+100%-

ตอนที่ 16: ถูกบังคับให้สละอำนาจ!

รับการแจ้งเตือนการอัพเดทก่อนใครที่แฟนเพจครับ
https://www.facebook.com/Child.of.Light.TH

==================================

ตอนที่ 16: ถูกบังคับให้สละอำนาจ!

 

ปัญหาใหญ่มาเยือน!

ตระกูลหลิงทุกคนต่างตื่นตัวเมื่อเห็นหลิงปั้วและหลิงเชียง ผู้อาวุโสทั้งสองที่แทบไม่ค่อยปรากฏตัวกลับไปอยู่ข้างตู่เจี้ยหลัน พวกเขาตระหนักได้ว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

เหตุผลที่ตู่เจี้ยหลันรอเวลาแม้จะทำการสืบค้นอุโมงค์อันสลับซับซ้อนที่ภูเขาสมุนไพรมาแล้วก็เพื่อวันนี้นี่แหละ!

นางรอโอกาสเพื่อให้สมาชิกตระกูลหลิงทุกคนมารวมตัวกันเพื่อที่นางจะใช้แผนปลดอำนาจโดยอาศัยแรงกดดันจากทุกคนได้!

จู่ ๆ กระดูกสันหลังของหลิงเฉิงเย่ก็เย็นยะเยือก

หลิงเชียงและหลิงปั้วต่างเป็นผู้ฝึกวรยุทธจากตระกูลหลิงรุ่นก่อน พวกเขามีส่วนสำคัญกับกลุ่มอย่างมากตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น แต่ด้วยบาดแผลที่ทำให้ถึงขั้นพิการ พวกเขาจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสันโดษและไม่ซักไซ้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในกลุ่มให้มากความ

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเริ่มไม่ใส่ใจผู้อาวุโสทั้งสองท่านอย่างช้า ๆ เขาไม่คาดคิดว่าสองคนนั้นจะไปอยู่ข้างตู่เจี้ยหลันโดยที่เขาไม่รู้สึกตัว

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลานชายของผู้อาวุโสทั้งสองจะต้องมีอุปกรณ์วิญญาณที่วิเศษอย่างแน่นอนถึงทำให้พวกเขาฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว ดูท่าผู้อาวุโสทั้งสองจะอยู่เบื้องหลังอนาคตของหลานชายพวกเขา”

การออกความเห็นของหลิงเฟิงผู้จริงใจและซื่อตรง ทำให้ความสงสัยของฝูงชนหายไปจนสิ้น

ในตอนนี้ ตู่เจี้ยหลันและลูกชายของนางจับจ้องไปยังหลิงเฟิงผู้เป็นศัตรูด้วยสายตาเย็นชา

หลิงเฟิงทำท่าล้อเลียน

“เรื่องนั้นหรอกหรือที่เจ้ากังวล? อย่าขัดจังหวะพวกเขา!” หลิงหยิงร้องขอ นางจับเสื้อเชิ้ตของเขาเพื่อพยายามห้ามปรามไม่ให้สอดไม่เข้าเรื่องเพราะเกรงว่าแม่นมจะมีท่าทีที่ไม่ดีต่อเขา

“การขับไล่ผู้อาวุโสมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่าย ๆ” หลิงข่านกานเป็นผู้อาวุโสที่สนับสนุนหลิงเฉิงเย่ เพราะเขารู้ว่าหัวหน้าคือหนึ่งในผู้ทำงานเพื่อตระกูลมากที่สุด ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะเก็บซ่อนเอาแรงจูงใจอันเห็นแก่ตัวเอาไว้กับตัวอย่างแน่นอน ดังนั้น เขาจึงประกาศเสียงดังว่า “หากหัวหน้าชักนำอันตรายมาสู่กลุ่มพวกเรา จะด้วยความผิดพลาดของตนก็ดีหรือจะด้วยการใช้พลังเพื่อตนเองในทางที่ผิดจนนำความอับอายมาสู่ตระกูลอันเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของกลุ่มก็ดี ผู้อาวุโสย่อมสามารถขับไล่เขาได้”

เมื่อมองไปที่ผู้อาวุโสทั้งสอง สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดว่า “ร่างกายของท่านทั้งสองแม้จะย่ำแย่ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้น สมองของพวกท่านมันเลอะเลือนไปหมดแล้วหรือ? ท่านไม่เห็นถึงความเพียรพยายามที่เฉิงเย่สู้อุตส่าห์ทำเพื่อตระกูลมาตลอดหลายปีนี้เลยเหรอ?”

