+100%-

Chapter 8 – To Home (2)

“โอ้ วูจินเธอยังมีชีวิตอยู่เหรอเนี่ย?”

ครูประจำชั้นของเขาเมื่อตอนอยู่ ม.6 มองวูจินเหมือนกำลังมองดูผีอยู่ วูจินหัวเราะเล็กน้อย มีหลายคนเสียชีวิตในช่วงดันเจี้ยนโผล่ออกมา และดูเหมือนวูจินเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกระบุว่าหายสาบสูญ

ในความจริง นี่เป็นครั้งแรกใน 20 ปีที่พวกเขาได้เจอกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันมากมายนัก ครูมองหารายชื่อของวูจินในบันทึกนักเรียน

“โอ้นี่ไงเบอร์โทรศัพท์ของเธอ”

กริ๊งง

แล้วคุณครูก็โทรไปที่เบอร์นั้นทันที เบอร์ที่อาจจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็ได้

เขาจะได้ยินเสียงแม่ของเขาอีกไหม? แต่ถ้าเธอเปลี่ยนเบอร์แล้วล่ะ?

วูจินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาตรงข้ามครู และหัวใจเขาเต้นแรงมาก

[ฮัลโหล?]

ครูประจำชั้นได้ยินเสียงเหนื่อยๆของผู้หญิงวัยกลางคน เขาใช้โทนเสียงพิเศษที่เอาไว้ใช้เฉพาะกับผู้ปกครองของนักเรียน

“สวัสดีครับ ผมลีซังวูนะครับ เป็นครูในโรงเรียนมัธยมปลายมิโดะ”

[อะไรนะ? โรงเรียนมัธยมปลายมิโดะเหรอคะ?]

เสียงสั่นๆนั่นฟังดูคล้ายๆกับเสียงของแม่ของเขา หัวใจของวูจินเต้นเร็วขึ้น และมันทำให้เขาได้สูดลมหัวใจเข้าแรงๆ

“ใช่ครับ นี่ใช่คุณนายลีซูเกียงหรือเปล่าครับ?”

[ใช่ค่ะ คุณโทรมาถูกแล้ว มีอะไรหรือเปล่าคะ? ถ้าหากมันเป็นโรงเรียนมัธยมปลายมิโดะ ที่ลูกชายคนโตของดิฉันไปเรียนที่นั่น…..]

วูจินรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงในโทรศัพท์ แม้แต่ตอนที่เขาถูกฟาดด้วยแส้ของบาร์รอค มันก็ไม่ได้เจ็บขนาดนี้

วูจินแย่งมือถือในมือของครูประจำชั้น แล้วพูดด้วยเสียงสั่นๆ

“แม่ครับ”

[…..]

ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากปลายสาย แต่ใครก็สามารถรู้ได้ว่าเธอประหลาดใจมาก และเธอก็สั่นมากๆแต่ความรู้สึกของเธอก็สื่อมาถึงเขาได้

“แม่ นี่วูจินนะครับ คังวูจิน”

มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดคำว่า ‘แม่’ แล้วใช้วงเวทที่ 9 ลำคอของเขาเหมือนผื่นขึ้นและเขาแทบไม่สามารถกลั้นน้ำตาของเขาไว้ได้ แทนที่เขาจะได้ยินคำพูดของเธอจากในโทรศัพท์ เขาได้ยินเสียเธอร้องไห้

[วู..วูจินงั้นเหรอ? ใช่วูจินของเราจริงๆใช่ไหม? เธอใช่วูจินของแม่จริงๆใช่ไหม? ]

เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ วูจินก็ไม่สามารถคาดเดาความทุกข์ทรมาณที่เธอประสบอยู่ได้ ความเศร้ากลายเป็นความสุขเมื่อน้ำตาได้ไหลออกมา

“ผมกลับมาแล้วนะครับ”

[อึกฮืออ วูจินของแม่]

เขาเอาชีวิตรอดเป็นเวลา 20 ปีเพื่อสิ่งนี้

“แม่ย้ายไปที่ไหน? ผมจะไปหาแม่ที่นั่น”

[ไม่ต้อง แม่จะไปที่นั่น แม่จะไปถึงที่นั่นในเร็วๆนี้ อย่าออกไปจากที่นั่นแม้แต่นิดเดียวนะ]

