0 Views

        หลังออกจากบ้านตระกูลหลิ่ว หลิ่วเทียนฉีก็ไปร้านขายของชำในเมือง ซื้อแผนที่เขาเงาจันทร์มาหลายแผ่น ค่อยๆ ดูค่อยๆ หาทางไป เพราะอย่างไรเจ้าของร่างเดิมก็ไม่เคยออกจากบ้าน ย่อมไม่รู้ทางเป็นแน่

        หลิ่วเทียนฉีดูแผนที่ในมือพลางเดินไปนอกประตูเมือง

        เขาเดินออกจากเมืองฝูเฉิง ยังไม่ทันปล่อยอสูรอาชาออกมาก็รู้สึกว่าถนนกว้างด้านหน้าเปลี่ยนไป กลายเป็นป่าทึบเขียวชอุ่มผืนหนึ่ง

        “เขตแดน?” เมื่อเห็นทิวทัศน์ตรงหน้าเปลี่ยนไปกะทันหัน หลิ่วเทียนฉีเก็บแผนที่ในมือทันที สีหน้าหวาดระแวงชำเลืองมองไปรอบด้าน

        เขตแดนนี่จะใช้พลังทิพย์สร้างขึ้นหรือใช้ยันต์วิเศษก็ได้ แต่ไม่ว่าจะสร้างขึ้นมาอย่างไร การพาคนอื่นเข้ามาในเขตแดนกะทันหัน เป้าหมายย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวคือการสังหาร

        “เจ้าขยะน้อย อาศัยแค่พลังระดับฝึกปราณขั้นสาม คิดจะออกไปฝึกวิชาหรือ? ไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตนเองเสียบ้างว่าสภาพเป็นเช่นไร?”

        หลิ่วเทียนฉีเห็นหลิ่วเทียนลู่ที่ไม่ได้พบหน้ามาสามปีปรากฏตัวตรงหน้าตนก็ยิ้มพลางเลิกคิ้ว ในใจคิด ‘ดูท่าว่าคนผู้นี้จะไม่รู้พลังในตอนนี้ของตนสินะ?’

        แต่พูดไป หลิ่วเทียนลู่นี่ก็โง่เอาเรื่อง ตนเก็บตัวฝึกฝนมาสองปีเก้าเดือน ไม่คิดสักหน่อยหรือว่าตนจะก้าวหน้าไปบ้างน่ะ? หรือในใจเขามองตนเป็นเพียงขยะไร้ความหวังที่ชีวิตนี้ไม่มีทางเลื่อนระดับ โชคชะตากำหนดให้อยู่ที่ระดับฝึกปราณขั้นสามเท่านั้นหรือ?

         “พี่หก ท่านจะไปฝึกวิชาด้วยกันกับข้าหรือ?” หลิ่วเทียนฉีเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา

         “ไปฝึกวิชาด้วยกันกับเจ้า? เจ้าฝันกลางวันอยู่หรือ? ข้าระดับฝึกปราณขั้นเจ็ดแล้ว!” หลิ่วเทียนลู่มองขยะตรงหน้าอย่างหยามเหยียด สีหน้าดูแคลน ต่อให้เขาจะออกไปฝึกวิชา ย่อมต้องไปกับพี่สามหรือพี่สี่สิ? จะไปกับเจ้าขยะน้อยได้อย่างไร?

        ได้ยินเช่นนั้น หลิ่วเทียนฉีก็ยักไหล่ “ถ้าอย่างนั้น พี่หกมาหาข้าเพื่อเรื่องอันใด?”

         “เพื่ออะไร? เจ้าว่าเพื่ออะไร? เจ้าโง่ที่บังอาจเล่นศิลาบันทึกภาพ ทำร้ายข้ากับพี่ห้าให้ถูกท่านลุงใหญ่โบยแส้วิญญาณยี่สิบครั้งอย่างเจ้าน่ะ!” นึกถึงเรื่องที่ถูกท่านลุงใหญ่โบยแส้เมื่อสามปีก่อน หลิ่วเทียนลู่ก็ชิงชังจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

        ตั้งแต่เล็กจนโต เจ้าขยะน้อยคนนี้หนีไม่พ้นฝ่ามือของตนมาตลอด เป็นกระโถนท้องพระโรงที่ตลอดมาเขาอยากตีก็ตี อยากด่าก็ด่า แต่ก็เป็นเจ้าขยะไร้ประโยชน์ที่ทำให้ตนถูกท่านลุงใหญ่โบยยี่สิบแส้วิญญาณ ไม่เพียงร่างกายถูกโบยจนหนังฉีกเนื้อแตก กระทั่งวิญญาณก็ทนรับยี่สิบแส้นี้ด้วย

        ความเจ็บปวดที่วิญญาณทรมานยิ่งกว่าความเจ็บปวดบนร่างกายนัก ยี่สิบแส้คือการถลกหนังเขากับพี่ห้าไปชั้นหนึ่ง พวกเขารักษาอาการบาดเจ็บไปหนึ่งปี พลังวิญญาณถึงฟื้นคืน แค้นใหญ่หลวงเช่นนี้ ความอัปยศครั้งใหญ่นั่น หลิ่วเทียนลู่จะไม่แก้แค้นได้อย่างไร?

         “อ้อ? ท่านลุงใหญ่โบยท่านแล้วหรือ? ข้าไม่รู้เลย? ข้าเก็บตัวฝึกฝนมาตลอด!” หลิ่วเทียนฉียักไหล่พลางยิ้มแล้วบอก

         “เก็บตัวฝึกฝน ขยะอย่างเจ้ายังต้องเก็บตัวฝึกฝนด้วยหรือ? ไม่ใช่แค่ซุกอยู่ในห้องฝึกตนของอาสาม แสวงหาแต่การปกป้องเท่านั้นหรือ!”

        ก่อนหน้านี้ คนรับใช้ในบ้านบอกว่าเจ้าขยะน้อยกำลังเก็บตัวฝึกฝนอยู่จริง แต่หลิ่วเทียนลู่กลับรู้สึกว่าการเก็บตัวฝึกฝนที่ว่า เป็นแค่การวิ่งไปหลบในห้องฝึกตนของอาสามเท่านั้น คงเพราะกลัวว่าตนกับพี่ห้าจะไปสร้างความลำบากให้

        ได้ยินคำพูดนี้หลิ่วเทียนฉีก็ส่ายศีรษะเบาๆ ที่แท้อีกฝ่ายคิดเช่นนั้นเองหรือ? โง่เอาเรื่องจริงๆ หากเขาอยากสังหาร ย่อมอยากรู้พลังของอีกฝ่ายให้แน่ชัดเสียก่อน ไม่มีทางบุ่มบ่ามวิ่งมาสังหารเช่นนี้หรอก?

         “ท่านถูกโบยจากท่านลุงใหญ่ เกี่ยวข้องอันใดกับข้าเล่า? ท่านอยากแก้แค้นก็ไปหาท่านลุงใหญ่สิ!” หลิ่วเทียนฉีเอ่ยความจริง

         “ดี เจ้าขยะน้อย เจ้ากล้าเถียงข้าหรือ? ให้มันรู้ไป วันนี้ข้าจะตีเจ้าจนตาย!” เมื่อพบว่าเจ้าขยะน้อยไม่กลัวตนเหมือนเมื่อสามปีก่อน กระทั่งระหว่างพูดจายังเผยสีหน้าดูแคลนตน ยิ่งทำให้หลิ่วเทียนลู่ยิ่งโกรธอกแทบแตก

         “อย่างท่านน่ะหรือ? คิดจะสังหารข้า?” หลิ่วเทียนฉีเชิดคาง ขำเล็กน้อยพลางเหลือบมองหลิ่วเทียนลู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโกรธจนสองตาแดงก่ำ บนหน้าผากเส้นเลือดปูดโปน ดูชิงชังและอยากโถมเข้ามาในวินาทีต่อไป

        “เจ้า เจ้าคนสารเลว!” ใบหน้าหลิ่วเทียนลู่บิดเบี้ยว เหวี่ยงหนึ่งหมัดเข้าหา

        หลิ่วเทียนฉีไม่หลบไม่หลีก ต่อยหนึ่งหมัดใส่อีกฝ่าย

         “ปึก…”

        สองหมัดปะทะกัน สายน้ำเปล่งประกายสีขาวสองสายต่างพุ่งเข้าหากันจนร่างกายของหลิ่วเทียนลู่เซไปวูบหนึ่ง ต้องถอยหลังออกมาห้าก้าวอย่างต่อเนื่อง

        หลิ่วเทียนลู่ก้มหน้า มองมือที่ง่ามนิ้วปริแตก กำลังสั่นระริกไม่หยุดก็ส่ายศีรษะด้วยความตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้ เจ้าเกิดมาเป็นขยะ ไม่มีทางแข็งแกร่งกว่าข้าได้!”

        หลิ่วเทียนฉีมองหลิ่วเทียนลู่ที่มีสีหน้างุนงงพลางส่ายศีรษะอย่างขำขัน “โง่เง่า”

        เขาสะบัดมือที่มียันต์ระเบิดสามแผ่นกับยันต์อัคคีสองแผ่นออกมาทันที

        “ตูม…”

        เสียงระเบิดดังขึ้นทีหนึ่ง หลิ่วเทียนลู่ซึ่งตกอยู่ในห้วงตะลึงถูกซัดจนล้มคว่ำไปกับพื้น สภาพบาดเจ็บหนัก เสื้อผ้าถูกเผาจนขาดวิ่น บนแขนมีบาดแผลถูกเผาแถบใหญ่ หากไม่ใช่เพราะเขากลิ้งตัวบนพื้นรอบหนึ่งเพื่อดับไฟบนร่าง ร่างคงถูกเผาจนน่าอเนจอนาถ

        “เจ้า เจ้าคนสารเลว!” หลิ่วเทียนลู่กระอักเลือดออกมา ร้องด่าคำโต

        ไม่รอให้หลิ่วเทียนลู่ลุกจากพื้น ยันต์ทองสองแผ่นก็โจมตีเข้ามาอีกหน

        “อ๊าก…” หลิ่วเทียนลู่กรีดร้อง สองแขนถูกแสงสีทองฟันขาด ค่อยๆ ตกลงบนพื้น


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5106

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)