องสาวของผมชื่อ ‘หยุนเมิ่งซิน’ สามปีก่อนลูกชายคนโตของตระกูลการเมืองที่ทรงอำนาจไปเจอเธอเข้า เขาได้สาบานต่อหน้าท่านพ่อและแม่ของเขาว่าจะไม่แต่งงานกับใครอื่นเว้นแต่เธอผู้เดียว ตระกูลของเขามีอำนาจมากมาย หากตระกูลของพวกเราสามารถเชื่อมสัมพันธ์กันได้ ครอบครัวของพวกเราก็จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล ในตอนนั้นเรื่องนี้เป็นที่ตกตะลึงมากสำหรับท่านพ่อและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูล ท่านพ่อสัญญาว่าจะยกเมิ่งซินให้แต่งงานกับเขาเมื่อเธออายุ 21 ปี… ดังนั้นการแต่งงานของเธอจึงถูกตัดสินแบบนี้ โดยไม่มีการถามความคิดเห็นของเธอ… รวมถึงความต้องการของเธอ”

        “น้องสาวของคุณไม่ต้องการ?” หลิงเฉินถาม การแต่งงานจะทำให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินตระกูลหยุนได้รับผลประโยชน์ต่างๆ มากมาย แม้เขาจะรู้สึกแปลกใจว่าอำนาจของตระกูลนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหนกันแน่? หลิงเฉินครุ่นคิดเงียบๆ ถ้าสุ่ยรั่วถูกบังคับให้หมั้นหมายด้วยวิธีการแบบนี้… เมื่อครุ่นคิดเรื่องนี้ สายตาของหลิงเฉินเย็นชาขึ้น เจตนาฆ่าอันรุนแรงสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเขา

        ความหนาวเย็นที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้หยุนเฟิงตัวสั่นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เขาแตะหน้าผากตัวเอง ไม่คิดเรื่องนี้มากเกินไป “มันเป็นมากกว่าความไม่เต็มใจ เธออยากจะตายจริงๆ ตอนนั้นการโต้ตอบของเธอไม่รุนแรงมากนัก แต่หลายปีที่เธอเฝ้ามองชายหนุ่มคนนั้น ที่จริงแล้วหากมองเขาที่ท่าทางภายนอก พื้นเพของตระกูล ความสามารถ และพฤติกรรมที่แสดงออกถือได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ แต่เขากลับชอบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เขาเป็นคนที่เหี้ยมโหด…โดยเฉพาะเรื่องที่เขาเห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น น้องสาวของผมปฏิเสธหัวชนฝากับการที่เธอต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับผู้ชายแบบนั้น เธอต่อสู้สุดใจกับการแต่งงานนี้ แต่ท่านพ่อกับท่านแม่ รวมถึงผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลได้จัดเตรียมเรื่องการแต่งงานไว้แล้ว พวกเขาไม่ยอมรับฟังเธอ… หากการแต่งงานสำเร็จลุล่วง มันจะทำให้ตระกูลของพวกเราได้รับผลประโยชน์มากมายต่อเนื่องหลายปี แต่ถ้าหากการแต่งงานล้มเหลว… มันอาจนำไปสู่การแก้แค้นกันของตระกูลได้เลย เมื่อเกิดผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกันแบบนั้น ทำไมพวกเขาจะต้องใส่ใจกับการคัดค้านของเธอ…ท้ายที่สุดสิ่งที่พวกเขาคิดกับเธอคือการเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่สามารถนำผลประโยชน์มหาศาลมาสู่ตระกูล”

        “มันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณต้องการให้ผมเข้าร่วมกิลด์ในเกม ‘เสินเยว่’ ยังไง? ” หลิงเฉินถาม

        “เกี่ยวข้องสิ มันเกี่ยวข้องกันอย่างมาก” หยุนเฟิงขานตอบอย่างรวดเร็ว “เนื่องจากกิลด์ดังกล่าวก่อตั้งขึ้นโดยน้องสาวของผม มันเป็นความหวังสุดท้ายของเธอในการคัดค้านการแต่งงาน…ถึงแม้ว่าก่อนเจอคุณมันจะมีโอกาสริบหรี่ก็ตาม”

        “คุณกำลังพูดอะไร?”

