+100%-

Chapter 9 – I’ll Have To Make Some Money

“วูจิน ลูกแม่ เป็นวูจินของแม่จริงๆ”

แม่กอดเขาแน่นแล้วเธอก็ร้องไห้เป็นเวลานาน เธอเคยคิดว่าเขาตายไปแล้วแต่หลังจากนั้น 5 ปีวูจินก็กลับมามีชีวิตอยู่อีกครั้ง เธอไม่สามารถบอกได้ว่านี่คือความฝันหรือความเป็นจริง

“ลูกไปอยู่ที่ไหนมา?”

“มันนานเกินไปถ้าจะอธิบายที่นี่ แล้วพ่อกับน้องล่ะครับ? ผมกลับไปที่บ้านแต่บ้านเราหายไป”

“โซอาเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว แต่พ่อของลูก….”

แม่ของเขาเริ่มพูดแต่เธอก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง เขารู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติแค่คิดมันก็ทำหัวใจของเขาเย็นเฉียบ

“ไปเถอะครับ ไปที่บ้านก่อนแล้วค่อคุยกัน”

“ใช่ ต้องทำอย่างนั้นสินะ ต้องกลับบ้านของเราก่อน”

ราวกับว่าแม่ของเขาจะหายตัวไปวูจินกุมแม่ของเขาแน่นและเดินออกจากห้องพักครูไป ขณะที่พวกเขาขี่รถบัสที่แม่ของเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์สิ้นหวังของพวกเธอ

พ่อของเขาติดอยู่ในดันเจี้ยนตอนมันโผล่ออกมาครั้งแรก เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ นับพันคนที่นั่งรถไฟใต้ดินเขาได้ล่วงลับไปแล้ว พวกเธอไม่พบศพของเขา แม่ต้องดูแลโซอาคนเดียวมาตลอดตั้งแต่นั้นมา

หลังจากที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัวแล้วลูกชายของเธอก็ยังหายไปอีกคน เหตุผลเดียวที่แม่ของเขายังทนอยู่ต่อไปได้ก็เป็นเพราะว่าโซอาน้อย พวกเขาไม่ได้ร่ำรวยมากในอดีต และแม่ของเขาก็ต้องดูแลบ้านทั้งหมดด้วยตัวเธอเอง เขารู้สึกได้ถึงความยากลำบากที่ผ่านมาของเธอ

ทรัพย์สินทั้งหมดที่พวกเขาเหลืออยู่ก็มีเพียงแค่อพาร์ตเม้นเก่าๆ หลังจากที่ดันเจี้ยนโผล่ออกมาแล้วมันก็ถูกทำลายโดยเหล่าสัตว์ร้ายพวกเธอจึงขายมันในราคาถูกๆ นอกจากนี้แม่ของเขาไม่สามารถทำงานหลายๆอย่างได้เพราะเธอเคยเป็นแค่แม่บ้านเท่านั้น

เมื่อหลายๆสิ่งเลวร้ายลงโซอาก็ล้มป่วยลงเงินของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็ว มันเป็นสถานการณ์ที่ทุกวันมีแต่ความเจ็บปวด เธอต่อสู้อย่างยาวนานใน 5 ปีที่ผ่านมา

“มันเป็นเรื่องที่ดีที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ อย่ากังวลเกี่ยวกับมันมากเลยนะ แม่คิดว่าลูกติดอยู่ในรถไฟใต้ดิน”

แม่ของเขาทำได้เพียงขอบคุณที่เขายังคงมีชีวิตอยู่จริงๆ

รถบัสเดินทางเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะมาถึงบ้านที่เขาเคยอยู่ พวกเขาย้ายไปอีกบล็อกที่อยู่ถัดจากจากสำนักงานใหญ่ของกิลด์แฮมเมอร์เล็กน้อย

“เผื่อว่าลูกและพ่อจะกลับมา พวกเราเลยย้ายไปอยู่ใกล้ๆ”

หากผู้คนหายตัวไปในช่วงดันเจี้ยนโผล่ออกมานั่นหมายถึงว่าคนๆนั้นได้ตายไปแล้ว แต่แม่ของเขาก็ไม่เคยสิ้นหวัง ลูกชายของเธอกลับมาหาเธอหลังจากผ่านไป 5 ปีนี่คงเป็นรางวัลถึงความพยายามของเธอ

แม่ของเขาทำให้เขาผ่านตรอกซอกซอยคดเคี้ยวแล้วเธอมุ่งหน้าไปยังกระท่อมอย่างเฉพาะเจาะจง มันเป็นห้องที่มีขนาดเล็กมากห้องหนึ่งและมันก็มีขนาดเล็กกว่าบ้านของแจมิน  นอกจากนี้มันยังมีกล่องมากมายที่ซ้อนกันอยู่ข้างในจึงทำให้ห้องมีขนาดเล็กลง

“อยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวแม่จะไปโรงเรียนอนุบาลแล้วรับโซอากลับมา”

แม่ของเขาทิ้งวูจินให้อยู่ในห้องคนเดียวและเธอก็ออกจากบ้าน วูจินมองรอบห้องเล็ก ๆที่เต็มไปด้วยกล่องแล้วเปิดหนึ่งในพวกมัน

“โอ้….”

ในกล่องไม่มีอย่างอื่นนอกจากข้าวของเก่าของเขา เขาเปิดกล่องอื่น ๆและมันก็เป็นเหมือนกันทั้งหมด มันมีเสื้อผ้าของพ่อและเสื้อผ้าของเขา มีแม้กระทั่งของเล่นที่เขาเคยเล่นตอนเด็กๆด้วย

เธอได้เก็บไว้ข้าวของทั้งหมดของพวกเขาเมื่อตอนที่พวกเขายังอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เธอได้ยัดมันทั้งหมดไว้ในห้องๆเดียวมันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้บ้านแคบลง เมื่อเขาคิดว่าทำไมแม่เขาถึงไม่ทิ้งข้าวของพวกนี้ และหัวใจของเขาแทบแหลกสลาย

ไม่นาน แม่ของเขากลับบ้านพร้อมกับโซอาที่กุมมือของเธอไว้ เธอเบิกตากว้างจ้องมองไปที่วูจิน ผิวของเธอดูซีดแต่ผิวสีขาวของเธอทำให้เธอดูน่ารักขึ้น

เด็กทารกอายุ 2 ขวบในความทรงจำของเขากลายเป็นเด็กอายุ 7 ขวบแล้ว

“โซอา นี่พี่ชายของลูกนะจ้ะ ทักทายเขาหน่อยสิ”

“พี่ชาย ?”

โซอาคว้าไปยังชายเสื้อเของแม่เธอ แล้วมองวูจินอย่างระมัดระวัง วูจินปั้นยิ้มให้เป็นมิตรมากที่สุดขณะที่เขามองไปที่โซอา

“โซอา ลูกเล่นกับพี่ชายของลูกก่อนได้ไหมจ้ะ? เดี๋ยวพี่จะทำอาหารอร่อยๆให้ทาน”

“เอ๋? แม่ไม่ไปที่ร้านอาหารเหรอคะ?”

“ใช่จ้ะ วันนี้เป็นวันหยุดของแม่”

มันเป็นอาหารกลางวันเท่านั้น แต่แม่ก็พยายามทำมันอย่างเร่งรีบ เธอเตรียมอาหารที่ฟุ่มเฟือย โซอากลายเป็นผิดปกติเมื่อเธอเห็นเนื้อ มันดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้กินเนื้อเป็นประจำ

แม่ของเขามองดูเขาอย่างพึงพอใจเพื่อที่จะตอบแทนเธอเขาจึงทานอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากที่กินข้าวไป 3 จานเขาก็วางช้อนลง

อาจจะเป็นเพราะการทานอาหารด้วยกันจึงทำให้ความระมัดระวังตัวในมนุษย์ลดลง

โซอาดูมีการปรับตัวเข้าหาเขา เธอเรียกเขาว่า’พี่ชาย’ง่ายๆและเธอก็ติดอยู่กับวูจิน มันไม่ใช่เรื่องจริงถ้าจะบอกว่าเธอไม่ระวังตัว แต่มันเหมือนกับว่าเธอต้องการได้รับความสนใจ มันทำให้วูจินเจ็บหัวใจเมื่อเห็นอย่างนี้

“โซอาตอนที่น้องกลับมาที่บ้านหลังเลิกเรียนน้องต้องเล่นคนเดียวตลอดเหรอจ้ะ?”

“ใช่ค่ะ แม่ผ่านปัญหามามากแล้ว หนูต้องทำตัวดีๆและเล่นคนเดียวค่ะ”

เขาภูมิใจเมื่อเห็นเด็ก 7 ขวบกล่าอย่างนี้ดังนั้นวูจินจึงลูบหัวของเธอเบาๆ

“เชอะ พี่ชายมาหวีผมของมีมี่แทนหนูหน่อยสิ”

“โอเคจ้า”

โซอาส่งตุ๊กตาบาร์บี้ที่ชื่อมีมี่มาให้เขาแล้วเขาก็หวีผมของมันด้วยหวีขนาดเท่านิ้วมือของเขา วูจินและโซอาเล่นกับตุ๊กตาและแม่ของเขาก็มองมาทางนี้ขณะที่ล้างจานอยู่

เธอพยายามอย่างมากใน 5 ปีที่ผ่านมาและมันทำให้เธอดูเหมือนกับหญิงชรา

แม่ของเขาที่กำลังล้างถ้วยจานหยิบมือถือที่กำลังดังอยู่แล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำทันทีเพื่อที่จะรับโทรศัพท์

[นี่คุณกำลังทำอะไรอยู่? คุณหายไปไหนในช่วงเวลาเร่งด่วน? กลับมาที่นี่ทันทีเลยนะ]

“วันนี้เป็นวันที่สำคัญจริงๆ ฉันขอลาได้ไหมคะ?”