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งอย่างเร่งรีบ วูจินส่งโทรศัพท์คืนครูประจำชั้น

“เฮ้อ”

เขาถูกหายใจอย่างหนักเพื่อที่จะซ่อนน้ำตาของเขา

หลังจากที่ครูได้โทรศัพท์คืน คุณครูพยายามที่จะทำให้แม่สงบลง เขาจบการโทรหลังจากที่สนทนากันอย่างยาวนาน เห็นอย่างนี้วูจินก็ต้องการที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือเร็วๆ

“เธอจะมาถึงที่นี่ภายในหนึ่งหรือสองชั่วโมงนะ”

“เฮ้อ ขอบคุณมากนะครับคุณครู”

“อ่ะ เฮ้อ จริงๆฉันก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ฉันรู้สึกขอบคุณมากจริงๆที่เธอยังมีชีวิตอยู่”

“จะเป็นอะไรไหมถ้าผมอยากจะขอเดินรอบๆโรงเรียนสักหน่อย?”

“อืม ไปทำสิ่งที่เธอต้องการเถอะ”

วูจินคิดว่ามันน่าเบื่อที่เขาจะนั่งรออยู่ที่นี่ตั้งสองชั่วโมง ดังนั้นเขาจึงออกจากห้องพักครู

“เฮ้อ ไปหาแจมินดีกว่า”

เมื่อแม่ของเขามาถึงเขาก็จะใช้หนี้ของแจมินให้เร็วที่สุด เขารู้สึกอายที่ต้องขอเงินของผู้ปกครองตอนอายุ 24 ปี แต่เขาจะตอบแทนเธอด้วยการทุ่มเททั้งชีวิตด้วยการเป็นลูกที่ดี

แค่ไม่นานเด็กๆก็แออัดอยู่ในโรงอาหารเพราะมันเป็นช่วงเวลาพัก เขาถูกเบียดขณะที่กำลังเดิน เขากล้าที่จะเดินไปรอบๆด้วยเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงขาสั้นที่เขาใช้ใส่นอน ทำให้เด็กนักเรียนหันมามองเขามากกว่าหนึ่งครั้ง

‘ว้าว เขาหล่อจริงๆ’

‘เขาสูงจริงๆ ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเราด้วยล่ะเธอ’

ถ้าไม่ใช่นักเรียนใส่ใส่ยูนิฟอร์ม นักเรียนหญิงก็จะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายในอุดมคติของพวกเธอ พวกเธอกระซิบกันเอง และพวกเธอก็ปรบมืออย่างมีความสุข

‘ว้าว เขาเซอร์จริงๆ’

‘อี๋ย เขาเป็นพวกหน้าด้าน พวกหล่อนใช้ตูดคิดรึไงกัน?’

นักเรียนแอบหัวเราะใส่วูจิน

วูจินไม่สนใจพวกเขา และเขาก็หาห้องของแจมินจนเจอ แจมินไม่สามารถไปห้องน้ำในเวลาพักได้เพราะว่ามีคนล้อมรอบตัวเขาอยู่

“ไงแจมิน”

วูจินเดินเข้ามาหาแจมินในลักษณะที่เป็นมิตร และเขาก็ประหลาดใจกับกลุ่มคนที่อยู่ล้อมรอบตัวของเขา จุนฮุคและเด็กคนอื่นๆ ที่โดนวูจินสั่งสอนพยายามหลีกเลี่ยงในการสบตากับเขา แต่เด็กคนอื่นๆจ้องวูจิน แล้วพวกเขาก็เยาะเย้ยเขา

“ไอ้เวรนี่เป็นใครกัน?”

“ว้าว พวกนายกล้าที่จะไล่ฉันเหรอ? พวกนายต้องเรียกฉันว่าพี่ใหญ่สิ”

และมากที่สุดพวกเขามีกันอยู่แค่ 7 คน พวกเขามองวูจินแล้วยกยิ้ม แจมินแสดงออกว่าเป็นห่วงภายในดวงตาของเขา แจมินค่อยๆหันศีรษะไปอีกด้านหนึ่งเมื่อวูจินตะโกน

“พวกนายทุกคนที่เล่นเป็นนักเลงตามฉันไปที่ดาดฟ้า”

