+100%-

Chapter 4:สอบสวน

ตอนนี้แปลขาดๆเกินๆบ้างนะครับเนื่องจากภาษาที่Engใช้ค่อนข้างยากและสลับสแลงมาเหมือนกัน
แต่ความหมายยังคงเดิมอยู่นะครับ (ตอนนี้ผมใช้เวลาแปล 3วันเลยทีเดียวเชียว T-T)
ปล. ผู้คุมและพนักงานสอบสวนนี้กลุ่มเดียวกันนะ(เพราะว่ามันมีสามหน่อเด้อครับเด้อ)

Chapter 4:สอบสวน

ปัจจุบันริโอถูกขังอยู่ในคุกของปราสาท.
หลังจากที่ทหารเห็นคริสติน่าและฟลอร่าก็เข้ามาคุ้มครองพวกเธออย่างรวดเร็ว.
และพอทหารเห็นริโอเท่านั้นแหละ ริโอก็โดนส่งเข้าคุกทันทีทันใด.
ในขณะที่ต่อมาเขาเพิ่งจะรู้ว่าคริสติน่าและฟลอร่าเป็นเจ้าหญิงของประเทศนี้.

นับตั้งแต่วันที่เขาอยู่ในคุก ก็สามวันเข้าไปแล้ว.
ถึงแม้ว่าเขาจะได้นอนและกินอาหารน้อยมาก เวลาส่วนใหญ่ของเขาหมดไปกับการสอบสวน.
นั่นคือกิจวัตรประจำวันของที่ริโอตั้งแต่ได้เข้าคุกมา.
ร่างกายและจิตใจของเขาอยู่ในช่วงตอบสนองไม่มากนัก มีผู้คุม3คนสอบสวนเขาและตั้งคำถามทุกๆ5นาที.

“บอกสิ่งที่แกรู้มาเดี๋ยวนี้!!.”

ริโอไม่เข้าใจว่าคำถามเหล่านี้เขาตอบไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน.
เขาเหนื่อยที่จะตอบคำถามเดิมๆทุกวันแล้วและการกระทำของเหล่าผู้คุมเริ่มแย่ขึ้นเรื่อยๆ.

“ผมบอกคุณไปแล้วไงว่าผมเดินผ่านมา. แต่ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านผมมองเห็นคนที่เหมือนกับว่ากำลังลักพากเด็ก….คุณปลาร่าและคริสติน่า. นั่นคือเหตุผลที่ผมช่วยพวกเขา.”

คนสอบสวนแตกตื่นทันทีที่ได้ยินริโอพูดว่า“เด็กพวกนั้น”.
ริโอรู้ถึงสิ่งที่เขาพูดดีนั่นทำให้เขาเปลี่ยนวิธีเรียกให้มันสุภาพมากยิ่งขึ้นและตอนนี้ริโอเป็นพยายานคนเดียวที่เหลืออยู่.

“แกโกหก แกเป็นสปายแม่นบ่?”

ริโอถูกถามคำถามเดิมอีกแล้ว.

“ผมไม่ได้โกหก.”

ริโอตอบคำถามแบบเดิมๆทุกครั้ง.

“นี่~, ผมจะบอกพวกคุณอีกครั้งแม้ว่ามันจะเหลือเชื่อก็เถอะแต่ผมช่วยคุณฟลอร่าและคริสดิน่านะ.”

ผู้คุมแสดงอาการแปลๆ.
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะดูเหมือนสัตว์กินหญ้ามากเกินไป ถ้าแกไม่บอกพวกเราสงสัยต้องเปลี่ยนวิธีการสักหน่อยแล้ว.”

ความคิดของผู้คุมมืดแปดด้านและการสอบสวนก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า.
สำหรับการสอบสวนนี้ถ้าสามารถสาวไปถึงต้นตอได้เขาจะได้รับการสรรเสริญ.

“หืมม~? และนี่เรียกว่าวิธีของป่า?”

ริโอยิ้มเย้ยหยันและดวงตาของเขาวาวโรจน์.
ผู้คุมเริ่มที่จะอดไม่ไหวตบดาบเข้าไปที่หน้าอกด้วยด้ามของเขา.
หน้าของริโอกระแทกลงบนโต๊ะ.

“อั๊ก!”