[เฮ้คุณนาย คุณคิดว่านี่คืออะไร? ไม่มีการลาในร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้ คุณได้ลาเสมอโดยให้ข้อแก้ตัวว่าลูกสาวป่วย ถ้าคุณไม่อยากโดนไล่ออกให้รีบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ !]

ประสาทสัมผัสของวูจินดีมากเมื่อเทียบกับคนปกติดังนั้นมันไม่ยากเลยที่เขาจะได้ยินเสียงการสนทนาเบาๆ วูจินคิดเกี่ยวคับสถานการณ์นี้ และวูจินรู้สึกหนักใจ มันให้ความรู้สึกเหมือนมีหินขนาดใหญ่ทับอยู่บนอกของเขา

แม่ของเขาเดินออกมาจากห้องน้ำและเธอก็รีบล้างจานให้เสร็จ จากนั้นก็ก็พูดกับวูจินด้วยสีหน้าขอโทษ

“โซอา แม่ขอโทษนะ แต่ลูกช่วยเล่นตุ๊กตากับพี่ชายได้ไหมจ้ะ?”

“อืมมม ได้ค่ะ มันไม่แย่เท่าไหร่กับการเล่นกับพี่ชาย”

แม้ว่าเธอจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขา โซอาก็พร้อมที่จะอยู่กับพี่ชายของเธอ และนี่ทำให้เธอน่ารักมาก

“แม่ขอโทษนะจ้ะ วูจิน”

วูจินหัวเราะเล็กน้อย

“ไม่เป็นไร เดินทางปลอดภัยนะครับ”

“จ้ะ เดี๋ยวแม่กลับมานะจ้ะ”

หลังจากที่แม่จากไปโซอาก็น้ำตาไหลลงมา

“แม่ยุ่งมาก โซอาอยู่คนเดียวตลอดเลย”

วูจินกรอกตาไปมาเมื่อเห็นเธอร้องไห้

“ไม่หรอก พี่ชายอยู่นี่แล้วไงจ้ะ”

“ฮือ หนูไม่เคยเจอคุณ แล้วคุณจะเป็นพี่ชายของหนูได้ยังไง?”

“ฮ่าๆ ฉันเป็นพี่ชายของเธอจริงๆ เธอจำไม่ได้พี่ไม่ได้หรอเมื่อเธอยังเด็ก? พี่ยังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เธออยู่เลย”

“โซอาไม่ใช่เด็กแล้วนะ !”

วูจินพยายามที่จะเอาใจโซอาน้อยเขาก็เลยเล่นกับเธอ เขาคิดว่าแม่ของเขาจะกลับมาช่วงอาหารเย็นแต่เธอก็ยังไม่กลับ ดังนั้นวูจินเลยเริ่มทำอาหารเย็น

ปกติวูจินนอนอยู่ที่โล่งเป็นประจำบนดาวอัลเพน เมื่อเขาเปิดตู้เย็น มีส่วนผสมหลายอย่างที่เหลือจากการที่แม่ไปซื้อของก่อนหน้านี้

วูจินเริ่มทอดไข่ และเขาก็แบ่งข้าวผัดผักกับโซอา แม่ของเขากลับมาตอน 21.00 น.

“แม่ขอโทษนะที่แม่กลับมาช้า ลูกกินอะไรเป็นอาหารค่ำกัน? เราจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกพรุ่งนี้นะจ้ะ”

แม่ของเขาไม่สามารถติดต่อวูจินได้ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

พวกเขาวางเตียงลงในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง และเขาก็ไม่มีพื้นที่ในการเกลือกกลิ้งไปมาได้ โซอาหลับสนิทแล้วในอ้อมแขนของแม่ แต่วูจินกับแม่ไม่หลับ

“แม่ดีใจนะที่ลูกกลับมา”

แม่ของเขาพูดคำนี้หลายครั้งในขณะที่นอน วูชินนอนไม่หลับเลยทั้งคืน และดวงตาของเขาก็เปิดกว้าง

‘นี่มันไม่ใช่’

วูชินรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกตึกกดทับ

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนตื่นขึ้นมาในความวุ่นวาย โซอาต้องไปโรงเรียนอนุบาล และแม่ของเขาก็เตรียมที่จะไปทำงาน