        “เธอมีนิสัยดื้อรั้นเสมอเพราะว่ายังเด็ก ภายใต้การต่อต้านอย่างรุนแรงของเธอที่เพิ่มขึ้น…หนึ่งเดือนก่อน เธอกับท่านพ่อได้วางเดิมพันกัน มันเป็นการเดิมพันที่เธอไม่มีทางชนะ เงื่อนไขต่างๆ ถูกกำหนดโดยท่านพ่อ เขาตั้งเงื่อนไขไว้ว่าภายในสองปี หากเธอสามารถสั่งสมชื่อเสียงและความสำเร็จจนกลายเป็นคู่แข่งของกลุ่มธุรกิจทางการเงินตระกูลหยุนทั้งตระกูลได้ เขาจะยอมรับว่าเธอมีอิสรภาพและมีอำนาจที่จะตัดสินอนาคตของตัวเอง จะไม่มีใครมาวุ่นวายกับชีวิตของเธออีกต่อไป แต่ถ้าเธอแพ้การเดิมพันครั้งนี้ เธอต้องทำตามสิ่งที่ตระกูลได้จัดเตรียมไว้แต่โดยดีด้วยการแต่งงานกับเขาคนนั้นในอีกสองปี อีกทั้งยังห้ามต่อต้านหรือแสดงความไม่พอใจใดๆ ”

        “กว่ากลุ่มธุรกิจทางการเงินตระกูลหยุนจะเติบโตจนมีสภาพดังปัจจุบันใช้เวลาไม่น้อยกว่า 100 ปี เมื่อนึกถึงเรื่องที่พ่อของคุณต้องการให้เธอไปถึงจุดสูงสุดระดับนั้นภายในสองปี ใครจะรู้ว่ายังมีการเดิมพันที่ไร้ยางอายเช่นนี้อยู่บนโลก” หลิงเฉินหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม

        “จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่นั้น ทุกคนในตระกูล…รวมถึงผมและเหล่าเครือญาติทางการเมืองและการเงินทุกคนถูกห้ามไม่ให้ช่วยเหลือเธอทั้งด้านการเงินหรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว เหตุผลที่ท่านพ่อทำเช่นนี้ แท้จริงแล้วเพื่อให้เธอหมดสิ้นความหวังทั้งหมด แต่เธอผู้แสนดื้อรั้น…ยังคงเห็นด้วยกับเงื่อนไขนี้ ตระกูลตัดแหล่งรายได้ทุกทางของเธอ การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของเธอซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นทางเลือกเดียวของเธอคือการบุกเบิกโลก ‘เสินเยว่’” เมื่อกล่าวจบ สีหน้าของหยุนเฟิงเผยความรู้สึกเจ็บปวด เขาไม่เคยลืมความเข้มแข็ง ความดื้อรั้นที่น้องสาวสุดที่รักของเขาแสดงออกมาอยู่เสมอว่าเป็นอย่างไร และลึกลงไปมันยังซ่อนความรู้สึกของการพ่ายแพ้และสิ้นหวังไว้ด้วย

        “คุณต้องการให้ผมช่วยเธอใช่ไหม?” ณ จุดนี้ หลิงเฉินเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้วว่าทำไมหยุนเฟิงถึงมาหาเขา

        “ใช่แล้ว” หยุดเฟิงพยักหน้า

        “การทำให้เธอมีชื่อเสียงและความสำเร็จเทียบเท่ากลุ่มธุรกิจการเงินตระกูลหยุนได้ภายในสองปี คุณคิดว่าแค่ผมคนเดียวจะทำมันสำเร็จได้เหรอ?” หลิงเฉินถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

        “ผมเชื่อว่าคุณทำได้… หากมีคนเดียวในโลกที่สามารถทำมันได้ ผมเชื่อว่าเขาคนนั้นคือคุณ” หยุนเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

        “คุณเชื่อมั่นในตัวผมมากเกินไป? คุณรู้จักผมมากแค่ไหน? เพียงเพราะคุณเห็นการต่อสู้ของผมกับอีฟเมื่อสามปีก่อน?”

        “ผมเชื่อสายตาและความสามารถเฉพาะตัวของตัวเองในการตัดสินคน พูดตรงๆ เลยการที่คุณเข้าร่วมกิลด์ของเธอ มันยังทำให้ผมมีแรงผลักดัน…ผมอยากเห็นตัวละครที่คุณเล่นอีกสักครั้ง ช่วยทำให้ทุกคนได้รู้ว่าประเทศจีนของเรามีผู้เล่นระดับพระเจ้าซึ่งทัดเทียมอีฟ และทำให้ผู้เล่นซีกโลกตะวันตกไม่อาจดูถูกพวกเราได้อีกต่อไป… สามปีผ่านมาความฝันเรื่องนี้ของผมยังไม่เคยเลือนหาย” เมื่อหยุนเฟิงพูดถึงประโยคสุดท้าย แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเปลวไฟเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น