ผู้คุมจำหัวริโอกระแทกเข้ากับโต๊ะ รอมฝีปากของริโอแตกและเรื่มที่จะได้กลิ่นเลือด.
แม้ว่าเขาจะสามารถใช้เวทย์เสริมร่างกายของเขาให้แกร่งขึ้นได้แต่ริโอมีปัญหาในการควบคุมเล็กน้อย.
มันดูเหมือนว่ากุญแจมือที่อยู่บนข้อมือของเขาจะขัดขวางการร่ายมนต์.

“มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ?ที่เด็กตัวเล็กๆอย่าวแกสามารถเอาชนะผู้ใหญ่4คนและอาวุธครบมือได้. นอกจากนี้เด็กกำพร้าแบบแกจะเอาวิธีฝึกเวทย์แบบนี้มาจากไหน. มันคงไม่แปลกใช่มั๊ยที่ฉันจะสงสัยแก.”
เหตุการณ์แบบนี้ทำให้เขาไม่อาจที่จะเชื่อได้.

“นี่มันเหมือนการกระทำบ้านๆ แกต้องการที่จะให้ชั้นพูดอะไร?”

ริโอถูกสอบสวนราวกับไปฆ่าพ่อแม่ของเขา.
ผู้คุมดึงผมริโอขึ้นมาและต่อยเข้าไปทีท้องอีกรอบ.

“อั๊ก!”

เมื่อเห็นริโอร้องด้วยความเจ็บปวดผู้สอบสวนยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ.
เหมือนกับว่าเขาเป็นคนซาดิสม์.
ความเจ็บปวดที่ท้องของเขาทำให้ใบหน้าริโอเหย่เก.

“พระราชาบอกให้พวกเราปฎิบัติต่อคุณอย่างดี หลังจากที่คุณช่วยคริสติน่าและฟลอล่า.”

กรณีแบบนี้น่าจะเรียกว่านรกมากกว่าสวรรค์หล่ะนะ?
ความโกรธของริโอมาถึงจุดเดือด.

“แต่แกมันอันตรายเกินไป ข้อสงสัยแกก็มีมากเหมือนกัน. มีฐานอำนาจลับๆมากเกินไปที่อาจจะสนับสนุนแก เพราะฉะนั้นฉันต้องทำให้แน่ใจว่าแกจะบอกทุกอย่าง เข้าใจไหม?”
ริโอโดนแระชากหัวขึ้นมาอีกครั้งและมองเข้ามาที่ผู้คุม.
คนสองคนที่อยู่รอบๆจ้องมองไปด้วยความเกลียดชังแต่ริโอยิ้มยั่วพวกเขา.

“ถ้าผมบอกแล้วว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้.”

ริโอตอบโดยไม่ลังเล.
เขาไม่ได้พยายามปิดบังแต่ที่เขาตอบเป็นความจริง.

“ฮืมม. แกไม่รู้หรอว่าความผิดของแกฝ่าบาทจะไม่รู้? มีหลายวิธีที่จะได้ซึ่งในคำตอบของแก.”

ในขณะที่คนสอบสวนพูดเขาก็ได้ตบหน้าริโออีกรอบ.

“หลังจากนี้แกจะต้อวบอกมาตามความจริง ขุนนางที่อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้เป็นใคร?”

ผู้คุมได้แต่ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายกับคำตอบของริโอ.

“แกไม่รู้? ทำไมไม่ไปถามไอ้พว…อั๊ก!”

ก่อนที่ริโอจะพูดจบเขาก็ถูกตบหน้าอีกครั้ง.

“ไอ้พวกห่านั่นตายไปหมดแล้ว พวกมันถูกฆ่าตาย! เหลือแกคนเดียวเนี่ย!.”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นหน้าริโอประหลาดใจ.
ในขณะที่สงสัยว่าเขาจะมีแรงยืนหรือไม่หลังจากที่โดนซ้อมไปขนาดนนี้.
แต่การใช้เวทย์ฟื้นฟูทำให้เขาไม่ละความคิดที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ.

“ถูกฆ่า?”

“แกรู้? พวกนั้นโดนวางยาในอาหาร แต่ของแกกลับไม่มี.”

ริโอยังคงหลอกถามอยู่เรื่อยๆเพื่อวิเคราะห์หาความจริง.

