0 Views

        -30

        หลิงเฉินสูญเสียพลังชีวิตไปเล็กน้อยจากการถูกเหวี่ยงลงพื้น เมื่อถึงพื้นเขาม้วนตัวเพื่อรักษาสมดุลและกำดาบแห่งจิตไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง ดาบเล่มนี้โจมตีเข้าที่หัวของคางคกยักษ์สร้างความเสียหาย 34 หน่วย อย่างไรก็ตาม ส่วนหัวของคางคกยักษ์มีพลังป้องกันต่ำกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายเพียงเล็กน้อย จึงทำให้พลังโจมตีพื้นฐาน 118 หน่วยของหลิงเฉิน สร้างความเสียหายให้กับมันได้เพียงแค่ 34 หน่วยเท่านั้น พลังโจมตีของเขาถูกลดพลังลงไปเกือบหนึ่งในสี่ ทว่าตราบใดที่เขาสามารถโจมตีทะลุพลังป้องกันของมันได้ เขาก็ยังมีความหวัง!!

        ฉะนั้นแล้วโอกาสเดียวที่เขาจะเอาชนะคางคกยักษ์ได้ก็คือทุกครั้งที่มันแลบลิ้นออกมา หลังจากที่หลบท่าโจมตีนี้แล้ว เขาจะต้องขึ้นไปเหยียบบนลิ้นของมันในทันที จากนั้นก็ปล่อยให้คางคกยักษ์ม้วนลิ้นและนำตัวเขาไปที่หัวของมันแล้วโจมตี…

        นี่คือความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้เล่นธรรมดาที่จะทำสำเร็จ การหลบท่าโจมตี ‘ชิวหาทะลวง’ ก็นับเป็นสิ่งที่ยากเหลือเชื่อแล้ว สำหรับการกระโดดขึ้นไปบนลิ้นของคางคกยักษ์ในทันทีทันใดหลังจากหลบหลีก และกระโดดขึ้นไปบนหัวของมันก่อนที่ลิ้นทั้งหมดจะถูกม้วนเข้าไปในปาก ในระหว่างนี้ หากมีแม้สักขั้นตอนเดียวที่ผิดพลาดเขาก็จะถูกกลืนเข้าไปในปากของคางคกยักษ์หรือไม่ก็ร่วงลงสู่พื้นด้านล่างและถูกคางคกยักษ์กระทืบในทันที

        ยุทธวิธีในการต่อสู้เช่นนี้แน่นอนว่าผู้เล่นธรรมดาทั่วไปไม่สามารถแม้แต่จะนึกฝันว่าทำสำเร็จ มันเป็นแผนการเดียวที่ทำให้หลิงเฉินมีโอกาสได้รับชัยชนะ

        ฟรึ่บบบบ!!

        ‘ชิวหาทะลวง’ อันน่าหวาดกลัวพุ่งออกมาราวกับลูกธนู ดวงตาของหลิงเฉินหรี่ลงเหลือเพียงร่องเล็กๆ ทำให้ ‘ชิวหาทะลวง’ ที่พุ่งเข้ามาหาเขา ทันใดนั้นก็เริ่มเคลื่อนที่ช้าลงอย่างมากในสายตาของเขา รวมทั้งวิถีการเคลื่อนที่ของมันที่เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน…

        หลิงเฉินกระโดดไปทางด้านข้าง ทำให้ลิ้นของคางคกยักษ์พลาดโดนพื้นด้านหน้าห่างจากปลายเท้าของเขาไปเพียงแค่ปลายเส้นผม ในวินาทีนั้น ‘ชิวหาทะลวง’ หยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างของหลิงเฉินที่เพิ่งถึงพื้นรีบกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและขึ้นไปอยู่บนลิ้นของคางคกยักษ์ได้สำเร็จ เขาควบคุมการทรงตัวให้มั่นคง จากนั้นจึงพุ่งไปที่หัวของคางคกยักษ์ในขณะที่มันกำลังม้วนลิ้นกลับ

        ในตอนที่เขาอยู่ห่างจากปากอันน่าสยดสยองของคางคกยักษ์เพียงแค่หนึ่งก้าว เขาพลันกระโดดขึ้นด้านบนและขึ้นไปอยู่เหนือปากของคางคกยักษ์อย่างแม่นยำ แต่เขาไม่ได้โจมตีคางคกยักษ์ในทันทีเหมือนครั้งที่แล้ว ในทางกลับกันเขาเคลื่อนที่ต่อไปข้างหน้าและกระโดดขึ้นไปอยู่ระหว่างตาทั้งสองข้างของมัน ก่อนยกดาบแห่งจิตขึ้นโจมตีด้วยสกิล “จู่โจมเต็มกำลัง” ฟาดฟันลงไปด้านล่าง