ด้วยการแสดงออกอย่างดื้อรั้น วูจินเดินไปข้างหน้าส่วนแจมินทำตาละห้อย และพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังดาดฟ้า พวกเด็กนักเลงเดินตามเขาไปขณะที่กำลังตะลึงอยู่

“ว้าว ไปขยี้มันกันเถอะ เฮ้ แกไปเรียกเด็กห้องอื่นมาหน่อยซิ”

จุนฮุคแอบตามหลังพวกเด็กนักเลงไปขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังดาดฟ้า มีเด็กนักเลงมากกว่ายี่สิบคนตามหลังพวกเขาอยู่ ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะลืมเรื่องราวเมื่อวานนี้ไป

‘นี่มันถูกแล้ว ฉันประมาทไปเอง ดังนั้นฉันถึงได้โดนตุ๋ยท้องอย่างไม่ตั้งใจ มันก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกกับจำนวนขนาดนี้’

รวมกับจุนฮุคพวกเขากว่ายี่สิบคนเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า

“หนึ่ง”

เสียงที่วางท่าออกมาจากปากของวูจิน

“พวกเราพร้อมนะ”

เหล่าเด็กนักเรียนเรียงตัวกันเป็นหน้ากระดาน และพวกเขาพร้อมกันลดร่างกายลงเพื่อเตรียมตัววิดพื้น

“สอง”

“สมุนของแจมิน”

นักเรียนยี่สิบห้าคนอยู่ในแถวเดียวกันและพวกเขาวิดพื้นพร้อมๆกัน แม้แต่โดแจมินที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงก็ไม่สามารถซ่อนอาการประหลาดใจได้

‘เขาไปเรียนอะไรกันแน่บนเขาจีริ?’

ที่แน่ๆเขาต้องเรียนศิลปะการต่อสู้ ไม่อย่างนั้นเขาคงล้มพวกเด็กนักเลงยี่สิบห้าคนในเวลาชั่ววูบไม่ได้แน่ๆ

เอาจริงๆมันใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาทีเสียอีก และตอนนี้เขาให้พวกนั้นวิดพื้น ตอนนี้เวลาพักยังไม่หมดเลยด้วยซ้ำ เมื่อแขนของพวกนั้นเริ่มสั่นวูจินก็รวมพวกนั้นไปที่ๆเดียว

“เฮ้ เด็กๆมานี่หน่อย”

ใบหน้าของเหล่าเด็กนักเลงขาวซีด และวูจินก็ยิ้มเมื่อเห็นอย่างนี้ ตั้งแต่ที่เขากลับมาที่โลก ถ้าหากว่านี่เป็นดาวอัลเพนพวกเขาเหล่านั้นเขาไม่แม่แต่จะยืนได้

เขาอาจจะฆ่าพวกเขาเพื่อที่จะทำเป็นอันเดด ต้องการแค่พลังเวทย์นิดหน่อยและวิญญาณโง่ๆของพวกเขา

“พวกนายคิดว่านี่คืออะไร?”

“มันคือ…ท่อเหล็กครับ”

“ถูกต้อง ถ้าพวกนายเห็นอย่างนี้ก็คงหมดหวังแล้วล่ะ”

พวกเขาบางคนได้ใช้ท่อเหล็กเพื่อที่จะเอาชนะวูจิน เขาคว้าท่อเหล็กมาและดัดงอมันอย่างง่ายดาย ดูเหมือนว่าแค่นี้คงไม่พอ เขาคว้าปลายของท่อเหล็กแล้วเขาก็ดึง

ซี่ดดดด //เสียงท่อเหล็กยืดออก

ท่อเหล็กยืดเหมือนคาราเมล ในอึดใจเดียวมันก็ตึงดังนั้นมันจึงถูกดึงจนขาดครึ่ง พวกเด็กนักเลงมองดูเหมือนกับว่าชีวิตของพวกเขาได้ถูกฉีกขาดออกไป และวูจินก็โยนท่อเหล้กที่ขาดลงบนพื้น

แกร๊งง //เสียงท่อเหล็กกระทบพื้น

วูจินโอบไหล่ของแจมินซึ่งยืนถัดจากเขา

“พวกนายจะไม่รบกวนแจมินอีกแล้วใช่ไหม?”

“พวกเราจะรบกวนเขาอีกแล้วครับ!”

“พวกเราจะไม่ทำให้เข้ารำคาญอีกแล้วครับ!”

วูจินพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่พวกนี้ตะโกนออกมาดังๆ

“อย่าพยายามที่จะรังแกเขา และนายควรจะอยู่ด้วยกันกับเขา เข้าใจไหม?”

“ใช่ครับ ถูกต้องแล้วครับ!”

“กลับไปเรียนได้แล้ว”

ภายใต้คำพูดของวูจิน พวกเด็กนักเลงดูเหมือนได้รับชีวิตกลับคืนมา จากนั้นพวกเขาก็แย่งกันที่จะลงจากดาดฟ้าเป็นคนแรก แจมินเหลือบมองหน้าของวูจินด้วยความเสียใจ

“ต่อจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตในโรงเรียนยังไง…..”

ข่าวลือจากเหตุการณ์ดังกล่าวกระจายไปทั่วทั้งโรงเรียนอย่างรวดเร็ว วูจินยิ้มกว้างขณะที่ทำตัวสดใส

“ฉันคิดว่านายไปเรียนได้อย่างสบายใจแล้วนะ ตอนนี้คงไม่มีใครมารังแกนายอีกแล้ว”

ฮ่ะ? อะไรวะเนี่ย? เขายังต้องการโน้มน้าวใจอีกเหรอ

เขาเรียนด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเขาจะต้องสนใจอะไรล่ะในเมื่อเขาไม่มีเพื่อนสักคน

วูจินตบไหล่ของแจมิน เมื่อเห็นเขาแสดงอาการลนลาน

“ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันติดต่อแม่ได้แล้ว ไม่นายฉันจะเอาเงินมาคืนนายแน่”

“มะ..ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ใหญ่”

“นี่มันไม่ถูกนะ”

วูจินตื่นเต้นที่จะได้พบแม่ของเขา ในขณะที่แจมินกำลังรอให้เสียงออดดังขึ้น และเขาต้องการที่จะจบการสนทนากับวูจินให้เร็วที่สุด

“อ้า แล้วฉันจะตอบแทนน้ำใจของนาย มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าไปนอนด้วยทั้งคืน”

“ฮ่าๆ ไม่หรอกครับ พี่ใหญ่ช่วยผมก่อน แล้ววันนี้คุณยังมาช่วยผมอีก”

เขาจะรู้สึกอัดอัดในอนาคตแต่มันจะไม่เลวร้ายเกินไป มันดูเหมือนว่าพวกนักเลงจะมาทำให้เขารำคาญใจอีกแล้ว

พวกเขาจะถูกทรมาณด้วยวิธีเล็กๆน้อยๆและราคาไม่แพง

“ใช่แล้ว ฉันดีใจนะที่นายคิดได้ ถ้าฉันซื้อมือถือแล้ว ฉันจะโทรหานายทันที ถ้าพวกนักเลงรังแกนายอีกครั้งก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเวลา”

วูจินเอาเศษกระดาษออกมาจากกางเกงขาสั้น และส่ายมัน

‘ฮ่ะ เขายังไม่ทิ้งมัน’

มันเป็นหมายเลขโทรศัพท์ปลอมที่เขาเขียนไปมั่วๆ เขารู้สึกผิดเล็กน้อย แจมินหัวเราะเบาๆ

“ใช่ พี่ใหญ่ ยินดีด้วยนะครับที่ติดต่อกับแม่ของคุณได้แล้ว”

“ฮ่าๆ ขอบคุณ นายควรจะเรียนให้หนัก และได้งานทำในบริษัทที่ดี”

เมื่อออดดังแจมินรู้ว่านี่คือโอกาสของเขาแล้ว เขาจึงบอกลาวูจินแล้วรีบวิ่งไปยังห้องเรียนของเขา วูจินยังอยู่บนดาดฟ้าและยิ้ม

“อากาศดีมาก”

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่ามีรถยนต์น้อยลง ท้องฟ้าเหนือกรุงโซลจึงแจ่มใสมากในตอนนี้

วูจินยืนอยู่ที่นั่นสักพัก แล้วเขาเห็นแท็กซี่จอดที่หน้าโรงเรียน หัวใจของเขาเหมือนหยุดเต้น เมื่อเขาเห็นผู้หญิงที่มุ่งหน้ามาที่โรงเรียน

“แม่ครับ……”

วูจินสงบจิตใจของเขา แล้วมุ่งหน้าไปห้องพักครู

Facebook Comment