0 Views

  ครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน หลิ่วเทียนฉีก็ตัดสินใจจะไปแย่งโชควาสนาในครั้งนี้

        “ท่านพ่อ ลูกอยากออกจากบ้านไปค้นหาโชควาสนา”

        “ฉีเอ๋อร์!” ได้ยินคำพูดของบุตรชาย หลิ่วเหอพลันขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่อยู่ ในฐานะบิดาเขาย่อมไม่ยินดีให้บุตรชายไปเสี่ยงอันตราย

        “ท่านพ่อ พวกเราเป็นผู้ฝึกตน เดิมต้องแย่งชิงโชคชะตากับฟ้า หากข้าต้องการก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ย่อมต้องการทรัพยากรจำนวนมาก ลูกไม่อาจพึ่งท่านพ่อได้ตลอด ลูกอยากออกไปค้นหาด้วยตนเองสักพัก อยากรู้ว่าพอจะตามหาโชควาสนาที่เหมาะสมช่วยเลื่อนระดับพบหรือไม่!”

        ได้ยินบุตรชายพูดเช่นนี้ หลิ่วเหอก็พยักหน้า “ที่ลูกพูดก็มีเหตุผล แต่ตอนนี้เจ้าเพิ่งถึงระดับฝึกปราณขั้นเก้า เจ้าออกไปค้นหาโชควาสนาเช่นนี้ พ่อวางใจไม่ลงจริงๆ!”

        “ท่านพ่อวางใจเถิด ลูกจะรักษาตัวเองให้ดี!” โชควาสนาดีเท่าไรย่อมไม่สำคัญเท่าชีวิต คนอย่างหลิ่วเทียนฉีที่ตายไปครั้งหนึ่งแล้วย่อมถนอมชีวิตนี้ของตนยิ่ง

        “เอาเช่นนี้เถิด ลูกพ่ออย่ารีบร้อน พ่อจะเตรียมการให้ลูกสักหน่อย สามวันให้หลังลูกค่อยออกเดินทาง ดีไหม?” หลิ่วเหอเห็นลูกชายมุ่งมั่นก็ได้แต่พยักหน้ารับปาก

        “ขอรับ ลำบากท่านพ่ออีกแล้ว!”

        ………

        สามวันให้หลัง

        หลิ่วเทียนฉีมองดูข้าวของที่บิดาวางไว้บนโต๊ะ อดกัดลิ้นไม่ได้

        “ฉีเอ๋อร์ นี่คือเสื้ออาคมขั้นสองตัวหนึ่ง เจ้าสวมมันไว้เสีย มีภูเขาทองน้อยลูกนี้เป็นอุปกรณ์อาคมขั้นสองเหมือนกันซึ่งจะช่วยเจ้าจัดการกับศัตรู ส่วนสามสิบแผ่นนี้คือยันต์โจมตีขั้นสี่ ห้าสิบแผ่นนี้คือยันต์โจมตีขั้นสามที่ล้วนมีพลังมาก แต่ระดับของเจ้ายังไม่สูงพอ ฉะนั้นอย่าใช้ในครั้งเดียวมากเกินไป คอยเลี่ยงไม่ให้ผลาญปราณทิพย์มากเกินไปเสีย และยังมีโอสถเหล่านี้ อันนี้ไว้ใช้รักษาอาการบาดเจ็บ อันนี้ไว้ห้ามเลือด อันนี้ไว้ใช้เสริมพลังทิพย์ ผงยานี้ไว้ทาภายนอก นอกจากนี้พ่อยังซื้ออสูรอาชาขั้นสองตัวหนึ่งให้เจ้าใช้แทนเดินเท้า แล้วยังเตรียมเสื้อผ้ากับข้าวของจำนวนหนึ่งไว้ให้ด้วย” หลิ่วเหอมองบุตรชายพลางแนะนำของบนโต๊ะทีละอย่าง

        “ขอบคุณท่านพ่อยิ่งนัก ท่านพ่อคิดได้ถี่ถ้วนเหลือเกิน!” หลิ่วเทียนฉีหยิบเสื้ออาคมขึ้นมาสวมด้านในชุดตัวนอกทันที อุปกรณ์อาคม ยันต์วิเศษและโอสถอื่นๆ ก็ล้วนถูกเขาเก็บเข้าไปในแหวนมิติ

        “ฉีเอ๋อร์ อสูรอาชาตัวนี้ ปล่อยไว้ในถุงเลี้ยงอสูรก็พอ ไม่ต้องใส่ไว้ในแหวนมิติหรอก!”

