+100%-

ตอนที่ 53 หนึ่งกระบวนท่าปลิดสิบชีวาสิ้น

“ดริ๊ง… คุณฆ่าลอร์ดบอส ‘หมีสงครามขนทอง’ เลเวล 10 สำเร็จ ชื่อเสียง: +100 แต้มสกิล: + 100”

ในความเงียบสงัด เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเดียวกับที่อากาศอันเย็นยะเยือกไหลทะลักเข้าไปในปอด พวกเขาสามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองสั่นกลัว

พลังป้องกันของลอร์ดบอสเลเวล 10 นั้นแข็งแกร่งยิ่ง แม้แต่ผู้เล่นที่มีพลังโจมตีสูงสุดในหมู่พวกเขาก็ไม่การันตีว่าจะทะลวงผ่านพลังป้องกันของมันได้ แต่คนผู้นี้… การโจมตีแต่ละครั้งของเขาล้วนเป็นตัวเลข 4 หลัก!! พวกเขามั่นใจว่าไม่ได้ดูผิด พวกมันเป็นค่าความเสียหาย 4 หลักจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีในแต่ละรอบของเขายังนำมาซึ่งค่าความเสียหาย 2 ค่าทุกครั้ง… ส่วนการโจมตีติดคริติคอลครั้งสุดท้ายนั่น… ไม่นึกเลยว่ามันจะสร้างค่าความเสียหายเกือบ 6,000 หน่วย!!

ในเวลา 2 วินาที คนผู้นี้สร้างค่าความเสียหายไปกว่า 10,000 หน่วย… ภายในเวลาเพียงแค่ 2 วินาที ลอร์ดบอสเลเวล 10 ตัวนี้ก็ตายลงตรงเท้าของเขา

ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นในช่วงเวลา 2 วินาทีนี้ ทำให้พวกเขาไม่อาจเชื่อสายตาของตัวเอง

ผู้เล่นคนนี้สวมใส่หน้ากากสีเงิน ใบหน้าของเขาไม่อาจมองเห็น ส่วนชื่อตัวละครก็ถูกปิดบัง แต่พวกเขามั่นใจว่าคนผู้นี้เป็นผู้เล่นไม่ใช่ NPC เขาสวมเสื้อผ้าหนังอสูร ในมือของเขา… ทั้งมือข้างซ้ายและมือข้างขวาต่างถืออาวุธที่น่าเหลือเชื่อไว้ ในมือข้างขวาเป็นหอกเล่มหนึ่งซึ่งกระพริบแสงสีเงิน… จากรัศมีของแสงนั่นมีโอกาสสูงมากที่มันจะเป็นอุปกรณ์สวมใส่ระดับเงิน! ในมือข้างซ้ายของเขาเป็นดาบยาวที่เอ่อล้นไปด้วยแสงสีทอง จากรูปร่างของมันนั้นควรจะเป็นดาบสองมือ รัศมีของมัน…

มันคืออุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง!

ไม่เพียงเขาจะถืออาวุธสองชิ้นพร้อมเดียวกันเท่านั้น ทว่าหนึ่งในอาวุธทั้งสองชิ้นนี้ยังเป็นถึงอุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง ในเวลานี้ แม้กระทั่งทั่วทั้งประเทศจีนก็มีอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองเพียงแค่หยิบมือเดียว

ถ้าพวกเขารู้ว่าหอกที่อยู่ในมือของหลิงเฉินคือ ‘ทะยานเมฆา’ ซึ่งในเวลานี้อยู่บนตารางจัดอันดับอาวุธของประเทศจีน ใครจะรู้ว่าปฏิกิริยาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร

ผู้เล่นฝั่ง ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ และ ‘พันธมิตรสงคราม’ ต่างมองหน้ากัน ทั้งยังไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น แม้แต่เซียวชิวเฟิงที่มีสีหน้าไร้อารมณ์ยังมีท่าทางตกตะลึง ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หลิงเฉิน เขาไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เห็น จันทร์ลี้ลับเพิ่งเปิดได้แค่เพียงสองสามวัน แล้วจะมีผู้เล่นซึ่งครอบครองพลังโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ยังไง! เขากำลังถืออาวุธสองชิ้น… และพวกมันยังเป็นอาวุธคนละประเภท —หอกและดาบยาวซึ่งควรจะถือด้วยมือทั้งสองข้าง! แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งขึ้นไปอีกคือการโจมตีครั้งนั้นของหลิงเฉินที่ใช้สังหารหมีสงครามขนทอง… เขาใช้อาวุธทั้งสองชิ้นในมือปลดปล่อยสองสกิลที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระ สกิลหนึ่งคือ ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ ของนักรบฝึกหัดซึ่งเขาจำมันได้ ส่วนอีกสกิลหนึ่งเป็นการโจมตีที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้เกือบ 6,000 หน่วย อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เรื่องสำคัญที่สุดนั้นคือการที่เขาใช้มือทั้งสองข้างเพื่อปลดปล่อยสองสกิลที่ต่างกันในเวลาเดียวกัน!! เขาทำมันได้อย่างง่ายดายสบาย ๆ โดยไม่เชื่องช้าหรือหยุดชะงัก

ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครสามารถทำสองสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน และแน่นอนว่าบนโลกใบนี้มีคนจำนวนน้อยมาก ๆ ที่สามารถทำสองสิ่งที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับการวาดรูปวงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัสพร้อมกัน ในโลกเกมส์เสมือนจริงนั้น การเปิดใช้งานสกิลจำเป็นต้องใช้ความคิดของผู้เล่นในการควบคุมมัน ในขณะเดียวกันการปลดปล่อยสกิลก็ยังต้องใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายที่สอดประสานกัน ไม่ต้องพูดว่ามันผิดปกติแค่ไหนสำหรับการกวัดแกว่งอาวุธสองมือจำนวนสองชิ้นด้วยมือทั้งสองข้าง ทั้งยังปลดปล่อยสองสกิลในเวลาเดียวกัน… การทำสิ่งนี้ให้สำเร็จนั้น เขาจำเป็นต้องควบคุมการเปิดใช้งานของสกิลทั้งสองให้พร้อมเพรียงกัน รวมทั้งการควบคุมแขนข้างซ้ายและข้างขวาในเวลาเดียวกัน ทว่าเขากลับสามารถทำสิ่งนี้ได้อย่างง่ายดาย—- ความสามารถในการควบคุมความคิดของเขานั้นน่ากลัวจริง ๆ!

คนผู้นี้เป็นใคร… ถ้าหากเป็นคนที่อยู่บนอันดับสวรรค์ เราควรจะจำมันได้ในทันที! แต่ไม่ว่าจะเป็นอันดับสวรรค์หรืออันดับปฐพี อันดับทั้งสองก็ดูเหมือนจะไม่มีคนผู้นี้อยู่ในนั้น!

หอกในมือของเขานั้น… รัศมีของมันแข็งแกร่งมากหากเทียบกับอุปกรณ์สวมใส่ระดับเงิน เดี๋ยวก่อน หอกนั่น… หรือมันจะเป็น ‘ทะยานเมฆา’ ที่อยู่บนตารางอันดับอุปกรณ์สวมใส่!?

“มีใครถ่ายไว้ไหม?” เซียวชิวเฟิงถามด้วยเสียงต่ำขณะจ้องมองไปที่หลิงเฉิน

ทหารโล่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาดูเหมือนเพิ่งจะได้สติ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ: “ม่ะ… ไม่ครับ มันเร็วมากจนไม่มีใครสามารถถ่ายไว้ได้ คนผู้นี้… เป็นใครงั้นหรือ… เขาเป็นผู้เล่นจริง ๆ เหรอ? การโจมตีนั่น… 5… ค่าความเสียหายกว่า 5,000 หน่วย… นี่เราไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม”

เซียวชิวเฟิง: “…”

หลังจากหมีสงครามขนทองตกตาย กองของเหรียญทองขนาดใหญ่และไอเทมประเภทต่าง ๆ โปรยปรายลงมาจากร่างของมัน และร่วงลงข้าง ๆ ซากศพของมัน ตอนที่แสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา สายตาของผู้เล่นทุกคนต่างจับจ้องไปที่เท้าของหลิงเฉิน… ที่นั่นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเครื่องสวมใส่ส่วนบนซึ่งเรืองแสงสีทอง

อุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง!!