        แม้สุ่ยรั่วจะอยู่ในห้องถัดไป แต่เหลือเชื่อหลิงเฉินกลับได้ยินเสียงหายใจที่เบาลงของเธอ เขารู้ว่าสุ่ยรั่วที่หลับอยู่ตื่นแล้ว เขากล่าว “ผมเข้าใจแล้ว ตอนนี้ผมขอไปดูสุ่ยรั่วก่อน ผมจะเข้าร่วมกิลด์ของเธอ และช่วยเหลือเธอตามที่คุณต้องการ”

        “โอเค!!” หยุนเฟิงพยักหน้า เขาตื่นเต้นมากจนฝ่ามือทั้งสองข้างชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋านำกล่องโลหะขนาดเล็กที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนาออกมาแล้ววางลงตรงหน้าหลิงเฉิน “ข้างในเป็นยา 13223 รหัสปลดล็อคคือ 08177180 ผมขอสาบานด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของผมว่ามันไม่ใช่ของปลอมแน่นอน”

        หลิงเฉินถือกล่องโลหะขนาดเล็กไว้ในมือ หยุนเฟิงเห็นมือของหลิงเฉินสั่นด้วยความตื่นเต้นชัดเจน หลิงเฉินถือมันด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเหมือนว่ามันเป็นเศษแก้วที่เปราะบางซึ่งจะแตกเมื่อสัมผัส

        หลิงเฉินเห็นน้องสาวของเขาสำคัญกว่าตัวเองจริงๆ แม้เธอจะติดเชื้อที่ไม่มีหนทางรักษาและพ่อแม่ของเธอก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอยังคงมีความสุข หยุนเฟิงครุ่นคิดเงียบๆ

        หลิงเฉินเงยหน้าขึ้นและมองไปที่หยุนเฟิง ความเย็นชาในแววตาของเขาหายไปแล้ว เขาถามขึ้นว่า “คุณมอบยาให้ผมแล้ว คุณไม่กลัวผมกลับคำสัญญาหรือ? คุณไม่กลัวว่าผมจะเป็นคนเลวซึ่งจะตอบแทนความเมตตาของคุณด้วยความชั่วร้ายหรือไง?”

        หยุนเฟิงยิ้ม “ผู้เล่นระดับสุดยอด ผู้เล่นที่สามารถสู้ได้แม้กระทั่งอีฟ คนที่คอยดูแลน้องสาวผู้ติดเชื้ออีสร็อคโดยไม่ทิ้งเธอไปไหน เขาจะฉีกสัญญาเหรอครับ? ไม่สำนึกในชีวิตอันต้อยต่ำหรือ? ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ เชื่อในสายตาและหัวใจของผมเอง”

        หลิงเฉินยืนขึ้นยื่นมือไปทางหยุนเฟิง ให้สัญญาอย่างเด็ดขาดกับเขา “คุณจะไม่เสียใจกับคำพูดที่คุณได้กล่าวในวันนี้”

        หยุนเฟิงยื่นมือของเขาไปจับมือหลิงเฉิน เมื่อบรรลุคำสัญญา เขารู้สึกตื่นเต้นสุดๆ “ผมก็เชื่อเหมือนกันว่าจะไม่เสียใจกับการตัดสินในวันนี้”

        “แต่ผมมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกสองข้อ” หลิงเฉินกล่าว

        “ฮ่ะ?”

        ท่าทางของหลิงเฉินเปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง “เงื่อนไขแรก แม้ผมจะเข้าร่วมกิลด์ของเธอ แต่ผมขอไม่พบเธอในชีวิตจริงและผมจะไม่ใช้ใบหน้าที่แท้จริงพบกับคนอื่นด้วย คุณห้ามเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมให้คนอื่นฟัง ผมไม่ต้องการให้ความสงบสุขของผมกับเธอต้องถูกรบกวน”

        “ไม่มีปัญหา” หยุนเฟิงตบอกแล้วกล่าว ก่อนมาที่นี่เขาคิดแล้วว่าหลิงเฉินต้องมีข้อเรียกร้องเช่นนี้ เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของหลิงเฉิน หากเขาเข้าสู่โลกเกม ‘เสินเยว่’ ชื่อของเขาจะต้องแผ่กระจายไปทั่วโลกแห่งนั้นภายในเวลาอันสั้น ถ้าเขาไม่ซ่อนตัวตนที่แท้จริง ชีวิตของเขาต้องไม่สงบสุขเป็นแน่ บางทีเขาอาจทำเป็นไม่สนใจมันก็ได้ แต่ด้วยความเป็นห่วงที่เขามีต่อสุ่ยรั่ว เขาจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

