+100%-

ตอนที่ 45 เปลี่ยนแปลงเร็วมาก

 

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องผ่านทางหน้าต่าง

 

ตอนที่ผมตื่นนอนก็สังเกตเห็นว่าตำแหน่งการนอนของเซี่ยจิงกับผมดูคาบลูกคาบดอกเป็นอย่างมาก  เดิมทีพวกเรานอนอยู่คนละด้านของเตียง  ต่างให้เกียรติซึ่งกันและกันโดยไม่คิดจะล้ำเส้น

 

อย่างไรก็ตามเซี่ยจิงกลับนอนกอดผมแน่นราวกับปลาหมึก  สิ่งที่แย่สุดคือสาวสวยตัวน้อยนี่เปลือยกาย  ส่วนปลายยอดของหน้าอกเธอกำลังสัมผัสอยู่บนร่างกายของผม

 

ผมอดไม่ได้ที่จะใช้สายตาเหลือบมองลงไป  ขอบคุณสวรรค์ที่ผมไม่ใช่พวกไก่อ่อนไร้ประสบการณ์  ไม่งั้นแล้วผมคงจะเลือดกำเดาพุ่งในทันที

 

ผมพยายามเหนี่ยวรั้งแรงกระตุ้นทั้งหลายและย้ายสายตาไปมองด้านข้าง  แต่ก็รู้สึกได้ว่าบางส่วนของร่างกายได้ยกตัวขึ้นโดยมีเจตนาไม่ดี  ในช่วงเวลานี้เองน้องชายของผมก็ได้โผล่ออกมาและทิ่มไปที่หน้าท้องของเซี่ยจิง

 

ผมอยากจะม้วนหายไปจริงๆ แต่เมื่อเซี่ยจิงรู้สึกตัวแล้ว  มันก็ช่วยไม่ได้และคงต้องดำเนินต่อไปในลักษณะนี้  ผมจึงถามอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า  “เธอตื่นแล้วงั้นเหรอ?”

 

เซี่ยจิงลืมตาที่ยังพร่ามัวของเธอขึ้น  อีกทั้งยังมีรอยคราบน้ำลายติดอยู่ที่มุมปากและพูดอย่างงัวเงียว่า  “พี่ใหญ่เอาอะไรมาทิ่มหนูกันเนี่ย  มันแข็งจังเลย”  พอพูดอย่างนั้นแล้วเธอก็ยื่นมือไปคว้ามัน

 

ผมต้องการที่จะพูดห้ามเธอแต่มือของเซี่ยจิงก็ได้คว้าน้องชายของผมไปแล้ว…  ทำให้ผมรู้สึกวิตกกังวลจริงๆ  มือของเธอนี่รวดเร็วเกินไปแล้วใช่มั้ย?

 

“หย๊า!”  เซี่ยจิงอุทานและลุกขึ้นนั่งในทันที  อาการง่วงเหงาหาวนอนของเธอหายไปและตะโกนเสียงดัง  “คนลามก!”

 

ผมรีบพุ่งตัวเอามือไปปิดปากของเซี่ยจิง  เพราะไม่ต้องการให้แม่ได้ยินเสียงตะโกนจากข้างในห้องนี้

 

“อย่าตะโกน!”  มันเป็นเธอนะที่เกาะติดผมยังกับปลาหมึก  แถมตอนนี้ก็ยังมากล่าวหาว่าผมเป็นคนลามก…”  สายตาของผมมองไปรอบๆ  ก็เลยสังเกตเห็นก้นที่เปลือยเปล่าอันอุดมสมบูรณ์ของเซี่ยจิงกับหน้าอกที่ไม่มีอะไรปิดกั้นของเธอ  ปทุมถันขาวผ่องที่กำลังสั่นเทาคู่นั้นทำให้สายตาผมหยุดลงที่มันจนไม่สามารถขยับไปไหนได้

 

พอได้ยินผมพูดอย่างนั้นแล้วเซี่ยจิงก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย  และสังเกตเห็นผมกำลังจ้องไปที่หน้าอกของเธอเขม็ง  เนื่องจากปากของเธอโดนผมเอามือปิดไว้ทำให้ไม่สามารถกรีดร้องเพราะความเขินอายได้  ดังนั้นเธอจึงกัดลงไปที่มือของผมอย่างเต็มที่

