+100%-

บทที่ 8: สถานีกังนัม (4)

บทที่ 8: สถานีกังนัม (4)

 

 

“มีนักผจญภัยที่มีเกิน 50 คนแรกด้วย? ว้าว”

แฟรี่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าและตบฝ่ามือเล็กๆ ของมันเข้าด้วยกัน

มนุษย์สามคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังฮันซูมองภาพนั้นด้วยสายตานิ่งอึ้ง

แทซูนที่มีใบหน้าว่างเปล่าเอ่ยถามสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก

“ที่บอกว่า 50 หมายถึงอะไร?”

เมื่อได้ยินคำถามนั้น แฟรี่ก็แย้มยิ้มและเอ่ยตอบ

“หมายความว่าค่าพลังกายและค่าความอดทนพื้นฐานรวมกันเกิน 50”

จากนั้นแฟรี่จึงบินไปยังไหล่ของฮันซู

“เราชื่นชอบผู้ที่กระตือรือร้นและมุ่งมั่นเสมอ และดังนั้นเราจึงได้เตรียมรางวัลเล็กๆ ไว้ให้สำหรับผู้ที่กระตือรือร้นและมุ่งมั่นที่สุด”

“เดี๋ยว มันไม่ยุติธรรมไม่ใช่เหรอ?”

มิฮีเปิดปากพูด

เธอเป็นผู้หญิง

เพราะว่าเธอออกกำลังกายและทำให้ร่างกายของเธอมีทรวดทรงที่ดีอยู่เสมอทำให้พลังกายและความอดทนของเธออยู่ที่ 8 มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่แย่สำหรับผู้หญิง แต่เมื่อเทียบกับผู้ชายแล้วมันกลับห่างไกล

หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ยังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและพยายามที่จะแสดงความหยาบคายให้น้อยที่สุด

เมื่อเธอเองก็ได้เห็นภาพที่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กน่ารักนั่นกะซวกหัวใจของผู้อื่นเช่นกัน

“คุณไม่จำเป็นต้องระวังขนาดนั้นหรอกน่า เราไม่ฆ่าเมื่อเริ่มต้นแล้ว เราไม่ได้ฆ่าตามอำเภอใจ”

“…”

“และสำหรับคำตอบของคำถามนั้น มันก็ควรจะไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว ชีวิตก็แบบนี้แหละ”

“อึก…”

ขณะที่มิฮีเริ่มหงุดหงิด แฟรี่ก็เอ่ยต่อ

“นี่มันไม่ใช่เกมเสียหน่อย ทำไมคุณถึงได้ถามหาความยุติธรรมล่ะ? คุณคิดเหรอว่าคุณสามารถเลิกเล่นได้เพียงเพราะแพทช์ที่ไม่สมดุล?”

“…”

“คุณเองก็อาจเป็นหนึ่งในเจ้าของใบหน้าที่ไม่ยุติธรรมในโลกเดิม แต่ว่าคุณก็ไม่ได้เปลี่ยนหน้าของคุณให้แย่ลงเท่ากับผู้อื่นไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดแสนเจ็บแสบนั้น มิฮีก็ทำได้เพียงกัดฟันและล่าถอยไป

สิ่งมีชีวิตตัวเล็กเมินหญิงสาวและเปิดปากของมันขึ้นขณะมองไปยังฮันซู

“เมื่อคุณเป็นคนแรกที่มีค่าสถานะรวมเกิน ฉันจะให้รางวัลกับคุณ”

ฮันซูรู้ว่ารางวัลคืออะไร

‘รูนอะไรก็ได้ 3 ชนิด’

มันเป็นรางวัลสำหรับบุคคลแรกที่มีค่าสถานะรวมเกิน 50 จาก 100 ในขั้นฝึกซ้อม

แต่พูดตามตรง ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้มีความคาดหวังในภารกิจนี้มากนัก

