0 Views

         ผ่านอีกไปหลายวัน หลิ่วอู่กับหลิ่วเทียนลู่พาลูกน้องสองคนมาหาหลิ่วเทียนฉีด้วยตนเอง ผู้เฒ่าเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบกระตุ้นศิลาบันทึกภาพอีกก้อนหนึ่งในทันที

        “เจ้าขยะน้อย เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร?” หลิ่วเทียนลู่มาถึงก็เอ่ยถามอย่างโกรธเกรี้ยว

        “พี่หก ท่านมาได้อย่างไร?” หลิ่วเทียนฉีมองเห็นว่าเป็นหลิ่วเทียนลู่ก็เลิกคิ้ว ในใจคิด ‘ดูท่าว่าข้าจะได้เล่นละครบทใหญ่แล้วสินะ?’

        “ทำไม เจ้าคิดว่าข้าไม่ควรมางั้นหรือ? หรือเจ้าคิดว่าข้ายังถูกกักบริเวณให้สำนึกผิดอยู่? ขอบอกเลยนะ ลุงใหญ่บอกข้าปรับปรุงตัวได้ดีจึงยกเลิกบทลงโทษให้ล่วงหน้า” พูดถึงตรงนี้ บนหน้าหลิ่วเทียนลู่ก็เขียนคำว่าได้ใจแปะอยู่เต็มดวง

        หลิ่วเทียนฉีเห็นหลิ่วเทียนลู่ตั้งอกตั้งใจวิ่งมาอวดถึงที่ก็หดไหล่ แสดงท่าทางขี้ขลาดอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ “อ้อ เป็นเช่นนี้เองหรือ!”

        อย่างที่คิด หลิ่วเจียงเฒ่าคนนี้กับหลิ่วเทียนลู่เป็นพวกเดียวกัน ล้วนหายใจออกรูจมูกเดียวกัน!

        “เจ้าขยะน้อย เจ้าถึงกับกล้าฟ้องข้าต่อหน้าลุงใหญ่ วันนี้ เจ้าคอยดูเถิด ข้าไม่…”

        “น้องหก!” หลิ่วอู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยเรียกแล้วดึงชายเสื้อของอีกฝ่ายนิดๆ

        “พวกเจ้าสองคน ค้นตัว ดูซิว่าที่ตัวเขามีศิลาบันทึกภาพหรือไม่!” หลิ่วเทียนลู่หันหน้ากลับมาสั่งลูกน้อง

        “พวกเจ้ากล้าหรือ? นายน้อยเจ็ดของข้าเป็นถึงเจ้านาย พวกเจ้ากล้าเนรคุณ ทำการอุกอาจค้นตัวเจ้านายเลยหรือ?” หลิ่วถงพูดพลางรีบก้าวเข้าไปขวางข้ารับใช้สองคน

        “นี่?” ทั้งสองคนหันมามองเจ้านายของตน

        “ลากเจ้าแก่นี่ออกไปเสีย!” หลิ่วเทียนลู่ถลึงตามองหลิ่วถงผู้เกะกะ ออกคำสั่งเสียงดัง

        “ขอรับ!” ทั้งสองคนแลเห็นท่าทางดุร้ายของเจ้านายย่อมไม่กล้าชักช้า รีบร้อนก้าวเข้าไปดึงหลิ่วถงออกไปอยู่ด้านข้าง

        “ลุงถง!” หลิ่วเทียนฉีเห็นผู้เฒ่าถูกลากไปก็ส่งเสียงอุทานอย่างตกใจ

        “นายน้อยเจ็ด!” หลิ่วถงเหวี่ยงแขน พยายามดิ้นรน แต่ไม่อาจหลุดจากการยึดจับของบ่าวรับใช้ทั้งสองได้

        หลิ่วเทียนลู่ก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่พูดไม่จา กระชากหลิ่วเทียนฉีขึ้นมาค้นตัวจากบนจรดล่าง

        “กวาน1ประดับผม!” หลิ่วอู่มองสำรวจบนๆ ล่างๆ อยู่พักหนึ่งก็รู้สึกว่ากวานประดับผมของหลิ่วเทียนฉีอาจซ่อนศิลาบันทึกภาพไว้ได้

        ได้ยินคำนี้ หลิ่วเทียนลู่จึงกระชากกวานประดับผมในทีเดียวออกมา

        “กริ๊ก!” ศิลาบันทึกภาพก้อนหนึ่งร่วงตกลงบนพื้น

        “สารเลว เจ้าสารเลว!” หลิ่วเทียนลู่เห็นศิลาบันทึกภาพบนพื้นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใช้ฝ่ามือเดียวทำลายศิลาบันทึกภาพทิ้ง

        “เจ้า เจ้าขยะน้อยน่าชัง ทำร้ายข้าครั้งหนึ่งแล้วยังคิดทำร้ายข้าครั้งสอง ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!” หลิ่วเทียนลู่กระชากคอเสื้อหลิ่วเทียนฉีขึ้นมา หนึ่งฝ่ามือตบจนล้มคว่ำ ตามติดด้วยหมัดต่อยเท้าเตะอีกยกหนึ่ง

        “พี่หก โปรดไว้ชีวิต ไว้ชีวิตข้าด้วย!” หลิ่วเทียนฉีไม่สวนกลับ ว่าง่ายหมอบอยู่กับพื้นวิงวอนเหมือนเจ้าของร่างเดิม