        “เงื่อนไขที่สอง ผมและสุ่ยรั่วจะเข้าร่วมกิลด์เดียวกัน” หลิงเฉินกล่าวต่อไป

        “เรื่องนี้…เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เป็นปัญหาแม้แต่น้อย” หยุนเฟิงพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความผ่อนคลาย เงื่อนไขทั้งสองข้อที่หลิงเฉินเรียกร้องมันไม่แม้แต่จะถือเป็นเงื่อนไข การมีคนเพิ่มเข้ามาในกิลด์อีกคนเขายิ่งมีความสุข “นำเส้นผมของคุณกับสุ่ยรั่วมาให้ผมบ่ายนี้ด้วย ผมจะไปเอาอุปกรณ์เล่นเกมมาให้พวกคุณด้วยตัวเอง เอ่อ ใช่แล้ว คุณอยากได้อุปกรณ์เล่นเกมเป็นกำไลหรือสร้อยคอล่ะ?”

        อุปกรณ์เล่นเกม ‘เสินเยว่’ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ สร้อยคอและกำไล คุณสามารถสวมใส่มันรอบคอหรือข้อมือได้โดยตรง มันเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ซับซ้อน การเล่นเกมไม่ต้องการการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือการควบคุมที่ซับซ้อนใดๆ เมื่อจะเล่นเกมสิ่งที่คุณต้องทำทั้งหมดก็แค่นอนราบและหลับตา แล้วพูดคำสั่งเพื่อเข้าสู่เกม ยิ่งกว่านั้นอุปกรณ์เล่นเกมนี้ไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟใหม่ แม้คุณจะเล่นเกมตลอดเวลาโดยไม่หยุดพัก การชาร์จไฟภายในมากเกินพอให้มีอายุการใช้งาน 50 ปี หรือมากกว่านั้น

        “กำไล” หลิงเฉินตอบ

        “ได้เลย!” หยุนเฟิงดีดนิ้วของเขา ตอนแรกเขามาที่นี่ด้วยความกังวล แต่การดำเนินการของเขาประสบผลสำเร็จมากกว่าที่คาดไว้ ไม่ใช่แค่หลิงเฉินยอมรับข้อตกลงแต่เขายังให้สัญญาด้วย…ยอมรับและให้สัญญา ทั้งสองอย่างถือเป็นเรื่องที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกสิ่งเกิดจากความรักที่หลิงเฉินมีต่อสุ่ยรั่วซึ่งอยู่เหนือเหตุผลใดๆ และแน่นอนว่ายังเกิดจากความไว้วางใจที่ไม่มีเงื่อนไขซึ่งเขาแสดงต่อหลิงเฉินอีกด้วย

        “เอ่อ ผมขอเบอร์โทรของคุณได้ไหม?”

        “…ผมไม่มีโทรศัพท์”

        “โอ๊ะ! โอเค ถ้าอย่างนั้นบ่ายนี้ผมจะเอาโทรศัพท์สองเครื่องมาให้คุณ ไม่ต้องกังวล มันเป็นโทรศัพท์ที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่ำมากๆ”

        เมื่อได้ตัวอย่างดีเอ็นเอจากหลิงเฉินแล้ว หยุนเฟิงมองดูเวลาก่อนยืนขึ้น “ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมขอไปเตรียมตัวก่อน ผมเชื่อว่าคุณสามารถช่วยน้องสาวผมได้และคุณจะทำให้คนทั้งโลกแสดงท่าทีเปลี่ยนไปเพราะว่าพวกเราคือคนของประเทศจีน”

        หลิงเฉินยิ้ม “ไปทำสิ่งที่คุณต้องการได้เลย”

        หลิงเฉินเดินไปส่งหยุนเฟิงนอกบ้าน ตั้งแต่ต้นจนจบเขาถือกล่องโลหะบรรจุยา 13223 ไว้อย่างระมัดระวังตลอดเวลา เขากลัวว่าจังหวะที่มันหลุดจากมือมันจะหายไป เมื่อเห็นหยุนเฟิงเดินออกจากประตูบ้านไปแล้ว จังหวะที่เขากำลังจะเดินกลับเข้ามาในบ้าน ทันใดนั้นหยุนเฟิงหันกลับมาพูดประโยคหนึ่งช้าๆ “เฮ้อ น้องสาวที่มีพี่ชายช่างมีความสุขเหลือเกิน”

        หลิงเฉิน “…”

 


ติดตามอัปเดตก่อนใคร ด้วยการกดไลก์แฟนเพจเรื่อง “ความโกรธแค้นของชูร่า [Online]http://bit.ly/2RWznzL

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/1189

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม