+100%-

Chapter 7 – To Home

แจมินรู้สึกเศร้าในใจ

แม้แต่ตอนที่ใส่รหัสผ่านสำหรับหน้าบ้านของเขา เขาก็ยังรู้สึกเศร้า

‘เขาไม่ได้เป็นคนที่ประหลาดจริงๆ ใช่ไหม? เขาอาจมาถึงในเมืองเมื่อวันนี้ บางทีเขาอาจจะไม่มีที่พัก?’

วูจินกล่าวเรื่องที่น่าเชื่อถือให้แจมินฟัง

เขาบอกว่าเขาสูญเสียความทรงจำเมื่อ 5 ปีที่แล้วในดันเจี้ยน และเขาหลบหนีไปยังภูเขาจีริ ในภูเขาจีริ เขาได้เป็นนักบวชในลัทธิเต๋าของที่นั่น

ในขณะที่เขาทำหน้าที่ในลัทธิเต๋า อยู่ๆความทรงจำของเขาก็ได้ฟื้นกลับมา นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเดินทางกลับมายังกรุงโซล และเขาก็มายังโรงเรียนมัธยมปลายที่อยู่ในความทรงจำของเขา

วูจินเล่าเรื่องดราม่าน้ำเน่าที่ไม่น่าเล่าออกมาได้ แจมินมองดูวูจินบนรั้วบนรั้วของเขา

‘ถ้าเขาอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว เขาก็ควรจะไปสถานีตำรวจสิ’

แจมินคิดแต่ไม่ได้พูดออกมา เมื่อมีเสียงไซเรนตำรวจผ่านมา วูจินก็ออกหมัดชกอากาศในขณะที่เขาจับแมลงวัน

แจมินคิดว่าเขาต้องน็อคในหมัดเดียวแน่ ไม่ เขาอาจจะตายเลย…..

‘โอ้ดี ฉันคิดไม่มีอะไร ดูเหมือนเขาไม่ได้ตั้งใจทำอันตรายกับฉัน ถ้าเขาจะทำจริงๆเขาคงทำไปนานแล้ว’

ดริ้ง,ดริ้ง //เสียงประตู

ประตูเปิดออก และเขาตามหลังแจมินมา วูจินยิ้มเปล่งปลั่ง

“ว้าว นายมีบ้านที่ดีนี่”

บ้านที่เป็นสตูดิโอธรรมดาๆ กลายเป็นที่ดินราคาถูกในกรุงโซล แต่กลายเป็นว่ามีบ้านว่าให้เช่าในราคาถูกเพิ่มขึ้นมากกว่า อย่างไรก็ตามไฟฟ้าและแก๊สราคาสูงขึ้น มันเป็นเรื่องยากที่ผู้คนได้อาศัยอยู่ที่นี่

สัตว์ร้ายได้ทำลายสาธารณูปโภคทุกแห่ง มันจึงทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น

สตูดิโอค่อนข้างใหญ่ มีห้องที่ถูกทิ้งจำนวนมากที่มีเตียงและโต๊ะอยู่ในนั้น

“ฮ่าๆ วันนี้ฉันเป็นหนี้นายแล้วล่ะ นายคิดว่าไงถ้าฉันจะอาบน้ำก่อน?”

วูจินพูดออกมาขณะที่เดินเข้าไปในห้องน้ำ เขาถอดเสื้อผ้าเก่าๆของเขาแล้วอาบน้ำ แจมินถอนหายใจเบาๆขณะที่ได้ยินเสียงของเขาในห้องน้ำ “อืมม อาา นี่มันยอดเยี่ยมสุดๆ”

“อ่า….ฉันคิดว่าที่นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ”

พวกเขาได้พูดคุยหัวข้อต่างๆตอนกำลังมาที่นี่ เขาดูเหมือนว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี มันก็แค่ลางสังหรณ์อ่ะนะ

