+100%-

Chapter 5: เข้าเฝ้า (แก้ไข้เนื้อหาที่หายไป)

เมื่อคืนเน็ตมันตัดกว่าจะได้เล่นเลยทำให้ตอนนี้หายไปค่อนตอนตอนนี้ลงให้ใหม่แล้ว ขอโทษครับ

 

Chapter 5: เข้าเฝ้า

ไม่กี่ชม.หลังจากจบการประลอง.
ผู้บัญชาการองค์รักษ์หลวงเฮลมุท ออโบ ถูกต่อว่าอย่างรุนแรงจากราชาฟิลิปที่3แห่งเบรทเทม.

“องค์ราชา! ผมเชื่อว่าเด็กคนนั้นยังหน้าสงสัยอยู่ในตอนนี้ ขอทรงอณุญาติสอบสวนเพิ่มเติม โปรดประทานอณุญาตด้วยพะย่ะค่ะ!”
“ไม่ต้องแล้ว หลังจากการประลองนั้นก็ทำให้เห็นว่าสิ่งที่เขากล่าวว่าเป็นผู้ช่วยองค์หญิงจากการลักพาตัวเป็นเรื่องจริง ไม่ต้องไปมองว่าเขาเป็นแค่เด็กกพร้า สิ่งที่แน่นอนก็คือเขาช่วยลูกสาวฉัน?”

ฟิลลิปที่3พูดใส่ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังต่อเฮลมุล แต่ทว่าเฮลมุลไม่ได้สนใจท่าทีของราชา.

“ถูกต้องแลัวพะย่ะคะ แต่มันก็แปลกเกินไปที่เด็กกำพร้าน้อยๆคนนึงเอาชนะโจรที่มีอาวุธครบมือได้ถึง4คนและยิ่งไปกว่านั้นเขายังเอาชนะได้แม้แต่ราชองค์รักษ์ด้วย! บางทีเขาอาจจะได้รับการฝึกจากที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้!”

ความรู้สึกของเฮลมุลขณะพูดใส่ฟิลลิปที่3เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ.
ความรู้สึกของเฮลมุลรู้สึกหมดหวังแต่เขาก็แสดงรอยยิ้มข่มขื่นไว้ในใจของเขา.
เขารู้ได้ว่าริโอแข็งแกร่งเกินวัยอันควร.
แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะขุดลึกลงไปเนื่องจากมีเป้าหมายอื่น.

“เฮลมุลคิดว่ามันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรอที่สามารถชนะราชองค์รักษ์ในการประลอง? จากความจำของฉัน คุณคิดว่าความสามารถของเขาหรือราชองค์รักษ์คนนั้นแข็งแกร่งกว่ากัน ระหว่าง 1 คนต่ออัธพาล 4 ตนนั่น.”

ฟิลลิปชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งในคำพูดของเฮลมุล แต่เฮลมุลคิดเป็นอย่างอื่น.

“แน่นอนว่าเขาสามารถล้มราชองค์รักษ์หลวงนั่นลงได้ ผมรับรู้ความจริงข้อนี้และเขาก็เป็นคนช่วยเจ้าหญิงทั้ง2พระองค์ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องฉุกคิดก็คือเด็กที่ชนะราชองค์รักษ์ลงได้นี่ยังอายุไม่ถึง10ขวบ! มันแปลกเกินไป!”

เขาเห็นด้วยกับราชาที่ริโอนั้่นแข็งแกร่ง แต่ในความจริงคือ.
ความสามารถของริโอมันเหนือกว่าเด็กกำพร้าคนอื่นๆ.
แม้ว่าราชองค์รักษ์จะฝึกฝนมาก่อนแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะผู้ใหญ่โดยที่อายุของเขายังไม่ถึง10ปี.
ปดติแล้วนั่นคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เฮลมุลพยายามบอกตรงนี้กับราชา.

แต่สถานการณ์ขนาดนี้กลับทำให้ราชาฟิลลิปสะดวกสบายขึ้น.
เพราะว่าอิทธิพลของเฮลมุลในพระราชวังนั้นมากเกินไป.

เขากลายเป็นหอกข้างแคร่ของราชา.
เมื่อคริสติน่าและฟลอล่าที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์รักษ์ถูกลักพาตัวในพระราชวัง.
มันเป็นเหมือนกับระเบิดขนาดใหญ่ต่อองค์รักษ์เลยก็ว่าได้.
ความผิดพลาดนี้ถึงหนีไม่พ้นหัวหน้าองค์รักษ์หลวงนามเฮลมุล.

และตอนนี้เฮลมุทอยู่ในสถานการณ์นั้น.
เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะปกป้องความล่มจมของชีวิตเขา.
และเขาจะปกป้องไ้วได้ก็ต่อเมื่อเขาหาตัวผู้ลงการณ์ครั้งนี้ได้เท่านั้น.

เขารู้ดีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังครั้งนี้ต้องการเล่นงานเขา.
แต่การทำแบบนี้มันก็สุดที่จะเลวร้าย ผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่เหลือทางเลือกให้เขาเลย.
พวกเขาจับกุมผู้ที่ลักพาตัวมาไว้ทั้ง4คนแต่ก่อนที่จะได้สืบสวนพวกเขาก็ถูกวางยาพิษตายไปก่อน.
ผู้คุมที่เฝ้าคนที่ลักพาตัวถูกประหารชีวิตทันทีแต่มันก็ไม่ได้อะไรเกิดขึ้น.

การเชื่อมต่อเดียวที่เหลือคือเด็กกำพร้าที่ช่วยองค์หญิงไว้.
ในขณะคนที่อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้รู้ว่าริโอไม่รู้อะไร.

เมื่อเฮลมุลดูสถานการณ์แล้วเขาจึงไม่สามารถที่จะสงบตัวเองลงได้ เขาจึงใช้อำนาจทุกอย่างที่เขามีในการสอบสวนริโอ. ด้วยทุกอย่างที่มี.
แม้ว่าจะมีข้อมูลเพียงนิดทเดียวก็จะสามารถหาผู้บงการได้.

เฮลมุลมีระยะเวลาเพียงสามวันก่อนที่ศาลจะตัดสิน.
ดังนั้นเขาจึงลงมือสอบสวนในสามวันที่ผ่านมานี้แต่ริโอก็ไม่รู้อะไร.
ด้วยความสำเร็จของเขาองค์ราชาได้รับสั่งมาว่าห้ามทำอะไรรุนแรงกำเขาในการสอบสวน.
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาสุกท้ายมาถึงเขาได้สั่งให้ใช้กำลังในการสอบสวน.
แต่โชคร้ายเกินไปสำหรับเฮลมุล เขายังคงไม่ได้อะไรเพิ่มเติมจากริโอ.

พร้อมกับการสอบสวนจนถึงนาทีสุดท้าย เฮลมุลจึงสั่งให้มีการประลองกับราชองค์รักษ์แต่ก็ล้มเหลว.
เขาทั้งสองต้องต่อสู้กันเพราะว่าสงสัยในความสามารถของริโอ.
เด็กกำพร้าที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าที่มีความสามารถในการต่อสู้กับพวกที่มาลักพาตัวของขุนนางชั้นสูง.
เฮลมุลไม่เชื่อรายงานดังกล่าวเพราะว่ามันไรสาระเกินไป.
คริสติน่าและฟลอล่าได้ให้การว่าริโอเป็นคนช่วยพวกเธอไว้ แต่มันก็ลบความเป็นไปไม่ได้ว่าอาจจะมีผู้บงการคอยสั่งงานอยู่ ขบวนความคิดของเฮลมุลมาถึงทางตันแล้ว.

แม้วง่าเขาจะกล่าวอย่างหนักแน่นว่าริโอนั้นอ่อนแอแต่เขาก็ไม่สามารถหักล้างจากปากคำขององค์หญิงได้.
เพื่อที่จะหาความย้อนแย้งนั้นเขาจึงจัดการประลองต่อหน้าทหารวังหลวงและขุนนางต่างๆ.
ผลที่ตามมามากเกินไปต่อเฮลมุล.
ริโอต่อสู้กัยราชองค์รักษ์ที่เพิ่งขึ้นตำแหน่งมา.
นั่นทำให้ทุกคนถึงกับตะลึง.
เฮลมุลชำเลืองมองไปที่ขุนนางเก่าแก่ของเขา ดยุคเออร์กุนโน และจ้องมองเห็นรอยยิ้มแดกดันของดยุคเออร์กุนโน.

เฮลมุทรู้.
มีคนรู้ว่าริโอแข็งแกร่งกว่าปกติของเขา.
ดังนั้นเขาจึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้นั้นเพื่อให้เฮลมุลเสียหน้า.
คนนั้น. เขาเป็นผู้บงการอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย เฮลมุทเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจในความหลงผิดของเขา.

และเหตุการณ์นั้นทำให้ทุกคนรู้ทำให้คำพูดของเขาสื่อไปไม่ถึงราชา.
เฮลมุทรู้ว่ามันเป็นความพ่ายแพ้ของเขา.
เขารู้สิ่งที่ราชาพูดออกมาอย่างแน่นอน.
เขาแพ้และไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้.
แต่เขาก็ยังคงทำพยายามอย่างไร้สาระนั้นต่อ.

“การกระทำของเขาต้องได้รับการตอบแทนแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กกำพร้า คุณอ้างว่ามีคนบงการเขาอยู่เบื้องหลังคุณมีอะไรมายืนยัน?”

หลังจากได้ยินคำพูดของราชา เฮลมุลได้แต่ยิ้มเจื้อนๆ.

“…มีหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาอย่างใดอย่างหนึ่ง.”

ฟิลลิปขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเฮลมุล.
ถ้าริโอเป็นเขาจะต้องตะโกนว่า  ‘มึงเล่นอะไรเนี่ย!’.

“ดังนั้นคุณถึงต้องทรมาณเขาเพื่อให้เขาพูด? แม้ว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับผู้บงการ? มันอาจจะเป็นเรื่องตลกที่ฉันไม่ได้อณุญาติให้ทำแบบนั้นกลับผู้มีพระคุณ!”

ฟิลลิปที่สามแสดงอาการออกมาโดยไม่ปิดบัง.
แม้ว่าฟิลลิปจะแสดงอาการโมโหเล็กน้อยออกมาแต่เฮลมุลก็ยังไม่ละทิ้งความหวังของเขา.

“เฮลมุลพอได้แล้ว..ในตอนแรกฉันคิดว่ามันอาจจะเกิดจากการประมาทขององค์รักษ์เองที่ลูกสาวของฉันถูกลักพาตัว? ในกรณีฉุกเฉินราชองค์รักษ์จะกลายเป็นโล่เพื่อเจ้านาย แต่ใครจะคิดว่าพวเขาแพ้แม้กระทั้งเด็กที่ไม่แมม้แต่จะรู้ชื่อของเขา ใครจะคิดว่านี่คือจุดต่ำสุดของราชองค์รักษ์และประสบความอัปยศดังกล่าว.”

คำพูดของฟิลิปทำให้เฮลมุลหุบปากทันทีเขาไม่อาจจะพ่นคำพูดใดๆออกมาได้เนื่องจากความผิดของเขา.

“หน่ะ นั่นมัน…”

เฮลมุลไม่สามารถโต้แย้งสวนกลับไปได้.
เขาถูกต้อนเข้ามุม.
สำหรับเขาที่กว่าจะมาถึงตำแหน่งนี้ได้ก็เนื่องจากความพยายามของเขา.
เฮลมุทเป็นคนโลภและความทะเยอทะยาน.

มีอัศวินของฝ่ายอยู่ในอาณาจักรเบรทเทม.
ทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องอาณาจักรพวกเขาเปรียบได้ดังกับกองทัพบกของประเทศในขณะที่ราชองค์รักษ์คอยดูแลกิจการต่างๆและตัดสินภายในวังหลวง.
จำนวนของอัศวินต่างๆกว่า90%คอยปกป้องอาณาจัรในขณะที่เหลืออีก10%เป็นรางองค์รักษ์หลวง.
อัศวินและผู้วิเศษทำหน้าที่เป็นทหารและอยู่ภายใต้อำนาจของขุนนาง.
ขั้นตอนคัดเลือกค่อนข้างรุนแรงเพราะทุกคนไม่ได้รับอณุญาติให้ใช้อำนาจทางสังคม. มีเพียงแค่คนเดียวในรุ่นนึงเมื่อได้รับชื่อแล้วชื่อของเขาก็จะได้รับสืบทอดตลอดไป.
ในคนอื่นก็คือการเป็นอัศวินถือเป็นประตูสู่ความมั่งคั่ง นอกจากนี้อัตตราการจ้างงานสำหรับอัศวินก็ยังสูงกว่าคนทั่วๆไป.
ตามที่บอกไว้ข้างต้นมีเพียงทางเดินอยู่สองทางที่จะเป็นทหารหรือองค์รักษ์.
แล้วอะไรที่ทำให้พวกเขาทั้งสองแตกต่าง?
ความเป็นลำดับของสมาชิก.
ยศของขุนนางในราชอาณาจักรเรียงกับไปดังนี้ อัสวิน เมจ บารอนเนส บารอน วิสเคาส์ เคาส์ มาควิสและดยุค.
ใบบรรดายศต่างๆเหล่านี้ อัศวินและเมจ เป็นเพียงชนชั้นเล็กๆไม่สูงมากนัก ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นถึงวิสเคาส์หรือเคาส์.
ขุนนางที่ตำแหน่งสูงๆอาจจะได้รับการจัดสรรที่ดินเป็นของตนเองในราชอาณาจักร. ขุนนางหรืออัศวินยศต่ำๆจะได้เพียงที่ดินส่วนเล็กๆพอมีเกรียติเพื่อควบคุณผู้คน.
เหล่าทหารในอาณาจักรส่วนใหญ่หลักๆประกอบไปด้วยไพร่และขุนนางระดับต่ำ. ในขณะที่ราชองค์รักษ์ประกอบไปด้วยชนชั้นสูง.
นั่นทำให้เฮลมุลผู้บัญชาการของเหล่าราชองค์รักษ์สร้างขึ้นมา.
ก่อนหน้านี้ราชาองค์ก่อนก็เคยเป็นผู้บัญชาการเหล่าราชองค์รักษ์มาก่อน.
อย่างไรก็ตามมันเป็นเพราะเฮลมุลฉลาดพอที่จะยึดเอากองกำลังส่วนนี้มาจากราชาองค์ก่อน.
ในช่วงเวลาก่อนหน้าต่อหน้าราชาองค์ก่อนเขาเป็นผู้ที่ภักดีและทุ่มทเ.
ราชาองค์ก่อนจึงถูกหลอกให้แต่งตั้งเขาเป็นผู้บังคับบัญชาเหล่าราชองค์รักษ์.
และเฮลมุลก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงหลังจากที่ราชาองค์ก่อนนอนอยู่บนเตียงใกล้จะตาย.
จนกระทั่งฟิลลิปที่สามขึ้นครองราชย์เฮลมุลจึงมีอำนาจมากที่สุดเขาสามารถขายตำแหน่งให้ขุนนางต่างๆให้ขุนนางที่มีประสิทธิภาพ.
เป็นเหตุให้เฮลมุลสามารถสร้างความหวาดกลัวให้แก่ราชสำนักได้.
เขาเป็นเพียงแค่อัสวินแต่เขาก็มีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น.
อำนาจของเขานั้นมากพอที่จะทำให้ฟิลลิปที่สามไม่สนใจไม่ได้.

(อีกแค่นิดเดียว! อีกนิดเดียวฉันก็จะได้เป็นนายพล! กองกำลังทั้งประเทศจะตกอยู่ในมือของฉัน! นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะหายไปง่ายๆ!)

เป้าหมายของเฮลมุลคือเป็นนายพลโดยมีพระมหากษัติย์ประมุข.
ในจุดนี้ อำนาจของเฮลมุลจะมีมากกว่าราชาของเขาเสียอีก.

อย่างไรก็ตามเฮลมุลก็ทำพลาดร้ายแรงทำให้อำนาจของเขาลดลง.
เนื่องจากความโลภของเขาจคึงทำให้เขามีศัตรูเป็นจำนวนมากเป็นเงาตามตัว.
จำนวนของเหล่าขุนนางที่คลั่งแค้นและเกลียดชังเขาก็มีไม่น้อย.
มีหลายคนที่เฮลมุลใช้อำนาจตัดสินบีบบังคับขุนนางให้หมดอำนาจ.
แม้ว่าฟิลลิปที่สามจะไม่ให้อภัยใครก็ตามที่ลักพาตัวลูกสาวของเขา แต่เขาไม่ยอมพลาดกับโอกาศของในการจัดระเบียบอำนาจทางการเมืองของเฮลมุล.

“องค์รักษ์ก็ได้ถูกแต่งตั้งมาหลายปีแล้ว ฉัยคิดว่านี่น่าจะเป็นตัวอย่างในการปฏิรูปแบบจริงๆจังๆ.”

โชคดีที่เหตุการณ์นี้ทำให้ฟิลิปที่สามารถหาข้ออ้างในการแก้ไขปัญหาในองค์รักษ์ เรื่องมันก็จบลงด้วยตนเองในที่สุด.

“จากนี้ไปการคัดเลือกองค์รักษ์จะกลับมาอยู่ในอำนาจของกษัติย์. และนี่คือการลงโทษคุณฉันจะปลดนายออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการราชองค์รักษ์ ในขณะเดียวกันอัลเฟรดจะมาทำหน้าที่นี้แทน.”

หลังจากการประกาศการริดรอนอำนาจของเฮลมุลโดยฟิลลิปที่สาม นั่นหมายถึงการเสียตำแหน่งของเขาในราชสำนักและต้องออกจากราชวัง.

(อุก วันหนึ่งฉันจะกลับมา! ฉันจะแสดงให้แกเห็นไอ้เออร์กุนโน…)

ในขณะที่เขาเก็บงำความเสียใจลึกๆพร้อมกับคำนับ.
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ความืดมนก็ปรากฎขึ้นมาเต็มสายตา.

“ผมเคารพการตัดสินใจของฝ่าบาท แต่ความจริงที่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ยังไม่ถูกพบ ในกรณีถ้ามันเป็นหน้าที่ของผม ผมจะเตรียมการรับมือในสถานะการณ์ดังกล่าว.”

เฮลมุลตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย เขาคาดหวังว่าความดีต่างๆที่เขาเคยทำมาสมัยยังเป็นทหารจะช่วยเขาได้.

“โอกาศที่เด็กกำพร้าและผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกี่ยวข้องกันมันไม่ได้เป็นศูนย์ จะเป็นการดีเสียกว่าที่เราฆ่าเด็กคนนั้น.”

เฮลมุลบอกใบ้เกี่ยวกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะริโอ.
ฟิลลิปที่สามก็ยังกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้.

“อืมม. ขอบคุณมากสำหรับความกังวลของคุณ ฉันยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวความเด็กคนนั้นเป็นธรรมดา ดังนั้นฉันจะเก็บคำของเธอเตือนใจฉันเสมอ สำหรับรางวัลฉันคิดว่าจะประทานยศอัศวินให้กับเขา มันคงมากเกินไปสำหรับเก็ก7ขวบ…”

เฮลมูลแสดงออกถึงความไม่เชื่อในสายตาเมื่อริโอกำลังจะถูกแต่งตั้งเป็นอัศวิน.

“แต่นั่นคือการกระทำที่คาดไม่ถึงสำหรับเด็ก7ขวบ ถ้าเขาจะกลายเป็นอัศวินเขาจะต้องมีการศึกษาที่สอดคล้องกันเสียก่อน.”
“ฉันเข้าใจเกียวกับความกังวลของคุณนั่นคือเหตุผลที่จะต้องรอให้เขาอายุ12ลงเสียก่อน ฉันจะมอบทุนการศึกษาให้เขาเข้าไปเรียนในโรงเรียนขุนนางเสียก่อน หลังจากนั้นก็แล้วแต่เขาจะเลือก.”
“หากเป็นกรณีนี้… กระผมคิดว่าเหมาะสม การจัดการต่างๆสามารถปล่อยให้อาจารย์รับหน้าที่ไปดูแลแทนได้.”
“อ่าา~”

ในขณะที่ความคิดเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของริโอทำให้ฟิลลิปที่สามค่อนข้างงุนงงเกี่ยวกับสถานะการณ์นี้.
เขาคาดการณ์ว่าการลักพาตัวดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นมาเพื่อลดอำราจของเฮลมุล.
ด้วยความช่วยเหลือจากภายในการลักพาตัวค่อนข้างทำได้ง่าย มันไม่ได้หมายความว่าองค์รักษ์ขาดความรับผิดชอบ.
มันอาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลือถ้าเฮลมุทมีศัตรูไม่มาก เพียงแต่ว่าผู้บงการ.
เป็นคนที่ไร้ความปราณี.

มันอาจจะเป็นไปได้ที่ผู้บงการอาจจะทำให้คริสติน่าและฟลอล่า แต่ฟิลลิฟที่สามไม่ยอมให้อภัยที่ใช้ลูกสาวของเขาเป็นเครื่องมือ.
ในความเป็นจริงคริสตินาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่พวกเขาก็ยังคงได้รับบาดเจ็บ.
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกที่ฟิลลิปกำลังโกรธเกี่ยวกับคดีลักพาตัวลูกสาวเขา เหตุการณ์ต่างๆเขาจะต้องตัดสินและสืบสวนอย่างใจเย็นในการหาตัวผู้บงการ.
ผู้บงการก็คงไม่โง่พอในการดำเนินการเร็วๆนี้แน่.
เขาเดาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในศาล ฟิลลิปที่สามได้แต่แอบถอนหายใจ.

* * *

วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเข้าพบราชารอโอได้ดูแลตนเองเป็นอย่างดี.
เขาตัดผมหน้าม้าที่ยาวจนถึงริมฝีปากของเขาถูกตัดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่สมวัย.

ริโอมีใบหน้าใกล้เคียงกับฮารุโตะ แต่ก็ไม่ตรงไปสักทีเดียว.
มันเป็นส่วมผสมของตนเองในปัจจุบันและอดีตของเขา.
ผมสีดำของเขาอาจจะดูแปลกตาสำหรับคนในอาณาจักรเบรทเทมแต่สำหรับที่อื่นมันก็เฉยๆ.

เขาถูกมองอย่างแตกต่างจากเด็กชายที่เข้าสู้ในการประลองอย่างสิ้นเชิง.
ฟลายคนที่นั่งอยู่ชื่นชมลักษณะของและรูปพรรณของเขา.
เมื่อตกเป็นศูนย์กลางของความสนใจ ริโอก้มหัวด้วยความลำบากใจในขณะที่รอราชา.

อาเรียได้เจาะเข้าไปในหัวของเขาเกียวกับมารยาทที่จำเป็นของผู้ชม.
แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์นักแต่ขุนนางก็ประหลาดใจกับมารยาทของเขาที่เป็นเพียงเด็กกำพร้า.
แต่ยังคงมีบางคนที่เบะปากใส่เขา.
หลังจากนั้นไม่นานเหล่าเชื้อพระวงศ์ก้มารวมตัวกันและเริ่มต้น.

“ริโอมาข้างหน้า!”
“ครับ!”

หลังจากได้รับอรุญาติริโอเงยศรีษะของเขา.
ราชาฟิลลิปที่3นั่งอญู่บนบังลังก์ พร้อมกด้วยราชินีและต่อมาก็คือคริสติน่าและฟลอล่า.
คริสตินาและฟลอร่าก็ประหลาดใจด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงของริโอในลักษณะของเขา.

8

“สำหรับการแสดงความกล้าหาญในการช่วยเหลือลูกสาวของฉัน ฉันขอบคุณอย่างสุดชึ้ง.”
“กระผมรู้สึกเกรียติอย่างยิ่ง.”

ริโอก้มหัวลงเล็กน้อย.

“หืม~. มารยาทของคุณค่อนข้างแข็งไปหน่อย คุณคงไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรงสินะ?”
“กริยาดังกล่าวเป็นแบบฉบับของประเทศผม ผมถามเรื่องมารยาทที่จะเข้าพบราชาแล้วจากหญิงสาวผู้ดูแลผม.”

เมื่อได้ยินดังนั้นฟิลลิฟลอบชมเชยริโอในใจ.

“ฉันเห็นแล้ว นั่นมันน่าทึ่งมาก การกระทำดังกล่าวมากกว่าเด็ก7ขวบทั่วๆไป ฉันค่อนข้างสนใจในการใฝ่รู้ของคุณ.”

ฟิลิปที่สามมองไปที่ริโอด้วยตาอ่อนโยน.
ริโอก้มหัวลงพร้อมรอยยิ้มและถอนหายใจ.

“ใช่ ผมเกิดและเติบโตในเมืองนี้.”
“หืม~. ใครจะคิดว่าเธอเติมโตในเมืองนี้ พ่อแม่ของเธอหล่ะ?”

ก่อนหน้าฟิลลิปยังคงสงสัยว่าริโอมาจากประเทศอื่น.
แต่เมื่อรู้ว่าริโอเติบโตมาในเมืองนี้เขาก็อยากจะรู้เรื่องราวชีวิตของริโอ.
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่คำพูดที่ถูกพูดออกมาโดยริโอแต่มันก็ยังคงสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้.
ซึ่งก็คือที่ฟิลลิปถามเกี่ยวกับพ่อแม่ของริโอ.

“ครับ พ่อแม่ของผมเป็นคนมาจากประเทศอื่นเขาเดินทางไปเรื่อยๆและหยุดที่ประเทศนี้เพื่อให้กับเนิดผม. พ่อของผมเสียชีวิตระหว่างออกผจญภัยส่วนแม้ของผมพึ่งเสียไปเมื่อตอนผมอายุได้5ขวบ.หลังจากนั้น…ผมก็อาศัยอยู่ในสลัมด้วยตัวคนเดียว.”

ริโอมีหน้าตาบิดเบี้ยวเมื่อเอ่ยถึงพ่อแม่.
ฟิลลิปคิดว่าริโอคงมีเรื่องบางอย่างที่ไม่สามารถคุยได้เกี่ยวกับพ่อแม่ของเขา.

“นั่นเป็นเรื่องน่าเศร้า…มันอาจจะเจ็บปวดสำหรับเธอ แต่ดูจากสีผมของเธอแล้วฉันคิดว่าพ่อแม่ของเธอน่าจะมาจากปรเทศตะวันออก.”
“ใช่ครับ ผมเคยได้ยินว่าพ่อแม่ของผมมาจากประเทศยากุโมะ.”
“หืม~. ยากุโมะ อืม… นั่นไม่ใช่ประเทศที่อยู่สุดแสดตะวันออกหรอกหรือ? เธอมาจากที่ห่างไกลมากๆเลยนะ.”
“ครับ สักวันนึงผมจะกลับไป.”
“อืม… ฉันรู้. แต่การที่เข้ามาช่วยเหลือลูกสาวของฉัน ฉันกำลังจะให้รางวัล แต่—”

เมื่อมาถึงกลางประโยค ฟิลลิปมองมาที่ริโอ.

“เอาแบบนี้ละกัน ฉันจะให้ทุนการศึกษาโดยให้เธอเข้าเรียนในโรงเรียนขุนนาง ถ้าเธอต้องการนอกจากนี้หลังจากเรียนจบแล้วเธอจะได้รับตำแหน่งที่เหมาะสมหลังจากจบการศึกษา หากการเรียนของเธออยู่ในเกนณ์ที่ดีฉันจะส่งเธอเรียนสูงขึ้นไปอีก.”

ริโอได้รู้รางวัลของเขา.
การศึกษาในสังคมของเด็กกำพร้านั่นริโอก็ไม่ได้หวังอะไรมากนัก.
แม้ว่าความรู้ของริโอจะมีมากมายและมีความสำคัญในการพัฒนาทางด้านสังคม.
ในฐานะที่เขาเป็นชนชั้นล้างเขาก็เข้าเรียน.
แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะปฎิเสธรางวัลที่ได้รับมาจากราชา.
ตราบใดที่เขาไม่มีเหตุผลเพียงพอเขาก็ไม่สามารถบอกปัดข้อเสนอเหล่านั้นได้
นั่นคือสิ่งที่ริโอได้เรียนรู้มาจากอาเรียก่อนที่จะมาเข้าเฝ้า.

“ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งจากใจของผม แม้ว่าผมอาจจะไม่มีมีค่าพอสำหรับรางวัลเหล่านั้น แต่ผมก็เต็มใจรับมัน.”

ขณะที่ริโอยอมรับรางวัลเขาก็กำหนดข้อดีข้อเสียทันที.
อนึ่งโรงเรียนขุนนางในเบรทเทมนั้นคือการรวมเหล่าเด็กๆชนชั่นสูงแทบจะทุกคนมาไว้ที่เดียวกัน.
นักเรียนที่นั่นส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยลุกของขุนนางต่างๆ และมีแม้กระทั่งลูกของเหล่าพ่อค้าที่ร่ำรวย.
โรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นใบเบิกทางในการทำงานต่างๆของประเทศ.
หลักสูตรในโรงเรียนแบ่งเป็น เริ่มต้น 3 ปี ขั้นกลาง 2 ปี และสูง 1 ปีรวมทั้งหมด 6 ปี.
นักเรียนที่เรียนนั้นต้องมีอายุอย่างน้อยที่สุด12ในการศึกษาขั้นกลางและอายุ15ปีในการศึกษาขั้นสูง
อายุของริโอเพียง 7 ขวบ เขาสามารถเข้ารับการเรียนการสอนได้แค่ขั้นเริ่มต้น.เขาไม่จำเป็นต้องสอบเข้าเพราะว่าเขาได้รับทุนการศึกษาโดยตรงจากราชา.

มันก็ดีที่ริโอตัดสินใจเข้ามากลางเทอม.
ด้วยข้อยกเว้นของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์จะสามารถเข้ามาศึกษากลางเทอมได้. และในช่วงเวลากว่าพันปีในราชอาณาจักรเบรทเทมไม่เคยเกินเรื่องแบบนี้มาก่อน(ใช้เส้นส่งริโอเข้าเรียน).
ขุนนางต่างๆก็ประหลาดใจอย่างมากแต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาห้ามปราออกมา

มันอาจจะเป็นเพราะว่าการศึกษาที่นี่กับที่ญี่ปุ่นค่อนข้างต่างกันอย่างชัดเจน.
กว่า90%ของสามัญชนไม่สามารถที่จะอ่านออกเขียนได้ ที่เหลืออีก10% เป็นของขุนนางต่างๆและพ่อค้าที่ร่ำรวย และในบรรดาคนเหล่านั้นการศึกษาต่างๆโดยเฉลี่ยแล้วก็แค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้น.
การศึกษาในสถาบันในราชอาณาจักรนั้นมีคนที่จบขั้นสูงเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่คนในราชวงศ์ไม่รวมอยู่ในนั้น.

การเข้าสู่โรงเรียนนั้นจะมีค่าใช้จ่าย1เหรียญลึกลับในการเข้าและจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก10ทองในการเรียนหลักสูตรระยะสั้นและจะต้องจ่ายเพิ่มอีก3เหรียญลึกลับในการจบการศึกษา.
พ่อค้าหรือขุนนางที่ไม่ค่อยร่ำรวยนักจะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนมหาศาลขนาดนี้ได้หรือ?
นอกจากนี้ริโอยังได้ 40 ทองเป็นโบนัสและอีกเดือนละ10ทองตลอดระยะเวลาในการเรียนรู้ของเขา.
รายได้ต่อปีของขุนนางระต่ำนั้นอยู่ที่40ทองต่อปี.

และหลายวันต่อมาริโอได้เข้าไปในโรงเรียนของเขา.

*** พูดคุยเล็กน้อย ****

กระผม numpods ตอนนี้มีผลงานแปลกากๆอยู่3เรื่องรวมเรื่องนี้คือ Dungeon Hunter และ Level Maker ในเด็กดี

นั่นทำให้กระผมสามารถแปลแต่ละเรื่องได้แค่ 1-2ตอนต่ออาทิตย์และช่วงนี้กระผมจะต้องไปดูแลคุณแม่ที่ป่วยกระทันกันและอาจจะออกช้ามากๆแต่อาทิตละตอนคงไม่ว่ากันนะครับถ้าเหตุการณ์ปกติแล้วจะลงให้ปกติครับ

ปล1.ใครที่จะโดเนทมาให้กับเรื่องนี้ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งครับแต่จุมาบริจาคให้ก็ไม่ว่า

ปล2.ผมมีเพจอยู่เหมือนกับให้พิมพเข้าไปว่า [ แปลกากๆหาคนแปลเก่งๆ ] รูปโปรไฟเป็นปีขาวดำ1คู่

ปล3.เรื่องนี้ผมยังจับใจความในการเขียนให้สละสลวยอ่านง่ายและแปลถูกต้อง100%นะครับ(เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าตอนนี้อย่าเพิ่งโดนัท อิอิ)

ปล4. หมดเรื่องนี้ผมมีอีกเรื่องในใจเหมือนกันครับแต่กว่าจะถึงตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีคนแปลตัดหน้าไปหรือยัง

สำหรับตอนนี้ สวัดดีครับ ^^

Facebook Comment