“…”

หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นตัวของเขาสั่น.
การที่จะสามารถวางยาพิษนักโทษที่อยู่ในปราสาทได้แสดงว่าต้องมีคนในสมรู้ร่วมคิดด้วย.
แต่ทำไมมันไม่ฆ่าฉัน?
นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าผู้บงการอาจจะได้รับผลกระทบหากพวกนั้นอยู่.
ริโอเข้าใจได้ทันที.
ริโอและผู้บงการไม่ได้รู้จักกันและที่ทำแบบนี้จะทำให้คนที่บงการได้ผลประโยชน์.
ดังนั้นริโอจึงต้องมีชีวิตอยู่เพื่อโดนสอบสวน.
กรณีนี้ริโอจะไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย.
แต่เฉพาะคนเบื้องหลังเท่านั้น.

ถ้าเขาทำอะไรไม่เข้าเขาอาจจะตายได้.
ต้องขอบคุณ ถ้าเขาจะช่วยเหลือเชื้อพระวงศ์ เขาคงไม่ได้รับการปฎิบัติแบบนี้.
หากยังเป็นแบบนี้ มีแนวโน้มว่าเขาจะโดนทรมานเรื่อยๆเป็นแน่.
และกรณีแบบนี้ถ้าเขาตายมันก็ไม่แปลก.

(บ้าเอ้ย! แบบนี้เราต้องโดนฆ่าแน่ๆ…)

ความรู้สึกวิตกกังวลเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ.
เขาตัดสินใจถูกไหมที่ช่วยฟลอร่าและคริสติน่า?
ถ้าเขาไม่สนใจพวกเธอจะโดนพวกระยำนั่นทำอะไรก็ไม่รู้.
นี่เป็นผลของการตัดสินจากความรู้สึกของตัวเอง.
เขาแค่ไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น(ช่วยคริสติน่าและฟลอร่า)สุดท้ายเขาก็เป็นคนที่เห็นแก่ตัว.

“ฮืมม วิธีอะไร? รู้สึกกลัว? ถ้ากลัวก็บอกมาได้แล้วว่าใครอยู่อเบื้องหลัง.”

ไอ้โง่ที่สอบสวนนี่เห็นการแสดงออกของริโอที่สูดหายใจลึกๆจึงคิดว่าเขากลัวที่จะโดนทรมาน.
เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้คุมก็ตีเข้าไปที่จมูกเขาริโอทันที.

“ใครคือคนบงการ? จากการครวจสอบเบื้องต้นชายสี่คนนั้นไม่เคยติดต่อโดยตรงกับคนบงการแต่ติดต่อผ่านมือที่สาม.”

ริโอเบื่อที่จะทำอะไรแบบนี้แล้ว เขาไม่สามรถทำอะไรได้ การตอบคำถามเหล่านั้นมีแต่จะแย่ลง.
ริโอคิดว่าเขาเป็นเหยื่อทางการเมืองในปราสาทนี้.

และในกรณีนี้มันพึ่งจะเริ่มต้น.
การจัดการกับคนอื่นด้วยยาพิษและปล่อยให้ริโอรอด มันเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเค้นเอาความจริงกับคนที่ยังเหลืออยู่.
ริโอค่อยๆคิดตามไปเรื่อยๆ.

ใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังคนร้ายเหล่านั้น.
ผู้บงการมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะจัดการอันธพาลเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ไม่เหลือหลักฐานใดๆ.
ฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ก็จะมาเค้นเอาความจริงเพื่อให้ตนเองรอดจากเหตุการณ์แบบนี้.

ตัวอย่างเช่นพระราชาที่เอาลูกสาวของตัวเองมาเป็นหมากของการมืองแต่ก็มีแนวโน้มไม่มากที่จะทำแบบนี้.
นอกเหนือจากราชาก็คือเหล่าขุนนางที่อยู่เคียงข้างพระองค์เป็นคนทำ.

คนเหล่านี้ก็มีแนวโน้มค่อนข้างสูงเช่นกันเขาได้อะไรจากการที่ขัดแข้งขัดขากันเองเพื่อพระราชา.
คนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเหตุการณ์นี้คือคนรอบๆตัวของพระราชาหรือไม่ก็ขุนนางที่เกี่ยวของกับพระราชาเอง.

แต่ตอนนี้ริโอติดอยู่ท่างกลางความขัดแย้งทางการเมือง.

(นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น.)

ริโอมีรอบยิ้มที่พึงพอใจ.