รัศมีสีทองวูบวาบแทบจะทำให้ดวงตาทุกคู่ของผู้เล่นทั้งฝ่าย ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ และ ‘พันธมิตรสงคราม’ มืดบอด ที่ระดับปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งอุปกรณ์สวมใส่ระดับเงินก็ยังคงเป็นบางสิ่งที่มีอยู่แค่เพียงในตำนาน อุปกรณ์สวมใส่ระดับทองนั้น… สามารถเรียกได้กระทั่งว่าไอเทมในตำนาน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาแต่ละคนได้เห็นอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองด้วยตาของตัวเอง แม้หัวใจของพวกเขาจะยังคงสั่นระรัวอย่างรวดเร็วจากภาพเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงนั่น ทว่าสายตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความปรารถนาและความโลภอยู่ลึก ๆ บางคนถึงกับน้ำลายไหลย้อยออกมาจากปาก

“ระดับทอง… อุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง! มันดรอปอุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง!” ผู้เล่นฝั่ง ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะเช็ดน้ำลายของตัวเอง

“หุบปาก ไม่ใช่ว่าข้าไม่มีตา!” ‘ศรอัคคีทมิฬ’ กล่าวพร้อมกับกัดฟัน เขาเบิกตากว้าง และจ้องมองไปที่ชิ้นส่วนของชุดเกราะซึ่งเปล่งแสงสีทอง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความละโมบ ทว่า… ผู้เล่นที่อยู่ข้าง ๆ อุปกรณ์สวมใส่ระดับทองคนนั้น เขาเป็นสัตว์ประหลาดที่ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วินาที ในการจัดการกับลอร์ดบอสนั่น และเขายังสร้างความเสียหายได้มากกว่า 1,000 หน่วย ด้วยการการโจมตีหนึ่งครั้ง!!

หลิงเฉินไม่สนใจสายตาละโมบและสั่นระริกของผู้เล่นเหล่านี้ ทั้งยังปฏิบัติกับพวกเขาทั้งหมดราวกับไม่มีตัวตน ก่อนจะเก็บชุดเกราะสีทองชิ้นนี้ขึ้นมาอย่างช้า ๆ

[เสื้อปักลายทองคำ]: ประเภท: เครื่องสวมใส่ส่วนบน ระดับ: ทอง เงื่อนไขในการสวมใส่: ทุกอาชีพที่มี LV10 หรือสูงกว่า เสื้อชั้นนอกซึ่งเย็บปักด้วยเส้นด้ายสีทองอันหรูหรา ครอบครองพลังอันลึกลับ คุณสมบัติ: พลังป้องกัน +30 STR +5 AGI +5 เมื่อถูกโจมตีมีโอกาส 3% ที่จะลดค่าความเสียหายลง 50%

ยอดเยี่ยม!!

หลิงเฉินถอดเสื้อหนังอสูรของเขาออกทันที และสวมเสื้อปักลายทองคำระดับทองตัวนี้บนร่างของเขา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าค่าสถานะของเขายกระดับขึ้นอีกครั้ง พลังป้องกันของเขาในตอนนี้มากพอที่จะทำให้เหล่าทหารโล่ที่มีเลเวลเท่ากันได้แต่ไล่ตามหลัง

ขณะดูหลิงเฉินสวมอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองชิ้นนั้นบนร่างของเขา บรรดาผู้เล่นที่อยู่ในสภาวะมึนงงต่างกลืนน้ำลายที่เต็มปากอีกอึกหนึ่ง

