0 Views

        สามเดือนให้หลัง

        ช่วงเริ่มเรียนอักขระยันต์ บิดามักชมว่าเขามีพรสวรค์ด้านยันต์สูง ตอนนั้นเขายังไม่คิดอะไร แต่พอเวลาผ่านไปสามเดือน เขาสามารถเรียนรู้อักขระยันต์ขั้นหนึ่งได้หนึ่งร้อยสามสิบแปดแบบจึงเริ่มเชื่อคำพูดนั้น

        “ฉีเอ๋อร์ อักขระยันต์ขั้นหนึ่งพ่อสอนให้เจ้าหมดแล้ว เจ้าพักสักนิด ฝึกฝนเองสักหน่อย ครึ่งเดือนให้หลังพ่อค่อยสอนเจ้าวาดอักขระยันต์ขั้นสอง” เพราะบุตรชายเพิ่งร่ำเรียนวาดยันต์ขั้นหนึ่งสำเร็จ หลิ่วเหอจึงไม่อยากรีบร้อนนัก

        “ขอรับ ขอบคุณท่านพ่อเป็นอย่างยิ่ง!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า เอ่ยขอบคุณ

        “เฮ้อ บอกกี่ครั้งแล้ว พวกเราพ่อลูกไม่จำเป็นต้องเกรงอกเกรงใจกันหรอก!”

        “ขอรับ ท่านพ่อพูดถูก เดี๋ยวลูกจะไปชงชาให้!” หลิ่วเทียนฉีเรียกบิดาอย่างสนิทสนมแล้วลุกไปชงชา

        หลิ่วเหอมองแผ่นหลังบุตรชายด้วยใบหน้าปลื้มปีติ ดวงตาเต็มไปด้วยความรักใคร่

        ………

        หกเดือนให้หลัง

        อักขระยันต์ขั้นสองไม่ได้ร่ำเรียนง่ายดายเช่นขั้นหนึ่ง แต่หลิ่วเทียนฉีก็ยังคงร่ำเรียนได้รวดเร็วยิ่ง เวลาสั้นๆ เพียงครึ่งปี เขาก็สามารถเรียนรู้วิธีวาดอักขระยันต์ขั้นสองได้สามร้อยหกสิบแปดแบบแล้ว

        เห็นบุตรชายใช้เวลาครึ่งปีเรียนรู้สำเร็จ กลายเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสองคนหนึ่ง หลิ่วเหอก็ยิ้มไม่หุบ

        “ลูกช่างมีพรสวรรค์เหนือผู้อื่นจริงเชียว หากใช้เวลาอีกสักหน่อยต้องก้าวข้ามพ่อได้แน่!” พรสวรรค์ด้านยันต์ของบุตรชายดีเช่นนี้ ทำให้หลิ่วเหอยินดียิ่งนัก ปรารถนาเพียงสักวันหนึ่ง บุตรชายจะก้าวเหนือผู้สั่งสอน เป็นปรมาจารย์ยันต์ที่ร้ายกาจยิ่งกว่าตน

        “ท่านพ่อชมเช่นนี้ ลูกจะหยิ่งผยองเอานะขอรับ!”

        “ฮ่าๆๆ ลูกมีพรสวรรค์ในศาสตร์ยันต์เหนือกว่าใคร ย่อมมีดีให้หยิ่งผยอง!”

        ชำเลืองมองบิดาที่พูดเหมือนเป็นเรื่องเห็นสมควร หลิ่วเทียนฉีก็อับจนวาจาพลางครุ่นคิด ‘พ่อแม่บนแผ่นดินแห่งนี้ล้วนชอบตามใจลูกกันหมดเลยหรือ?’

        “ท่านพ่อ เมื่อไรข้าจะเรียนวาดอักขระยันต์ขั้นสามได้หรือขอรับ?”

        ในเมื่อร่ำเรียนอักขระยันต์ขั้นสองได้สำเร็จ เช่นนั้นหลิ่วเทียนฉีย่อมอยากเรียนอักขระยันต์ขั้นสามต่อ เพราะอย่างไรผู้ใช้ยันต์ยิ่งมีขั้นสูงก็ยิ่งหาเงินง่ายนี่? อย่างท่านพ่อที่วาดยันต์ขั้นสี่แผ่นหนึ่งออกมาส่งๆ ก็ขายได้หลายหมื่นศิลาทิพย์ รายได้น่าดูชมนักเชียว!

        “เฮ้อ ฉีเอ๋อร์ อย่าได้รีบร้อนนัก พลังของยันต์ขั้นสามเทียบเท่ากับการโจมตีของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเชียวนะ หากเจ้าต้องการเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสาม เกรงว่าต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเสียก่อน!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเหอก็ถอนหายใจเบาๆ ทีหนึ่ง

        “กลายเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสามก่อน ค่อยเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานไม่ได้หรือขอรับ?” หลิ่วเทียนฉีมองบิดา เอ่ยถามด้วยความสงสัย

        “ฉีเอ๋อร์ เรื่องนี้เจ้าคงยังไม่รู้ การวาดยันต์คนละขั้น พลังวิญญาณที่ใช้ย่อมไม่เท่ากัน แม้ในตอนนี้เจ้ามีระดับฝึกปราณขั้นเก้า ห่างจากระดับสร้างรากฐานเพียงก้าวเดียว แต่อย่างไรก็ไม่ใช่ เจ้ายังเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสองเท่านั้น ซึ่งผู้ฝึกตนขั้นสองไม่สามารถวาดอักขระยันต์ขั้นสามได้”

        ได้ยินคำอธิบายของหลิ่วเหอ หลิ่วเทียนฉีก็พยักหน้า

        “ความหมายของท่านพ่อก็คือ พลังของผู้ใช้ยันต์และระดับขั้นต้องสอดคล้อง ในตอนนี้ข้าเป็นผู้ฝึกตนขั้นสอง พลังวิญญาณที่ข้าครอบครองจึงมีเพียงขั้นสองเท่านั้น ไม่อาจวาดอักขระยันต์ขั้นสามได้ เป็นเช่นนี้สินะขอรับ?”

        “ถูกต้อง ฉะนั้นเจ้าต้องขึ้นไประดับสร้างรากฐานเสียก่อน พ่อถึงจะสอนวิชายันต์ขั้นสามให้ได้!”พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเหอก็รู้สึกเสียดาย หากตอนนี้บุตรชายมีพลังระดับสร้างรากฐานล่ะก็ เขาคงสอนวาดอักขระยันต์ขั้นสามได้ทันที และด้วยพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมนั่น หนึ่งปีครึ่งต้องกลายเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสามได้แน่!

        ฟังหลิ่วเหอพูดจบ หลิ่วเทียนฉีก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “พลังของลูกอยู่ที่ระดับฝึกปราณขั้นเก้ามาเก้าเดือนแล้ว เก้าเดือนที่ผ่านมา ลูกดูดกลืนศิลาทิพย์ หมั่นฝึกฝนทุกวัน แต่ลูกยังรู้สึกห่างจากระดับสร้างรากฐานอีกไม่น้อยเลย!”

        “ฉีเอ๋อร์ อย่ารีบร้อนนัก หลังจากนี้พ่อจะไปหอหมื่นสมบัติ ซื้อโอสถสร้างรากฐานให้เจ้าเม็ดหนึ่ง เดือนสามปีหน้าเมืองฝูเฉิงของเราจะมีงานประมูลที่จัดขึ้นทุกสิบปี ถึงเวลานั้น พ่อจะซื้อสมบัติวิเศษที่ช่วยเลื่อนระดับให้เจ้าอีกจำนวนหนึ่ง หากค่อยเป็นค่อยไปต้องเลื่อนระดับได้แน่!” หลิ่วเหอตบหัวไหล่บุตรชายพลางยิ้มปลอบ

        “ท่านพ่อ ระดับฝึกปราณเลื่อนไประดับสร้างรากฐานคงยากมากสินะขอรับ?” อย่างไรก็เป็นการก้าวข้ามขอบขั้นใหญ่ คิดดูแล้วคงไม่ง่ายนักกระมัง?

        “แน่นอน นี่เป็นขวากหนามครั้งหนึ่ง ผู้ฝึกตนที่พรสวรรค์ด้อยอาจต้องติดอยู่หลายสิบปี ต่อให้มีพรสวรรค์ดีแต่ไร้โชควาสนา ไม่ได้ใช้โอสถสร้างรากฐานก็ต้องใช้เวลาสิบกว่าปีถึงจะเลื่อนไประดับสร้างรากฐานได้! แต่ลูกอย่าได้กังวลไป พ่อจะเตรียมการให้พร้อม ลูกวางใจฝึกฝนก็พอ!”

        อย่างไรหลิ่วเหอก็เป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสี่คนหนึ่ง จะซื้อโอสถและของวิเศษสำหรับการเลื่อนไประดับสร้างรากฐานให้บุตรชายย่อมทำได้

        “โชควาสนางั้นหรือ?” ได้ยินดังนั้น หลิ่วเทียนฉีเหมือนนึกบางอย่างออก

        หากเขาจำไม่ผิด สามเดือนให้หลัง พี่สามหลิ่วซานกับพี่สี่หลิ่วซือจะพบหญ้าบรรณมาศกับน้ำพุบรรณมาศบนเขาเงาจันทร์ เพราะได้โชควาสนาครั้งนี้ พลังของพี่สามถึงเลื่อนจากระดับสร้างรากฐานช่วงต้นขึ้นไประดับสร้างรากฐานช่วงกลาง ส่วนหลิ่วซือก็เลื่อนระดับจากระดับฝึกปราณขั้นเก้ากลายเป็นระดับสร้างรากฐานได้อย่างราบรื่น

        บางที อาจต้องชิงลงมือก่อน แย่งโชควาสนาครั้งนี้มาให้ได้ หากตนได้มาล่ะก็ การจะเลื่อนไประดับสร้างรากฐานคงไม่มีปัญหาหรอกกระมัง?


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5106

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)