+100%-

Chapter 2.2 : ตื่น

 

Chapter 2.2 : ตื่น

 

ตอนนี้พลังเวทย์ที่ไกลออกจากร่างกายของเขาได้ปิดกั้นเรียบร้อยแล้วโดยที่ไม่มีแม้แต่จุดเดียวที่มันจะไหลออกมาได้.
แม้ว่าจะไม่สามารถบ่งบอกได้ทางคำพูดของเขา แต่เขาก็คิดว่ามันมีความสำคัญ.
รอยยิ้มนิดๆเกิดขึ้นบนใบหน้าของริโอ.

แต่ยังคงมีคำถามเล็กน้อยในใจของเขา.

แสงนี้คืออะไร?
ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงของแสงเหล่านี้ร่างกายของเขาก็มีความรู้สึกคมชัดขึ้น.
และคนส่วนใหญ่ก็ปล่อยเพียงกระแสพลังเหล่านั้นเพียงเล็กน้อยจากร่างกายของเขา.
ริโอไม่รู้ว่าจะถามคำคามเหล่านี้ได้จากคนไหน
จำนวนและคุณภาพเหล่านี้คืออะไรแต่เขาก็คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับสถานะการณ์และการใช้งานอย่างเหมาะสม.
เวลาเขาตั้งคำถามมันก็เหมือนกับแสงเหล่านั้นเด้งขึ้นมาเป็นเครื่องหมายคำถามบนหัวของเขาก่อนที่จะกลับเข้ามาในหัว.

เมื่อเขาตรวจสอบจำนวนของมัน เขาก็เข้าใจว่าเวทย์มนต์เหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายหรือรวมไว้ที่จุดใดจุดนึง.

แต่เขาก็ไม่รู้เข้าใจถึงการเก็บแสงเหล่านั้นทั้งหมด.
ความรู้ของเขามีจำกัดมากเกินไป.
หลังจากเขามั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆเขาก็ได้ปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมาจนหมดเพื่อที่จะตรวจสอบ.

ทันใดนั้นความรู้สึกแว่บเข้ามาในร่างกายของเขา
มันรู้สึกเหมือนกับทักษะบางอย่างที่เสริมร่างกาย.
จากการตัดสินในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เขาสรุปว่ามันมีทักษะเสริมร่างกาย3รูปแบบด้วยกัน

(…ร่างกายรู้สึกถึงแสง.)

เขารู้สึกว่าอวัยวะในร่างของของเขาเต็มไปด้วยพลัง.
ริโอพยายามทดสอบร่างกายของเขาแบบวง่ายๆด้วยการกระโดด ทั้งๆที่ร่างกายของเขาเท่ากับเด็ก7ขวบแต่กลับสามารถกระโดดได้พอๆกับนักบาสฯมืออาชีพ.
มันเป็นการค้นพบโดยบังเอิญถึงทักษะเสริมร่างกายอันนี้.
ในขณะที่เขาแค่คิดว่าเท่านั้นและตอนนี้เขาสามารถที่จะจิตนาการได้อย่างชัดเจนถึงทักษะเสริมร่างกาย.

โดยการกะพลังผ่านทางสมองของเขายิ่งจินตนาการเยอะก็ยิ่งได้รับพลังเยอะขึ้น ร่างกายของเขาก็จะได้รับความสามารถเพิ่มขึ้นผ่านทางเวทย์มนต์.
อย่างที่ควาดไว้ มันดูเหมือนว่าจะเป็นความคิดที่ดี.
ริโอคิดถึงการเสริมแรงไว้ในขณะเดิน.
เขาได้ดำเนินการเคลื่อนที่ของแสงเหล่านั้นเป็นส่วนๆเพื่อจะได้ยืนยันเกี่ยวกับผลกระทบ.
ผลลัพพ์ของการเคลื่อนไหวนี้เป็นไปไม่ได้ที่เด็กอายุเท่านี้จะเคลื่อนไหวแบบนี้ได้.

(นี้ดูเหมือว่ามันจะใช้งานอย่างต่อเนื่องไม่ได้…)

แต่กระนั้นเขาก็ลองใช้พลังเวทย์มากกว่าปกติ.
ทันใดนั้นเขาเริ่มที่จะเจ็บปวดตามร่างกาย.
มันเห็นได้ชัดว่าการใช้งานเกินกำลังจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเขา.
กล้ามเนื้อของเขาไม่แข็งแรงพอที่จะรับเวทย์มนต์มากกว่าปกติได้.
ความคิดเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาเมื่อเขาจะเสริมร่างกายในแต่ละส่วน.
เขาจินตนาการถึงการเสริมร่างกายของเขาในระดับเซลล์กล้ามเนื้อของเขา.
ร่างกายของเขาไม่ค่อยเจ็บปวดแล้ว.
มันดูเหมือนว่ามันจะถูกต้อง.
เวลานี้ริโอพอใจกับผลทดสอบของเขา.

แต่ไม่ว่าเขาจะเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งยังไง เขาก็ไม่มีทางไหนที่เขาจะสามารถหยุดยั้งความหิวโหยอย่างรุนแรงจากท้องของเขา.
แม้ว่าการทดลองของเขาจะเป็นที่น่าพึงพอใจแต่เขาก็จะตายเมื่อขาดอาหาร.

มองขึ้นไปบนฟ้าและตอนนี้ก็มืดแล้ว.
กลางคืนผ่ามาอย่างรวดเร็ว.

ความจริงแล้วถ้าเขามีเงินเขาก็สามารถซื้ออาหารเหล่านั้นได้.
ในกรณที่เลวร้ายที่สุดเขาจะไม่มีอาหารตลอดทั้งวัน.
แต่อย่างน้อยที่สุดเขาจะต้องจัดเรียงเป้าหมายเสียก่อน.
สำหรับการเป็นอยู่และประโยชน์ของเขาแล้ว เขาจำเป็นต้องหาเงิน ริโอออกจากซอยด้านหลัง.

เดินเรื่อยเปื่อยในตลาดและก็มาหยุดอยู่ที่อาคารหลังใหญ่ในมุมมองของเขา.
แม้ว่าเขาจะอ่านไม่ออกแต่เขาก็รู้ว่านั่นคืออาคารนักผจญภัย.
เขาจะได้รับเงินหากเขาเป็นนักผจญภัย.
แต่ความคิดนี้ก็ถูกทิ้งโดยทันทีเพราะว่าริโอนั้นยังอายุไม่ถึง.
หนึ่งในกฎของนักผจญภัยคือเขาจะจ้างคนที่อายุ12หรือมากกว่า.
ริโอเคยได้ยินถึงเด็กกำพร้าคนอื่นๆคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้.
การจำกัดการใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า12ปีมีในญี่ปุ่น แต่ในโลกนี้มีหลายสถานที่ที่ไม่ได้จำกัดอายุ.
เพราะเด็กเหล่านี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางสงคราม และก็จำนวนไม่น้อยที่ถูกใช้แรงงานอย่างหนัก.
อย่างไรก็ตามในกรณีของการเป็นนักผจญภัยจะไม่ใช่ความสำเร็จเนื่องจากการจำกัดอายุ.

ริโอคิดว่ามัน.
การพูดเหล่านั้นของนักผจญภัยค่อนข้างคลุมเครือ.
ริโอคิดว่าพวกเขาเสี่ยงชีวิตและขายวัตถุดิบต่างๆที่หาได้โดยพวกเขา.
ในกรณีแบบนี้ไม่ได้มีกฎในการป้องกันในการเก็บรวบรวมและขายให้แต่พวกกันเอง.
โดยเฉพาะลูกค้าที่ไม่ใช่นักผจญภัย.
อาจจะเป็นร้านค้าบางส่วน.
ริโอตัดสินใจในการหาสินค้าที่พวกเขาจะมีแนวโน้มว่าจะซื้อ.
ทันทีที่คิดได้เข้าก็เดินไปยังตลาดและวางแผนเกี่ยวกับการหาเงินที่อยู่ในใจของเขา.

“เฮ้ยได้เด็กเหลือขอ! มองหาพ่อหรอ? ไปไกลๆส้นซะ!”