        -50, -51, MISS…

        เขายืนอยู่ตรงตำแหน่งระหว่างตาทั้งสองข้างของคางคกยักษ์โดยมีสิ่งกีดขวางเป็นตาข้างซ้ายและข้างขวา จากนั้นเขาโจมตีอย่างรวดเร็ว 3 ครั้ง ก่อนจะถูกคางคกยักษ์เหวี่ยงกระเด็นออกมา

        เมื่อลงถึงพื้นเขาเสียพลังชีวิตไปอีกเล็กน้อย จากนั้นเขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมด้วยมุมปากที่ก่อเป็นรอยยิ้มอันเย็นเยียบ ฉันจะค่อยๆ ส่งแกไปลงนรกด้วยวิธีการเช่นนี้แหละ!!

        ร่างกายของฉัน จิตวิญญาณของฉัน เจตจำนงของฉัน ต้องคงอยู่ต่อไป!!

        ฉันจะตายไม่ได้!!

        อ๊บๆๆ!!!

        แม้ว่าความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีทั้งสองครั้งของหลิงเฉินจะไม่สามารถสร้างแม้แต่เป็นรอยขีดข่วน แต่มันก็ยังทำให้คางคกยักษ์เดือดดาล ดวงตาสีเขียวขนาดใหญ่เปล่งประกายแสงสีม่วงมากขึ้นๆ ร่างกายของมันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่เท้าหลังขนาดใหญ่ทั้งสองข้างจะเตะลงบนพื้นอย่างฉับพลัน…

        ในจังหวะนั้น หลิงเฉินเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อหลบหลีกโดยอัตโนมัติ แต่ในชั่วครู่ต่อมาก็พบว่าเงาของมันไม่ได้ตกลงมาทางเขา คางคกยักษ์กระโดดขึ้นสูงจากจุดเดิมและลงสู่พื้นในจุดนั้นอย่างแรง

        หลิงเฉิน: “!!!”

        สายตาของหลิงเฉินจับจ้องไปที่ร่างของคางคกยักษ์อย่างไม่วางตา หนึ่งในสกิลที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของมันแวบขึ้นมาในความคิดของเขา “พายุศิลา”

        ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของคางคกยักษ์กำลังจะถึงพื้น หลิงเฉินกระโดดขึ้นสูง

        ตูมมมม!!

        เสียงดังตูมพร้อมกับพื้นที่ทั้งหมดที่เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เศษก้อนหินและฝุ่นละอองที่อยู่ตามผนังร่วงหล่นลงมาด้านล่าง เมื่อหลิงเฉินลงถึงพื้น พื้นดินยังคงสั่นสะเทือนจนทำให้เขาไม่สามารถยืนทรงตัวได้ หากเขากระโดดขึ้นไม่ทัน การโจมตีในครั้งนี้ก็เพียงพอให้เขาเสียการทรงตัวและหกล้มหรือแม้กระทั่งมึนงง เขาพยายามอย่างที่สุดเพื่อทรงตัว และใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดถอยหนีไปข้างหลัง

        อ๊บบบ!!

        แสงสีเหลืองเข้มเริ่มกระพริบบนร่างของคางคกยักษ์ ภายใต้การสั่นสะเทือนอย่างไม่หยุดหย่อนของพื้นดิน เศษหินจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนจากจุดใดไม่ทราบ ร่วงลงมาจากด้านบนกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นฉากของห่าก้อนหินอันหนาแน่น

        ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม…

        เศษก้อนหินแห่งภัยพิบัติถล่มลงมากระแทกพื้นอย่างน่ากลัว พวกมันทับร่างของหลิงเฉินจนมิด หลิงเฉินยังไม่ยกหัวขึ้น เพราะว่าเวลาที่เขายกหัวมากพอที่จะทำให้เขาถูกหินสองสามก้อนกระแทกใส่ เขาหลับตาลงและฟังทุกเสียงของสายลมที่เข้ามาใกล้ตัว จากนั้นเขาจึงเริ่มเคลื่อนตัวไปตามเสียงของสายลม บิดตัวด้วยมุมและตำแหน่งที่ฝืนต่อสรีระร่างกายของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง สูง-ต่ำ ซ้าย-ขวา ร่างกายทั้งหมดของเขากลายเป็นวงแหวนของภาพติดตาที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน…