<ภารกิจ>

หากคุณสามารถทำตามข้อกำหนดได้ คุณก็จะได้รับรางวัล

จากมุมหนึ่งมันก็คล้ายกับเกม แต่ส่วนที่น่าสาปแช่งของภารกิจนี้คือทุกสิ่งไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างแน่นอน

มันเหมือนกับธนาคารปัญหา แฟรี่จะเลือกสุ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่งและเริ่มการฝึกซ้อม

เขานำรายชื่อภารกิจทั้งหมด 119 ภารกิจที่ได้รับมาจากประสบการณ์ของผู้คนติดตัวมา แต่เขาไม่รู้ว่าภารกิจไหนที่ถูกเลือก

และภารกิจนี้เป็นภารกิจที่สนับสนุนให้ผู้ที่มีจุดเริ่มต้นแตกต่างจากผู้อื่น

ชายร่างยักษ์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคนนั้นอาจมีค่าพลังกายและความอดทนรวมกันอย่างน้อย 33-34 ตั้งแต่เริ่ม

แต่ในทางกลับกัน เขาเริ่มที่ 20

เขาไม่ได้คาดหวังมาก แต่อาจเป็นเพราะว่าเขาพัฒนาอย่างรวดเร็วหรือไม่ก็โชคดีพอที่จะได้รับมัน

ในบรรดาภารกิจทั้ง 119 ภารกิจ ภารกิจนี้มีรางวัลที่ค่อนข้างดี

“บอกชื่อรูนที่คุณต้องการมา 3 ชนิด”

‘อย่างที่คิด’

รูนสถานะ 3 รูนนับเป็นรางวัลใหญ่ถ้ามันดี และเป็นรางวัลเล็กๆ ถ้ามันงั้นๆ

รูนพลังกาย 3 รูนสามารถรวบรวมมาได้ด้วยความพยายามเล็กน้อย แต่รูนความคล่องแคล่วนั้นยากที่จะได้รับเช่นเดียวกับที่มันสนับสนุนได้ดีกว่า

แต่รูนที่เขาต้องการนั้นต่างออกไป

“จะเป็นความคล่องแคล่วหรือความเข้าใจอย่างที่คาดไหมนะ? อ๊า หรือว่าจะเป็นรูนฟื้นฟูดีล่ะ? มันค่อนข้างสิ้นเปลืองแต่ถ้าคุณเลือกมันคุณกระทั่งสามารถรักษารูบนร่างได้เลยนะ พิษธรรมดาจะหายไป แม้ว่าถ้าแขนขาหายไปจะค่อนข้างเกินกำลัง แต่มันก็ยอดเยี่ยมเลยไม่ใช่เหรอ?”

คำพูดนั้น ผู้ที่มีปฏิกิริยากลับเป็นอีกสามคน

ถ้าได้รูนฟื้นฟู 3 รูน มันไม่เหมือนกับว่าได้ชีวิตเพิ่มอีก 3 ชีวิตหรือ?

และฮันซูอาจแม้แต่มอบมันให้พวกเขา

‘เขาคงไม่ปล่อยให้เราตายใช่ไหม?’

แต่ชายหนุ่มได้ทรยศความคาดหวังของทุกคนและเอ่ยถึงรูนที่ต่างออกไป

“บางทีเธออาจจะมีรูนต่อต้านเวทมนต์?”

คำพูดนั้นทำให้แฟรี่มีสีหน้าตะลึงเล็กๆ ก่อนจะฉีกยิ้มและเอ่ยว่า

“แน่นอนว่ามี”

จากนั้นสิ่งมีชีวิตร่างเล็กก็ล้วงมือของมันเข้าไปในความว่างเปล่า จากนั้นจึงดึงรูนที่หน้าตาเหมือนกันออกมาสามรูน

‘อย่างที่คิด มันไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ ใช้ได้’

โดยปกตินั้นแฟรี่เหล่านี้ต้องการให้ทุกสิ่งเป็นไปในทิศทางที่สนุกสนานสำหรับพวกมัน ดังนั้นแล้วพวกมันจึงไม่ค่อยเอ่ยถามอะไรแม้ว่าคุณจะวางแผนไว้มากแค่ไหนก็ตาม