แม้ว่าวูจินดูไม่เหมือนคนไม่ดี แต่เขาเป็นคนแปลกๆแน่นอน และเขาได้ตกหลุมพรางของวูจิน ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวพวกเขาก็เข้ามาในบ้านแล้ว

แจมินเคี้ยวข้าวปั้นจากร้านสะดวกซื้อ นี่เป็นอาหารค่ำของเขา เงินที่เขาต้องใช้ซื้ออาหารเย็นถูกวูจินเอาไปแล้ว นั่นทำให้เขาไม่มีทางเลือก

“วิ้ว….รู้สึกสดชื่นจริงๆ เฮ้ นายมีเสื้อผ้าที่นายไม่ต้องการไหม?”

“….รอแปบนึงนะครับ”

วูจินทำเหมือนว่าเขากำลังเยี่ยมบ้านของญาติสนิทอยู่ แจมินรู้สึกอึกอัดในสถานการณ์แบบนี้ แต่น้ำของเขาพร้อมแล้ว เขาจึงยื่นเสื้อเชิตสีขาวให้วูจิน และกางเกงขาสั้นสีดำ

“คุณมีชุดชั้นในไหมครับ?”

“ฉันกำลังอาศัยนายอยู่ มันคงน่ารำคาญถ้าฉันเอาชุดชั้นในของนายมาใส่”

วูจินหัวเราะเสียงดังและสวมเสื้อผ้าตามด้วยชุดพร้อมรบของเขา จากนั้นเขาก็เปิดตู้เย็นเพื่อหาขวดน้ำแล้วกระดกมัน แจมินไม่มีแรงเพื่อแปลกใจดูเหมือนว่าเขาจะชินมันซะแล้ว

“เอ่อ ผมจะอ่านหนังสือนะครับ”

“ได้สิ ฉันจะไม่ยุ่งกับการอ่านหนังสือของนาย ว่าแต่ฉันยืมคอมพิวเตอร์ของนายได้ไหม?”

คุณขอทุกอย่าง

“…..คุณใช้มันได้เลย”

แจมินมอบโต๊ะคอมพิวเตอร์ให้เขาใช้ตอนนี้ เขาเปิดลิ้นชักในโต๊ะที่เขาใช้ทานอาหารเพื่อเอาหนังสือ แจมินมุ่งเน้นกับการศึกษาของเขามากกว่าการโดนขู่

หลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิต ครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ก็คือพี่สาวของเขา สตูดิโอนี้และได้ไปโรงเรียนจากการเสียสละของพี่สาว

แม้ว่าเธอจะทำงานตัวเป็นเกลียวในโรงงาน วิธีเดียวที่เขาจะตอบแทนเธอได้ก็คือตั้งใจเรียนอย่างหนัก

แจมินตั้งใจเรียนมากวูจินจึงไม่อยากพูดคุยกับเขา

“โอ้ แม้ว่าเขาจะหล่อ แต่เขาก็ตั้งใจเรียนจริงๆ”

วูจินเปิดเครื่องคอม เขาเข้าสู่เว็บไซต์ที่คุ้นเคย เขาค้นหาเกี่ยวกับดันเจี้ยนอินเทอร์เน็ตอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการหาข้อมูลว่าโลกเปลี่ยนแปลงอย่าไรบ้างใน 5 ปีที่ผ่านมา

‘ดูซิ ดันเจี้ยนโผล่ออกมาในเดือนสิงหาคม วันที่ 5 ฮ่ะ? มันเป็นวันที่ฉันโดนอัญเชิญไปนี่’

เขาโดนอัญเชิญไปยังดาวอัลเพน และสถานีรถไฟฟ้าได้ดินของโลกกลายเป็นดันเจี้ยนในวันเดียวกัน เขาจำไม่ได้เกี่ยวกับมัน แต่สัญชาตญาณของเขาบอกอย่างนั้น

‘มันแปลว่ามีการเชื่อมต่อกัน’

ทำไมเขาถูกอัญเชิญไปขณะที่ดันเจี้ยนโผล่ออกมา? เขายังคงไม่ทราบสาเหตุนี้ เขาต่อสู้อย่างหนักเพื่อความอยู่รอด และกว่าเขาจะได้กลับบ้านมันก็ผ่านไปนานแล้ว

เขารู้สึกไม่พอใจ

‘เราท์ มันคืออะไร? พวกเขาเป็นแค่คนที่มีพลังเหนือธรรมชาติ’

เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อมองไปยังเราท์ เหล่าเราท์สามารถใช้ทักษะเฉพาะเช่นความสามารถในการเทเลพอต,ความสามารถในการเผาไหม้,สุดยอดความเร็วและอื่นๆเป็นต้น

ความสามารถของเราท์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ความสามารถในการใช้เวทสำคัญมากกว่าในดันเจี้ยน

หากพวกเขาใช้อุปกรณ์เวทมนต์ มันแปลว่าพวกเขามีเวทมนต์ที่น่าอัศจรรย์ มันไม่ผิดที่จะมองไปยังพวกเขาเหล่าจอมเวทย์

‘โลกในความจริงมีจอมเวทย์’

ในฐานะจอมขมังเวทย์(ขออนุญาติเปลี่ยนนะครับจากเนโครแมนเซอร์)ระดับสูง เขาได้รับค่าสถานะที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เขาก็ประหลาดใจอย่างแท้จริงด้วยสิ่งนี้

เนื่องจากลักษณะของดันเจี้ยนนั้นคือโลกใต้ดิน พวกเขาจะไม่สามารถที่จะใช้อาวุธหนักได้ ดังนั้น การตื่นขึ้นของความสามารถเฉพาะนั้นจะทำให้กลายเป็นวีรบุรุษของแผ่นดินซึ่งทั้งหมดนั้นทำงานที่กรุงโซล

แต่ถ้าปล่อยดันเจี้ยนไว้ก็เหมือนระเบิดเวลาๆดีๆนี่เอง นอกจากนี้ ดันเจี้ยนเองก็เปลี่ยนไป

มันถูกแบ่งออกเป็นสามประเภท และการเขาไปโจมตีสามอย่าง

ดันเจี้ยน – มันคือดันเจี้ยนอย่างแท้จริง หากมีสิ่งหนึ่งหรือสถานีรถไฟมันก็จะเปลี่ยนเป็นดันเจี้ยน มันมีเวลาหนึ่งเดือนก่อนที่จะหมดเวลา

ถ้าหากเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จก่อนที่มันจะหมดเวลา มันจะกลายเป็นเหมือง หากพวกเขาล้มเหลว ก็จะกลายเป็นดันเจี้ยนเบรก

เหมือง – ตอนแรกมันถูกใช้เป็นอุปมาโวหาร แต่มันติดอยู่ที่ว่ารัฐบาลเรียกมันอย่างนั้น มันเป็นดันเจี้ยนที่จะอัญเชิญแค่สัตว์ร้ายระดับพื้นฐาน และเมื่อมีการตรวจสอบดีๆ สัตว์ร้ายพื้นฐานได้ขนบางสิ่งบางอย่าง และบางครั้งก็มีสิ่งประดิษฐ์

เหมืองเหล่านี้จะรีเซตเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ที่มากที่สุด มันจะใช้เวลาสองเดือนถึงจะรีเซ็ต และที่น้อยที่สุด มันจะใช้เวลาสามวัน ไม่มีใครรู้ว่าดันเจี้ยนมันจะรีเซ็ตเมื่อไหร่ ดังนั้นเหล่าพนักงานรัฐจึงได้ดูแลเหล่าดันเจี้ยนที่มามากมาย

ดันเจี้ยนเบรก – มันเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวหลังจากที่โจมตีดันเจี้ยนล้มเหลวภายในเวลาหนึ่งเดือน หรืออีกคำก็คือดันเจี้ยนระเบิด

อุปสรรคมากมาย และสัตว์ร้ายที่อยู่ข้างในจะหนีออกไปยังโลกภายนอก

วูชิน ได้เข้าไปยัง ชั้น 1 ของสถานี่กวานชุนและมันเป็นเหมือง มันเป็นดันเจี้ยนระดับต่ำที่มีโอกาศดรอปบลัดสโตนน้อยมาก นอกจากนี้ ค่าสถานะของมอนเตอร์ยังต่ำมาก บางครั้งก็ใช้เป็นที่พักผ่อน นั้นเป็นดันเจี้ยนที่ใช้อบรมพวกมือใหม่

วูจินมองดูกิลแฮมเมอร์

เขาต้องการหาตัวตนของอาคารที่ใช้บ้านเก่าของเขาเป็นสถานที่ตั้ง เขาอยากรู้จริงๆ

แจมินเงยหน้าขึ้นขณะที่อ่านหนังสือ จากนั้นก็ยืดคอขึ้น เขามองไปที่จอ และเขาก็ตาโตขึ้น

“อ้ะ ลุงรู้จักกิลแฮมเมอร์ด้วยเหรอครับ?”

“หา? เรียกฉันว่าพี่ใหญ่สิ นายรู้จักมันด้วยเหรอ?”

“แน่นอน ผมรู้ มันคือหนึ่งในสามกิลที่ดีที่สุดในเกาหลี”

ดวงตาของแจมินเป็นประกายเมื่อพูดเกี่ยวกับกิลแฮมเมอร์ กิลฮวาหราง และกิลKH ทั้งหมดนี้เป็นกิลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเกาหลี

“พวกเขาเป็นบริษัท?”

“อืมมม มันแตกต่างกันเล็กน้อย ตอนแรกมันเป็นสถานที่รวบรวมเหล่าเราท์ แต่ตอนนี้มันก็เป็นเหมือนบริษัท ไม่ ผมควรจะพูดว่ามันเป็นสถานที่พบปะของเหล่าเราท์ขนาดใหญ่”

เขาเริ่มเอียงศีรษะของเขาด้วยความสับสน และแจมินเริ่มเรียบเรียงคำอธิบายของเขา

“มันเป็นสหภาพสำหรับเราท์  มันก็คือบริษัทสำหรับคนปกติแบบผม มันเป็นบริษัทในฝันของผม คุณไม่สามารถเข้ามันได้ด้วยวุฒิการศึกษา”

แจมินตั้งใจเรียนมากเพื่อที่จะเข้ากิล ทั้ง 3 กิลนั้นซึ่งเป็นเป้าหมายของเขาซึ่งมันเป็นงานที่น่าตื่นเต้นมากและรายได้นั้นสูง ซึ่งนั้นจะสามารถตอบแทนพี่สาวเขาได้

“อ้ะ! นั่นใช่ไหม?”

ดวงตาของแจมินเต็มไปด้วยดวงดาว และเขาพูดด้วยเสียงที่ปรารถนา วูจินคุ้นเคยกับลักษณะแบบนี้ ดังนั้นเขาถึงเขาประมาณ

“ยังไงก็ตาม ไอ้หนุ่มที่รบกวนนายวันนี้ไม่ทำอีกในวันพรุ่งนี้เหรอ?”

หน้าของแจมินมืดลงเมื่อคิดถึงลีจุนฮุค เขาได้คิดว่าเมื่อวันนี้ที่เขารอดก็เป็นเพราะว่าวูจินช่วยไว้ มันดูเหมือนว่าชีวิตในโรงเรียนวันพรุ่งนี้ของเขาจะกลายเป็นยาก

เมื่อเขาเห็นสีหน้าของแจมิน วูจินก็พูดสบายๆ

” เฮ้ ฉันมีธุระกับโรงเรียนในวันพรุ่งนี้….งั้นพรุ่งนี้ไปโรงเรียนด้วยกัน เดี๋ยวฉันจะแก้ปัญหาของนายให้เอง”

“ดะด้วยกัน?”

แจมินรู้สึกกังวลเมื่อมองสีหน้าที่มั่นใจของวูจิน

Facebook Comment