        ไม่มีใครมองเห็นเขาได้ชัดเจน ในระยะเวลาสองวินาทีนี้ หลิงเฉินเคลื่อนย้ายตำแหน่งใกล้ไกลอย่างต่อเนื่องถึง 8 ครั้ง ด้วยวิธีการเช่นนี้ เขาพุ่งออกมาตามช่องว่างของก้อนหินที่ตกลงมาอย่างหนาแน่นโดยแนบร่างติดกับกำแพงด้านข้าง ระยะโจมตีของสกิล ‘พายุศิลา’ ครอบคลุมพื้นที่ 20 เมตร รอบตัวคางคกยักษ์ เขาหลบหนีได้สำเร็จ ขณะนี้ร่างกายอันตรึงเครียดของเขาเริ่มผ่อนคลาย หากว่าเขาไม่ได้พิงกำแพง เขาคงล้มลงไปบนพื้นแล้วเป็นแน่

        คางคกยักษ์มีพลังชีวิตทั้งสิ้น 80,000 หน่วย จนถึงตอนนี้เขาสร้างความเสียหายทั้งหมดยังไม่ถึง 150 หน่วย และในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เขาได้เผชิญกับช่วงเวลาที่อันตรายมากมายหลายหนและหลายครั้งที่มีเพียงแค่เส้นบางๆ กั้นเขาไว้จากความตาย

        ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยคิดยอมแพ้ ในพจนานุกรมของเขาไม่มีคำว่า “ยอมแพ้”

        หลังจากสกิล ‘พายุศิลา’ ถูกใช้งาน คางคกยักษ์จะเข้าสู่สถานะหยุดนิ่งเป็นเวลา 3 วินาที แต่สถานะหยุดนิ่งนี้ไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับหลิงเฉิน ถึงแม้ว่ามันจะนานกว่านี้อีก 10 เท่า เพราะว่าเขาไม่สามารถโจมตีทะลวงพลังป้องกันของมัน ฉะนั้นแล้วช่วงเวลาสั้นๆ นี้ แค่พอให้เขาใช้จัดเรียงความคิด รวมทั้งช่วยให้เส้นประสาทและสมองที่ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาได้ผ่อนคลายชั่วขณะหนึ่ง

        อ๊บ!!

        คางคกยักษ์ที่ฟื้นตัวจากสถานะหยุดนิ่งได้ใช้สกิล ‘กระโจน’ โจมตีเข้าใส่ตรงตำแหน่งของหลิงเฉิน พร้อมกับเสียงชนเข้ากับกำแพงที่หลิงเฉินพิงอยู่อย่างรุนแรง หลิงเฉินกระโดดระยะไกลสองครั้งต่อเนื่องกัน หลบหลีกอุ้งเท้าของคางคกยักษ์และการสั่นสะเทือนของพื้นดิน จากนั้นเขาเคลื่อนที่กลับไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งออกห่างคางคกยักษ์เป็นระยะทาง 10 เมตรพอดี เนื่องจากเขาได้คาดการณ์เอาไว้คร่าวๆ แล้วว่าในระยะห่างเท่านี้ คางคกยักษ์น่าจะโจมตีด้วยท่า ‘ชิวหาทะลวง’ อย่างไม่ลังเล

        ฟรึ่บบบบ!!

        เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ สกิล ‘ชิวหาทะลวง’ ของคางคกยักษ์หอบเอากระแสลมอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่เขา หลิงเฉินที่เตรียมตัวรออยู่แล้ว หลบหลีกและกระโดดขึ้นไปเหยียบบนลิ้นขนาดใหญ่ของมันอีกหน จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนหัวของมันพร้อมกับเสียงของกระแสลมที่ถูกพัดมาโดยลิ้นของคางคกยักษ์ และโจมตีด้วยสกิล ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ 3 ครั้ง “ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ”

        MISS, MISS, -177!

        การโจมตีพลาดเป้าสองครั้ง สำหรับครั้งที่สามนั้น ปรากฏเป็นค่าความเสียหายสีน้ำเงินที่แสบตา มันเป็นการโจมตีติดเจาะเกราะซึ่งสร้างความเสียหายโดยรวมมากกว่าการโจมตีก่อนหน้านี้ของเขา

        ภายใต้พลังป้องกันที่สูงของคางคกยักษ์ ค่าความเสียหายจากการโจมตีที่ติดเจาะเกราะมากกว่าการโจมตีที่ติดคริติคอล

        -23!

        หลังจากการโจมตีทั้งสามครั้ง หลิงเฉินก็ถูกเหวี่ยงตกลงมาอย่างแรง เขาแผละตัวเองออกห่างคางคกยักษ์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ดื่มยาแดงเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตให้เต็ม เขาย่นหน้าผาก ก่อนวิ่งออกห่างคางคกยักษ์ประมาณ 10 เมตร เพื่อรอการโจมตีจากสกิล ‘ชิวหาทะลวง’ ที่จะมาถึงในครั้งถัดไป

        โครม!