และฮันซูที่ได้รับความสะดวกสบายมากกว่าเดิมหัวเราะอยู่ภายในใจ

รูนต่อต้านเวทมนต์

รูนฟื้นฟูนั้นเป็นรูนที่ดีก็จริง แต่คนผู้หนึ่งสามารถได้รับในอีกไม่ช้า

แต่ในทางกลับกัน รูนต่อต้านกายภาพและรูนต่อต้านเวทมนต์นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถได้ในขั้นฝึกซ้อมนี้

ไม่สิ คังเต้เคยบอกว่ามันออกมาในฝูงสัตว์อสูรสักอย่าง แต่หมอนั่นเป็นข้อยกเว้นเมื่อเขาอยู่ในกรณีที่พิเศษมากๆ

‘มันเป็นดวงที่ดีจนน่าสะพรึงจริงๆ’

รูนต่อต้านเวทมนต์นั้นสำคัญมาก

มันไม่มีหลอดเลือดหรืออะไรแบบนั้นในโลกใบนี้ ดังนั้นแล้วเพียงแค่การโจมตีที่จุดตายเพียงครั้งเดียวก็หมายถึงจุดจบ

มันไม่ใช่เกมที่ถ้าถูกโจมตีด้วยดาเมจ 100 สิบครั้งก็จะเสียเลือด 1000 และตาย

การเพิ่มพลังฟื้นฟูนั้นหมายถึงอัตราเร็วในการฟื้นตัวและความตื่นตัวจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่กลายเป็นแท้งค์ได้แบบในกม

และสำหรับค่าต่อต้านกายภาพและต่อต้านเวทมนต์นั้นสำคัญกว่าทุกสิ่ง

เพียงเพราะว่าได้หลอมรวมรูนทั้งสองนี่เข้าร่างไม่ได้หมายความว่าผิวหนังจะแข็งขึ้นหรือมีอะไรมาครอบร่างไว้หรืออะไรประมาณนั้น

มันเป็นทางแก้ที่เถรตรงกว่านั้น

รูนทั้งสอง หลังจากที่เพิ่มมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง มันจะลดการโจมตีจากสิ่งอื่นโดยอัตโนมัติ

‘เหมือนกับพลังป้องกันหรือต่อต้านของเกมนั่นแหละ’

เมื่อฮันซูหลอมรวมรูนนั้นเข้าไป ค่าสถานะของเขาก็เพิ่มขึ้น

 

[คังฮันซู]

พลังกาย: 25.3

ความอดทน: 24.8

ความคล่องแคล่ว: 14.1

ความเข้าใจ: 15.2

ต่อต้านเวทมนต์: 13

 

ค่าต่อต้านเวทมนต์ที่ถูกกำหนดอยู่ที่ 10 ในตอนแรกและไม่มีเหตุผลให้แสดงขึ้นได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับเพิ่มขึ้น 3 แต้ม

คว้างงง

รอบด้านของชายหนุ่มราวกับสั่นสะท้าน เขารู้สึกได้ถึงกฎเกณฑ์ที่ได้เหนี่ยวรั้งเขาไว้สั้นสะท้านเล็กๆ

‘เยี่ยม ฉันได้สามารถต่อต้านสกิลได้ด้วยไอ้นี้’

เขาลังเลระหว่างกายภาพและเวทมนต์ แต่ก็จบลงด้วยค่าต่อต้านเวทมนต์ในที่สุด

พูดตามตรง ในพื้นที่ฝึกซ้อมนั้น การโจมตีส่วนมากเป็นการโจมตีทางกายภาพถ้าหากนับถึงการโจมตีที่จะได้รับ

แต่พลังป้องกันกายภาพนั้นสามารถทดแทนได้ด้วยประสบการณ์และทักษะต่อสู้ของเขา แต่ในทางกลับกัน การโจมตีทางเวทนั้นมีระยะกว้างและสกิลที่รุนแรงบางอย่างไม่อาจหลบหลีกได้เมื่อถูกร่ายใส่

มันไม่มีสัตว์อสูรหรือมนุษย์ใดที่สามารถใช้เวทได้ในพื้นที่ฝึกซ้อมด้วยความยากปกติ แต่ในสถานที่ที่เขากำลังท้าทางนั้นคือดันเจี้ยนและชิ้นส่วนลับ

แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะให้คุณถูกตีสามทีแล้วรอดแทนที่จะถูกตีครั้งเดียวแล้วตาย

เพียงแค่ลดค่าเสียหายให้อยู่ในขอบเขต

แต่มันยังคงมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างถูกฆ่าในการโจมตีครั้งเดียวและมีชีวิตรอดเพื่อที่จะวาดดาบออกไปอีกสักครั้ง

เมื่อรูนฟื้นฟูสามารถใช้ได้ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

มันจะเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างมากในการเติบโตของเขา

แฟรี่มองไปยังฮันซูและแย้มยิ้มกว้าง

“ฉันคาดหวังไว้สูง โปรดทำให้ดีแบบนี้ต่อไป”

เมื่อเอ่ยจบ ร่างเล็กก็หายไปในความว่างเปล่า

ฮันซูหมุนตัวและเอ่ยขึ้นขณะที่เขาเดินต่อ

“ไปเถอะ แต่ทำไมทำหน้าแบบนั้นกันล่ะ? เหมือนทำอะไรหายเลย”

“…ไม่มีอะไร”

มันเหมือนกับว่ารูนฟื้นฟูได้หายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะไร้ยางอายขนาดไหนก็ไม่อาจเอ่ยมันออกไปได้ ดังนั้นทั้งสามจึงทำได้เพียงทำสีหน้าน่าสงสารพร้อมกับเดินตามหลังชายหนุ่มไป

 

กึก กึก กึก

‘ตอนนี้ก็ชั้นสามแล้ว’

ฮันซูที่ได้จัดการเงือกดินทั้งหมดพึมพำขึ้นขณะที่มองไปยังทางเข้าน่าขนลุกที่อยู่ห่างออกไป

แทซูนที่มองไปยังชายหนุ่มเอ่ยพูดขึ้น

“แต่การเคลื่อนไหวของนายดูเหมือนเดิมเลยตั้งแต่ก่อนหน้า…”

ฮันซูผงกศีรษะให้กับคำกล่าวนั้น

‘เขาดูจะเข้าใจอะไรบางอย่าง’

ฮันซูชูข้อมือขวาของเขาออกมา

รูนที่ฮันซูเก็บไปทั้งหมดถูกเก็บไว้ที่นั่น

“มันเก็บแบบนี้ก็ได้”

“จริงดิ?”

‘เอาเถอะ ถ้าการดูดกลืนรูนมีอยู่ ไอ้ของแบบนี้ก็คงเป็นไปได้ แต่มันทำได้ไง?’

จากนั้นชายหนุ่มจึงตระหนักได้ว่ามันไม่ได้ยากแบบนั้น

เขาคิดว่า ‘ฉันควรเก็บมัน…’ และในตอนนั้นเขาก็ขยับมือของเขาไปยังรูนพร้อมกับที่มันถูกดูดเข้ามาในร่างของเขาและกลายเป็นสัญลักษณ์เล็กๆ บนข้อมือของเขา

ฮันซูมองไปยังแทซูรนและเอ่ยขึ้น

“มันไม่ใช่สิ่งที่ดีแบบนั้นหรอกนะ”

“ทำไมอ่ะ?”

ฮันซูเอ่ยตอบคำถามที่อีกฝ่ายถาม

“อย่างแรก มันจะลดความเร็วในการล่าลง”

ถ้าค่าสถานะของคุณสูง เช่นนั้นการล่าก็จะง่ายขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพราะว่าคุณสามารถรวบรวมรูนและเพิ่มค่าสถานะในเสี้ยววินาทีที่คุณรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย แต่วิธีนี้ยังคงมีจุดอ่อนอยู่

“เหตุผลที่สองเป็นข้อที่สำคัญ… ถ้านายตายจากการลอบโจมตีในขณะที่ทำแบบนี้ รูนในข้อมือทั้งหมดจะหล่น”

“รูน?”

“ใช่”

โดยปกติแล้ว เมื่อคนตายรูนจะตกเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของทั้งหมดที่พวกเขามี และรูนที่หล่นก็ยังเป็นการสุ่มด้วย

คุณสามารถป้องกันการลอบโจมตีได้ แต่การตายด้วยน้ำมือของผู้ที่คุ้นเคยนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็นเลย

และโดยเฉพาะยามเริ่มต้นที่คนผู้หนึ่งไม่ได้มีค่าต่อต้านกายภาพและค่าต่อต้านเวทมนต์

ถ้าไม่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา คุณก็จะตายไปทั้งแบบนั้น และแม้ว่ามันจะไม่ใช่การลอบโจมตี บางอย่างเช่น < Erebong’s Poison Sting > ที่เป็นสกิลโจมตีที่สามารถได้รับในพื้นที่ฝึกซ้อมก็สามารถจัดการคุณได้อยู่ดี

การเดินไปรอบๆ ด้วยรูนจำนวนมากบนข้อมือก็เหมือนกับการเดินไปในดงโจรด้วยมือเปล่าเพื่อที่จะซื้ออาวุธและเอาชุดเกราะเก็บไว้บนหลังนั่นแหละ

“แล้วทำไมนายถึงได้เก็บแบบนั้น?”

ฮันซูเอ่ยตอบคำถามของซังจินสั้นๆ

“เพราะเราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้”

หลังจากพื้นที่ฝึกซ้อม มันมีอัตราแลกเปลี่ยนที่นักผจญภัยได้กำหนดขึ้น

กิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งเก้าถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ อัตราแลกเปลี่ยนถูกสร้างขึ้นโดยการตกลงกันของสองกิลด์ที่เป็นกลางแห่ง ‘ขั้วอำนาจทั้งเก้า’ <โกลเด้นสตาร์> และ <มาโนรอส>

รูนนั้นมีค่ามากเกินไป ดังนั้นแล้วการใช้พวกมันแลกเปลี่ยนจึงไม่เหมาะสม

แต่ในพื้นที่ฝึกซ้อมที่นักผจญภัยไม่อาจยุ่งเกี่ยวสามารถใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนได้ในระดับหนึ่ง

คนสองคนที่ได้รับชิ้นส่วนลับนี้ได้บอกเขา

<ฉันเคลียร์มันก็จริงแต่… มันยังมีข้อกำหนดอยู่ นั่นคือนายต้องมีค่าความเข้าใจและความคล่องแคล่วเกิน 20>

<ฉันก็เป็นแบบนั้น เว้นเสียแต่ว่าพลังกายของฉันต้องมากกว่า 45>

เท่าที่เขารู้นั้น ภารกิจนี้เป็นเพียงภารกิจสำหรับผู้ที่มาครั้งแรกในพื้นที่ฝึกซ้อมแรก ดังนั้นแล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มค่าสถานะอย่างรอบคอบขนาดนั้น

ถ้าเขาอยู่ในสถานการณ์วิกฤต เขาก็สามารถใช้รูนทั้งหมดได้ และอย่างไรก็ตามไม่มีใครในที่นี้ที่สามารถฆ่าเขาได้อยู่แล้ว

ในกรณีนี้ เขาก็แค่รวบรวมรูนและแลกเปลี่ยนมันถ้าเขาขาด จากนั้นก็สวมใส่อุปกรณ์

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แทซูนและคนอื่นๆ จึงเริ่มเก็บรูนไว้ที่ข้อมือ

ฮันซูที่เห็นภาพนั้นส่ายศีรษะ

“พวกนายทำไม่ได้หรอก แค่ใช้มันตอนที่พวกนายได้”

“… นี่นายกำลังดูถูกพวกเราอยู่รึเปล่า?”

ในขณะที่แทซูนพลันเอ่ยถามฮันซู คนถูกถามก็เดาะลิ้น

‘อย่างที่ฉันเห็น เขาต้องการที่จะเก็บรูนพวกนั้นและแลกมันเพื่อเพิ่มค่าความเข้าใจหรือความคล่องแคล่ว…’

ถ้าค่าความเข้าใจหรือความคล่องแคล่วของคุณเพิ่มขึ้น คุณก็จะหลบหลีกได้ดีขึ้นและได้รับบาดเจ็บน้อยลง

บางทีอาจเป้นเพราะสถานการณ์ของพวกเขาที่ต้องการที่จะได้รับบาดเจ็บให้น้อยที่สุด

แต่คุณจะจัดการศัตรูอย่างไรก็คืออยู่กับว่าคุณเหวี่ยงอาวุธของคุณแรงและหลายครั้งมากแค่ไหน

ถ้าหากขาดค่าความอดทนหรือพลังกาย เช่นนั้นคุณก็จะล้มลงก่อนที่จะสามารถจัดการศัตรูได้

เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวการลอบโจมตี เขามีประสบการณ์และข้อมูลจำนวนมาก

เขามั่นใจในด้านกายภาพเช่นกัน เทคนิคนั้นแตกต่างกันโดยพื้นฐานอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วเขาจึงสามารถเก็บรูนพร้อมกับสู้ไปด้วยได้อย่างง่ายดายด้วยพลังกายและค่าความอดทนที่มีอยู่

แทซูน ซังจิน และมิฮียังไม่อยู่ในระดับนั้น

และพวกเขาอยู่เบื้องหน้าชั้นสาม พวกเขาไม่รู้ว่าสัตว์อสูรชนิดไหนปกป้องรถไฟอยู่ด้านล่าง แต่มันต้องเป็นตัวที่อันตรายอย่างแน่นอน

แต่ฮันซูทำเพียงยักไหล่

‘ถ้าพวกนั้นลงไปแล้วเฉียดตายก็คงตื่นเอง’

ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ

ถ้าถูกตีโดยสัตว์อสูรสักครั้งและกรีดร้องออกมา คุณจะแตะไปที่ข้อมือของคุณโดยอัตโนมัติ

เขาที่ได้ต่อสู้กับทาสอันวิปลาสของราชวงศ์หรือปีศาจแห่งอบิสแต่ได้กลับมายังอดีต สำหรับเขาแล้วสิ่งเหล่านี้นับว่าเกือบจะเรียกได้ว่าน่ารักเลยทีเดียว

‘แค่อยู่ในเส้นทางนั้น’

“เอาเถอะ ทำอย่างที่พวกนายต้องการ ลงไปข้างล่างกัน พวกนายสามคนจะไปอีกใช่ไหม?”

ทั้งสามที่มองไปยังชายหนุ่มครุ่นคิดกับคำพูดนั้นอยู่ชั่วครู่

‘ชั้นสองก็ยากจริงๆ… แต่เราแข็งแกร่งขึ้น และมันก็ยากแค่ตอนแรก หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุ้นเคยกับมัน’

ทั้งสามตัดสินใจและผงกศีรษะ

และหากพวกเขายังสู้ต่อไป พวกเขาอาจได้บางอย่างเช่นภารกิจนั่นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ

พวกเขาอาจเทียบกับฮันซูไม่ได้ แต่พวกเขายังเหนือกว่าคนอื่นด้านบน

‘และ… เรามาไกลขนาดนี้แล้ว เราปล่อยให้เขาไปคนเดียวไม่ได้’

ถ้ามีบางอย่างดี พวกเขาควรจะแบ่งกัน

ทั้งสามตัดสินใจที่จะติดตามอีกฝ่ายลงไปชั้นสามเช่นนั้น

 


TL: newbieจะมาสู้อะไรกับproได้เล่า

Facebook Comment