+100%-

ตอนที่ 28 : หลิงอวิ้น เหลิ่ง

คน ที่มีความหล่อเหลางดงามจนยากจะบรรยาย ผู้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าของแคลร์ในตอนนี้ก็คือเจ้าชายศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่มีผมสี เงิน ดวงตาสีม่วงผู้นั้นนั่นเอง

“ท่าน อาจารย์ ท่านคลิฟ” ผู้มาใหม่เหมือนจะคุ้นเคยกับการดึงดันของคนทั้งสองและดูเหมือนจะมีความ นับถือต่อสองคนนี้อยู่ไม่น้อย ดวงตาของเขามีประกายประหลาดใจอยู่เล็กน้อยยามที่มองเห็นแคลร์

“เจ้านั่นเอง” เขาพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับหัวเราะขึ้น

“ข้าเอง”แคลร์หัวเราะขึ้นเช่นกัน

“พวก เจ้ารู้จักกันด้วยหรือ”ลอว์เรนซ์ถามขึ้นหลังจากที่ดิ้นรนออกมาจากเงื้อมมือ อันชั่วร้ายของคลิฟได้ในที่สุด คลิฟก็มองไปที่พวกเขาด้วยความประหลาดใจด้วยเหมือนกัน

“พวกเราเคยพบกันที่หุบเขาเกลกอร์จ”คนที่มีผมเงินและดวงตาสีม่วงโค้งคำนับเล็กน้อย

“สวัสดี ข้ามีชื่อว่า หลิงอวิ้น เหลิ่ง”

“แคลร์ ฮิลล์” แคลร์มองดูผู้ชายที่หล่อเหลาที่ยืนอยู่ต่อหน้าของเธอ พร้อมกับความรู้สึกงงงวยกับชื่อของเขา หลิงอวิ้น เหลิ่งหรือ มันไม่ได้ดูเหมือนชื่อที่มาจากครอบครัวในโลกนี้เลยสักนิด

“คุณหนูจากตระกูลฮิลล์หรือ”หลิงอวิ้น เหลิ่งยิ้มขึ้น

แคลร์หัวเราะขึ้น

“ดูเหมือนข้าจะมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก”

“ทุกอย่าง เป็นผลิตรวม รวมถึงสิ่งที่เคยได้ยินหรือเคยเห็น เพียงแต่สิ่งที่เห็นได้จากตรงนี้คือความจริง”หลิงอวิ้น เหลิ่งตบหน้าอกของเขาเบา ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับนักไล่ล่าผู้ชายแห่งตระกูลฮิลล์มาไม่น้อย แต่พฤติกรรมของเขากลับแตกต่างจากคนอื่น ๆ

แคลร์ เพียงแค่ยิ้มจาง ๆ และไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก ตอนนี้มันเกิดความสับสนวุ่นวายที่สมบูรณ์แบบ อยู่ในหัวของแคลร์ มันมากจนเหมือนกับว่าหัวของเธอกำลังจะระเบิดออกมา มันไม่ใช่จากใครอื่นที่ไหน แต่เป็นวอลเตอร์นั่นเอง ตอนนี้ศัตรูของเขาได้มาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว วอลเตอร์จะไม่ให้ปั่นป่วนได้อย่างไร แต่ในตอนที่เขามีชีวิตอยู่เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายผู้นั้น และแน่นอนว่าตอนนี้เขาได้ตายไปแล้ว เขาจะเป็นคู่ต่อสู้กับคนผู้นั้นได้อย่างไร เขาจึงทำได้ แค่เพียงพลุ่งพล่านด้วยความโกรธออยู่ในหัวของแคลร์เท่านั้น

“แก้ แค้น ข้าต้องการแก้แค้น มันเป็นผู้ชายคนนี้ที่น่าเกลียดน่ากลัว ข้าต้องการที่จะตัดเขาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย”วอลเตอร์เห่าหอน และเขาก็ทำได้เพียงแค่เห่าหอนเท่านั้น ไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยให้การมีตัวตนของเขาหลุดลอดออกมา

หัวของแคลร์เหมือนมันกำลังจะระเบิด เจ้าวอลเตอร์น่าอนาถผู้นี้ ทำเสียงดังมากเกินไป จนมันยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอในตอนนี้

