+100%-

ตอนที่ 15 – อุปกรณ์เวทย์ที่ล้ำค่า

===============
แน่นอนว่าแคลร์ไม่ใช่บุคคลประเภทที่มีจิตใจดีงามอะไรประมาณนั้น ชายแก่ผู้นี้ คลิฟ ด้วยความที่เขาต้องการทำให้แคลร์มาเป็นลูกศิษย์ของเขาเป็นอย่างมาก จนตอนนี้ดวงตาของเขานั้นเริ่มแดงก่ำขึ้น ดูเหมือนมันจะเป็นที่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ค้นพบตรงจุดนี้ จีนชะรอความเร็วของเขาลง รอจนกระทั่งบุคคทั้งสองเดินหน้าขึ้นไปแล้วนั้น เขาจึงได้ตามหลังไป

“ทำไมข้าต้องอยากจะเป็นลูกศิษย์ของท่านด้วย” แคลร์ขมวดคิ้วด้วยท่าทางที่ไม่เต็มใจนัก

“ถ้าเจ้ามาเป็นลูกศิษย์ของข้า เจ้าสามารถที่จะทำทุกอย่างที่เจ้าต้องการได้”คลิฟยืดยกของเขาขึ้นอย่างโอ้อวด ดูราวกับผู้มีอำนาจขึ้นมาทันที แน่นอนว่ามันคือความจริงที่สุด ไม่เพียงแต่คลิฟจะมีจิตใจที่คอยปกป้องลูกศิษย์ของเท่านั้น หากแต่เขายังคอยปกป้องในทางที่ผิดอีกด้วย แม้ว่าลูกศิษย์ของเขาจะเป็นคนผิดแต่เขาจะคอยปกป้องและเข้าข้างพวกเขาเสมอ ราวกับแม่ไก่ที่กางปีกของมันออกเพื่อคอยปกป้องลูกไก่จากนกอินทรี เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาต้องการ แน่นอนว่าการเป็นลูกศิษย์ของนั้นมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด แต่กลับเป็นเรื่องที่ยากรำบากมากต่างหาก ในตอนนี้เขามีลูกศิษย์เพียงแค่สองคน และแคลร์ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่สาม

“แล้วมันดีอย่างไร”แคลร์มองอย่างเย่อหยิ่ง” ข้าไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหน หาเหตุผลที่มันสมจริงหน่อย”

คลิฟเปิดและปิดปากของเขาราวกับว่าจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกก่อนจะกรอกตาไปมา แต่เขาก็มีความสุข ในเมื่อสาวน้อยคนสวยพูดแบบนี้ก็แสดงว่าเขายังมีโอกาสอยู่

“รับนี่ไป สาวน้อยคนสาว เมื่อเจ้าบดขยี้สิ่งนี้ เจ้าจะสามารถเรียกจิตวิญญาณของสองปีกแห่งทูตสวรรค์เมื่อมาคอยปกป้องเจ้าได้” อย่างไร้ที่มาจู่ๆ สร้อยค้อก็ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของคลิฟในทันที จี้โปร่งแสงรูปร่างเหมือนหยดน้ำตา ส่องแสงระยิบระยับภายใต้แสงของดวงอาทิตย์อย่างงามงดงาม เขาได้มันมาในครั้งที่เขาชนะการเดิมพนกับไอ้แก่หยาบคาย น่าอับอายและน่ารังเกียจคนนั้น เขาได้รางวัลมามากมายจากการเดินพัน สิ่งนี้ถูกทำขึ้นมาจากความจริงที่ว่าไม่มีลูกศิษย์ของเขาคนไหนที่พอจะเป็นคู่ต่อสู้กับลูกศิษย์ของไอ้แก่คนนั้นได้เลย

แคลร์คว้าไปที่มันด้วยมือเพียงข้างเดียว โดยไม่มีร่องรอยของความเจียมเนื้อเจียมตัวเลยแม้แต่น้อย มองไปที่คลิฟผู้ที่ไม่ได้มีร่องรอยของความเสียดายอยู่เลยแม้แต่น้อย แคลร์รู้ว่าของสิ่งนี้คงไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเขา

“ตอนนี้ เจ้าจะเรียกข้าว่าท่านอาจารย์ได้หรือยัง” คลิฟถามขึ้นพร้อมกับหัวเราะฮี่ฮี่

แต่แคลร์กลับแกว่งสร้อยคอไปมาก่อนจะพูดขึ้น

“ถ้าข้าแค่ใช้สิ่งนี้ แล้วมันก็จะหายไปหลังจาทที่ข้าเรียกใช้มันเพียงแค่ครั้งเดียวใช้หรือไม่ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคู่ต่อสู้นั้นเป็นคนที่มีพลังที่แข็งแกร่งมาก และสามารถที่สังหารเจ้าสิ่งที่ข้าเรียกออกมานี่ได้ในทันที เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าจะต้องตายอยู่ดีไม่ใช่หรือ ลูกศิษย์ของท่าน อาจารย์ใหญ่ของสถาบันซันไรส์ได้มอบกำไลแห่งสายลมแก่ลูกศิษย์ของเขาเชียวนะ” แคลร์ยังคงแกว่งสร้อยคอไปมาในอากาศอย่างไม่แยแส แต่เธอกำลังคิดกับตัวเองว่า ชายผู้นี้คือปราชญ์พ่อมดดั้งนั้นเขาจะต้องมีขอดีอีกมากมายแน่นอน แต่เขากลับมาหลอกเธอด้วยเจ้าสิ่งนี้อย่างนั้นหรือ

คลิฟกระพริบตาของเขาไม่ได้มีความรู้สึกผิดแต่อย่างใด แล้วทันใดเขาก็เริ่มหัวเราะออกมาอย่างตลบตะแลง

“สิ่งนั้นมันมีอะไรดีตรงไหน นี่ ข้าให้เจ้าเอานี่ไปและก็นี่ด้วย” เพียงมือของเขาเคลื่อนไหวไปในอากาศ สิ่งของก็ออกมาจากอากาศในทันที แคลร์รู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องมีมิติลับในตำนานที่เอาไว้สำหรับกักเก็บของต่างๆ อย่างแน่นอน แต่ว่ามันจะเป็นแหวนมิติ หรือกระเป๋ามิติเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

“ของพวกนี้คืออะไร” แคลร์ถามขึ้น ก่อนจะจ้องมองอย่างสนใจไปที่มือของคลิฟ

“นี้เป็นเสื้อคลุมล่องหน มันสามารถทำให้เจ้าล่องหนได้ แต่ก็แค่สิบนาทีเท่านั้นนะ ส่วนนี่คือกำไลเคลื่อนย้าย แต่เพราะมันเป็นคาถาชั้นสูงในการเรียกใช้ มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะลงกำกับบทเวทมนต์ไว้ในกำไลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นมันจึงใช้ได้แค่เพียงเคลื่อนย้ายเจ้าไปข้างหลังประมาณสิบห้าเมตรเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าสามารถหลบหนีไปได้ ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด และอีกอย่างนี่คือคันธนูจิ๋วมันเป็นอาวุธเวทย์ สิ่งที่เจ้าต้องทำก็เพียงแค่รวยเวทมนต์ลงไป แล้วลูกศรเวทย์ก็จะปรากฏออกมา และมันจะเป็นไปตามธาตุธรรมชาติของผู้ใช้ลูกศรเวทย์ที่ถูกยิ่งออกไปด้วยเวทมนต์ ธาตุของเจ้าคือไฟ ดังนั้นยามที่ลูกศรยิ่งถูกสิ่งใดแล้ว สิ่งนั้นจะระเบิดออกมาเป็นเปลวไฟขึ้นในทันที”