“วูจิน ไปที่สำนักงานเขต แล้วไปรับบัตรประจำตัวของลูก หลังจากที่เลิกงาน เราจะไปซื้อมือถือกัน อย่าไปที่ไหนนะ ถ้าลูกหิวก็ทำราเมนกิน ไม่ๆ ถ้าลูกหิวก็ไปกินที่ร้านอาหารข้างหน้า มันชื่อว่าร้านซังมีอยู่ที่หน้าตลาด”

“ครับ ไม่ต้องห่วงผมหรอก แล้วเจอกันครับ”

หลังจากที่ทุกคนออกไป วูจินก็อยู่คนเดียว เขารู้สึกหดหู่ใจ

เขามีหลายสิ่งที่ต้องทำ

เขาต้องไปยกเลิกรายชื่อบุคคลสาบสูญ แล้วก็ต้องไปเอาบัตรประจำตัวที่สำนักงานเขต

เขาถูกอัญเชิญไปช่วงที่เรียนอยู่ ม.6 ดังนั้นเขาจึงยังไม่แม้แต่จะจบการศึกษา เขาไม่อยากตกงาน ดังนั้นเขาจำเป็นต้องหางานทำ

‘ฉันต้องการที่จะหาเงิน’

เขารู้สึกสงสารแม่ของเขาที่ยุ่งตลอดเวลา และโซอาที่มีค่าใช้จ่ายทุกๆวันของเธอ เขาเป็นผู้ชายในบ้านนี้ เขาจะต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้านหลังนี้

‘ฉันจะต้องหาเงินมาได้มากๆ’

เขาจะต้องเข้าเรียนอีกรอบ แต่นอกจากนี้เขาต้องมีงานพาร์ทไทม์ วูจินคิดอย่างรวดเร็วถึงวิธีที่ต้องหาเงินเป็นจำนวนมาก

มันเป็นเหมือนโชคชะตา

ไม่สิ มันเป็นเหมือนกับว่าปีศาจเขียนชะตากรรมของเขาไว้

‘เราท์’

วูจินมองธนบัตรที่พับยู่ยี่จำนวน 10,000 วอนและเขาก็ตัดสินใจได้ เขาเปิดกล่องที่เก็บเสื้อผ้าของเขาไว้อย่างดี เขาสวมเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินออกจากบ้าน

เขาได้รับบัตรประจำตัวแล้ว และเขาก็ไปยกเลิกรายชื่อบุคคลสาบสูญของเขา เขาไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร และเขาก็จะไปซื้อโทรศัพท์มือถือที่ร้านโทรศัพท์

“นี่คือรายการที่ขายดีที่สุดของเรานะคะคุณลูกค้า มันมีความทนทานมาก มันจึงเป็นรุ่นที่ถูกใช้โดยเหล่าเราท์ที่มีชื่อเสียงมากมาย”

ตามคำแนะนำของพนักงานขายโทรศัพท์มือถือเขาได้ซื้อมันมา เขาพิมพ์เข้าไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของแม่ของเขาแล้วส่งข้อความ

‘มีน้องชายที่ผมรู้จักอาศัยอยู่ใกล้ๆบ้านของเรา ผมจะไปพักอยู่ที่นั่น และผมจะเตรียมความพร้อมที่จะสำเร็จการศึกษา’

แม่โทรหาเขาทันทีที่เขาส่งข้อความไป เขาคุยกับเธอเป็นเวลานานเพื่อระงับความกลัวของเธอ เธอรู้ดีเกี่ยวกับสถานทางการเงินของพวกเราเธอเลยไม่อยากให้เรียนต่อ แต่ในที่สุดเธอก็ตกลงกับข้อเสนอของเขา

“เฮ้อ ฉันรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้จริงๆ แต่ฉันจะทำมันทีหลัง”

บ้านของแจมินอยู่ไม่ไกลจากบ้านของวูจินมากนัก เขาเดินไปตามทาง เขาคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าเขาซื้อบ้านหลังที่ใหญ่กว่านี้

วูจินคลี่กระดาษที่มีเบอร์ของแจมินออก เขากดเบอร์แล้วโทรออก

[ฮัลโหล นี่คือหน่วยงานดองจิน ปาค-ฮวีโซ]

เขาได้ยินเสียงแหบ เขาเช็คเบอร์โทรอีกครั้ง แต่มันก็เป็นเบอร์เดียวกันกับที่อยู่ในกระดาษ

[ฮัลโหล ถ้าคุณโทรมาโปรดพูดด้วย]

“นี่ใช่แจมินไหมครับ?”

[ไม่]

กริ่ก

เสียงน่ารำคาญที่มาพร้อมกับที่สายถูกวาง วูจินเดาะลิ้นของเขาขณะที่มองไปยังโทรศัพท์

“ฮ่ะ อะไรกันเนี่ย? เขาหลอกฉันเหรอ?”

วูจินพนมมือบนอกขณะที่ทำใจให้เย็นลง

Facebook Comment