“เจ้า หุบปากเดียวนี้ เจ้าสามารถเอาชนะเขาได้หรือ”ภายนอกแคลร์ไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติใดๆ ยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้าของเธอเหมือนก่อนหน้า แต่ในหัวของเธอตอนนี้ เธอได้พูดคุยกับวอลเตอร์และด่าทอผู้ชายคนนั้นอยู่ หลิงอวิ้น เหลิ่งแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ แม้ว่าเขาจะดูสุภาพและยิ้มอย่างสง่างามอยู่เสมอ แต่มันก็ไม่ได้มีร่องรอยของความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มของเขาไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาที่ลึกล้ำของเขาด้วยซ้ำ

หลิ งอวิ้น เหลิ่งยังคงทำการประเมินแคลร์อยู่ ผู้หญิงที่ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มคนนี้ เธอไม่ใช่นักไล่ล่าผู้ชายคนงี่เง่า เหมือนกับข่าวลือที่ทั้งหมดอย่างแน่นอน แม้ว่าเธอจะกำลังยิ้มอยู่ จะมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่เสมอ แต่ดวงตาของเธอมีความหนาวเย็นอยู่อย่างสมบูรณ์แบบ สายตาเย็นชาอย่างสุดซึ้ง แต่มันกลับเป็นกลิ่นอายที่พิเศษ เธอคนนี้คงจะใช่ลูกศิษย์ของคลิฟ เป็นไปอย่างคาดคิด เธอไม่ธรรมดาจริงๆ

“ฆ่าผู้ชายคนนี้ ข้าต้องการที่จะฆ่าเขา”วอลเตอร์คร่ำครวญในหัวของแคลร์ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“เห่า หอนอีกครั้งเดียว แล้วข้าจะบดขยี้ให้เจ้ากลายเป็นชิ้นๆ กระจายความต้องการของเจ้าไปในสายลม และทำให้เจ้ากลายเป็นปุ๋ยสำหรับพืชไปเสีย”แคลร์ขู่วอลเตอร์อย่างน่ากลัว คนที่ยังสร้างปัญหาในหัวของเธออยู่

วอ ลเตอร์เงียบลงในทันที เขาเข้าใจว่าถ้าเขายังคงทำเสียงอึกทึกครึกโครมอย่างไม่มีเหตุผล ปีศาจน้อยจะทำแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ได้ต้องการที่จะกลายเป็นปุ๋ย และเสียโอกาสที่จะเกิดใหม่อีกครั้ง

มันเป็นจังหวะที่เสียงเพลงดังขึ้น

สมเด็จพระราชาและสมเด็จพระราชินีได้เดินทางมาถึงแล้ว

แคลร์ มองสำรวจสมเด็จพระราชาและสมเด็จพระราชินีที่ยืนอยู่ที่จุดสูงสุดในงาน สมเด็จพระราชานั้นดูแข็งแกร่งมีความเคร่งขรึมที่ทำให้ผู้คนเคารพเขา สมเด็จพระราชินีนั้นดูเหมือนว่าจะทรงดูแลเรื่องสุขภาพของนางเป็นอย่างดี มองดูเหมือนพระนางจะมีอายุแค่เพียงสามสิบปีเท่านั้น ท่าทางสง่างามและฟุ่มเฟือยของพระนางดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก พระนางไม่ได้ดูเหมือนผู้หญิงที่มีบุตรชายแล้วถึงสองคนด้วยซ้ำ องค์รัชทายาทถือกำเนิดจากพระราชินีองค์ก่อน พระราชินีองค์ก่อนได้ทรงเสียชีวิตในระหว่างการให้กำเนิดบุตร และสองปีหลังจากนั้นพระราชาก็ทรงแต่งงานกับพระราชินีองค์ปัจจุบัน

ตาม ธรรมชาติต้องมีพิธีซับซ้อนจำนวนมากเกิดขึ้น ตั้งแต่เริ่มต้นใบหน้าของเจ้าหญิงมอริซยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนและ เป็นมิตรเหมาะสำหรับงานเลี้ยงเช่นนี้ แต่แคลร์เข้าใจผู้หญิงคนนี้คงจะอดทนรอมาได้สักพักแล้ว บุคลิกจริงของเธอไม่ได้เป็นอย่างที่แสดงออกมาในตอนนี้

เช่น เดียวกับที่พวกเขาคิดว่าข้อความสำหรับแสดงความยินดีนั้นได้จบสินลงแล้ว แต่สมเด็จพระราชาก็ได้กระแอมขึ้น ก่อนจะกล่าวในลักษณะที่มีความสุข

