+100%-

บทที่ 2: การฝึกซ้อม (1)

บทที่ 2: การฝึกซ้อม (1)

 

 

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของฮันซูซึ่งถูกแช่แข็งจากแสงสว่างเริ่มฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว

‘มันสำเร็จ แต่หัวฉันจำเป็นต้องปวดขนาดนี้ไหม?’

เขารู้

เขารู้โดยสัญชาตญาณว่าเขาได้กลับมายังอดีตจริงๆ

ฮันซูทิ้งอาการปวดศีรษะออกไปก่อนจะเริ่มสำรวจรอบกาย

‘ฉันกลับมาในช่วงเวลาไหนกัน?’

เขาจำต้องรู้ว่าเขาได้กลับมาในอดีตในช่วงไหน

หากเขากลับมาช้าเกินไป เช่นนั้นทุกสิ่งก็จะไร้ค่า

ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้านั้น ฮันซูตระหนักได้ถึงสถานการณ์โกลาหลที่กำลังเกิดขึ้น

“เชี่ยเอ้ยยย! นี่มันอะไร? มีกล้องซ่อนอยู่ไหม?”

คนราวๆ หนึ่งร้อยหรือมากกว่านั้นได้ยืนอยู่พร้อมกับตะโกนออกมาอย่างวุ่นวาย

สถานที่นั้นคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟกังนัม แต่ว่าตอนนี้มันดูแตกต่างออกไปยิ่งนัก ตึกฮยองเดยังคงตั้งสูงชะลูด แต่กระจกทั้งหมดแตกละเอียด ทั้งยังมีเส้นสายต้นไม้แปลกประหลาดขึ้นอยู่ทั่ว

ภาพนั้นดูราวกับ 10 ปีหลังจากที่เกิดสงครามนิวเคลียร์

มันไม่ได้น่าประหลาดใจที่ผู้คนจะลนลาน

บางคนนั้นกระทั่งต่อสู้กันเองด้วยความหวาดกลัว

มันเป็นสถานการณ์ที่วุ่นวายอย่างแท้จริง

จากที่เห็น ฮันซูรู้ในทันทีว่าเขาได้กลับมาในช่วงเวลาใด

‘มันเป็นวินาทีแรกหลังจากที่เราถูกเคลื่อนย้ายมาอีกมิติ’

ปีที่เขาเกิดนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด

ปีนั้น ผู้คนเริ่มที่จะสูญหายจากทั่วโลก

ตอนแรกมันเพียงแค่ 100 คนต่อครั้ง จากนั้นจำนวนก็ได้เพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

ปีที่เขาอายุ 20 เขาเองก็ได้หายไปจากโลกแห่งความเป็นจริง

และเป็นตอนนั้นที่เขารู้ว่าคนที่หายไปนั้นไปอยู่ที่ใด

<อีกโลก>

พื้นที่กึ่งกลางถูกสร้างขึ้นในฐานะของอบิสและกลืนกินมิติอื่น

ภูมิประเทศและสิ่งก่อสร้างนั้นคล้ายคลึงความเป็นจริง ทว่ามีรายละเอียดที่โลกไม่มี

ที่แห่งนี้มีสัตว์อสูรจำนวนมากเดินไปทั่วด้วยอำนาจของอบิส และยังมีผู้คนที่มีพลังซึ่งมาจากโลกก่อนหน้าพวกเขากระจายไปทั่ว

5 ปีให้หลัง คนทั้งหมดจากมิติจริงจะถูกเคลื่อนย้ายมายังอีกโลก และหลังจากนั้นทางที่เชื่อมระหว่างอีกโลกและอบิสจะถูกเปิดออก กระตุ้นสงครามใหญ่ระหว่างพวกเขาและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในอบิสขึ้น

แน่นอนว่า 25 ปีก่อนหน้าเป็นเพียงแค่การฝึกซ้อมเท่านั้น

มันเป็นบางสิ่งที่ผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริงต้องข้ามผ่านก่อนจะร่วงหล่นสู่อบิส

จากมุมมุมหนึ่ง มันอาจเรียกได้ว่าเป็นความเมตตา แต่สำหรับฮันซู มันไม่ได้ใจดีถึงเพียงนั้น

มันเหมือนว่าให้เวลาเพียงเพราะมันจะน่าเบื่อหน่ายหากพวกเขาตายง่ายจนเกินไป

‘ไม่ว่ายังไง ก็ดีที่ฉันได้ย้อมกลับสู่จุดเริ่มต้น’

เขาได้รับเวลาพิเศษ 5 ปีก่อนที่อบิสจะเปิดออก

หากมันเป็นเวลาที่อบิสเปิดออกพอดี เขาย่อมลำบากและไม่อาจทำอะไรได้ แต่นี่นับเป็นสถานการณ์ที่ดี

ฮันซูเริ่มตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาหลังจากที่เข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบัน

เพราะว่าไม่มีใครสามารถขยับได้ก่อนที่แฟรี่จะออกมาและเริ่มการฝึกซ้อมพื้นฐาน มันเป็นเรื่องดีที่จะเตรียมตัวก่อนหน้า

‘อย่างที่คาด’

ทาบูร่า ราซ่า

สกิลที่เขารู้จักทั้งหมดและรูนที่เขาเติมเต็มไว้ในร่างกายได้หายไปจนหมด

‘เอาเถอะ ฉันสามารถรวบรวมมันได้ทั้งหมด ยังไงก็ตาม มันควรจะมาได้แล้ว’

ยามที่ชายหนุ่มสิ้นสุดความคิด บางสิ่งก็ลอยลงมาจากท้องฟ้า

‘มันมาแล้ว’

ฮันซูมองสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวขึ้น

แฟรี่ขนาดเท่าฝ่ามือมองไปยังมนุษย์รอบๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานล้ำ

“สวัสดีทุกคน ฉันเป็นผู้ช่วยและมาเพื่อช่วยพวกคุณให้เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว”

‘ชิ’

ฮันซูผู้ที่รู้ว่า ‘เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว’ ของเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กแสนอำมหิตนั้นหมายความว่าอย่างไรเดาะลิ้นอยู่ภายใน

‘ฉันรู้… มันต้องการเห็นเราสู้แล้ว’

เมื่อแฟรี่ปรากฏตัวขึ้นและกลิ่นอายแปลกประหลาดได้ครอบคุลมไปทั่วกลุ่มคน สถานการณ์ที่เหมือนจะไม่อาจควบคุมได้ก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ

แฟรี่นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นยิ่งนัก กระทั่งในสถานที่ที่ไม่ธรรมดานี้

แฟรี่ที่ระบายรอยยิ้มไปทั่วหน้ากวาดตามองรอบด้านที่เงียบลงก่อนจะเปิดปาก

“อย่างแรก ฉันอยากจะขอตอนรับทุกคนเข้าสู่อีกโลก พวกคุณทุกคนได้รับโอกาสอันยอดเยี่ยมแล้วในตอนนี้”

“เดี๋ยว เดี๋ยว เธอหมายความว่ายังไง? อะไรคืออีกโลก?”

แฟรี่จ้องมองไปยังชายที่เอ่ยถามคำถามอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงเมินอีกฝ่ายขณะที่มันเอ่ยเล่าเรื่องราวของมันต่อ

“ในสถานที่แห่งนี้ พวกคุณได้รับอิสระอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าพวกคุณจะทำอะไรจะไม่มีใครมาลงโทษพวกคุณ กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่พวกคุณเคยต้องทำตามไม่มีในที่แห่งนี้”

“…”

“และไม่ใช่แค่นั้น เราไม่อาจเรียกมันได้ว่าโอกาสด้วยตัวมันเอง พวกคุณทุกคนต่างไม่มีขีดจำกัดทางร่างกายเช่นในอดีต”

“อะไรนะ…?”

“ตอนนี้พวกคุณทุกคนสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกคุณทำ เหมือนกับฮีโร่ในหนัง”

แฟรี่จ้องมองไปยังเหล่ามนุษย์ที่สับสนนั้น รอยยิ้มของมันไม่ได้เลือนหายไปจากใบหน้าขณะที่มันเปิดปากขึ้นอีกครั้ง

“ฉันจะแสดงตัวอย่างให้พวกคุณเห็นเร็วๆ เพราะว่าฉันมาเพื่อเร่งความเร็วของกระบวนการ”

แฟรี่ชี้นิ้วของมันไปยังชายที่ตะโกนออกมาเป็นคนแรก

จากนิ้วที่อ่อนแอและเปราะบางนั้น เส้นแสงได้ถูกยิงออกมาและเสียบตรงเข้าไปยังหัวใจของชายคนนั้น

พรวด

“คุ… คั่ก…”

“ฉันไม่ชอบคนพูดมาก”

ในตอนนั้นเอง ทุกคนได้ตระหนักว่าสภาพแวดล้อมใหม่นั้นไม่ได้น่ายินดีกับพวกเขาไปเสียทั้งหมด

“ฮึกก… เฮือก…”

“ดีมาก เราจะต่อกันได้รึยัง?”

จากนั้น แฟรี่จึงได้บินตรงไปยังศพของชายคนนั้น

บางสิ่งแปลกประหลาดได้เกิดขึ้น

เหนือศพของชายคนนั้น สัญลักษณ์โปร่งแสงส่องสว่างขนาดราวๆ ฝ่ามือได้ปรากฏขึ้น

แฟรี่จับสัญลักษณ์นั้นไว้และเอ่ยขึ้น

“นี่คือ <รูน> สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างมีรูนอยู่ในตัว และหากพวกคุณฆ่ามัน รูนก็จะออกมาแบบนี้ แต่ว่าสิ่งที่ออกมานั้นจะเป็นการสุ่ม”

แฟรี่ที่ไม่สนใจความหมายอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหลังของคำพูดของมันมองไปรอบๆ อย่างไม่ใส่ใจขณะที่มันเอ่ยต่อ

“มาดูสิ เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ใคร… ที่ฉันควรจะให้มัน?”

ทุกคนลังเล

ถ้าพวกเขาแสดงตัวออกไป พวกเขาอาจเผชิญกับสถานการณ์เดียวกับศพนั่น

ในตอนนั้น ฮันซูได้ยกมือของเขาขึ้น

เขาชอบแฟรี่นั่นมากแค่ไหนเป็นเรื่องรอง

รูนอันหนึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างมากในยามเริ่มต้น

นอกจากนั้น มันยังไม่มีความเสี่ยงอีกด้วย

ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่ยกมือ

แฟรี่มองไปยังฮันซูด้วยสายตามีความหมาย

“ดีมาก ฉันชอบความตั้งใจของคุณ เอานี่ไว้วางไว้เหนือฝ่ามือของคุณ”

รูนถูกดูดเข้าไปในร่างของเขา

จากภายนอกนั้น ไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากมาย

แต่แฟรี่มองไปยังชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

“มันไม่ยอดเยี่ยมเหรอ? รูนพวกนี้ทำลายกฎของร่างกายทั่วไป กล้ามเนื้อของคุณสามารถยกของหนักได้เพียง 117.1 กิโลกรัมก่อนหน้า แต่ตอนนี้มันเพิ่มขึ้นเป็น 122.3 กิโลกรัมแหนะ”

“…”

ฮันซูมีสีหน้าเฉยเมยทำให้แฟรี่รู้สึกอึดอัดเล็กๆ ก่อนที่มันจะหันไปเอ่ยต่อ

“ปฏิกิริยาค่อนข้างธรรมดา อย่างไรก็ตาม มันกลับมีความแตกต่างในความสามารถจำนวนมากที่คนผู้หนึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้ และมีรูนจำนวนมากตามความแตกต่างนั้น ในบรรดาทั้งหมดมีความสามารถพิเศษที่วิทยาศาสตร์ที่พวกคุณวุ่นวายด้วยเมื่อก่อนไม่อาจอธิบายได้ มาดูกัน… มันคงจะดีถ้าจะแสดงอะไรให้ดูอีกครั้ง”

แฟรี่มองไปรอบๆ

ทุกคนหวาดกลัวและร่างกายสั่นสะท้านจากสีหน้าราวกับเลือกเหยื่อของสิ่งมีชีวิตร่างเล็ก สีหน้านั้นนับว่าเที่ยงตรงเกินไป

มันต้องการจะฆ่าคนอีกในฐานะของวัตถุดิบทดลองเพื่อเอารูนอีกอัน

แฟรี่ยักไหล่ขณะที่มันมองไปรอบๆ

“หยุดแค่นี้แล้วกัน ฉันชอบเลข 100 ยังไงก็ตาม จำใส่ใจไว้ว่าไม่มีอะไรแย่ในรูนพวกนั้นที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้ ถ้าพวกคุณต้องการที่จะแข็งแกร่งตั้งแต่ตอนนี้ พวกคุณต้องเก็บสะสมรูนจำนวนมาก กล้ามเนื้อของพวกคุณจะไม่พัฒนาไม่ว่าพวกคุณจะวิดพื้นมากแค่ไหน”

ในบรรดาคำเหล่านั้น ทุกคนก็เริ่มมองไปรอบด้านพร้อมกับถอยหลังอย่างเชื่องช้า

ถ้าพวกเขาถูกฆ่า รูนจะออกมาและจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้คนอื่น

พวกเขาสามารถจินตนาการได้เลยว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด

สิ่งมีชีวิตร่างเล็กมีความสุขกับบรรยากาศแปลกประหลาดเบื้องล่าง บนใบหน้าของมันระบายไปด้วยรอยยิ้มขณะที่เปิดปากออก

“ถ้าพวกคุณแตะไปที่หูขวา พวกคุณจะสามารถเห็นได้ว่าคุณมีรูนอะไรบ้าง มนุษย์ดูเหมือนจะชอบอะไรที่เป็นตัวเลข ดังนั้นแล้วเราจึงได้จัดการให้เมื่อ 15 ปีก่อน พวกคุณแค่ต้องรู้ว่าสถานะมาตรฐานของมนุษย์นั้นอยู่ที่ 10”

จากคำพูดเหล่านั้น ทุกคนจึงเริ่มแตะหูของตนเอง

[คังฮันซู]

พลังกาย: 11

ความอดทน: 9

‘พลังกายเพิ่มขึ้น 1’

เป็นค่าสถานะที่เรียบง่ายและเส็งเคร็ง

แต่ทุกคนก็เปิดเช่นนี้ในตอนแรก

มันคงจะแปลกถ้าคนธรรมดามีมานา

เมื่อคนผู้หนึ่งเริ่มออกล่าและเก็บรวบรวมรูน มานา พลังเวท พลังป้องกันกายภาพ และพลังป้องกันเวทมนต์จะถูกเพิ่มขึ้น

มันไม่สำคัญว่าสิ่งที่พวกเขาล่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อสูร

“หืมม.. เขาอาจมีราวๆ 17”

ฮันซูพึมพำขณะที่มองชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ห่างออกไปในระยะหนึ่ง

เป็นร่างกายที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี

ในตอนนี้ เขาเป็นผู้แข็งแกร่งในบรรดาคนทั้งหมด

11 และ 17 นั้นห่างกันเพียงแค่ราวๆ 1.5 เท่า แต่มันไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น

ทว่าเขาอาจอยูในสถานการณ์ที่ดีกว่าในตอนแรกแรกด้วยพลังกายเท่านั้น

มันมากสำหรับผู้หญิงที่มีเพียงแค่ 3 หรือ 4

แฟรี่แย้มยิ้มก่อนจะเอ่ยขณะที่มันมองไปยังความปั่นป่วนเบื้องล่าง

“จุดเริ่มต้นอาจไม่ยุติธรรม… แต่ว่าสถานที่ที่พวกคุณเคยอยู่ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? เอาล่ะ ฉันจะให้โบนัสกับพวกคุณ ดังนั้นแล้วอย่าได้เศร้าไป”

แฟรี่แตะลงไปที่ก้นของมันขณะที่มันพูด

ทุกคนเริ่มคลำจับไปที่ก้นของพวกเขาโดยไม่ยั้งคิด

มีบางสิ่งอยู่ตรงนั้น

พวกเขาเห็นสิ่งที่ออกมาจากกระเป๋าของพวกเขา ก่อนที่ใบหน้าจะขาวซีดลง

มีดสั้นคมกริบซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนได้ออกมาจากกระเป๋าของทุกคน

โดยปกติแล้ว มันอาจทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้น แต่ความคิดที่พวกเขาจะกลายเป็นเหยื่อเพื่อไอเท็มและความจริงที่ว่าผู้ที่อยู่ข้างๆ พวกเขาเองก็มีมันเช่นกันนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีแม้แต่น้อย

แฟรี่หัวเราะขณะที่มันเฝ้ามอง

“อย่างน้อยพวกคุณก็ต้องการมันเพื่อทำบางอย่าง ลืมอดีตไปซะและใช้โอกาสที่ถูกมอบให้พวกคุณ บทฝึกซ้อมที่ฉันสร้างจะเริ่มต้นขึ้นในตอนนี้ ดังนั้นแล้วขอให้โชคดี”

ร่างของแฟรี่เลือนหายไปในหลุมที่ปรากฏขึ้นกะทันหัน

เมื่อร่างเล็กนั้นหายไป ผู้คนจึงเริ่มพึมพำ

“… บทฝึกซ้อม?”

ทุกคนยังคงเคร่งเครียดจากคำพูดชั่วร้ายนั้นเมื่อปรากฏเสียงหนึ่งดังขึ้นจากบางที่

ทุกคนตื่นตัว พวกเขาต่างก็มองไปยังแหล่งที่มาของเสียง

กร๊าซซซ!

สัตว์อสูรตัวเล็กหน้าตาพิกลพิการปรากฏตัวขึ้น

“… ก๊อบลิน?”

ทุกคนรู้จักมันจากหนัง ใบหน้าพลันบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว

แฟรี่ได้ปรากฏตัวขึ้นจากหลุมก่อนจะเอ่ยบางอย่าง

มันเป็นบทฝึกซ้อม

มันดูเหมือนง่าย แต่คำพูดของแฟรี่นั้นไม่อาจธรรมดาได้

มันมีก๊อบลินมากกว่า 200 ตัว

แม้ว่าจะมีคน 100 คนและก๊อบลินนั้นสูงเพียงครึ่งของตัวพวกเขา มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะยังสามารถยืนนิ่งพร้อมกับจิตใจที่สงบเยือกเย็น

ทว่าดูเหมือนว่าเหล่าก๊อบลินจะมีความคิดเดียวกันเมื่อพวกมันมองกลับมายังพวกเขาด้วยท่าทางโหดร้ายแต่ไม่ได้เข้าใกล้พวกเขา

ในสถานการณ์ตึงเครียด บางคนได้เอ่ยขึ้นอย่างเงียบเชียบจากเบื้องหลัง

“อย่าไปยั่วโมโหพวกมัน และค่อยๆ ถอยหลัง”

ทุกคนผงกศีรษะให้กับคำพูดนั้น

พวกเขาล้วนเห็นด้วยอย่างเงียบงัน

พวกเขาเห็นมันในข่าว

ไม่ว่าคุณจะทำอะไรได้ จงวิ่งถ้าหากอีกฝ่ายมีของมีคมอยู่ในมือ

พวกเขาเองมีมีดสั้น แต่ใครกันที่จะต้องการสู้ดาบต่อดาบกับสิ่งมีชีวิตพวกนั้นกัน?

ทว่า ฮันซูส่ายศีรษะ

สิ่งพวกนั้นเป็นพวกมีความคิดโหดเหี้ยม พวกมันจะเพียงแค่ส่งคนแคระจำนวนนึ่งมาและเรียกมันว่าบทฝึกซ้อมได้อย่างไร?

“…หืม?”

ขณะที่พวกเขาเดินถอยหลังอย่างเชื่องช้า บางคนก็ได้หยุดลงพร้อมกับครางออกมา

บางคนรู้สึกหงุดหงิดก่อนจะเอ่ยขึ้น

“นายทำอะไรอยู่? เดินต่อไป เราต้องหนี”

ชายผู้นั้นเอ่ยตอบ

“ไม่… มันแปลก มีบางอย่างอยู่ตรงนี้ กลางอากาศ”

“อะไรนะ?”

ผู้คนรีบหันหลังกลับเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น

จากนั้นพวกเขาจึงตะโกนออกมาอย่างฉุนเฉียว

“ฉิบหายเอ้ย! นี่มันอะไร? มันถูกขวางเอาไว้!”

“นี่ด้วย!”

ผู้คนเริ่มที่จะทุบตีกำแพงขณะที่ตะโกนโหวกเหวก

ในตอนนั้น บางคนได้ชี้ไปยังสิ่งหนึ่ง

“เฮ้… ไอ้นี่มันขยับมาทางเราช้าๆ”

“… อะไรนะ?”

ผู้คนเริ่มแนบตัวชิดกับกำแพง

พวกเขาล้วนขมวดคิ้วมุ่น

กำแพงกำลังดันตัวพวกเขากลับไป

กี้!

พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากไกลๆ ทั้งหมดหันไปทางต้นเสียง

ในที่แห่งนั้น ก๊อบลินเองก็ได้ถูกดันมาทางพวกเขา

กำแพงที่มองไม่เห็นนี่ยังคงผลักดันพวกเขา พวกเขาหงุดหงิดและเริ่มที่จะฟันสิ่งที่กีดขวางทาง แต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

กร๊าซซซซ!

“เวร…”

พวกเขาเห็นก๊อบลินที่จับจ้องมาทางพวกเขา ผู้คนกำมีดสั้นของพวกเขาแน่นขึ้น

ในตอนนี้ พวกเขาจำต้องสู้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

ในตอนนั้นเอง บางคนได้ทะลุออกไปอีกฝั่งของกำแพง

“หืม? อะไรกัน? นายออกไปได้ไง?”

“อู… ฉันก็ไม่รู้ เหมือนจะเป็นตรงนั้น?”

คนผู้หนึ่งทะลุผ่านกำแพงใส

และใจกลางอากาศที่ชายผู้นั้นลอดผ่านได้ปรากฏตัวเลขขึ้น

<49>

“… 49?”

ผู้คนเอ่ยพึมพำ บางคนมองไปรอบๆ ก่อนจะวิ่งผ่านจุดนั้น

ตัวเลขเปลี่ยนไป

<48>

ในตอนนั้นเอง ทุกคนได้ตระหนักถึงความจริง

50 คนสามารถออกจากกำแพงนี้ได้

คนอีก 50 คนที่เหลือจะต้องต่อสู้กับไอ้ตัวพวกนั้น

ทันใดนั้น ทุกคนได้เริ่มวิ่งตรงไปยังช่องว่างเล็กๆ นั่น

“ไสหัวออกไปจากทางของกู!”

“กูจะออก!”

“อ๊ากกก!”

ฮันซูส่ายศีรษะให้กับภาพนั้น

หากคนทั้ง 100 ต่อสู้อย่างจริงจัง พวกเขาอาจเอาชนะได้

ส่วนมากอาจตาย แต่อย่างน้อย 20 คนจะรอด

แต่หากมันเป็นเช่นนั้น เรื่องราวจะเปลี่ยนไป

ในความจริงนั้น เมื่อก๊อบลินเห็นมนุษย์สู้กันเอง ดวงตาของพวกมันก็เปล่งประกายและเริ่มวิ่งตรงไปยังกลุ่มมนุษย์

ครั้งแรกที่ฮันซูมายังที่แห่งนี้ มนุษย์ได้ตายไป 40 คนด้วยน้ำมือของก๊อบลิน

‘อย่างแรก จัดการสถานการณ์นี้ จากนั้นจึงขยับไปที่ขั้นต่อไป’

มีหลายสิ่งที่ต้องทำ

เมื่อชายหนุ่มตัดสินใจแล้ว ร่างกายของเขาก็เริ่มบิดเกลียวขณะที่กล้ามเนื้อของเขาขมวดแน่นขึ้น

 


TL: เรื่องนี้อาจจะมีคำหยาบบ้างพอประมาณเพื่ออรรถรสนะคะ

Facebook Comment