        “อืม ข้าทราบแล้วท่านพ่อ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าแล้วหยิบถุงเลี้ยงอสูรที่ใหญ่เท่าฝ่ามือใบนั้นขึ้นมาเป็นอย่างสุดท้าย

        “ฉีเอ๋อร์ ลูกตามพ่อมาที่ลาน พ่อจะสอนเจ้าถึงวิธีการใช้ถุงเลี้ยงอสูรและให้เจ้าทำพันธสัญญา!”

        “ขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีขานรับ หยิบถุงเลี้ยงอสูรแล้วเดินไปที่ลาน

        เมื่อมาถึง หลิ่วเหอก็ท่องมนตร์อย่างคล่องแคล่ว อสูรอาชาสีขาวตัวหนึ่งบินออกมาจากในถุงเลี้ยงอสูร

        หลิ่วเทียนฉีเห็นอสูรอาชาที่บนหัวมีเขา ตรงซี่โครงมีปีกคู่หนึ่งทิ้งตัวลงพื้น หลังจากนั้นก็ขยายใหญ่จนมีขนาดพอกับม้าปกติจึงเลิกคิ้ว พลางคิดว่าอสูรอาชาตัวนี้กับยูนิคอร์นในเทพนิยายตะวันตกช่างมีความคล้ายกันยิ่งนัก

        “ฉีเอ๋อร์ มนตร์ของถุงเลี้ยงอสูร เจ้าจำได้หรือไม่?”

        “จำได้แล้วขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ

        “ถ้าอย่างนั้นลูกมาลอง!” หลิ่วเหอพูดพลางส่งถุงเลี้ยงอสูรให้บุตรชาย เขาท่องมนตร์ตามที่บิดาสอน พลันอสูรอาชากลับเข้าไปในถุงเลี้ยงอสูรเอง พอท่องมนตร์อีกครั้ง อสูรอาชาก็บินออกมาอีกครา

        “ดี ต่อไปก็ทำพันธสัญญา” หลิ่วเหอพูดพร้อมนำกริชเล่มหนึ่งมากรีดบนนิ้วของหลิ่วเทียนฉีเบาๆ

        “ท่องมนตร์ตามพ่อ หลังท่องจบให้ผสานพลังทิพย์เข้ากับเลือดที่ปลายนิ้ว แตะเลือดของลูกที่กลางหน้าผากของอสูรอาชาเสีย”

        “ขอรับ ลูกจำไว้แล้ว!”

        หลิ่วเทียนฉีทำพันธสัญญากับอสูรอาชาสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของหลิ่วเหอ 

        “ท่านพ่อ อสูรอาชาตัวนี้เร็วมากไหมขอรับ?”

        “ไม่หรอก พลังของอสูรอาชาเพิ่งถึงขั้นสอง วันหนึ่งบินได้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น เวลาอื่นมันทำได้แค่วิ่งบนพื้นดิน แต่เจ้าอย่าได้ดูถูกมันเชียว มันวิ่งขึ้นเร็วยิ่งนัก มีมันอยู่ ลูกพ่อก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยขึ้นเขาลงห้วยแล้ว!”

        “ขอรับ ลูกจะจำไว้ ขอบคุณมากขอรับท่านพ่อ!” หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะ เอ่ยขอบคุณอีกครั้ง

        เขารู้สึกว่าหากตนจัดเตรียมเองล่ะก็ ต้องไม่มีทางได้ครบครันเช่นนี้เป็นแน่ มียันต์ขั้นสามกับขั้นสี่ของบิดามาเพิ่ม การเดินทางครั้งนี้ก็ยิ่งปลอดภัย

        “ฉีเอ๋อร์ เดินทางระวังด้วย ออกไปสักปีครึ่งปี ฝึกวิชาสักพักแล้วกลับมาเสีย เรื่องโชควาสนาไม่ต้องฝืน หากลูกหาไม่พบก็ไม่เป็นไร พ่อจะช่วยลูกคิดหาวิธีเอง!”

        บุตรชายเพิ่งอายุสิบแปดปี ออกจากบ้านครั้งแรก ในฐานะบิดารู้สึกไม่วางใจอยู่บ้าง แต่หลิ่วเหอเข้าใจ เพราะบุตรชายเป็นผู้ฝึกตน จะช้าหรือเร็วก็ต้องเผชิญกับการอยู่ด้วยตนเอง ออกไปฝึกวิชาและค้นหาโชคลาภ

        “ขอรับ ลูกขอลา!” หลิ่วเทียนฉีโค้งคำนับทีหนึ่ง หมุนตัวจากไป

        หลิ่วเหอยืนมองแผ่นหลังของบุตรชายจากในเรือนเนิ่นนาน จนกระทั่งไม่เห็นร่างจึงกลับเข้าไปในห้อง


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5106

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)