0 Views

        วันต่อมา หลังอาหารเช้า

        หลิ่วเทียนฉีนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ในมือกำศิลาทิพย์ก้อนหนึ่งเอาไว้ ดูดกลืนปราณทิพย์ที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย พลางทอดถอนใจกับความมหัศจรรย์ของแผ่นดินแห่งการฝึกตนแห่งนี้ ช่างเป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ เชียว!

       พริบตาเดียว หลิ่วเทียนฉีก็ดูดกลืนศิลาทิพย์ไปสามก้อน เขารู้สึกว่าบาดแผลบนร่างกายดีขึ้นมาก สัมผัสได้ถึงพลังทิพย์อันอ่อนโยนสายหนึ่งคอยบำรุงและชำระล้างร่างกายไม่หยุด ทำให้รู้สึกสบายเป็นเท่าตัว พลางรับรู้ได้ว่า ความรู้สึกเช่นนี้ไม่อาจสัมผัสได้ในยามปัจจุบัน ต่อให้เป็นเศรษฐีร้อยล้านก็ตาม

       เพราะรู้อยู่แล้วว่าพรสวรรค์ของเจ้าของร่างเดิมแย่มาก มีพลังเพียงระดับฝึกปราณขั้นสาม หลิ่วเทียนฉีจึงไม่กล้าดูดกลืนปราณทิพย์มากเกินไป กลัวทำร่างใหม่ของตนระเบิด ดังนั้น หลังเขาดูดกลืนศิลาทิพย์ทั้งสามก้อนเสร็จจึงลืมตาทั้งสองข้างขึ้นอย่างช้าๆ

        “ลุงถง!” หลิ่วเทียนฉีเอ่ยปากเรียกเบาๆ คำหนึ่งไปทางนอกประตู

        “นายน้อยเจ็ด ท่านเรียกข้าหรือขอรับ!” ชายชราอายุห้าสิบกว่าปีคนหนึ่งผลักประตูเปิดแล้วเดินเข้ามา อีกฝ่ายชื่อว่าหลิ่วถง เป็นพ่อบ้านในเรือนของหลิ่วเทียนฉีกับบิดา

        “ลุงถง ท่านพ่อเก็บตัวฝึกฝนมาสามเดือนแล้ว ท่านยังไม่ออกมาอีกหรือ?”

        “ใช่แล้วขอรับ นายน้อยเจ็ดไม่ต้องเป็นห่วงไป นอกประตูห้องฝึกตนของนายท่านสามมีคนรับใช้เฝ้าอยู่ หากนายท่านสามออกมาเมื่อไร พวกเขาจะรีบแจ้งโดยทันทีขอรับ!” หลิ่วถงอธิบายอย่างแข็งขัน

        “อืม เข้าใจแล้ว ลุงถง ตรงนี้มีศิลาทิพย์อยู่หนึ่งร้อยลูก ท่านช่วยนำไปซื้อใบชาทิพย์ที่ท่านพ่อชื่นชอบมากที่สุดมากล่องหนึ่งให้ข้าหน่อย ข้าอยากมอบให้ท่านพ่อหลังท่านออกมา จะได้นับว่าบุตรชายคนนี้ช่างมีความกตัญญูต่อบิดายิ่งนัก!” หลิ่วเทียนฉีพูดไปพลางนำศิลาทิพย์หนึ่งร้อยลูกส่งให้อีกฝ่าย

        ได้ยินหลิ่วเทียนฉีเอ่ยเช่นนี้ หลิ่วถงก็พยักหน้ารัว “ฮ่าๆๆ นายน้อยเจ็ดเติบโตแล้ว รู้จักรักนายท่านสามแล้ว!”

        “ท่านพ่อมีแค่ข้าที่เป็นบุตรชายคนเดียว ข้าย่อมต้องกตัญญูต่อท่าน!”

        “ขอรับๆ นายน้อยเจ็ดโปรดวางใจ อีกประเดี๋ยวข้าจะออกไปซื้อให้” หลิ่วถงรับศิลาทิพย์ และภารกิจที่ได้จากหลิ่วเทียนฉี 

        “นายน้อยเจ็ด คุณหนูสามกับคุณหนูสี่ขอพบขอรับ!” เด็กรับใช้คนหนึ่งเข้ามาแจ้งอย่างนอบน้อม

        “หืม? พี่สาวทั้งสองอยากพบข้าหรือ?” หลิ่วเทียนฉีเลิกคิ้ว เหลือบมองไปทางหลิ่วถงที่อยู่ด้านข้าง

        “หวดไม้หนึ่งค่อยให้พุทราหวานผลหนึ่ง นี่เป็นลูกไม้ที่นายท่านรองฝั่งนั้นใช้จนชิน นายน้อยเจ็ด ท่านห้ามใจอ่อนนะขอรับ! เมื่อวานท่านถูกซ้อมมาไม่เบา เรื่องนี้ไม่ควรยอมเสียเปรียบอุบเงียบไว้ รอนายท่านสามออกมา ท่านก็บอกนายท่านสามให้ทวงความเป็นธรรมให้ท่านเสีย จะอดทนถอยให้ท่าเดียวต่อไปไม่ได้นะขอรับ!” หลิ่วถงมองหลิ่วเทียนฉีพลางเอ่ยอย่างคับแค้นที่เรื่องราวไม่เป็นดั่งใจหวัง

        นายน้อยเจ็ดนิสัยอ่อนแอเกินไป ทุกครั้งที่ถูกรังแกก็ไม่เคยบอกนายท่านสามเลย เป็นเช่นนี้นานเข้า นายน้อยและคุณหนูคนอื่นจึงยิ่งไม่เห็นหัวนายน้อยเจ็ดเข้าไปใหญ่

        “วางใจเถอะลุงถง  หลิ่วเทียนฉีผู้อ่อนแอไร้ความสามารถคนนั้นตายไปแล้ว ข้าในตอนนี้ จะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกได้อีก!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็หรี่ตาลง อย่างไรเขาก็เป็นมือสังหารมาตลอดสามสิบปี จะปล่อยให้เด็กน้อยไม่กี่คนมารังแกได้อย่างไรกันเล่า?

        “ขอรับ เช่นนี้ก็ดี!” หลิ่วถงได้ยินหลิ่วเทียนฉีเอ่ยเช่นนี้ ในใจพลันยินดียิ่ง คิดในใจว่า ‘ขอบคุณฟ้าดิน นายน้อยของพวกเราเริ่มฉลาดแล้ว!’

        “ไปเชิญพี่สาวทั้งสองของข้าเข้ามา” คิดไม่ถึงเลยว่า ข้ามมิติมาวันที่สองก็จะได้พบภรรยาเอกของพระเอกเสียแล้ว เป็นบุญตาของข้าจริงเชียว!

        “ขอรับ!” เด็กรับใช้ขานรับแล้วหมุนตัวออกไป

        หลิ่วเทียนฉีถอดรองเท้า ขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมคลุมผ้าห่มเรียบร้อย

        “นายน้อยเจ็ด นี่ท่านจะ?” หลิ่วถงมองดูสภาพของหลิ่วเทียนฉีอย่างไม่เข้าใจ

        “ลุงถง อย่าถามมาก!” หลิ่วเทียนฉียกมือห้ามอีกฝ่าย

        “น้องเจ็ด บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เพียงครู่เดียว ผู้ฝึกตนหญิงชุดแดงกับผู้ฝึกตนหญิงชุดฟ้าก็รีบร้อนเดินเข้ามาในห้องของหลิ่วเทียนฉี

        “ข้าน้อยคารวะคุณหนูสาม คุณหนูสี่” หลิ่วถงรีบก้มศีรษะคำนับ

        “ไม่ต้องมากพิธี! ลุงถง” หลิ่วซานเอ่ยอย่างมีมารยาท

        “แค่กๆๆ ลุงถง รีบไปต้มชาให้พี่สามกับพี่สี่เถิด!” หลิ่วเทียนฉีผู้มีสีหน้าซีดขาวนอนอยู่บนเตียงยันฟูกเตรียมลุกขึ้นพลางไอออกมา

        “ขอรับ นายน้อยโปรดระวังด้วย!” หลิ่วถงขานรับก่อนเดินออกไป


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5106

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)