ณ ระดับปัจจุบัน แม้มันจะเป็นลอร์ดบอส โอกาสที่มันจะดรอปอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองก็ยังคงค่อนข้างน้อย อัตราการดรอป และคุณภาพของการดรอปหลังจากบอสถูกฆ่าตายไม่ได้มีความสัมพันธ์กับค่า Luck ของคนที่ฆ่ามันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องอย่างมากกับเลเวลของคนผู้นั้น จำนวนคน และอื่น ๆ กล่าวโดยทั่วไปได้ว่ายิ่งเลเวลของคุณและจำนวนคนต่ำมากเท่าไหร่ อุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงก็จะดรอปได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น หมีสงครามขนทองตัวนี้โดนหลิงเฉินฆ่าตายด้วยตัวเขาเองแทบจะในทันที การดรอปอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองจึงนับว่าเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับตอนที่เขาฆ่าบอสระดับนางฟ้าเลเวล 10 ขณะเขามีเลเวล 5 ด้วยตัวเองในพื้นที่ใต้ดิน… สิ่งที่เกิดขึ้นคือการดรอปที่อลังการอย่างแท้จริง ไอเทมทุกประเภทที่น่าตื่นตาตื่นใจปรากฏขึ้น ไอเทมแทบจะทั้งหมดที่สามารถดรอปจากคางคกยักษ์แห่งความละโมบนั้นดรอปออกมา

หมีสงครามขนทองดรอปเหรียญทองทั้งสิ้น 13 เหรียญ และยาส้มอีก 6 ขวด นอกจาก ‘เสื้อปักลายทองคำ’ ยังมีรองเท้าเวทย์ระดับทองแดงคู่หนึ่งสำหรับนักเวทย์ฝึกหัด เขาเหลือบมองเผิน ๆ ก่อนจะเก็บมันลงไปในกระเป๋า สำหรับไอเทมชิ้นสุดท้ายคือชิ้นส่วนคริสตัลสีเหลือง

คริสตัลพลังงาน!!

[คริสตัลป้องกันพื้นฐาน]: ประเภท: คริสตัลพลังงาน ระดับ: พื้นฐาน คุณสมบัติ: ธาตุดิน ผล: พลังป้องกัน +6%

ร้านขายไอเทมในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นมีเพียงคริสตัลพลังงานระดับผู้เริ่มต้น อีกทั้งยังแพงอย่างยิ่ง แม้กระทั่งถึงตอนนี้ มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับผู้เล่นทั่วไปที่จะเก็บทองเพื่อซื้อคริสตัลพลังงานระดับผู้เริ่มต้น สำหรับลูกแก้วพลังงานที่หลิงเฉินครอบครอง… ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเจอบอสระดับนางฟ้าและสังหารมันได้

หลิงเฉินติดตั้งคริสตัลพลังงานระดับพื้นฐานชิ้นนี้ลงไปในช่องสวมใส่ที่สองของ ‘จันทร์ต้องสาป’ ทันที พลังป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเขาก็อ้อมร่างของหมีสงครามขนทอง และเดินไปที่ ‘ทะยานเมฆา’ ซึ่งปักเอียง ๆ อยู่บนพื้นดินไกลออกไปภายหลังจาก ‘พุ่งทะยานเมฆา’ ตอนที่เขาเดินไปถึง ‘ทะยานเมฆา’ ผลของสกิล ‘สังเวยวิญญาณ’ ก็หายไปในเวลานั้น หลิงเฉินดื่มยาส้มหนึ่งขวด พลังชีวิตของเขาก็กลับมาเป็น 201 หน่วย

ทุกคนล้วนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการโจมตีซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 5,000 หน่วยในฉับพลันนั้นเป็นการโจมตีสุดท้ายจากการขว้างหอกเล่มนี้… ชัดเจนว่านี่ต้องเป็นสกิลจากหอก สกิลที่น่าหวาดกลัวซึ่งสร้างค่าความเสียหายมากกว่าทุกสกิลที่รู้จักกันในเวลานี้และที่ระดับนี้! สำหรับไอเทมที่สามารถมีสกิลแบบนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นไอเทมระดับนางฟ้า! และชิ้นส่วนของอุปกรณ์สวมใส่เพียงชิ้นเดียวที่อยู่บนตารางอันดับอุปกรณ์… แน่นอนว่าคือหอกระดับนางฟ้า

พลังโจมตีที่น่ากลัว และสกิลที่น่าหวาดผวา… หรือว่าหอกเล่มนี้จะเป็น ‘ทะยานเมฆา’ ซึ่งกลายเป็นอาวุธที่โด่งดังไปทั่วโลก!? และคนผู้นี้… คือเจ้าของของ ‘ทะยานเมฆา’… หลิงเทียน

“หอกเล่มนั้นอาจจะเป็น ‘ทะยานเมฆา’ ซึ่งเป็นไอเทมระดับนางฟ้า!!” ผู้เล่นฝั่ง ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ กล่าวอย่างตื่นเต้น ‘ทะยานเมฆา’ เป็นชิ้นส่วนของอุปกรณ์สวมใส่ระดับนางฟ้าชิ้นแรกที่สั่นสะเทือนทั้งโลกเมื่อมันปรากฏตัว

สีหน้าของ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดเขาก็กัดฟันพร้อมกับตะโกนด้วยเสียงต่ำ: “ลุย!!!”

เขาเห็นด้วยตาตัวเองถึงความน่ากลัวของคนผู้นี้ ทว่าความยั่วยวนใจของไอเทมระดับนางฟ้านั้นยิ่งใหญ่จนถึงจุดที่ใครก็ไม่อาจต้านทานมันได้โดยง่าย! เขามองไปที่พรรคพวกของเขา ด้วยจำนวนคนทั้งสิ้น 30 คน ในท้ายที่สุดเขาก็ยังคงออกคำสั่งนี้ไปซึ่งเป็นจุดหมายที่จะทำให้เขาต้องเสียใจ

ภายใต้คำสั่งของเขา ในตอนแรกผู้เล่นของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ยังคงมึนงง ต่อจากนั้นก็เข้าใจสิ่งที่เขามุ่งหมาย พวกเขาทั้งหมดเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกัน ในตอนที่หลิงเฉินคว้า ‘ทะยานเมฆา’ และดึงมันออกมา ผู้เล่นของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ก็ได้ล้อมรอบเขาอย่างแน่นหนาแล้ว ทั้งยังปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนีที่เป็นไปได้ของเขา นักเวทย์ธาตุในชุดสีดำตั้งท่าร่ายเวทย์ระดับผู้เริ่มต้น ส่วนนักธนูทั้งหมดก็ตั้งแถวเรียงรายกันและเหนี่ยวสายธนูออก อาวุธหลากหลายประเภทต่างส่องแสงวาบขึ้นมา และชี้ตรงไปที่หลิงเฉินทั้งหมด

สีหน้าของทหารโล่คนนั้นเปลี่ยนไป เขากล่าวอย่างเร่งรีบ: “ท่านหัวหน้า พวกเขา…”

“ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง” เซียวชิวเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาหรี่ตาและค่อย ๆ พูดด้วยเสียงต่ำ: “ความโลภ แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด มันสามารถทำให้ผู้คนกลายเป็นโง่เง่ายิ่งเสียกว่าสุกร” พวกเขาลืมไปแล้วหรือว่าตัวพวกเขาเองนั้นไม่มีความสามารถที่จะเอาชนะลอร์บอสเลเวล 10 ตัวนั้น ทว่าตอนนี้พวกเขากำลังพยายามต่อสู้กับคนผู้นี้ซึ่งเกือบจะฆ่าลอร์ดบอสตัวนั้นตายในทันทีทันใด”

แต่พวกเขามีคนถึง 30 คน มันมีแนวโน้มอย่างมากที่คนผู้นี้จะมีพลังโจมตีที่น่าหวาดกลัวก็เพราะอุปกรณ์สวมใส่ของเขา… หอกเล่มนั้นอาจจะเป็น ‘ทะยานเมฆา’ ซึ่งอยู่บนตารางอันดับอาวุธ แต่พลังชีวิตของเขาอาจจะไม่ต่างกับพวกเรามากนัก หากคนพวกนี้โจมตีเขาสักสองสามครั้ง เขาก็จะตาย! ถ้าคนผู้นี้ตาย เขาอาจจะดรอปอุปกรณ์สวมใส่ที่น่าตื่นตาตื่นใจนั่น…”