        โครม!

        โครม!

        ‘กระโจน!’ ‘กระโจน!’ ‘กระโจน!’ ‘โยนศิลา!’ ‘กระโจน!’ ‘กระโจน!’ ‘พายุศิลา’…

        ร่างของหลิงเฉินเคลื่อนที่ไปมาระหว่างท่าโจมตีมากมายเหล่านี้ซึ่งสามารถสังหารเขาได้ในฉับพลันอย่างง่ายดาย เขาเคลื่อนที่วนเวียนไปมาพร้อมกับเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้จิตใจของเขาไม่เคยย่อท้อเลย ศักดิ์ศรีและความตั้งใจไม่ยอมให้เขาล้มลงที่นี่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเริ่มสั่นไหวก็คือคางคกยักษ์ตัวนี้ดูเหมือนว่ามันจะฉลาดขึ้น ตลอดเวลาสองนาทีที่ผ่านมา มันไม่ได้ใช้ท่า ‘ชิวหาทะลวง’ จู่โจมเขาแม้แต่ครั้งเดียว!

        บอสระดับนางฟ้าส่วนมากจะมีความฉลาดอยู่ในระดับหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าคางคกยักษ์ตัวนี้รู้แล้วว่าเขามีโอกาสทำให้มันบาดเจ็บได้แค่ในเวลาที่มันโจมตีด้วยท่า ‘ชิวหาทะลวง’?

        ถ้าหากว่าเป็นเช่นนี้ จากนี้ไปเขาก็ไม่มีความหวังแล้วจริงๆ

        ฟรึ่บบบบ!!

        ในขณะที่เขากำลังกังวลใจ ‘ชิวหาทะลวง’ ก็พุ่งเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว

        การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้สามารถทำให้ผู้เล่นทั่วไปหมดสิ้นความหวัง แต่มันกลับทำให้หลิงเฉินรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากจนเกือบสะดุดล้มไปกับพื้นในขณะที่กำลังวิ่ง ‘ชิวหาทะลวง’ ไม่ได้เป็นแค่ท่าโจมตีธรรมดาๆ การโจมตีด้วยท่านี้ยังบอกให้รู้ว่าสมองของคางคกยักษ์ตัวนี้ยังเด็ก มันยังคงใช้การโจมตีในรูปแบบเดิมๆ หลิงเฉินหลบการโจมตีได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนกระโดดและพุ่งขึ้นไปบนหัวของมันอีกครั้ง

        -50, MISS, MISS…

        ท่าโจมตีที่คางคกยักษ์ใช้บ่อยที่สุดคือ ‘กระโจน’ ท่าถัดมาคือ ‘ชิวหาทะลวง’ แต่ด้วยความฉลาดที่มีข้อจำกัดของมันทำให้การโจมตีด้วยท่า ‘ชิวหาทะลวง’ ถูกใช้ออกมาในอัตราที่ลดลง บางครั้งใช้งาน 2-3 ครั้ง ภายในระยะหนึ่งนาที บางครั้งก็ไม่ได้ใช้ออกมาสักครั้งแม้ว่าจะผ่านไปหลายนาที ความสนใจทั้งหมดของหลิงเฉินมุ่งไปที่ร่างของคางคกยักษ์ ในช่วงเวลาที่แสนมีค่าแต่ละครั้ง เขาจะคว้ามันไว้ไม่ให้หลุดมือ จากนั้นก็โจมตีที่หัวของมัน 3 ครั้ง อย่างไร้ความปราณี…

        -50, -50, MISS…

        MISS, MISS, -49…

        -102, MISS, -52…

        ……

        ……

        ครั้งที่ 1, ครั้งที่ 2, ครั้งที่ 3… ครั้งที่ 10, ครั้งที่ 20…

        หลิงเฉินหลบหลีกการโจมตีด้วยท่า ‘กระโจน’ ของคางคกยักษ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งหมด ส่วนการโจมตีด้วยท่า ‘โยนศิลา’ กับเศษหินที่หล่นลงมาก็ไม่เคยโดนตัวของเขาแม้แต่ครั้งเดียว ความถี่ในการใช้งานสกิลโจมตีที่มีวงกว้างอย่าง ‘พายุศิลา’ นั้นต่ำมาก โดยเฉลี่ยแล้วหนึ่งครั้งในทุกๆ 10 นาที และทุกครั้งที่มันใช้ท่าโจมตีนี้ก็เกือบทำให้หลิงเฉินก้าวเข้าสู่เขตแดนแห่งความตาย แต่ก็ยังไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เขาตายจริงๆ…