หลิงเชียงและหลิงปั้วต่างรู้สึกผิดจนไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย พวกเขาจึงเลือกที่จะก้มหัว

“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะทำให้มันชัดเจนเอง!” ตู่เจี้ยหลันหัวเราะเย็นชา ทำให้ทุกคนหันมาสนใจที่นาง

นางเดินไปหาหลิงเฉิงเย่เพื่อเผชิญหน้าโดยผ่านผู้คน ออร่าที่ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าอีกฝ่ายถูกแผ่ออกมา จากนั้นนางจึงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า ”ต้นวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณมากมายบนภูเขาสมุนไพรของพวกเรา แต่เดิมก็เป็นของพวกเราตระกูลหลิงพวกเราต้องจ่ายเครื่องบรรณาการเป็นต้นวิญญาณให้หอเมฆดาราทุก ๆ ปีเพื่อแลกกับการคุ้มครองจากพวกเขา หน้าที่ในการตระเตรียมของเหล่านี้ก็คือหน้าที่ของพี่เขย แต่ว่า ต้นวิญญาณทั้งหมดในตอนนี้กลับเหี่ยวเฉา คนจากหอเมฆดาราเร่งให้พวกเราส่งเครื่องบรรณาการ แต่พวกเราตระกูลหลิงกลับเอาแต่ล่าช้า หอเมฆดาราใกล้จะหมดความอดทนเต็มทีแล้ว…”

พูดถึงปัญหาของภูเขาสมุนไพร คนของตระกูลหลิงโดยส่วนใหญ่จะไม่รู้ หลังจากได้ยินคำตำหนิติเตียนจากตู่เจี้ยหลัน สีหน้าของผู้คนจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ตระกูลหลิงคือทาสของหอเมฆดารา หากพวกเขายังผลัดผ่อนการจ่ายสมุนไพรวิญญาณออกไปเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากหอเมฆดาราเท่านั้น พวกเขาอาจจะถูกฟ้องร้องโทษฐานกระทำความผิดจนถึงขั้นทำให้ตระกูลหลิงทั้งหมดตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

คำพูดของตู่เจี้ยหลันทำให้ทุกคนเงียบงัน ทุกคนเริ่มพิจารณาถึงผลลัพธ์ทั้งหมดที่เป็นไปได้

“และนั่นมันก็เป็นเพียงปัญหาแรกเท่านั้น!”

หลังจากตั้งแง่ถึงความสงสัยในความสามารถของหลิงเฉิงเย่เอาไว้ในจิตใจของทุกคนแล้ว ตู่เจี้ยหลัยจึงกล่าวอีกครั้งว่า ”พี่ใหญ่ กรุณาพูดให้ชัดเจนด้วยว่าอุโมงค์ในภูเขาสมุนไพรมันคืออะไรกันแน่? เหิงเอ้อเข้าไปสำรวจเมื่อคืนก่อน พอจะมีใครเดาออกไหมว่าเขาพบเห็นอะไร?”

ใบหน้าของหลิงเฉิงเย่เริ่มหวาดหวั่น อีกฝ่ายยังกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ”มีอุโมงค์นับร้อยอยู่ในภูเขาสมุนไพร! จำนวนของถ้ำเหมืองแร่ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หมายความว่า เหมืองแร่มันไม่ได้มีจำนวนมากขนาดนี้ก่อนจะหยุดการขุด! หึ! พี่ใหญ่ ท่านต้องอุทิศความพยายามไปมากเพื่อเหมืองแร่แน่ แต่ทำไมข้ายังไม่เห็นแร่แม้แต่ชิ้นเดียวอยู่ในโกดังตระกูลหลิงเล่า?”