หัวหน้าทหารโล่ต้องการพูดต่อ แต่เมื่อมองเห็นสายตาอันเย็นเยียบของเซียวชิวเฟิง เขาก็รีบหุบปาก และไม่กล้าพูดอีก

“แกมีสองตัวเลือก โดยพวกข้าจะปล่อยแกไปเงียบ ๆ หากแกมอบอาวุธในมือทั้งสองชิ้นนั้น รวมทั้งเกราะระดับทองบนร่างของแกให้พวกข้า หรือไม่เช่นนั้นก็รอให้พวกข้าฆ่าแก จากนั้นก็ไปเก็บพวกมันมาเป็นของพวกข้า มีสติล่ะ พวกข้า ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ชื่นชอบอุปกรณ์สวมใส่ของแกนับว่าเป็นเกียรติ!” ‘ศรอัคคีทมิฬ’ กล่าวด้วยใบหน้าที่ดุร้าย สิ่งที่เขาคิดนั้นเหมือนกับความคิดของหัวหน้าทหารโล่ฝั่ง ‘พันธมิตรสงคราม’ ฉะนั้นแล้วถึงแม้ลึก ๆ เขาจะยังคงหวาดกลัวหลิงเฉิน ทว่าในใจของเขาตอนที่พูดถึงสิ่งนี้ เขาก็ยังคงมีความมั่นใจนิดหน่อย

เขาไม่เชื่อว่าพลังชีวิตของหลิงเฉินจะแปลกประหลาดได้เท่ากับพลังโจมตีของเขาจนสามารถรับการโจมตีของคนทั้ง 30 คนซึ่งอยู่ที่นี่ได้

หลิงเฉินคว้า ‘ทะยานเมฆา’ มาไว้ในมือช้า ๆ เขาฟังคำพูดของ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ แต่ก็ไม่ได้ตอบ เขากลับเงยหัวขึ้นเล็กน้อยแทน จากนั้นจึงค่อย ๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้า…

แควก!!

แควก!!

หลังจากก้าวนั้น ส่วนโค้งสีเงินจาง ๆ และเหลืองอ่อนก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังทั้งสองฝั่งของเขาในเวลาเดียวกัน… พวกมันคือ ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดย ‘ดาบทราย’ และ ‘ทะยานเมฆา’

‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทร์ทรา’ ซึ่งอัพถึงเลเวลสูงสุดนั้นสามารถโอบล้อมพื้นที่ 4 เมตร ในทิศทางที่โจมตี และสามารถโจมตีได้ทั้งหมด 5 เป้าหมาย การปลดปล่อย ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ ทั้งสองโดยพร้อมกันไปที่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา พื้นที่เป้าหมายของการโจมตีจึงครอบคลุมทั้งสิ้น 8 เมตร! การกระทำของหลิงเฉินอาจดูเหมือนเป็นแค่ก้าวเล็ก ๆ ที่ธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้วก้าวเล็ก ๆ นี้ทำให้ ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ ทั้งทางด้านซ้ายและด้านขวาของเขากวาดผ่านผู้เล่นจำนวน 5 คน จากทั้งสองฝั่งซึ่งโอบล้อมอยู่ใกล้ ๆ เขา…

-309, -602, -331, -312, -302, -311, -622, -308, -313, -608!

ด้วยดาบโค้งทั้งสอง ค่าความเสียหาย 10 ค่า ลอยขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

พลังชีวิตของนักรบฝึกหัดและนักฆ่าฝึกหัดทั้ง 10 คน ซึ่งถูกกวาดโดย ‘ฟาดฟันเสี้ยวจันทรา’ นั้นว่างเปล่าในทันที หลังจากชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาทั้งหมดต่างก็ล้มลงไปกับพื้น

สังหารผู้เล่นสิบคนในหนึ่งกระบวนท่า!

——————————–

        ป.ล. ขอโทษที่มาช้านะครับ มีคำแนะนำอะไรก็ comment ไว้ด้านล่างได้เลยครับ ^_^

ฝากติดตามเพจนิยายด้วยครับ    https://www.facebook.com/ShuraWrath/

        แปล: Unknown & Fundus

ปรับสำนวน: Fundus and SYNTHESIS

Facebook Comment