        ในช่วงเริ่มต้นนั้นคางคกยักษ์โจมตีด้วยท่า ‘ชิวหาทะลวง’ หลายครั้งในระยะเวลาหนึ่งนาที แต่ในตอนนี้มันโจมตีด้วยท่านี้เพียงแค่ 3 ครั้ง ในระยะเวลาโดยเฉลี่ย 2 นาที

        ทุกครั้งหลิงเฉินจะคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ มันน่าอัศจรรย์หรืออาจจะกล่าวได้ว่าน่ากลัวโดยไร้ซึ่งข้อผิดพลาดหรือการพลั้งเผลอใดๆ ในขณะเดียวกันนี้ ทุกๆ การโจมตี 3 ครั้ง มันจะสร้างค่าความเสียหายโดยเฉลี่ย 100 แต้ม

        ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้พลังชีวิตของคางคกยักษ์ค่อยๆ ลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ ครึ่งชั่วโมงผ่านไป มันสูญเสียพลังชีวิตไป 4,000 หน่วย และหลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง พลังชีวิตของมันก็ลดลงเหลือ 72,000 หน่วย

        สำหรับหลิงเฉินนั้น นอกจากพลังชีวิตที่เขาสูญเสียไปจากการโดนเหวี่ยง นับตั้งแต่เริ่มต้นต่อสู้มาจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยโดยการโจมตีของคางคกยักษ์แม้แต่ครั้งเดียว

        ในเวลาหนึ่งชั่วโมง เขาลดพลังชีวิตของคางคกยักษ์ไปได้ 8,000 หน่วย…

        ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ… 10 ชั่วโมง… เขาต้องยืนหยัดอีกแค่ 9 ชั่วโมง…

        บางทีเขาอาจจะสังหารมันได้จริงๆ!!

        อีกครั้งที่เขาหลบหลีกอันตรายจากห่าก้อนหินที่ร่วงลงมาได้ พร้อมกับเหงื่อที่ผุดออกมาเป็นเม็ดๆ เขาหมอบครึ่งตัวกับพื้นดินแล้วอาศัยจังหวะที่คางคกยักษ์ติดสถานะหยุดนิ่งชั่วคราวสูดหายใจเข้าลึกๆ

        หนึ่งชั่วโมงแล้วที่จิตใจของเขาอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียดอย่างมาก ความอ่อนล้าทางด้านจิตใจของเขานั้นเกินกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่ที่เขาทนได้จนถึงตอนนี้ สำหรับผู้เล่นทั่วไปแล้วมันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ หากเป็นผู้เล่นธรรมดาซึ่งอยู่ภายใต้สภาวะจิตใจที่ตึงเครียดเช่นนี้ พวกเขาคงทนได้ไม่เกิน 10 นาที ก่อนที่จะรู้สึกสับสน ร่างกายทั้งหมดอ่อนแอลง จากนั้นก็ล้มฟุบกับพื้นและหลับไป

        จิตใจของหลิงเฉินเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่งจนเขาอยากจะงีบหลับยาวๆ แต่หากเขาต้องการเอาชนะคางคกยักษ์จริงๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีเหตุการณ์หรือความผันแปรใดๆ เกิดขึ้น เขายังคงต้องอดทนอีกกว่า 9 ชั่วโมง เวลาเก้าชั่วโมงนี้ หากความตั้งใจของเขาหย่อนลงแม้แต่เพียงวินาทีเดียวเขาก็จะตาย…

        9 ชั่วโมง

        เราจะทนได้จริงๆ เหรอ หลิงเฉินก้มหัวลงต่ำ มองดูฝ่ามือของเขาที่กำแน่นอย่างช้าๆ ด้วยความเงียบสงบ

        รั่วรั่ว… มอบพลังและความเชื่อให้พี่ด้วย!!

        การต่อสู้ดิ้นรนอย่างต่อเนื่องกับเธอตรงเส้นเขตแดนแห่งความตาย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ทำให้เขาเอาชนะเทพเจ้าแห่งความตาย ความเหนื่อยล้าทางด้านจิตใจเล็กน้อยเช่นนี้ช่างไร้ความหมายสำหรับเขา!!

 


ติดตามอัปเดตก่อนใคร ด้วยการกดไลก์แฟนเพจเรื่อง “ความโกรธแค้นของชูร่า [Online]http://bit.ly/2RWznzL

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/1189

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม