+100%-

ตอนที่ 52 – ความน่าเกรงขาม

อันดับสวรรค์ลำดับที่ 7 ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’— เซียวชิวเฟิง มีข่าวลือว่าไม่เคยมีใครเห็นเขายิ้มมาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาดูธรรมดามากเกินไป ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็ไม่ดึงดูดความสนใจของใคร ทว่าใครต่อใครที่รู้จักเขาจะพยายามถอยให้เมื่อเห็นเขา เพราะชั่วพริบตาหนึ่งเขาอาจนิ่งเงียบและไม่แยแส แต่เสี้ยววินาทีถัดมาเขาอาจเคลื่อนที่ไปฆ่าใครก็ตามที่เขาต้องการฆ่า โดยที่ไม่คำนึงว่าคนพวกนั้นจะเป็นใคร ทั้งยังไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย สมญานาม ‘ผู้พิพากษาแห่งความเป็นความตาย’ และ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ มันไม่ใช่เพียงเพราะความโหดเหี้ยมเย็นชาของเขาเท่านั้น แต่เพราะการสังหารของเขาที่ต้องการเพียงแค่ ‘1 ดาบ’ สำหรับ ‘พันธมิตรสงคราม’ ที่เขาเป็นผู้นำอยู่นั้นน่าเกรงขามอย่างมากในโลกเกมเสมือนจริงของประเทศจีนและไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าเบื้องหลังของเซียวชิวเฟิงคืออำนาจใต้ดินขนาดใหญ่ บิดาผู้ที่ให้กำเนิดเขาคือผู้มีอำนาจสูงสุดของอำนาจใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดในแถบภาคเหนือของประเทศจีน— ‘พันธมิตรสงคราม’ ยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกของ ‘พันธมิตรสงคราม’ จำนวนไม่น้อยในโลกเกมเสมือนจริงยังเป็นสมาชิกของ ‘พันธมิตรสงคราม’ ในโลกแห่งความจริง ขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นพวกนอกกฎหมายที่โหดเหี้ยมและไม่เกรงกลัวความตาย ฉะนั้นแล้วแม้ขนาดของ ‘พันธมิตรสงคราม’ จะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งกับพวกเขา

ความกลัวของ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ ที่มีต่อ ‘เซียวชิวเฟิง’ นั้นไม่ได้เสแสร้งอย่างแน่นอน เขาซึ่งเป็นหัวหน้าตัวกระจ้อยของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ โดยปกติแล้วไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะพบกับผู้เชี่ยวชาญอันดับสวรรค์ แต่ใครจะไปรู้ว่าที่หมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นแห่งนี้ ตอนที่พวกเขาขัดแย้งกับ ‘พันธมิตรสงคราม’ เขาจะได้พบกับ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ ที่ทำให้ผู้คนสั่นเทิ้มด้วยความกลัวจริง ๆ เมื่อได้ยินชื่อของเซียวชิวเฟิง ไม่ใช่แค่ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ ทว่าผู้เล่นทั้งหมดของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ที่อยู่ด้านหลังของเขาต่างเผยสีหน้าหวาดกลัว ทั้งยังไม่มีใครกล้าก้าวไปข้างหน้าแม้แต่คนเดียว

“พวกแกมีเวลา 3 วินาที ออกไปให้พ้นจากสายตาของข้า” สายตาของเซียวชิวเฟิงจับจ้องไปที่ร่างของหมีสงครามขนทองซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ และไม่แม้แต่จะชายตามองคนของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ น้ำเสียงของเขาเย็นชาและไม่แยแสราวกับไล่ฝูงแมลงวันที่ไร้ค่า

ทุกคนที่เคยได้ยินชื่อของเซียวชิวเฟิงต่างรู้ดีว่าถ้าเขาไม่สามารถขับไล่ใครไปให้พ้นได้ ครู่ต่อมาเขาจะสังหารพวกมัน

‘ศรอัคคีทมิฬ’ เป็นหัวหน้าของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ และยังควบคุมกลุ่มผู้เล่นขนาดใหญ่ของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ โดยปกติแล้วเขาเป็นตัวตนซึ่งเป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก และไม่เคยโดนใครดูถูกมาก่อน ถึงแม้เขาจะเกรงกลัวเซียวชิวเฟิง แต่ภายในใจก็อัดอั้นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความพิโรธ เขาเหลือบมองคนที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับกัดฟัน… เขารู้ว่าการท้าทายเซียวชิวเฟิงเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก การต่อต้านเซียวชิวเฟิงจะทำให้เขาไม่มีช่วงเวลาที่ดีในอนาคตที่โลกจันทร์ลี้ลับแห่งนี้ แต่หากวันนี้เขาหดหางและวิ่งหนี เขาจะนำความอับอายมาสู่ทั้ง ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ถ้าข่าวนี้แพร่สะพัดไปถึง ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ เขาจะกลายเป็นตัวตลก และยังจะทำให้หัวหน้าพันธมิตรเกรี้ยวโกรธ

เขารู้ว่าเขาไม่อาจขัดใจเซียวชิวเฟิงได้ อีกทั้งในเวลานี้เขาก็ถอยไม่ได้ด้วย ชั้นของเหงื่ออันเย็นเยียบปรากฏขึ้นเหนือหน้าผากของเขา กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาสั่นกระตุกอยู่พักหนึ่ง ก่อนเขาจะตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับกล่าว “‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ มาด้วยตัวเอง แน่นอนว่าพวกข้าจะต้องให้เกียรติ หัวหน้าของพวกข้ากล่าวไว้หลายครั้งว่าหากพบกับ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ พวกข้าต้องปฏิบัติกับเขาด้วยความเคารพ… ตกลง วันนี้พวกข้าจะไม่เข้าไปยุ่งกับลอร์ดบอสตัวนี้ พวกข้าแค่จะยืนอยู่ที่นี่และเป็นสักขีพยานความแข็งแกร่งของ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ และดูว่าผู้เชี่ยวชาญอันดับสวรรค์จัดการกับลอร์ดบอสตัวนี้ยังไง!”

สีหน้าของเซียวชิวเฟิงพลันมัวหมองลง เช่นเดียวกับหัวหน้าทหารโล่ของ ‘พันธมิตรสงคราม’ ที่แสดงสีหน้าเกรี้ยวโกรธ แม้ดูผิวเผินจะเหมือนว่า ‘ศรอัคคีทมิฬ’ ยอมอ่อนข้อ ทั้งยังยอมทำตามโดยไม่แม้แต่ไปก้าวก่ายและขโมยหมีสงครามขนทองอย่างเด็ดขาด แต่ในเวลาเดียวกันนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาได้วางกับดักไว้ด้วย ถึงแม้เซียวชิวเฟิงจะอยู่บนอันดับสวรรค์และเป็นผู้เชี่ยวชาญสุดยอดที่ได้รับการยอมรับ ทว่าจันทร์ลี้ลับเพิ่งเปิดได้เพียงสองสามวัน ผู้เล่นทุกคนต่างก็ยังอยู่ที่ระดับผู้เริ่มต้น โดยที่ระดับนี้ เลเวล ค่าสถานะ และอุปกรณ์สวมใส่ของผู้เล่นยังไม่แตกต่างกันเลยสักนิด แม้แต่ผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่ได้เปรียบมากนัก นอกจากนี้แม้ผู้เชี่ยวชาญสุดยอดเหล่านี้จะมีสัมผัสทางการต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างมาก รวมทั้งมีการควบคุมและการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ อย่างไรก็ดีที่ระดับผู้เริ่มต้น ถึงแม้พวกเขาจะสามารถต่อสู้กับผู้เล่นคนเดียวหรือสองสามคนได้อย่างง่ายดาย แต่การต่อสู้กับผู้เล่นหลายสิบคนนั้น พวกเขาจะพบว่ามันจัดการได้ยากยิ่ง

หมีสงครามขนทองเป็นลอร์ดบอสเลเวล 10 ที่ต้องใช้ผู้เล่นเลเวล 7-8 อย่างน้อยร้อยกว่าคนถึงจะมีโอกาสชนะ ถึงแม้เซียวชิวเฟิงจะอยู่ที่นี่ แต่ว่าคนของ ‘พันธมิตรสงคราม’ ซึ่งอยู่ตรงนี้ไม่มีความสามารถในการฆ่าหมีสงครามขนทองอย่างแน่นอน

ไม่ต้องเอ่ยถึงหมีสงครามขนทอง แม้ด้วยคนของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ จำนวน 30 คน รวมกับเซียวชิวเฟิงต่อสู้กับลอร์ดบอสตัวนี้ก็ยังคงไม่มีความสามารถที่จะเอาชนะมัน

ถึงแม้ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ จะยอมถอยให้ แต่เขากลับแสดงทีท่ารอดูอย่างอดทน หาก ‘พันธมิตรสงคราม’ รวมทั้งเซียวชิวเฟิงต่อสู้กับหมีสงครามขนทอง พวกเขามีโอกาสตาย 100% มันจะไม่มีความโชคดีหรือความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ถ้าหากพวกเขาไม่ต่อสู้กับหมีสงครามขนทอง นั่นจะกลายเป็นการแสดงความขี้ขลาดของพวกเขา และทำให้ชื่อเสียงของเซียวชิวเฟิงแปดเปื้อน

“‘ศรอัคคีทมิฬ’ ดูเหมือนแกจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตสุขสบายเกินไปสินะ” หัวหน้าทหารโล่ของ ‘พันธมิตรสงคราม’ พูดด้วยใบหน้าที่มืดมน

“เหอะ ๆ แกหมายว่ายังไง? พวกข้ายอมอ่อนข้อให้มากมายเพื่อให้เกียรติ ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ และยังมอบลอร์ดบอสตัวนี้ให้กับพวกแก ทำไมพวกแกถึงต้องก้าวร้าว? หรือว่าความหยาบคายและไม่มีเหตุผผลเป็นวิถีของ ‘พันธมิตรสงคราม’!?” นับตั้งแต่ที่ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ ได้ต่อต้านและฉีกหน้าของพวกเขา  เขาก็เริ่มพูดหยาบคายมากขึ้น: “หมีสงครามขนทองอยู่ตรงนั้น ส่วนพวกข้าจะยืนอยู่ตรงนี้เพื่อชื่นชมตัวตนที่แข็งแกร่งของเหล่า ‘พันธมิตรสงคราม’ ในการสังหารลอร์ดบอสตัวนั้น ในโอกาสนี้ข้ายังสามารถช่วยพวกแกบันทึกการต่อสู้เพื่อให้ผู้เล่นอื่นชื่นชมมัน พวกแกมีผู้เชี่ยวชาญไร้ที่เปรียบลำดับที่ 7 บนอันดับสวรรค์… อย่าบอกข้าว่า ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ ที่ยิ่งใหญ่ไม่สามารถจัดการได้แม้กระทั่งลอร์ดบอสตัวกระจ้อยเลเวล 10”

“แก!!”

โดยปกติแล้วลอร์ดบอสต้องใช้ผู้เล่นหลายสิบคน แม้กระทั่งหลายร้อยคนที่มีเลเวลเดียวกันเพื่อสังหารมัน เหล่าผู้เล่นสุดยอดบนอันดับสวรรค์ล้วนมีความแข็งแกร่งที่สามารถสู้กับลอร์ดบอสซึ่งมีเลเวลสูงกว่าพวกเขาเป็นสิบเลเวลได้ด้วยตัวคนเดียว แต่สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือ เลเวล ค่าสถานะ อุปกรณ์สวมใส่ อาชีพ และสกิลทั้งหมดที่พัฒนาสมบูรณ์ พวกเขาทุกคนล้วนเข้าใจว่าเซียวชิวเฟิงในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะลอร์ดบอสตัวนี้ และพวกเขายังไม่เชื่อว่าจะมีผู้เล่นคนใดในขณะนี้ที่สามารถสู้กับลอร์ดบอสเลเวล 10 ได้ด้วยตัวคนเดียว… หากต้องพูดว่ามีคนเช่นนั้นอยู่จริง ๆ ในโลกใบนี้ คนผู้นั้นอาจเป็นได้แค่ผู้เชี่ยวชาญระดับ SSS เพียงผู้เดียวเท่านั้น— อีฟ

“ดีมาก” สีหน้าของเซียวชิวเฟิงยังคงไม่แยแส ทั้งยังไม่มีใครเคยเห็นอารมณ์แปรปรวนบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน เขาเบนสายตาไปจ้องใบหน้าของ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ พร้อมกับพูดช้า ๆ: “ข้าจะจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้”

ร่างของ ‘ศรอัคคีทมิฬ’ สั่นสะท้าน ความเหน็บหนาวจากส่วนลึกพุ่งขึ้นมาในจิตใจของเขา ข้างหลังเขาคือสมาชิกของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ดังนั้นแล้วเขารู้ดีว่าในที่แห่งนี้จะเสียหน้าไม่ได้ แม้เขาจะยอมถอยให้ก้าวหนึ่งแล้ว แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังคงทำให้เซียวชิวเฟิงไม่พอใจ

ทันใดนั้นทั้งสองฝ่ายต่างเข้าสู่สภาวะคุมเชิงกัน แม้คนของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ จะไม่ล่าถอย แต่เพราะหวาดกลัวชื่อเสียงของเซียวชิวเฟิงจึงไม่กล้าพูดอะไรกับเขาอีก ส่วนผู้เล่นของ ‘พันธมิตรสงคราม’ ต่างมีสีหน้ามืดครึ้ม ทว่าพวกเขาก็เข้าใจว่าด้วยจำนวนคนที่ต่างกัน ถ้าพวกเขาสู้ก็จะไม่ได้เปรียบใด ๆ การต่อสู้เพื่อบอสหรือเพื่ออาณาเขตนั้นมักจะมีความขัดแย้งน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนระหว่างฝ่ายที่ต่างกัน แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป… เพราะผู้ที่ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ เผชิญหน้าในวันนี้คือหัวหน้าของ ‘พันธมิตรสงคราม’— ‘ผู้พิพากษาแห่งความโหดเหี้ยม’ อันดับสวรรค์ลำดับที่ 7

เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นความขัดแย้งเล็ก ๆ นี้ส่งผลกระทบไปทั่วทั้ง ‘พันธมิตรสงคราม’ และ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’

ทว่าความเงียบงันนี้กลับถูกทำลายโดยคนภายนอกผู้หนึ่ง

หลิงเฉิน!

เขาคอยฟังคำพูดที่น่าขบขันของการเผชิญหน้ากันระหว่างทั้งสองฝ่ายซึ่งเหมือนกับดูละครลิงจนจบ และเดินเข้าไปเงียบ ๆ ทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันด้วยคำพูดเป็นเวลาครึ่งวัน แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดเริ่มต่อสู้ และไม่มีฝ่ายไหนเลยที่ไปฆ่าหมีสงครามขนทองตัวนั้น… เพราะว่าพวกเขาไม่มีแม้แต่ความสามารถที่จะฆ่ามัน ถึงแม้พวกเขาจะสู้จนตัวตายก็ไม่อาจสัมผัสได้แม้กระทั่งขนของมันสักเส้น… เนื่องจากตอนนี้มันเป็นเหยื่อของเขา!

ก่อนหน้านี้หลิงเฉินยืนอยู่ด้านหลังของหินก้อนหนึ่ง ทั้งยังไม่เปล่งเสียงใด ๆ ออกมาจึงทำให้คนของทั้งสองฝ่ายไม่พบเขา ในเวลานี้จู่ ๆ พวกเขาก็มองเห็นคนภายนอกใกล้เข้ามา พวกเขาทั้งหมดต่างมองไปที่เขาพร้อม ๆ กัน และรู้สึกใจหายวาบ… พวกเขาทุกคนปกป้องสถานที่แห่งนี้ พร้อมทั้งรอคอยผู้เล่นอื่นจากพันธมิตรของฝ่ายตัวเองมาถึง หากข่าวการปรากฏตัวของลอร์ดบอสตัวนี้ถูกพบเห็นโดยผู้เล่นอื่นและแพร่กระจายออกไป เช่นนั้นแล้วอีกไม่นานสถานที่แห่งนี้จะแออัดไปด้วยผู้เล่นจำนวนมหาศาล ในเวลานั้นมันจะยากลำบากเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกเขาที่จะเอาลอร์ดบอสตัวนี้มาเป็นของพวกเขาเอง ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของข่าวลอร์ดบอสบนหน้าผาหมาป่าก่อนหน้านี้ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำของพวกเขา… กรรมสิทธิ์ของหมาป่าประจัญบานขนทองตัวนั้นท้ายที่สุดก็ถูกคว้าไปโดย ‘พันธมิตรเหยียนหวง’ ซึ่งมีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุด

“แกที่อยู่ตรงนั้น! ที่นี่เป็นอาณาเขตของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ หากแกไม่อยากกลายเป็นศัตรูกับ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ ก็ออกไปเดี๋ยวนี้!” ‘ศรอัคคีทมิฬ’ หันไปเผชิญหน้ากับหลิงเฉินพร้อมกับส่งเสียงตะโกนอย่างเย็นชา ชื่อเสียงของ ‘พันธมิตรอัคคีทมิฬ’ นั้นเพียงพอที่จะคุกคามผู้เล่นส่วนใหญ่ และมีผู้เล่นไม่มากนักที่จะกล้าทำให้กิลด์ขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศจีนเช่นนี้ไม่พอใจ

หลิงเฉินซึ่งยืนอยู่ที่เขตแดนของอาณาเขตหมีสีน้ำตาลไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขา สายตาของเขาหยุดอยู่ที่หมีสงครามขนทองชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปข้างหน้า และมุ่งตรงไปหาหมีสงครามขนทองซึ่งกำลังหลับใหลอยู่ด้วยความเร็วสูงสุด

การกระทำของเขาทำให้ผู้เล่นทุกคนตกตะลึง และทำให้พวกเขาเกือบทั้งหมดหัวเราะเสียงดัง

“มันต้องการทำอะไรน่ะ… ไม่ใช่ว่ามันคิดอยากจะสู้กับหมีสงครามขนทองตัวนั้นด้วยตัวคนเดียวใช่ไหม?”

“เจ้านั่นเป็นคนโง่หรือเปล่า? หรือว่าสมองของมันจะพิการไปแล้วจากความตื่นเต้นที่ได้เห็นลอร์ดบอส?”

“หรือมันจะเป็นหน้าใหม่ซึ่งไม่เคยเห็นลอร์ดบอสมาก่อน? ถึงแม้มันอยากตายก็ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเช่นนี้”

ตอนที่เห็นเขาพุ่งพรวดเข้าไปหาลอร์ดบอสด้วยตัวคนเดียวก็ไม่มีใครเข้าไปห้ามเขา พวกเขาทั้งหมดกลับแสดงท่าทางเยาะเย้ย ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของผู้เล่น การเผชิญหน้ากับลอร์ดบอสด้วยตัวคนเดียวนั้นเท่ากับการฆ่าตัวตาย พวกเขาแทบจะสามารถมองเห็นภาพของผู้เล่นคนนี้ถูกตบจนตายหลังจากหมีสงครามขนทองตัวนี้ตื่นขึ้นมา

ทว่าภาพที่พวกเขาคาดไว้ไม่ได้ปรากฏ สิ่งที่เห็นคือฉากที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงงึงงัน หวาดผวา และกระทั่งสั่นเทา

“เปลวเพลิงแห่งความพิโรธ!”

ในขณะที่วิ่ง เขาเรียก ‘ทะยานเมฆา’ และ ‘ดาบทราย’ ออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากรวมกับการเสริมพลังจาก ‘เปลวเพลิงแห่งความพิโรธ’ ซึ่งอัพถึงเลเวลสูงสุดก็ทำให้ค่าพลังโจมตีพื้นฐานของเขาพุ่งขึ้นเป็น 331 หน่วยในทันที

“สังเวยวิญญาณ!”

ชั้นของแสงสีแดงที่สลัว ๆ ปรากฏขึ้นทั่วร่างของเขา พลังชีวิตของเขาลดฮวบเหลือ 1 หน่วยในฉับพลัน ในเวลาเดียวกันนี้พลังอันมหาศาลพลันหลั่งไหลออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้เทคนิคเบอร์เซิร์กซึ่งทำให้ตัวเขาไปอยู่ที่ขอบเหวแห่งความตาย การต่อสู้กับลอร์ดบอสเลเวล 10 ตัวนี้ เขาอยากจัดการมันให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

หลิงเฉินเหลือบมองค่าพลังโจมตีในเวลานี้ของเขา… 993 หน่วย!!

ค่าพลังโจมตีที่เกือบทะลุ 1,000 หน่วย ค่าพลังโจมตีที่ผู้เล่นในปัจจุบันไม่แม้แต่จะคิดฝัน! นี่เป็นค่าสถานะสูงสุดในปัจจุบันที่หลิงเฉินสามารถบรรลุถึง และยังเป็นสภาวะที่อันตรายที่สุดของเขาอีกด้วย ภายใต้สถานะนี้ พลังชีวิตที่มากที่สุดของเขาจะคงอยู่ที่ 1 หน่วย และไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยวิธีการใด ๆ!

ในเวลาเดียวกับที่เขาเสริมพลังด้วย ‘สังเวยวิญญาณ’ หลิงเฉินได้พุ่งเข้าไปยังเบื้องหน้าของหมีสงครามขนทองพร้อมกับที่ ‘ทะยานเมฆา’ และ ‘ดาบทราย’ ใช้ออกด้วยสกิล ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ โดยพร้อมเพรียงกัน เชือดเฉือนเข้าใส่ร่างขนาดใหญ่ที่เรืองแสงสีทอง ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ นั้นไม่มีเวลาคลูดาวน์หรือข้อจำกัดในการใช้งาน ดังนั้นอาวุธทั้งสองจึงสามารถปลดปล่อยสกิลนี้ได้พร้อม ๆ กัน

-1,480, -1,433!

การโจมตีหนึ่งครั้ง… ไม่สิ มันเป็นการโจมตีสองครั้งซึ่งลดพลังชีวิตของหมีสงครามขนทองไปกว่าหนึ่งในสามทันที หมีสงครามขนทองที่กำลังนอนกรนอยู่พลันตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล และกระโดดขึ้นมาจากพื้นโดยฉับพลัน พร้อมทั้งกู่ก้องคำรามร้องด้วยความเกรี้ยวโกรธ ทันใดนั้นการโจมตีที่สองของหลิงเฉินก็เริ่มขึ้น มือข้างซ้ายซึ่งถือ ‘ดาบทราย’ ใช้สกิล ‘จู่โจมเต็มกำลัง’ ส่วนมือข้างขวาที่ถือ ‘ทะยานเมฆา’ ใช้สกิล ‘พุ่งทะยานเมฆา’…

รัศมีดาบโค้งสีเหลืองและดาวตกสีเงินเชือดเฉือนเข้าใส่ร่างขนาดมหึมาของหมีสงครามขนทองอย่างพร้อมเพรียงกัน นำมาซึ่งค่าความเสียหายสีแดง และสีเหลืองที่เป็นการโจมตีติดคริติคอลขนาดใหญ่ที่แม้แต่หลิงเฉินเองยังตกตะลึง

-1,436! -5,922!

เสียงคำรามร้องดังสนั่นของหมีสงครามขนทองพลันหยุดลง มันยังคงอยู่ในท่าคำรามร้องด้วยความโกรธพร้อมกับล้มลงไปอย่างสิ้นท่า โดยก่อนที่มันจะตายลอร์ดบอสที่ทรงพลังตัวนี้ยังไม่ได้เห็นแม้กระทั่งว่าใครคือศัตรูของมัน

การโจมตีสองครั้ง… กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วินาทีเท่านั้น

พื้นที่โดยรอบพลันเงียบสงบเหมือนไร้ผู้คน เหล่าผู้เล่นที่ยืนอยู่ตรงเขตแดนของอาณาเขตหมีสีน้ำตาลซึ่งก่อนหน้านี้กำลังรอดูการแสดงที่น่าตื่นเต้นต่างอ้าปากกว้าง ตาเบิกโพลง… ดวงตาคู่แล้วคู่เล่าของพวกเขาถลนออกมาจนแทบจะระเบิดออกมาจากเบ้าตา

——————————–

        ป.ล. ตอนนี้แปลยากมากๆ ถ้างงๆ ก็ขออภัยด้วยนะครับ ถ้ามีคำแนะนำอะไรก็ comment ไว้ด้านล่างได้เลยครับ ^_^

ฝากติดตามเพจนิยายด้วยครับ    https://www.facebook.com/ShuraWrath/

        แปล: Fundus

ปรับสำนวน: Fundus and SYNTHESIS

Facebook Comment