“คืนนี้ท่านคลิฟได้ให้เกียรติพวกเราด้วยการปรากฏตัวของเขา  และ ข้าก็มีข่าวที่ดีมากที่จะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ ท่านคลิฟได้รับการยอมรับหลานสาวของดยุค กอร์ดอนเป็นลูกศิษย์ของเขา จากนี้เป็นต้นไป เมืองนิยะจะมอบศักดินาให้กับแคลร์พร้อมกับชื่อบารอน”

หลัง จากที่จบประโยคเหล่านี้ลง ฝูงชนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความโกลาหล นักเวทมนต์ผู้ยิ่งใหญ่ได้รับการพระราชทานชื่อและมอบศักดินานั้นถือเป็น เรื่องธรรมดาทั่วไป แต่แคลร์ไม่ได้เป็นนักเวทย์ที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ เธอยังไม่ได้ผ่านการทดสอบจากสภาแห่งเวทมนต์เลยด้วยซ้ำ อีกด้านหนึ่ง แคลร์ก็มีสิทธิโดยสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกศิษย์ของคลิฟ สมเด็จพระราชาพูดออกมาได้อย่างชำนาญในคำว่าหลานสาวของดยุค กอร์ดอน ไม่ใช่แค่ชื่อแคลร์ ฮิลล์เท่านั้น นี้เป็นการเผยสถานะที่มั่นคงของดยุค กอร์ดอน ที่จะไม่มีทางสั่นคลอนได้อย่างแน่นอน

หลังจากนั้น แคลร์ก็ก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งของเธอ ประทับตราเมือง และ บารอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และขอบคุณต่อสมเด็จพระราชา งานจัดเลี้ยงในที่สุดก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แคลร์รู้สึกว่ามีหลายๆ คนที่จ้องมองมาที่ด้านหลังของเธอราวกับกริชคม เธอถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ กับตัวเอง ก่อนจะถอยกลับไปอยู่ที่มุมหนึ่ง

ดยุค กอร์ดอนนั้นต่างถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คนที่เข้ามาแสดงความยินดีกับเขา

แคลร์รู้สึกเบื่อจึงเดินกลับขึ้นไปบนระเบียง มองดูทุกคนเต้นร่ำอยู่ตรงล้านเต้นร่ำไปเรื่อยๆ

“นี่ก็ถือเป็นเพียงหม้อหลอมขนาดใหญ่เท่านั้น”น้ำเสียงที่ต่ำของคลิฟได้ปรากฏขึ้นข้างๆ แคลร์

“ท่านอาจารย์”แคลร์รู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะเวลานี้ใบหน้าที่ปกติจะแสดงออกอย่างหยาบคายของคลิฟกลับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น

“นี่ เป็นอีกเหตุผลที่ทำไมข้าถึงเกลียดข้าราชสำนัก และเกลียดมงกุฎนั้น” คลิฟพูดขึ้นเบาๆ ในขณะที่เขามองไปที่เหล่าผู้คนที่ยกคางขึ้นยิ้มอยู่รอบๆ ดยุค กอร์ดอนในตอนนี้

“แล้วเจ้าก็เลยเพียงแค่ยอมรับตำแหน่งดยุค แต่ไม่ยอมรับที่ดินที่มอบให้ตามศักดินา”ลอว์เรนซ์คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ขัดจังหวะขึ้น

แคลร์ตกตะลึงเล็กน้อย เธอไม่ได้คาดหวังว่าคลิฟจะมีตำแหน่งเป็นถึงดยุค

“ข้า ไม่ต้องการที่จะเข้ารวมการดิ้นรนเพื่อการทุจริตเหล่านั้น การต่อสู้แบบประชิดตัวไม่เหมาะกับข้า” คลิฟยักไหล่และใส่ใบหน้าที่แสดงออกถึงความหยาบคายที่ดูเหมือนเขาควรจะมีไว้ บนใบหน้าของเขาอีกครั้ง ดวงตาล่องลอยไปยังขอบกระโปรงลูกไม้ของแคลร์อยู่ในตอนนี้แทน

ลอว์เรนซ์ ถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ ในหัวใจของเขา บางครั้งเขาก็อดที่จะอิจฉาเพื่อนเก่าของเขาไม่ได้ ที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ แต่ด้วยสถานะของเขา มันจะไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น เพราะอำนาจของพระเจ้าและพระราชาจำเป็นจะต้องมีคนกลางเสมอ