 

“อ้า!”  รอบนี้เป็นผมที่ส่งเสียงร้อง  ซึ่งตอนที่ร้องลั่นเซี่ยจิงก็หยุดกัดในทันทีและถามผมด้วยสายตาที่ห่วงใยว่า  “พี่ใหญ่  หนูไม่ได้ทำพี่เจ็บใช่ไหมคะ?  หนูไม่ได้ตั้งใจ”

 

ผมมองรอยฟันบนที่อยู่บนมือและพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า  “อยากรู้ว่าเจ็บหรือเปล่าทำไมเธอไม่ลองกัดตัวเองดูสักทีล่ะ!”

 

หลังจากเล่นเอาล่อเอาเถิดกับเธอแบบนี้  แรงปรารถนาภายในตัวของผมก็จางหายไปและพอมองไปยังน้องชายของผมที่หดหัวลง  ผมก็นิ่งไปเล็กน้อย  ถ้าวันข้างหน้าผมกลายเป็นหมันก็จะตามเอาเรื่องกับเธอแน่ๆ

 

“จิ๊บจ้อยมาก!  งั้นฉันให้นายกัดครั้งหนึ่ง!”  เซี่ยจิงยื่นมือมาที่หน้าของผมและพูดราวกับว่าเธอเป็นคนผิด

 

เฮ้อ… สายตาน่าสงสารแบบนี้อีกแล้ว  หัวใจของผมก็อ่อนยวบในทันที  ถ้าผมต้องเป็นหมันก็ให้มันเป็นไปล่ะกัน

 

“ไม่เป็นไร!  ผมจะโกรธได้ยังไง!  ถ้าเธอไม่ต้องการให้ผมทำอะไรล้ำเส้น  งั้นก็อย่ามานอนด้วยกันกับผมคืนนี้สิ”  ผมพูดอย่างจนใจ

 

หลังจากได้ยินอย่างนั้นแล้วสีหน้าของเซียจิงดูแปลกพิกลจริงๆ  อย่างกับจิ้งจอกตัวน้อยที่แอบขโมยองุ่น  ใบหน้าของเธอเขินอายจนแดงราวกับพระอาทิตย์ดวงเล็ก

 

ผมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ  ผมไม่มีเวลาที่จะมายุ่งวุ่นวายกับเธอเพราะยังต้องตรวจสอบดูว่าน้องชายของผมสามารถใช้การได้

 

ในห้องน้ำผมเริ่มจิตนาการถึงหนังโป๊ที่เคยดูในชีวิตที่แล้ว  หวังว่าน้องชายของผมจะสามารถแข็งขึ้นได้อย่างรวดเร็วแต่มันก็ไม่มีการตอบสนอง  ไอ้น้องชายบ้านี่คงไม่ได้มีปัญหาอะไรจริงๆ หรอกนะ ใช่มั้ย?

 

“หลิวเล่ยเปิดประตูเร็ว!  ลูกกำลังทำอะไรอยู่?  เซี่ยจิงยังต้องใช้ห้องน้ำด้วยนะ!”  เสียงแม่ผมดังมาจากด้านนอกของห้องน้ำ

 

ผมดึงกางเกงขึ้น  เปิดประตูห้องน้ำและมองไปที่เซี่ยจิงซึ่งยืนอยู่ตรงประตูพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า  ผมรู้สึกว่าตัวผมใจดีเกินไป  ถ้ารู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นแล้วมือของผมจะอยู่เฉยอีกทำไมล่ะ  ผมควรจะปล่อยให้บางสิ่งเกิดขึ้นตามที่ควรจะเป็น  แล้วดูตอนนี้สิกลายเป็นว่าผมต้องมากังวลว่ามันยังใช้งานได้อยู่ไหม

 

ระหว่างทางไปโรงเรียนผมรู้สึกกระสับกระส่ายตลอดทาง  คงไม่แย่ขนาดนั้นหรอกใช่มั้ย?  ผมเพิ่งจะย้อนเวลากลับมาในปี 1994 และยังไม่ทันได้สนุกสนานอะไรมาก  ภายในตัวของผมกลับมีปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น  แล้วอะไรที่ผมต้องทำต่อไปจากนี้ล่ะ?