ตราบใดที่ฝ่ายสูญเสียจะไม่ปล่อยตัวริโออย่างแน่นอนและเหล่าผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ริโอเหลือชีวิตอยู่เพียงหนึ่งเดียวพวกเขาจะพยายามทุกทางที่จะทำให้ริโอหลุดจากสถานการณ์เช่นนี้.
เป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้หายข้องใจ.
ผู้คุมยังคงถามริโออยู่เรื่อยๆ. หากมันเกิดอะไรไม่ดีขึ้นเขาก็แค่แกล้งสารภาพก็เท่านั้น.

(ถ้าฉันสามารถทำให้ฝ่ายสูญเสียไม่ล่มจมลงได้มีโอกาศมากที่ฉันจะมีชีวิตอยู่.)

แต่เขาไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้.

“คนที่สั่งแกเป็นใคร? มันเป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะสามารถทำแบบนีั้นได้ แกได้รับการฝึกแบบนี้มาจากใคร?”

ผู้คุมตั้งคำถามกับริโอแบบเดิมๆอีกครั้ง.
ผู้คุมยังคงถามคำถามและเพิ่มความรุนแรงเรื่อยๆตอนนี้เขากดไปที่แก้มให้ริโอเปิดปากตอบ.

“…ถุย.”

ริโอถ่มน้ำลายปนเลือดใส่หน้าผู้คุม.
เขารู้สึกว่าความไม่พอใจของเขาคลายตัวลงเล็กน้อย.
แม้ว่าการแสดงการต่อต้านของเขาจะไม่ใช่เรื่องฉลาดนักและมันก็ไม่ได้ชะตากรรมเขาเท่าไร.
อย่าไรก็ตามคนสอบสวนต้องการคำตอบของเขาอยู่แล้วยังไงเขาก็ไม่ตาย.

“…แก~!”

ผู้คุมโกรธที่ริโอทำท่าทางแบบนั้น.ประตูที่อยู่ในห้องสอบสวนก็เปิดขึ้น
เหล่าพนักงานสอบสวนลุกขึ้นทำความเคารพทันที.

“รองผบ. นะ นะ นี่…”
“ใจเย็นๆ นี่เป็นการสอบสวน?”

ชายที่เพิ่งเข้ามาชื่ออัลเฟรด เอเมล.
เขาเป็นบุตรชายคนที่สองของครอบครัวเอเมลและยังเป็นคนสนิทของราชา
หลังจากที่อัลเฟรดเข้ามาสักพัก เขาก็โบกมือให้ผู้คุมที่คุยซุบซิบอะไรสักอย่างและหันมามองหน้าริโอ.

“ฮ่า~. ตอนนี้ผมคิดว่าแม้ว่าเราจะรุนแรงมากแค่ไหนเขาก็ยังไม่พูด ตอนนี้ผมชักสงสัยแล้วแฮะว่านี่เป็นแค่เด็กจริงหรือป่าว.”

อัลเฟลดเป่ามือของเขาขณะพูด.

“อย่างที่เห็น..แต่รองผู้การ?”

จากการแสดงออกดูเหมือนว่าคนสอบสวนถาอมะไรบางอย่าง.

“ผบ.ไม่ว่างดังนั้นฉันเลยมาแทนเขา.”

หลังจากได้ยินคำพูดของอัลเฟรดพวกเขาก็ตกใจกันแเล็กน้อย.
พนักงานสอบสวนอธิบายสถานการณ์ต่างๆให้แก่อัลเฟรด.

“หืมม ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นเด็กกำพร้าที่ช่วยเจ้าหญิง?”
“…”

เสียงของอัลเฟรดดังก้องเข้ามา.
แม้ว่าเขาจะอายุไม่เท่าไรประมาณ20ต้นๆแต่จิตสังหารที่เขาแผ่ออกมาคนธรรมดาไม่สามารถที่จะทนได้.
แต่ริโอไม่สนใจคำถามของเขา.

“ไอเวรนี่!”

เสียงตะโกนของผู้คุ้มกันของอัลเฟรดที่ยืนอยู่ข้างๆดังขึ้นพร้อมกับฟาดลงไปที่ริโอ.
ริโอขยับร่างกายเพื่อที่จะลดแรงกระแทกของอศัวินคนนั้น.

“…”

และเมื่ออัศวินสบตากับเขานั้นฝ่ายที่ตะลึงกับเป็นอัศวินเสียเอง.

“น่าสนใจที่ฉันไม่สามารถทำให้คนเร่ร่อนพูดได้.”

อัลเฟรดมองไปที่ริโอและประเมิณเขา.

“ฉันรู้…”

หลังจากที่มองอยู่นานอัลเฟรดก็พึมพำขึ้น.

“หึหึ พาเด็กคนนี้ไปลานฝึกซ้อม.”
“ครับ! เราจะพากเขาไปเดี๋ยวนี้ครับท่าน!”

พนักงานสอบสวนได้ส่งโซ่ไปให้ผู้คุ้มกันของอัลเฟรด.
ริโอไม่ได้ต่อต้านและเขาก็เดินตามผู้คุ้มกันออกไป.

คุกอยู่ใต้ดินแต่ลานฝึกซ้อมออยู่ด้านบน.
การปรากฎตัวของพระราชววังเบรธเทมที่ล้อมรอบไปด้วยอิฐสีขาวดูสวยงามตัดกับกำแพงรอบนอก.
แม้ว่ามันจะน่าเกรียดแต่ในความเป็นจริงกกำแพงเหล่านั้นถูกสร้างมาเพื่อรับมือกับศึกภายนอก.
ตลอกข้างทางเต็มไปด้วยศิลปะและเครื่องประดับหรูหรามากมาย.
ริโอเดินผ่านทางเดินที่กว้างขวางและมีพรมปูไว้บนพื้นอย่างหรูหราที่มาพร้อมกับทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่มรอบๆ.

เหล่าผู้คุ้มกันและคนรับใช้ต่างมองมาที่ริโอด้วยความอยากรู้อยากเห็น.
อัศวินคนนั้นไม่ได้สนใจพวกเขาแต่เดินนำไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ.

(เหมือนกับจัดการแสดงละครลิงเลยแหะ หวังว่ามันคงไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว.)

เขามองไปที่ริโอด้วยตาที่ผสมผสานระหว่างความเห็นอกเห็นใจและดูถูก.
เป็นบางครั้งที่เหล่าขุนนางบางคนที่ผ่านมาก็แสดงออกแบบนี้เช่นกัน.
เมื่อพวกเขาพบเห็นผิดเรื่องปกติเป็นทำธรรมดาที่จะมีไทยมุงบ้างเช่นกัน.

“เรามาถึงแล้ว.”

และริโอก็พาขึ้นไปบนลานฝึก.
เหล่าขุนนางและอัศวินต่างๆที่รายล้อมลานฝึกแห่งนี้มองมาที่ริโอเป็นตาเดียว.
ริโอที่กำลังถือดาบฝึกฝนซึ่งตอนนี้อยู่กลางลานฝึกเพื่อรอเผชิญหน้ากับอัศวิน.
ริโอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกบังคับให้สู้แต่เขาก็ไหลไปตามกระแส.
ตอนนี้เขาจำเป็นต้องเอาชนะคนตรงหน้าให้ได้.
ในที่สุดกุญแจมือที่ขัดขวางพลังเวทย์ได้ถูกถอดออกแล้ว.
ถ้าเกิดเรื่องเลวร้ายที่สุดเขาจะหนีออกไปทางประตูด้วยเวทย์เสริมร่างกาย.
แต่กว่าจะถึงเวลานั้นต้องหลังจากการต่อสู้นี้ก่อน.
ดังนั้นการต่อสู้นี้เขาถึงต้องทุ่มสุดตัว.

องครักษ์ที่ยืนรอประดับไปด้วยเกราะที่หรูหรามือของเขาถือดาบฝึกฝนและโล่.
เขามองริโอด้วยสายตาเหยีดหยาม.
แม้ว่าราชองค์รักษ์จะกระตุ้นเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแต่ริโอไม่ได้แสดงท่าทางด้วยได้ออกมา.
ริโอเพียงแค่สังเกตฝ่ายตรงข้ามอย่างนั้นเงียบๆ.

ราชองค์รักษ์รู้สึกว่าเขาแตกต่างไปจากเด็กกำพร้าคนอื่นเพลงแค่สังเกตจากการตั้งท่าดาบของเขา.
ราชองค์รักษ์พยายามข่มขู่ริโอด้วยทั้งหมดที่ทำได้.
Annoyingly เดาะลิ้นของเขาอย่างน่ารังเกียจ.

“HAAAAAA!!!”

การเคลื่อนที่ของเขาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เขาปลดปล่อยพลังเขาไปในดาบเพื่อบดขยี้ริโอ.
ราชองค์รักษ์ที่ถือดาบฝึกฝนฟันเข้าไปที่ลำตัวของริโอและเขาจะไม่จบลงด้วยการบาดเจ็บเล็กน้อย.
ริโอสัมผัสได้ถึงอันตรายเขาจึงตัดสินใจหลีเลี่ยงการปะทะ.
เขาหลบเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บไปด้านข้าง.

ใบหน้าของราชองค์รักษ์บิดเบี้ยวถึงวิธีการที่ริโอทำ ซึ่งการจะทำแบบนี้ได้มันต้องได้รับการฝึกฝนขั้นสูง.
โดยที่ไม่พลากโอกาศริโอใช้พลังเวทย์ให้น้อยที่สุดเสริมเข้าไปในร่างกายและเอาดาบจ่อไปที่คอขงอราชองค์รักษ์.
เกิดความเงียบทั่วบริเวณ.

10

“ดะ-เดี๋ยว! ผมยังไม่ทันได้เตรียมตัว! มันแค่โชคดีเท่านั้น! รอบหน้าผมจะทำอย่างเต็มที!”

ราชองค์รักษ์เริ่มที่จะแก้ตัว.
เขาถูกมองด้วยใบหน้าที่รังเกียจและมีแต่เสียงหัวเราะ.

“…แก! อย่าบอกนะว่ากำลังแก้ตัว รางองค์รักษ์ที่พ่ายแพ้ให้กับเด็ก นี่มันเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและไม่น่าให้อภัย.”

เสียงที่เกิดจากขุนนางดังก้องอยู่ทั่วพื้นที่ลานฝึนฝนที่มองดูอยู่ข้างลาน.

“ชะ-ใช่! อย่างที่ดยุคเอกูโน่พูด แม้มันเป็นเรื่องน่ารังเกียจกับข้อแก้ตัวนี้.”

ขุนนางที่อยู่โดยรอบหันมาพูดคุยกันในขณะที่บางส่วนเลิกสนใจการแสดงนี้และออกจากลานฝึกฝนไป การแสดงออกของเขาแสดงออกมาอย่างข่มขื่น.
ริโอไม่มีอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น.

“ไอ้โง่! คิดว่าสิ่งที่ออกมาจากให้แกมันดีหรอ! ในฐานะที่เป็นราชองค์รักษ์หลวงมันจะดีเสียกว่าที่จะยอมรับความพ่ายแพ้.”

อันเฟรดตำหนิราชองค์รักษ์หลวงที่ต่อสู้กับริโอ.
เขาถูกตำหนิโดยหนึ่งในหัวหน้าราชองค์รักษ์หลวงที่กำลังโกรธ.

อัลเฟรดที่ให้ความสนใจกับริโอ หลังจากการต่อสู่จบและสังเกตท่าทางของริโอที่ไม่ยี่หระอะไรแล้วอัลเปรดเลยเปิดปากของเขาขึ้น.

“สนุก~ ยอดเยี่ยมมาก! นี่เป็นหลักฐานว่าคุณเป็นคนช่วยเจ้าหญิงคริสติน่าและฟลอร่า.”
“คุณหมายถึงอะไร?”

ริโอถามอัลเฟรดโดยไม่ลังเล.

“โฮ่ ผมก็แค่ได้รับคำสั่งจากพระราชาเป็นให้คุณเข้าพบเป็นการส่วนตัวและกล่าวขอบคุณคุณควรจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบพระราชาด้วยตนเองทางเราจัดเตรียมห้องพักและข้ารับใช้ส่วนตัวไว้ให้แล้วและรอเวลาเข้าเฝ้าองค์ราชา ตอนนี้คุณก็ไม่ต้องกลับเข้าไปในคุกนั่นอีกแล้ว.”

อำนาจของเขาได้ตัดสินริโออย่างสมบูรณ์.
แน่นอนว่าราชาต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อความแน่นอน.
มันเป็นความรู้สึกของทุกพระองค์.
แต่พระราชาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาตั้งแต่ริโออยู่ในคุก.

“…ผมรู้สึกเป็นเกียรติ.”

ริโอตอบกลับไปอย่างไม่ใยดีทำให้หัวคิ้วของอัลเฟรดนั้นกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมองไปที่ริโอและพูดว่า

“น่าสนุกดีนะ ตอนนี้คุณจะต้องเข้าพักตามที่ทางเราจัดไว้ให้และจะมีนักเวทย์ขั้นสูงมารักษาอารบาดเจ็บของคุณ.”
“ขอบคุณมากๆ.”

ภายใต้คำสั่งที่เขามีต่อริโอไม่ปรากฎร่องรอยแห่งความไม่พอใจ มันทำให้ริโอมีความสุขเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาที่นี่.

ริโอออกจากคุก.
หลังจากการที่รักษาเสร็จแล้วเขาก็ถูกพาไปอาบน้ำที่ห้องของเขา เขาได้รับการดูแลส่วนตัวจากหญิงสาวที่มีอายุมากกว่าเขา.
เธอยังคงเป็นวัยรุ่น.
เมื่อเธอโตเต็มที่เธอจะต้องสวยงามราวกับภาพวาดแน่นอนและคงจะมีผู้ชายหลายคนถวายชีวิตเพื่อที่จะได้เธอมาอยู่ข้างกายอย่างมากมาย.
“สวย”เป็นคำเดียวที่บ่งบอกถึงตัวเธอได้.
หญิงสาวเขามาเงียบๆและโค้งคำนับให้เขา.

“ยินดีที่ได้รู้จัก ชื่อของฉันคือ อาเรีย กาวาเนซ ฉันเป็นเมดฝึกหัวในปราสาทแห่งนี้และมีหน้าที่ดูแลท่านริโอ หากอยากได้อะไรโปรดบอกฉันด้วยนะค่ะ.”

อาเรียพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย.
และพูดจัดเจน.

“ต้องขอบคุณด้วยนะครับที่พูดสุภาพกับผม ผมชื่อริโอ.”

ริโอโค้วคำนับอย่างสวยงามให้กับเมดที่แสดงกิริยาสุภาพกับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ.
คนอื่นสุภาพมาริโอก็จะสุภาพตอบ.
ตาต่อตาฟันต่อฟัน นี่คือคติของริโอ.
อาเรียค่อนข้างฉงน แม้ว่าเขาจะไม่รู้มารยาทของประเทศนี้แต่เขาก็พอรู้ว่าการทักทายเป็นแบบไหน จากการกระทำของเธอ.
ถ้าไม่สังเกตจริงๆคนอื่นๆก็จะมองข้ามมันแต่ริโอสังเกตเห็นข้อนี้.
ดูเหมือนว่าใบหน้าที่เหมือนกับหน้ากากนี้จะไม่ได้ไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง.

“ดิฉันจะดูแลท่านริโอนับแต่นี้เป็นต้นไปในปราสาทแห่งนี้ หากท่านริโอต้องการสิ่งใดกรุณาบอกฉันด้วยคะ.”

แต่อาเรียก็ยังคงทำตามหน้าที่ของเธอ เธอยังไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นๆต่อริโอ.

“ตอนนี้บอกฉันสักหน่อยสิ หลังจากที่เข้าเฝ้าราชาแล้ว พรุ่งนี้ผมจะถูกเตะออกจากปราสาทเลยใช่มั๊ย?”
“ดิฉันขอโทษด้วย ดิฉนไม่รู้อะไรเกียวกับเข้าเฝ้าในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ดิฉันถูกสั่งให้มาปรนนิบัติท่านริโอเท่านั้น”

ในทางอื่นอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะถูกกักบริเวณในตอนนี้.
หลังจากได้ยินคำตอบมันห่างจากที่เขาคาดหวังนัก.
แต่อย่างน้อยเมื่อเทียบกับในคุก ที่นี่ดูจะหรูหรากว่ามาก

“ฉันรู้ ขอบคุณที่บอกผม.”
“ไม่เป็นไร นี่คือหน้าที่ที่จะต้องบอกกับท่าน หากไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันจะนำอาหารมาให้ทาน?”
“ยอดเยี่ยม โปรดนำมาให้ผมด้วย.”

หลังจากผ่านความทุกข์ยากมาหลายวันและได้อาหารมาเติมเต็มกระเพาะเขาแล้วตอนนี้ริโอมีรอยยิ้มที่สมวัยขึ้นมา.

(มันอาจจะไม่ดีมากนักแต่นี่คือรางวัลที่ผมจะได้ทานอาหารหรูหราขนาดนี้.)

ในขณะที่ตื่นเต้นความคิดของริโอก็อยากจะมุ่งหน้าไปชมห้องอาหารในวังหลวงสักที.

Facebook Comment