หลิงอวิ้น เหลิ่ง ยัง คงเงียบในขณะที่เขามองไปที่ประกายตาสุดจะพรรณนาของอารมณ์ความรู้สึกในสายตา ลอว์เรนซ์ หลิงอวิ้น เหลิ่งได้แต่มอง ไม่มีใครสามารถที่จะบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้

คืน นี้ ดยุค กอร์ดอน ดูจะมีความสุขเป็นพิเศษ ตลอดเวลาเขานั้นแทบจะไม่มีเวลาว่างเลย ตามจริง บทบาทนำในงานเลี้ยงในครั้งนี้ควรจะเป็นของเจ้าหญิงมอริซ แต่ผู้คนมากมายกลับมาล้อมรอบ ดยุค กอร์ดอนอยู่ในตอนนี้ แต่แหล่งที่มาของสถานการณ์เช่นนี้ กลับกำลังโน้มตัวสบายๆ อยู่บนระเบียงเพื่อรับลมแทน ไม่มีใครกล้าที่จะมาที่ระเบียงแห่งนี้ เพื่อรบกวนยอดฝีมือเหล่านี้อย่างแน่นอน

แล้ว เสียงบทเพลงไพเราะก็ดังขึ้น บนฟลอร์เต้นรำที่อยู่ตรงกลางของห้องโถง ขุนนางต่างเริ่มที่จะเต้นเบาๆอย่างสง่างาม มันสว่างสุกใสราวกับเหล่าผีเสื้อ ในเวลานี้ หลิงอวิ้น เหลิ่งและลอว์เรนซ์ต่างอยู่ข้างๆกับองค์ราชา แล้ว ต่างพูดคุยและหัวเราะกันไป คลิฟวิ่งเข้าไปในห้องโถงเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากสาว ๆ ผู้ที่มองเขาด้วยความรักเหล่านั้น

“เสแสร้ง น่าขยะแขยง รอย ยิ้มของพวกเขาน่าเกียจกว่าการร้องไห้เสียอีก คนหน้าซื่อใจคดพวกนี้”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองดังขึ้นในหัวของ แคลร์ ผู้ใช้มนต์ดำอย่างวอลเตอร์ แน่นอนว่าเขาจะต้องเกลียดชังคนที่มาจากวิหารแห่งแสง

แคลร์ไม่ได้พูดอะไรออกมา จิบไวน์หวานเบาๆ ในแก้วของเธอต่อไป

แคลร์ ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังบนระเบียงคนเดียว และในขณะที่เธอคิดว่าเธอจะผ่านคืนนี้ไปได้อย่างเงียบสงบ น้ำเสียงหยาบคายเล็กน้อยก็ดังขึ้นในทันที

“แคลร์ ให้เกียรติเต้นรำกับข้าในเพลงต่อไปได้หรือไม่” น้ำเสียงนั้นมีความรังเกียจและการยอมจำนนอยู่เล็กน้อย

แคลร์ เงยหน้าขึ้น หันไปมองยังชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนชั้นสูงผู้หนึ่ง แม้ว่าจะมีรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็นประดับอยู่บนใบหน้าของเขา แต่อารมณ์ที่ซับซ้อนภายใต้สายตาของเขาไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้ มันมีการดูถูกเหยียดหยาม ความอิจฉา และการยอมจำนนอยู่ในนั้น

แคลร์ เข้าใจได้ในทันที ชายหนุ่มคนชั้นสูงที่อยู่ต่อหน้าของเธอผู้นี้ คงจะถูกบังคับจากพ่อของเขาให้มาเต้นรำกับเธอ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ของพวกเขาหลังจากที่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แคลร์มีความจำเล็กน้อยเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้นี้ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นหนึ่งในหนุ่มหล่อที่แคลร์คนก่อนลุ่มหลง เขาไม่เคยทำตัวดีกับแคลร์มาก่อน แต่แคลร์คนก่อนกลับมีความมุ่งมั่นอย่างมาก

เขา ผู้ที่แต่งตัวอย่างคนชั้นสูงถึงกับผงาดเมื่อเห็นว่าแคลร์ไม่ได้ตอบอะไร แล้วเขาก็รอไม่ไหว ก่อนที่น้ำเสียงของเขาจะรุนแรง และหยาบคายแล้วพูดขึ้น

“แคลร์ เต้นรำกับข้า ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการที่จะเต้นรำกับข้าเสมอมาหรืออย่างไร”

 

+++++++++++++

 

ขอบคุณกำลังใจและคอมเม้นทค่ะ

เราเชียร์เจ้าชายแห่งแสง ชูป้ายๆ

Facebook Comment