        “ไว้ชีวิตเจ้า ฝันไปเถอะ ไปฟ้องสิ เจ้าไปฟ้องสิ!” เห็นหลิ่วเทียนฉีวิงวอน หลิ่วเทียนลู่ไม่เพียงไม่หยุดมือ ตรงกันข้ามกลับแสดงท่าทีโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น

        “เจ้าขยะน้อย เจ้าสารเลวตัวนี้ เจ้าคิดว่าใช้วิธีสกปรกแล้วจะทำร้ายพวกเราได้หรือ? ฝันไปเถอะ!” หลิ่วอู่พูดพลางพุ่งตัวเข้าหา ตบหน้าหลิ่วเทียนฉีอย่างแรงสองฉาด

        เจ้าขยะน้อยน่าชัง คิดว่าจะหนีจากฝ่ามือของตนกับน้องหกได้หรือ? ฝันไปโดยแท้? ขยะพรรค์นี้น่ะ ชะตาลิขิตให้ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าเท่านั้น

        “นายน้อยเจ็ด นายน้อยเจ็ด พวกเจ้าปล่อยข้า ปล่อยข้า!” หลิ่วถงเห็นเจ้านายถูกหลิ่วเทียนลู่สองพี่น้องรุมทุบตีก็กังวลใจอย่างยิ่ง แต่กำลังของเขามีไม่มาก ไม่อาจดิ้นหลุดจากการยึดจับของข้ารับใช้สองคนนี้ได้เลย

        เดิมทีคิดว่าจะทนถูกทุบตีสักยกค่อยเอาภาพที่บันทึกไว้ช่วงเวลานี้ให้บิดาดู นับว่าสร้างจุดอ่อนไว้จัดการหลิ่วเทียนลู่กับหลิ่วอู่ได้เรียบร้อย แต่ขณะที่ถูกหลิ่วเทียนลู่ทุบตีกลิ้งไปทั่วพื้นนั่นเอง ทันใดนั้น หูของเขาก็ได้ยินเสียงประตูศิลาขยับ

        หรือว่าบิดาของเจ้าของร่างเดิมจะออกมาแล้วหรือ? ฟ้าช่วยข้าแล้วจริงๆ คิดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็รีบกัดถุงเลือดในปากที่เตรียมไว้ล่วงหน้าจนแตก กลืนโอสถโลหิตพิษลงไป กระอักเลือดใส่หลิ่วเทียนลู่ที่ทุบตีเขาคำโต

        “อั่ก…”

        เห็นเจ้าขยะน้อยกระอักเลือดเต็มหน้าตนแล้วทรุดฮวบลงไปกับพื้น การเคลื่อนไหวของหลิ่วเทียนลู่กับหลิ่วอู่พลันแข็งค้างอยู่ที่เดิม

        “ฉีเอ๋อร์? ฉีเอ๋อร์?” เพิ่งจบการเก็บตัวฝึกฝน เดินออกมาจากห้องฝึก สิ่งแรกที่มองเห็นกลับเป็นภาพบุตรชายของตนกระอักเลือดล้มคว่ำอยู่กับพื้น หลิ่วเหอในฐานะบิดาทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว เงาร่างไหววูบเดียวก็มาถึงในทันที คว้าบุตรชายที่หมดสติเข้ามาในอ้อมแขน

        “นายท่านสาม ท่านออกมาแล้ว หากท่านยังไม่ออกมา นายน้อยเจ็ดคงถูกซ้อมจนตายไปแล้ว!” หลิ่วถงเห็นหลิ่วเหอออกมาก็ดีใจยิ่งนัก

        “น่าชังนัก!” หลิ่วเหอได้ฟังคำพูดของผู้เฒ่าก็สะบัดสองฝ่ามือ คนรับใช้สองคนที่จับหลิ่วถงอยู่ระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตทันที

        “ว้าก อา ท่านอาสาม!” หลิ่วเทียนลู่มองเห็นหลิ่วเหอสังหารลูกน้องสองคนของตนเดี๋ยวนั้นก็แข้งขาอ่อน ลนลานคุกเข่าลง

        “ท่านอาสาม!” มองเห็นอาสามลงมือฆ่าคน สองตาแดงก่ำหันมามองตนกับน้องหก หลิ่วอู่ก็รู้สึกกลัวไม่น้อย

        “ไสหัวไป!” หลิ่วเหอตวาดเสียงดัง จัดการอุ้มบุตรชาย หมุนตัวจะเดินกลับเข้าไปในห้องฝึกตน

        “นายท่านสาม!” หลิ่วถงร้องเรียกเสียงเบาทีหนึ่งก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาในห้องฝึกตนของเจ้านายด้วย

        หลิ่วถงมองหลิ่วเทียนฉีถูกเจ้านายวางลงบนเตียงศิลา ยังคงสลบไสลด้วยสีหน้าปวดใจ “นายท่านสาม ข้าน้อยไปเชิญหมอเหยามาตรวจดูนายน้อยเจ็ดนะขอรับ?”

        “อืม รีบไปเถิด!” หลิ่วเหอพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ผู้เฒ่ารีบไปเชิญหมอมา

        “ขอรับ!” หลิ่วถงขานรับ รีบหมุนตัวเดินออกไป

        ———————–

        1 กวาน (冠) เครื่องประดับที่ชาวจีนโบราณสวมรัดมวยผม ประดับศีรษะ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5106

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)