เมื่อคำพูดนั้นหลุดออกมามันก็ไม่ต่างจากหินหนึ่งก้อนที่ทำให้เกิดคลื่นน้ำนับพัน คำพูดของนางทำให้สมาชิกตระกูลหลิงสั่นไหว

“ถ้าไม่มีสิ่งมีค่าอยู่ในภูเขาสมุนไพรจริง แล้วทำไมถึงมีอุโมงค์มากมายขนาดนั้นด้วย? หากมีการค้นพบแร่มีค่า แล้วมันหายไปไหนหมด? พี่ใหญ่เก็บไว้กับตัวเองรึ?” ตู่เจี้ยหลันตั้งคำถามพลางกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มที่สาแก่ใจ “ดูท่าพี่ใหญ่จะมอบมรดกภายในภูเขาสมุนไพรให้กับตาหลานของตระกูลฉิน แบบนั้นมันออกจะมากเกินไปหน่อยนะ! ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังสั่งห้ามไม่ให้สมาชิกตระกูลหลิงคนอื่นเข้าไปข้างในอีกด้วย ข้าคิดว่าทุกคนคงเข้าใจแล้วว่าเขากำลังปกปิดอะไรบางอย่างอยู่!”

“เฉิงเย่ เจ้าจะไม่อธิบายเรื่องมรดกภายในภูเขาสมุนไพรหน่อยหรือ?” ผู้อาวุโสหลิงเชียงเงยหน้าขึ้นพลางช่วยซักถามแทนตู่เจี้ยหลัน ความจริงเขาก็สงสัยมานานแล้วว่าหินวิญญาณที่อยู่ข้างในภูเขาได้ถูกหลิงเฉิงเย่ยักยอกไปหมดสิ้นแล้ว

แม้แต่สมาชิกที่เหลือของตระกูลหลิงต่างก็มองมาที่หลิงเฉิงเย่ ตอนนี้ พวกเขาเริ่มสงสัยในตัวเขา จึงต่างพากันจ้องมองไม่วางตา

“ข้าก็เพิ่งทราบเรื่องภายในภูเขาสมุนไพรเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง และอุโมงค์จำนวนมากนั่นก็ถูกขุดขึ้นจริง ข้ายังสืบสาวเรื่องราวนี้อยู่ แต่ยังไม่อาจหาบทสรุปได้” ประโยคนี้มากเกินพอที่จะสารภาพว่าที่ตู่เจี้ยหลันกล่าวอ้างนั้นล้วนเป็นความจริง เขายังกล่าวต่อท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่สับสนวุ่นวายว่า ”เมื่อห้าปีก่อน หลังจากข้าอนุญาตให้ตาหลานตระกูลฉินใช้มรดกภายในเหมืองแร่ที่อยู่ในภูเขาแล้ว ข้าก็ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปในนั้นอีก ข้าไม่รู้เรื่องว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเช่นกัน”

ทันทีที่กล่าวจบ เขาหันมามองฉินเลี่ย คนอื่นก็หันตามเช่นกัน แต่ต่อให้จ้องมองอีกฝ่ายก็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“นี่เจ้าแกล้งโง่หรือยังไง?” ใบหน้าของตู่เจี้นหลันเย็นชาขึ้นกว่าเดิม “ถ้าเจ้าไม่มีส่วนในเรื่องนี้จริง แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนสองคนจะขุดอุโมงค์ได้มากมายขนาดนี้? พวกเราตระกูลหลิงใช้เวลากว่าทศวรรษกว่าจะขุดอุโมงค์ได้สิบสองแห่ง แต่เจ้ากลับบอกว่าพวกเขาสามารถขุดได้มากมายขนาดนี้โดยใช้เวลาแค่ห้าปีอย่างนั้นเหรอ? ที่สำคัญ ฉินชานก็ตายไปเมื่อสองปีก่อนแล้ว คำพูดของเจ้าจะเชื่อถือได้อย่างไร?”

หลิงเฉิงเย่มองดูสมาชิกที่อยู่รอบ ๆ ก่อนจะรู้ว่ามีหลายคนส่ายหัว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เชื่อ

“ถ้าระดับการฝึกฝนของฉินชานไปถึงพลังระดับแยกออก เขาจะต้องมีความสามารถในการทำแบบนี้แน่ การจะทำลายภูเขาสมุนไพรให้ได้เช่นนี้ ไม่มีทางที่ผู้ฝึกวรยุทธธรรมดาจะสามารถทำได้” หลิงเฉิงเย่ตอบกลับด้วยความจนใจ

“ฮ่าฮ่า ช่างตลกสิ้นดี! ต่อให้มีผู้ฝึกวรยุทธที่มีพลังระดับแยกออกอยู่จริง แล้วทำไมเขาต้องมาขุดของพวกเราตระกูลหลิงด้วย?” ตู่เจี้ยหลันกล่าวประชดประชัน

ผู้คนรอบ ๆ ต่างพากันส่ายหัวเพราะไม่เชื่อเช่นเดิม

“อีกอย่าง ข้าไม่เข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการหมั้นหมายของน้องฉีและฉินเลี่ย เจ้าจะสร้างภาระให้พวกเขาตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ? สำหรับพวกเรา น้องฉีทั้งบริสุทธิ์และน่ารักราวบุปผา คนที่จะหมั้นหมายกับนางมีตั้งมากมาย แต่เจ้ากลับเลือกเจ้าโง่นี่น่ะเหรอ?” ตู่เจี้ยหลันปิดฉากเรื่องราวเพื่อกะให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้ นายเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมา ”หรือว่าเจ้ากับฉินชานมีการตกลงกันลับ ๆ ว่าจะให้หมั้นหมายกับอวี้ฉี? เจ้าโง่นี่มันคู่ควรกับน้องฉีตรงไหน? ข้าล่ะสงสัยนักว่าของหมั้นที่มันเตรียมมาจะเป็นอะไร ท่านลุงฟู่ เปิดของหมั้นให้พวกเราได้เห็นที!”

ตู่เจี้ยหลันมองไปที่หลิงฟู่ผู้รับหน้าที่รับของหมั้น สายตาของนางเย้ยหยันราวกับรู้อยู่แล้วว่าหลิงเฉิงเย่จะขายขี้หน้าอย่างแน่นอน

ความตั้งใจของนางเปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้าย นางไม่ได้วางแผนนี้ขึ้นมาแค่วันสองวัน นางเริ่มตั้งแต่ปัญหาที่ต้นวิญญาณไม่ถูกส่งไปอย่างครบถ้วน ทำให้เกิดปัญหาภายในตระกูลหลิงจากนั้น นางจึงนำปัญหาเรื่องถ้ำเหมืองแร่ที่อยู่ข้างในภูเขาสมุนไพรมาพูดต่อเพื่อเป็นการใส่ร้ายว่าหลิงเฉิงเย่ใช้อำนาจตนเองเพื่อฮุบเอาแร่มีค่าจากภูเขาเอาไว้กับตัวเพียงผู้เดียว

และตอนนี้ นางก็ลากปัญหาของการหมั้นหมายระหว่างฉินเลี่ยและหลิงอวี้ฉีเพื่อกล่าวหาว่าหลิงเฉิงเย่ไม่แยแสต่ออนาคตของลูกสาวตนเอง เป็นการสละความสุขของนางก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ไม่อาจทราบ

นางทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อทำลายชื่อเสียงของหลิงเฉิงเย่ที่อยู่ภายในตระกูลหลิงไม่ว่าจะด้วยรูปของเหตุและผลก็ดีหรือทัศนคติทางอารมณ์ก็ดี นางต้องการให้สมาชิกตระกูลหลิงทุกคนไม่พอใจหัวหน้าจนเกิดความสงสัย

“ข้าล่ะสงสัยจริงว่าเจ้าขายอวี้ฉีไปเท่าไหร่ ท่านลุงฟู่ ทำไมท่านไม่เปิดของหมั้นให้ทุกคนได้เห็นล่ะ?” ตู่เจี้ยหลันกล่าวเย้ยหยัน

หลิงฟู่นำของหมั้นมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอึกอัก เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรดี

“หลิงฟู่!” ผู้อาวุโสหลิงปั้วเรียกด้วยความร้อนรน ใบหน้าของเขาแข็งกร้าวก่อนจะออกคำสั่งว่า ”เปิดให้ทุกคนดูได้แล้ว! ให้ทุกคนตัดสินใจด้วยตัวเองว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลซ่อนเร้นอยู่ในงานหมั้นหมายนี้หรือเปล่า!”

สายตาทุกคนจับจ้องไปยังของหมั้น เมื่อเห็นสายตาตั้งคำถามจากสมาชิกตระกูลหลิงหลิงฟู่จึงจำใจเปิดกล่องไม้เพื่อเผยให้เห็นอัญมณีที่ทำจากทองและเงินราคาแพงมากมายให้ได้ชม

“เฮ้อ ก็แค่อัญมณีหรอกหรือ? มันอาจจะมีค่ากับสามัญชนคนทั่วไป แต่พวกมันไม่มีค่ากับผู้ฝึกวรยุทธอย่างพวกเรา!” ตู่เจี้ยหลันเมินสีหน้ามืดหม่นของหลิงเฉิงเย่ นางชำเลืองมองกล่องไม้และกล่าวว่า ”ข้าเชื่อว่าทุกคนคงบอกได้ว่าของเหล่านี้ไม่ใช่ของหมั้นจากฉินเลี่ย เป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามันมีเรื่องไม่ชอบมาพากลซ่อนเร้นอยู่ในงานหมั้นหมายนี้…”

“ยังมีถุงผ้าอยู่ไม่ใช่เหรอ?” หลิงข่านกานมองไปที่ถุงผ้าที่แต่เดิมวางอยู่ด้านบนกล่องไม้อย่างมีความหวัง เขาออกคำสั่งว่า ”เปิดมันออกมาสิ”

“อ้า เปิดออกมาเลย ให้พวกเราได้เห็นหน่อยซิว่าสมบัติประเภทไหนที่อยู่ข้างในนั้น ถ้าเจ้าโง่นี่สามารถนำของมีค่ามามอบเป็นของหมั้นให้ได้ ข้าจะไม่ปริปากพูดอีก!”

ตู่เจี้ยหลันเงยหน้าขึ้น เผยความรู้สึกสบายใจเมื่อได้เห็นสีหน้าแข็งกร้าวของหลิงเฉิงเย่ นางรู้สึกยินดียิ่ง ในเมื่อนางจัดการหลิงเฉิงเย่ได้แล้ว นางก็เข้าใกล้การเป็นผู้มีอำนาจในตระกูลหลิงนั่นคือผลลัพธ์ที่จะเกิดกับตระกูลหลิงทั้งหมด เป็นความปรารถนาสูงสุดของนางและคนแซ่ตู่ทุกผู้คน

หลิงเฉิงเย่ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถป้องกันตนจากการโจมตีอันโหดเหี้ยมของตู่เจี้ยหลันได้ แม้แต่สมาชิกตระกูลที่เคยเชื่อใจเขา ตอนนี้กลับเผยสีหน้าประณามให้ได้เห็น เขารู้สึกราวกับตกลงไปในหุบเหวแห่งความสิ้นหวังจนไม่อาจหาหนทางในการตอบโต้ได้แม้ว่าสมองจะทำงานอย่างบ้าคลั่งก็ตาม

หลิงอวี้ฉีกัดริมฝีปากล่างแน่น นางเห็นใบหน้าของพ่อเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวัง การตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากสมาชิกตระกูลรอบข้างในขณะที่ตู่เจี้ยหลันและพวกเยาะเย้ยเขาด้วยความยินดี… ในใจของนางรับรู้ได้เป็นอย่างดี

นางเริ่มจับมือของฉินเลี่ยเอาไว้แน่นโดยไม่อาจควบคุมได้ จนในที่สุดนางถึงตระหนักได้ว่าเล็บของตนจิกเข้าไปในฝ่ามือของฉินเลี่ย

ในตอนนี้ หลิงฟู่ปลดเชือกที่มัดถุงผ้าเอาไว้อย่างจนใจ สายตาใคร่รู้ของทุกคนเห็นก้อนหินร่วงลงมา เขาก้มหัวลงพลางประกาศอย่างโศกเศร้าว่า ”มันก็แค่หินหยกธรรมดา…”

หินหลากสีสันที่สะอาดและโปร่งใสถูกเผยให้เห็น หินเปล่งแสงสีเขียวอ่อนราวกับระลอกคลื่นพลังวิญญาณที่ทำให้รู้สึกสดชื่นอยู่ภายใน

จู่ ๆ มีคนคนหนึ่งตะโกนเสียงดังว่า “หินวิญญาณ! อย่างต่ำก็หินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หก!”

“อะไรนะ?! มันจะเป็นไปได้อย่างไร? ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า? มันจะเป็นหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกไปได้ยังไง? สวรรค์!” คนอื่น ๆ เริ่มส่งเสียงกรีดร้องออกมา

สีหน้าของตู่เจี้ยหลันและพวกมัวหมองเล็กน้อย “เป็นหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกจริง ๆ หัวหน้าคงรู้อยู่แล้วว่ามันมีมูลค่าเท่าไหร่ ไม่มีความจำเป็นต้องนำเงินออมทั้งหมดเพื่อแลกกับของสิ่งนี้เพียงเพื่อพิธีนี้หรอกใช่ไหม?” นางออกความเห็นอย่างเย็นชา

หลิงเฉิงเย่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขารู้อยู่เต็มอกว่าตระกูลตนเองนั้นยากจน หินวิญญาณที่ตระกูลหลิงมีนั้น ส่วนใหญ่ได้จากการแลกเปลี่ยนด้วยต้นวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณที่ได้จากการเก็บเกี่ยวเป็นจำนวนมาก พวกเขามักจะแลกได้ต่ำกว่าระดับสามัญขั้นที่สาม

ตลอดเวลา หินวิญญาณพวกนี้จะถูกมอบให้หลิงเสวียนซวนเพื่อใช้ในการฝึกฝน ด้วยจำนวนที่น้อยนิด ทำให้เสวียนซวนสามารถใช้มันได้ไม่เต็มที่นัก ดังนั้น เขาจึงไม่เต็มใจที่จะใช้มันเพื่อการฝึกฝนแม้ว่าตนจะเป็นถึงหัวหน้าตระกูลก็ตาม

ถ้าเขาครอบครองหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกเอาไว้ เขาจะมอบให้หอเมฆดาราเพื่อแก้ปัญหาเรื่องบรรณาการไปนานแล้ว ทำไมเขาต้องรอจนถึงตอนนี้ด้วยเล่า?

ในตอนนี้  ดวงตาสีดำของหลิงอวี้ฉีส่องแสงแวววาวเล็กน้อย ใบหน้าของนางร้อนผ่าวเมื่อสายตาจับจ้องไปที่มือของหลิงฟู่

มันคือหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกจริง ๆ !

“แค่นี้เหรอ?”

“ไม่ได้มีมากกว่านี้เหรอ? เอาออกมาอีกสิ!”

“ท่านลุงฟู่ ต่อเลยได้ไหม?”

วัยรุ่นตระกูลหลิงจำนวนมากพากันตะโกนใส่เขาโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขาล้วนสงสัยว่าของที่เหลืออยู่ในถุงผ้านั้นมันคืออะไร

จากนั้น หลิงฟู่ก็เริ่มเผยของที่อยู่ในถุงต่อ…

“หินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกอีกแล้ว! พระเจ้า มีอีกก้อนด้วย! นี่สามก้อนแล้ว!”

“อะไรเนี่ย! ยาฟื้นฟูกำลังวังชา! มียาฟื้นฟูกำลังวังชามากกว่าสิบเม็ด!”

“ยาปลุกเลือดลมร้อยวิถี! นี่ข้ามองผิดไปหรือเปล่า? นั่นมันยาปลุกเลือดลมร้อยวิถีระดับสามัญขั้นที่ห้าเชียวนะ! เป็นยาที่ผู้ฝึกวรยุทธทั้งขั้นชำระและก่อเกิดสามารถใช้เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อได้ มีเพียงหอเมฆดาราและดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเท่านั้นที่จะมียาแบบนี้! แค่เม็ดเดียวก็เทียบได้กับหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกแปดก้อนแล้ว!”

“สวรรค์ทรงโปรด! มียาปลุกเลือดลมร้อยวิถีได้อย่างไรกัน?”

“อะไร อะไรนั่น? ยาเปิดทะเล! ยาเปิดทะเลระดับสามัญขั้นที่หก! ยาเปิดทะเลจะใช้ในการเปิดทะเลวิญญาณ! หากใครมียาเปิดทะเลในมือขณะเตรียมข้ามจากพลังระดับชำระไปยังพลังระดับก่อเกิด โอกาสสำเร็จในการข้ามก็จะเพิ่มขึ้นด้วย!”

“ถ้ามีคนมอบของหมั้นแบบนี้ให้กับลูกสาวของข้า ต่อให้เขาจะตายแล้ว หรือต่อให้เขาจะเป็นเจ้าโง่ ข้าก็จะบังคับให้ลูกสาวของข้าแต่งงานกับเขาให้ได้!”

Facebook Comment