 

“คุณสามี  เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”  พอเห็นหน้าผมเต็มไปด้วยความกังวล  เห็นได้ชัดเจนว่าจ้าวหยานหยานก็กลายมาเป็นไม่มีความสุข

 

“เฮ้อ!”  ผมไม่รู้จะหาวิธีอธิบายเธอได้ยังไง  หรือผมสมควรจะบอกว่าไม่สามารถทำเรื่องนั้นกับเธอได้อีกต่อไปล่ะ?  ผมรู้สึกไร้หนทางพอนึกถึงเกี่ยวกับปัญหานี้  ยัยบ้าเซี่ยจิง

 

“คุณสามี  ถ้ามีปัญหาอะไรก็พูดออกมาเถอะนะ  หยานหยานจะร่วมแบกรับมันกับคุณ”  หยานหยานพูดอย่างห่วงใย

 

เรื่องนี้ค่อนข้างแย่จริงๆ ผมอับอายที่จะพูดมันออกไป  ท้ายที่สุดมันเป็นเพราะความมักมากในกามของผมทำให้เกิดผลกระทบนี้  ผมยังคงตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริงกับจ้าวหยานหยานในท้ายที่สุด  เพราะผมไม่ต้องการจะโกหกกับคนที่ผมรักมากที่สุด

 

ดังนั้นผมจึงบอกเธอทุกอย่างตั้งแต่ผมทำตัวเป็นผู้กล้าได้ยังไง  แม่ของผมยอมรับเธอเป็นลูกสาวบุญธรรมได้ยังไง  และผมนอนเตียงเดียวกับเธอได้ยังไง  โดยไม่ได้ปิดบังอะไร  ตอนที่ผมพูดว่ากลัวจะเป็นหมัน  จ้าวหยานหยานก็เริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“เด็กบ้านี่  ทำไมเธอถึงหัวเราะและไม่เศร้าเสียใจเลยล่ะ?”  ผมพูดอย่างโมโห

 

“ฮ่าฮ่า  ฉันกำลังสงสัยว่ามันคือเรื่องอะไร!  เรื่องนี้นี่เอง!  ฉันขำจะตายอยู่แล้ว”  จ้าวหยานหยานที่หัวเราะแบบไม่ยั้งนอนราบไปกับพื้นโต๊ะราวกับนกยูงรำแพนหาง

 

ผมขบฟันอย่างโมโหและหันหน้าหนี  ขณะที่กำลังหมุนตัวไปนั้นก็รู้สึกถึงมือเล็กๆ ที่เกาะอยู่บนกางเกงยีนส์ของผม  ซึ่งกำลังรูดเปิดซิปอย่างเงียบๆ

 

“เธอจะทำอะไรน่ะ?”  ที่นี่มันห้องเรียนนะ  เด็กน้อยนี่ช่างกล้ามาก

 

“อิอิ”  จ้าวหยานหยานหัวเราะ  “ฉันจะช่วยดูให้นายไงว่ามันยังคงใช้งานได้ไหม”  หลังจากที่พูดไปอย่างนั้นแล้ว  มือที่เย็นจนคล้ายน้ำแข็งของจ้าวหยานหยานก็ลื่นไถลเข้ามาข้างใน

 

“ยังใช้การไม่ได้อีกเหรอเนี่ย?”  จ้าวหยานหยานหัวเราะและมองมาที่ผม

 

“เอาละ  เธอปล่อยมือออกจากมันได้แล้ว  ในห้องเรียนมีคนอยู่เยอะมาก”  ผมสติแตกไม่คิดว่าจ้าวหยานหยานจะกล้ามากขนาดนี้และรีบเอามือของเธอออกไป  จากนั้นมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง  แต่พอสังเกตเห็นว่าไม่มีใครที่กำลังมองมาทางนี้  ผมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

โชคดีว่าที่นั่งของจ้าวหยานหยานกับผมอยู่ด้านหลังห้อง  ไม่งั้นแล้วถ้าพวกเราถูกพบเห็นก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องความประหม่าหรือกระดากอาย

 

แต่จากนั้นผมก็คิดได้ว่าขนาดจ้าวหยานหยานเองยังไม่กลัวแล้วตัวผมที่เป็นผู้ชายจะกลัวหาอะไร?  และผมก็รู้สึกว่าจ้าวหยานหยานในตอนนี้มีความกล้ามากกว่าตัวผมซะอีก  ผมที่ไม่กล้าจะยั่วยุอารมณ์เธอก็เลยสามารถทำได้เพียงเบี่ยงเบนความสนใจเธอออกไป

 

“เธอไม่โกรธเลยเหรอหลังจากได้ฟังเรื่องของเซี่ยจิง?”  ผมพยายามเปลี่ยนหัวเรื่อง  แต่ก็รู้สึกเสียใจในทันทีหลังจากพูดออกไป  ทำไมผมถึงได้โง่เง่าจนกระทั่งถามคำถามปัญญาอ่อนเช่นนี้ออกไปนะ

 

อย่างไรก็ตามหลังจากได้ยินจ้าวหยานหยานตอบกลับ  ผมก็ตะลึงพรึงเพริดโดยสมบูรณ์

 

จ้าวหยานหยานพูด  “อะไรที่ต้องโกรธล่ะ  ตอนที่นายพูดถึงเธอ  ตาของนายเต็มไปด้วยความลามก  แสดงว่านายสนใจในตัวเธอแน่ๆ  และถ้าคุณสามีชอบเธอจริงๆ แล้วก็ทำให้เธอเป็น………”

 

ถึงแม้ว่าจ้าวหยานหยานจะไม่ได้พูดสองสามประโยคสุดท้าย  แต่กระทั่งไอ้โง่ก็ยังรู้ถึงสิ่งที่เธอกำลังจะพูด  แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมจ้าวหยานหยานถึงไม่แม้แต่จะโกรธเพียงสักนิด?

 

“เธอคิดอย่างนั้นจริงๆ น่ะเหรอ?”  ผมถามด้วยความรู้สึกประหลาดพิกล

 

จ้าวหยานหยานไม่ได้พูดอะไรอีก  เธอแค่ขบริมฝีปากและเงียบอยู่สักพัก  จนสุดท้ายก็พูดออกมาช้าๆ ว่า  “หลิวเล่ย  ฉันไม่สนใจว่านายจะมีอะไรกับเซี่ยจิงหรือเปล่า  แต่ห้ามไม่ต้องการฉันในอนาคต”

 

ผมมองจ้าวหยานหยานด้วยความหลงใหลอย่างล้ำลึก  หญิงสาวคนนี้รักผมมากและนั่นทำให้ผมประหลาดใจตลอดเวลาเพราะเธอไม่เคยขออะไรตอบแทน  ผมจึงพูดกับเธออย่างจริงจังว่า  “หยานหยาน  ไม่ต้องกังวลนะ  ผมจะรักเธอไปตลอดชีวิต”

 

“เฮอะ!  จะได้สักกี่วันเชียว  เดี๋ยวนายก็เปลี่ยนใจ!”  จ้าวหยานหยานจ้องมาที่ผมด้วยความไม่พอใจ

 

เกิดอะไรขึ้นนะ?  ก่อนหน้านี้เธอยังทำตัวเหมือนสายน้ำที่อ่อนโยน  แต่ตอนนี้ในชั่วพริบตา……. เฮ้อ ผู้หญิงเนี่ยเปลี่ยนแปลงเร็วมากยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือซะอีก!

 

พอเห็นผมมองตะลึงมาที่เธอ  จ้าวหยานหยานก็เลยเริ่มหัวเราะ  “ครั้งก่อนนายเคยบอกว่าจะรักฉันไปตลอดสองชาติภพนี่นา!”

 

 

…………….

 

 

Facebook Comment