อย่างไรก็ตามเมื่อริโอดูสินค้าที่เป็นอาหารดวงตาของเขาก็มีประกายดุร้าย ทั้งตะโกนและข่มขู่เขาทุกทาง.
เจ้าของร้านมักจะระวังเด็กจรจัดที่คอยแต่ขโมยของๆเขา.
เด็กจรจัดเหล่านั้นมักจะดูไม่ดีในสายตาของคนในตลาด.
ตั้งแต่เด็กจรจัดไปถึงครอบครัวขนาดเล็กที่ไม่มีเงินมากนักจะถูกเตะออกไปทันทีโดยเจ้าของร้าน แต่ในกรณีของขโมยแล้วหล่ะก็เป็นเรื่องไม่ค่อยดีนัก.
และเด็กกำพร้าที่ดูรายการบางอย่างมันน่าสงสัย.
ต้องขอบคุณที่ริโอไม่อาจจะเดินหาของในตลาดได้อย่างอิสระ.

ในตอนนี้เขาไม่มีทางอื่นที่จะได้เงินอีกแล้ว.
ในขณะที่เขาจะหาอาหารดีๆไม่ได้แล้วทางเลือกเดียวคือการคุ้ยหาเศษอาหาร.
สัญชาตญาณของริโอนั้นบ่งบอกได้ว่าเขาจะสามารถหาอาหารได้จากไหน แต่อามาคาว่า ฮารุโตะ คอยต่อต้านความคิดเหล่านั้น.

ริโอตัดสินใจจะหางานที่ใช้ความสามารถของศิลปะการต่อสู้ของเขาในชีวิตก่อนหน้านี้.
เขาลบตัวตนของเขาและหายเข้าไปในความมืด.
เพราะว่าอยู่ๆริโอก็หายไปจากสายตาของเจ้าของร้านเพียงหนึ่งลมหายใจทำให้เขาออกมามองหาริโอด้านหน้าแผงลอยของเขา.

(ยอดเยี่ยม…!)

การลบตัวตนของเขาทำให้ริโออาจจได้อาหารมากกว่าที่คิด.
มันขายหรอ? ขายอะไรอะ?
ริโอเดินสบายๆในขณะที่เขาคิดไปด้วย.
ทักษะนี้ทำให้เขาปลอดภัยจากการขโมยของต่างๆ.
แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น.
ศีลธรรมของคนญี่ปุ่นของ ฮารุโตะ ไม่อาจให้เขาทำได้.
ริโอเพียงแค่เดินอยู่ภายในตลาดโดยที่ไม่สามารถแตะต้องมันได้.
เขาให้ความสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะพืชผักและสมุนไพร.
ในฐานะที่เป็นสุภาพชน เขาได้ถามพนักงานเกี่ยวกับราคาของสินค้า.
ในขณะที่พนักงานระวังริโอ เขาก็ยังคงตอบคำถามของเขาโดยใช้มือข้างหนึ่งกดหัวเขาติดกับผนัง.(555+ สุภาพบุรุษจาด)
เขาอาจจะประสบความสำเร็จจากการหามันรอบๆเมืองหลวงแต่ถ้าหากต้องการสินค้าคุณภาพดีต้องเข้าไปในป่า.
สำหรับพวกนี้มักจะโตรอบนอกของเมืองหลวง.
นักผจญภัยอาจจะได้รับคำร้องของเพื่อที่จะไปหาให้พวกเขา.
นักผจญภัยบางคนจะซื้อของที่พวกเขาหามาได้ด้วยเงินของตนเอง.(B1ซื้อA2 อะไรงี้)
แต่สำหรับเด็กแบบริโอนั้นการที่จะหาพืชสมุนไพรเหล่านี้ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย.
พนักงานขายเหมือนจะสงสารริโอและให้คำแนะนำบางอย่าง.
พนักงานขายได้ให้คำแนะนำแก่เขาและริโอทำได้เพียงขอบคุณเท่านั้น.

แน่นอนว่าการกระทำนี้มันอันตรายแต่มันก็ยังดีกว่าที่เขาจะปล่อยให้ท้องหิว.

เขาสามารถเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งได้.
นอกจากนี้เขายังมีศิลปะการต่อสู้จากชีวิตก่อนหน้านี้ทำให้เขาสามารถยืนอยู่บนสนามได้นานขึ้น.
ในกรณีนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไปด้านนอกนั่น.
แต่วันนี้ไม่ทันเสียแล้ว.
ก่อนที่จะหมดวันนี้เขาต้องการหาอย่างอื่นในการหยุดยั้งความหิวของเขา.
โดยไม่ต้องมองหาเศษอาหารตามถังขยะ ในขณะที่ริโอกลับไปยังบ้านเขาในสลัม.

วันนี้เขาได้หันเหความสนใจไปที่เหตุการณ์ต่างๆในความทรงจำเพื่อบรรเทาความหิว.
เหตุการณ์แรกคือการตื่นขึ้นในชีวิตเขาก่อนหน้านี้.
แม้ว่าเขาจะเอาบุคลิกของฮายาโตเป็นหลังแต่ความทรงจำของริโอเองก็ยังคงส่งผลอยู่เนื่องๆเขายังคงรอให้มันหลวมรวมเป็นหยึ่งเสียก่อน.
ความทรงจำทั้งสองไม่ส่งผลอะไรมากนักหลังจากที่มันหลอมรวมเรียบร้อยแล้ว.
ในที่สุดเขาก็เป็นฮารุโตะและริโอก็ยอมรับ.
แม้ว่าริโอจะเป็นเด็กกำพร้าแต่ฮารุโตะก็ยอมรับเขา.

ในชีวิตก่อนหน้านี้ฮารุโตะมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือตามหาเพือนสาวในวัยเด็กของเขา.
นอกจากนี้เป้าหมายอื่นๆก็ไม่มี.
และในเวลานี้เขาไม่มีทาวงเลือกอื่นที่จะไม่อยู่ในฐานะริโอ.

ริโอยังมีสิ่งที่จะต้องทำในโลกนี้.
เริ่มแรกเลยริโอไม่ได้อาศัยอยู่ในสลัมแต่ต้น.

พ่อและแม้ของเขาเป็นนักผจญภัย.
ทั้งเดินทางไปยังทวีปอื่นๆด้วยกัน.
และเมื่อแม่ของริโอตั้งครรภ์เธอจึงหยุดผจญภัยชั่วคราว.
เป็นเรื่องปกติที่พ่อของเขาต้องออกไปหาเงินเพียงคนเดียวในครอบครัว.
ตลอดเวลาทั้งสองมักจะส่งเควสด้วยกัน.
จากนั้นพ่อของริโอก็ทำผิดพลาดในการผจญภัย.
และตายในที่สุด.

การตายของพ่อริโอนั้นทำให้ภาระทั้งหมดตกมาอยู่ที่แม่ของเขา.
การประหยัดเงินจากเงินเก็บที่ได้มาจากการผจญภัยเพื่อที่จะดูแลริโอให้ปลอดภัย.
แต่มันก็ได้เพียงแค่ริโออายุ5ปี.
แม้ว่าแม่ของริโอจะมีลูกแล้วแต่เธอก็ยังสวยและมีเสน่ห์.
มีผู้ชายหลายคนมองเธอด้วยความกระหายในตันหา.
จนกระทั่งมีคนที่คุ้นเคยและอยู่ปาร์ตี้เดียวกันได้จับริโอเป็นตัวประกันข่มขู่เพื่อที่จะข่มขืนเธอและฆ่า
ริโอมองเห็นแม่ของเขาถูกข่มขืนอยู่เบื้องหน้า.
ในเวลานั้นริโอจดจำได้อย่างขึ้นใจและสลักมันลงไปในจิตวิญญาณคนที่มาทำร้ายแม่ของเขา.

ริโอไม่ยอมแพ้เขาสาบานว่าต่อให้ต้องกินเศษอาหารเหล่านี้เขาก็จะต้องแก้แค้นให้ได้.
ความปราถนาอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจเขาจนกระทั่งทุกวันนี้.
แต่ในทางตรงกันข้ามฮารุโตไม่สบายใจเกี่ยวกับการแก้แค้น.(พระเอกนิสัยดีจัง)
ทันในนั้นความทรงจำเหล่านั้นได้เข้ามาในหัวของเขา.
ริโอเศร้าและขมวดคิ้ว.(กลั้นน้ำตา)
เขาส่ายหัวไล่ความคิดพร้อมกับรีบก้าวเดินออกไป.

Facebook Comment