คลิฟเริ่มที่จะหัวเราะออกมาอย่างตลบตะแลงอีกครั้ง เขารู้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีคุณค่ามากมาย และล้ำค่ากว่ากำไลแห่งสายลมของลาเชียร์นั้นหลายเท่า รายการแรกนั้นมันมีคุณค่ามากมายมหาศาล หากสมบัติเช่นนี้ตกไปอยู่ในมือของนักฆ่า เพียงแค่สิบนาที ก็อาจจะตายได้โดยไม่รู้ตัว ส่วนรายการที่สอง ความหมายที่สองของกำไลเคลื่อนย้ายไปด้านหลังสิบห้าเมตรก็คือ เหล่านักเวทมนต์ทั้งหลายต่างหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในระยะประชิด เพราะสำหรับพวกแล้ว การอยู่ให้ห่างไกลจากฝ่ายตรงข้ามนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุด สำหรับรายการสุดท้าย คันธนูจิ๋วนั้นมันเต็มไปด้วยความปรานีตงดงาม มันถูกสลักลวดลายของดอกไม้สีทองงดงาม ส่งกลิ่นอายของความมีมนต์ขลังออกมา และที่สำคัญมันได้ถูกลงบทเวทย์กำกับเอาไว้อย่างรอบคอบจากผู้สร้างมัน

“เช่นนั้น ก็ต้องขอบทุณท่านแล้ว” แม้ว่าแคลร์จะยอมรับอุปกรณ์เวทย์ทั้งหลายราวกับว่าเธอนั้นมีสิทธิในของทุกชิ้น แต่เธอก็รู้สึกพอใจมากกับความใจกว้างของตาแก่นิสัยเสียผู้นี้

“ฮี่ ฮี่ สวยน้อยคนสวย ตอนนี้เจ้าจะเรียกข้าว่าท่านอาจารย์ได้หรือยัง” คลิฟพูดขึ้น ใบหน้านั้นยิ้มจนแทบจะถึงใบหูพร้อมกับยกคิ้วของเขาขึ้น

“ตกลง เพียงแต่ว่า” แล้วในทันใดใบหน้าของแคลร์ก็กลับมีสีหน้าที่จริงจังขึ้น

“ข้าได้บอกท่านไปแล้ว ว่าข้านั้นมีอาจารย์อยู่ก่อนแล้ว เขาเป็นอาจารย์คนแรกของข้า และถ้าท่านต้องการจะมาเป็นอาจารย์ของข้า ท่านจะต้องเป็นอาจารย์ลำดับที่สอง จัดอันดับให้เป็นรองจากเขา นี่คือเงื่อนไขเพียงข้อเดียวของข้า”

การแสดงออกทางสีหน้าของคลิฟเปลี่ยนไปในทันที อาจารย์ลำดับที่สอง เขาไม่เคยได้ยินชื่อเรียกแบบนี้มาก่อน เขาที่เป็นถึงปราชณ์พ่อมอ ถูกจัดอันดับให้เป็นที่สองรองจากผู้อื่น นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน

“แล้วคนผู้นั้นเป็นปราชญ์พ่อมดด้วยหรือเปล่า”คลิฟถามขึ้นอย่างโกรธเคือง

“เปล่า”แคลร์ส่ายหน้าใบหน้าของเธอนั้นดูจริงจังผิดปกติ

“นี่คือเงื่อนไขเพียงข้อเดียวของข้า ข้าจะไม่ยอมประนีประนอมอย่างเด็ดขาด”

“ตกลง”ถึงกับทำให้ทุกคนความประหลาดใจ คลิฟนั้นตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเขาได้วางแผนเอาไว้ในใจแล้ว จากนั้นคลิฟก็มองไปที่แคลร์ด้วยท่าทางสนุกสนานร่าเริง

“ตอนนี้ให้ข้าได้ยินเจ้าเรียกข้าว่าท่านอาจารย์ได้แล้ว”

“ท่านอาจารย์” แคลร์เรียกอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน

“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ ๆ .. ดี ดี ดี” คลิฟหัวเราะขึ้นเสียงดังจนแทบจะได้ยินไปถึงขอบฟ้า หัวเราะอย่างหนักจนเขาเกือบจะตกลงจากหลังม้า ในที่สุด ครั้งนี้เขาก็สามารถที่จะยืดหัวขึ้นยามที่อยู่ต่อหน้าไอ้แก่ผู้โง่เขลาผู้นั้นแล้ว

จีนก็ยังคงติดตามมาตลอดเวลาอยู่รั้งท้าย มองเห็นคลิฟที่หัวเราะอย่างหนักจนตัวเขานั้นกระตุกจนเกือบจะตกลงจากหลังม้า จีนก็เข้าสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที คลิฟรับแคลร์เป็นลูกศิษย์ของเขาแล้ว โอ้สวรรค์ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ว่าอะไรกันคือสิ่งที่พิเศษที่ซ่อนอยู่ในตัวของแคลร์ที่เขาไม่สามารถค้นพบมันได้ ทำไมคลิฟในตำนานถึงได้หลงใหลในตัวแคลร์เช่นนี้ จีนเต็มไปด้วยความงงงวยอย่างสิ้นเชิง แต่เขาจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้ดยุครู้โดยเร็ว อีกอย่าง รายงานกับคนผู้นั้นด้วย

“ลูกศิษย์ที่รักของข้า เจ้าจะไปทำอะไรที่หุบเขาเกลกอร์จ” คลิฟกระพริบตาสองสามทีก่อนจะมองไปที่หน้าอกของแคลร์

“เพื่อไปหาสมุนไพรและสะสมเหรียญทอง อีกอย่างเพื่อที่จะไปสังหารเหล่าสัตว์เวทย์ระดับต่ำทั้งหลายเพื่อหาประสมการณ์” แคลร์พูดขึ้นอย่างเรียบง่าย แคลร์ไม่อยากให้คนจำนวนมากเกินไปรู้เรื่องเกี่ยวกับอาคานัมเวทย์ลี้ลับ ที่มากไปกว่านั้น มันเป็นสมบัติของเพื่อนรักของอาจารย์คนแรกของเธอ เอ็มเมอรี่ นอกจากนี้แคลร์ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรกยามที่เธอบอกเขาว่า เขาคืออาจารย์ลำดับที่สอง ดังนั้นมันคงจะฉลาดกว่าถ้าเธอจะไม่พูดถึงลำดับที่หนึ่งต่อหน้าลำดับที่สอง

“โอ้ เช่นนั้นก็ดี องค์รักษ์ผู้นั้นท่าทางแข็งแรง คงจะเป็นถึงนักกระบี่ชั้นหนึ่งแล้วซินะ มีเขาไปด้วยเจ้าคงจะไม่ได้รับอันตราย ข้ายังมีธุระที่จะต้องไปชำระอยู่ และยังจะต้องไปเยี่ยมเยียนใครบางคนอีก หลังจากที่เจ้าเสร็จภารกิจของเขาแล้ว ก็ตามมาพบข้าที่สภาเวทมนตร์ก็แล้วกัน ข้าจะพยายามสุดกำลังของข้าเพื่อที่จะสอนเจ้าทุกอย่างที่ข้ารู้” คลิฟพูดขึ้นในท่าทางที่ผ่อนคลาย เพราะในตอนนี้เขาสามารถที่จะทำให้แคลร์มาเป็นลูกศิษย์ของเขาได้แล้ว เขาจะต้องรีบกลับไปเพื่อที่จะชำระธุระของเขาให้เสร็จ

แคลร์รู้สึกประหลาดใจมาก สิ่งแรก เป็นเพราะสิ่งที่คลิฟได้พูดถึงจีนเอาไว้ และสิ่งที่สอง บางสิ่งบางอย่างที่สามารถทำให้คลิฟเป็นกังวลได้นั้นต้องไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อย่างแน่นอน อีกอย่างไม่ใช่ว่าจีนยังเป็น นักรับชั้นหนึ่งอยู่หรือไง ทำไมคลิฟถึงได้พูดว่าเขาเป็นนักกระบี่ชั้นหนึ่ง นั้นมันคือการก้าวกระโดดขึ้นไปถึงสองระดับในครั้งเดียวเลยนะ เป็นเช่นนี้นี่เอง จีนได้ซ่อนความแข็งแกร่งของเอาไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมา

มันก็ชัดเจนสำหรับแคลร์ว่าเธอนั้นสำคัญต่อคลิฟแค่ไหน แต่ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของเธอ คลิฟไม่ได้ติดตามมาเพื่อให้คำแนะนำ และในทางตรงกันข้ามเขารีบกลับไปในเมือง มันจะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ อย่างแน่นอนขอบคุณกำลังใจและคอมเม้นท์ค่ะมีอาจารย์แบบนี้จะไหวไหมเนี่ยแคลร์ จีนยังมีสองหัวอยู่นะจีนนะ….

Facebook Comment