+100%-

ตอนที่ 381 – สมบัติล้ำค่า เพชรสายฟ้า

ตอนที่  381  สมบัติล้ำค่า เพชรสายฟ้า

“น้องชาย, เจ้าชื่ออะไร?”  แอนนาถามคำถามแรก

“ซานชิว” เย่ว์หยางบอกชื่อปลอม

“ชื่อนั่นโบราณคร่ำครึมาก”  เป่าเอ๋อเบะปากน่ารัก  รู้สึกว่าชื่อของเจ้าผู้นี้เชยจริงๆ

“ข้าคิดว่าเพราะดีนะ!” เย่ว์หยางตอบอย่างภาคภูมิใจ ทำให้เปล่าเอ๋อเหลือกตา

“เจ้ามาจากที่ไหน?” แอนนาถามคำถามที่สอง

“ทวีปกู่ฟง”  เยว์หยางโกหกได้โดยไม่ต้องกระพริบตาอยู่แล้ว

“ข้ารู้จักที่นั่น เป็นดินแดนที่ถูกปีศาจรุกราน แต่ผู้อยู่อาศัยยังคงเป็นมนุษย์โดยมีมนุษย์ไม่กี่คนปกครองประเทศ เช่นประเทศโนอา, บาร์บี สิ่งที่มีชื่อเสียงในทวีปกู่ฟงเป็นพิเศษก็คือ ปะการังทะเลสีฟ้า  เป็นวัสดุมีค่า มีประสิทธิภาพในการรักษาพิษหยิน  แต่คนชั้นสูงมากมายใช้เป็นเครื่องประดับห้องโถง  จริงสิ ศิลาแดงแห่งทวีปกู่ฟงก็มีชื่อเสียงมาก  มีชื่อเสียงมากจนทุกคนต้องมีเก็บไว้  มันใช้เป็นสัญลักษณ์ของนักรบทวีปกู่ฟง”  หลังจากแอนนาพูดเรื่องเช่นนี้  สมองเย่ว์หยางปวดแปลบปลาบทันที  นางรู้มากเกินไป  ถ้าเขาตอบไม่ระวัง  อย่างนั้นเขาจะถูกเปิดโปงได้ง่าย

“ใช่แล้วปะการังทะเลสีฟ้ามิเพียงใช้รักษาพิษหยินเท่านั้น  แต่ยังถูกนำมาใช้ดึงดูดล่อปลาดาวทองด้วย  ผลึกเวทจากปลาดาวทองเหล่านี้ถือว่าเป็นของที่หาได้ยากมาก  มันสามารถหลอมเข้ากับโลหะคุณภาพสูง  และยิ่งขาดไม่ได้ในการใช้สร้างอาวุธและหุ่นกล”  เย่ว์หยางเคยเห็นบันทึกในสารานุกรมหุ่นกลก่อนนั้น ดังนั้นเขาจึงเสริมได้อย่างรวดเร็ว

“ข้าได้ยินว่าเพราะการรุกรานของปีศาจ  ชาวทวีปกู่ฟงจึงแต่งงานกันตั้งแต่เยาว์วัยเพื่อปกป้องสตรีถูกฉุดคร่าและถูกปีศาจทำให้มัวหมอง  บุรุษและสตรีอายุ 8-9 ปีก็จะถูกจับคู่ให้แต่งงาน เรื่องนี้จริงไหม?” ลีนตั้งคำถาม

“…..” เย่ว์หยางถึงกับเหงื่อตก ใครจะไปรู้กันเล่าว่าทวีปกู่ฟงมีธรรมเนียมทางสังคมอย่างนั้น

“น้องชาย ทวีปกู่ฟงมีกฎเกณฑ์แบบนี้ด้วยเหรอ?”  เจ้าอ้วนไห่สอดประสาน ต้องการคาดคั้นเอาคำตอบจากเย่ว์หยาง

“ไม่นี่, สถานที่ปีศาจปกครองก็มีแต่เพียงเมืองใหญ่  พลเมืองหลายคนหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่าเขา  แม้ว่าจะมีการแต่งงานเร็วไปบ้าง  แต่ก็ไม่เร็วถึงขนาดนั้น”  เย่ว์หยางฝืนใจตอบ  เขาตอบตามที่หญิงสาวที่ถือมีดผู้พึ่งพาพี่ชายนางและยังไม่มีสามี เคยตอบเขา  การแต่งงานเร็วในช่วงอายุ 8-9 ปี ไม่น่าจะมีในทวีปกู่ฟง  ต่อให้มี ก็ไม่ได้บังคับใช้กับนักรบ  นอกจากนี้ แม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกัน จะหมายความว่าปีศาจจะมิฉุดคร่าเจ้าสาวอย่างนั้นหรือ?  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง  ข้อกำหนดที่แต่งงานเร็วก็คงไม่จำกัดอยู่เพียงทวีปกู่ฟง  อาจจะมีเผ่าพันธุ์อื่นที่มีกฎเกณฑ์อย่างนั้น  การแต่งงานเร็วเพื่อหลบหนีการประหัตประหารของปีศาจเป็นเรื่องน่าขัน  ทำให้พวกปีศาจดูเหมือนกลายเป็นเด็กดีที่ทำตามกฎเกณฑ์

ความจริง เป้าหมายหลักในการพิชิตของปีศาจก็คือกำจัดนักรบของทวีป

พวกมันกำจัดอันตรายที่จะเกิดจากศัตรูที่ทรงพลังและควบคุมการเติบโตของท้องถิ่น  จากนั้น พวกมันจะแพร่เผ่าพันธุ์นักรบตนเอง  เพื่อปกครองเผ่าพันธุ์ต่างๆ  ชัยชนะไม่ได้มีเพื่อกำจัดเผ่าพันธุ์อื่น  มิได้ล่วงประเวณี  ขึ้นอยู่กับรูปแบบร่างกายของปีศาจและมาตรฐานความงาม  คงเป็นเรื่องแปลกที่พวกมันจะชอบมนุษย์ผู้หญิง

สตรีที่ปีศาจชอบจะต้องมีหางยาว เขายาว  มีเกล็ดปกคลุมทั้งตัว  มีหางหนามยื่นออกมาจากก้นกบ  สตรีที่สวยที่สุดจะมีทั้งร่างอาบอยู่ในเปลวไฟ

ไม่ว่าจะเป็นอกปทุมถันและบั้นท้ายของมนุษย์ต่างจากมาตรฐานปีศาจมากมาย

มาตรฐานความงามสำหรับเผ่าพันธุ์ต่างๆ ยังแตกต่างกันมาก

สิ่งเดียวก็คือบางเผ่าพันธุ์อย่างเช่นมนุษย์มีประชากรมากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น  จำนวนประชากรพวกเขานับไม่ถ้วน  ดังนั้นความงามของหญิงชาวมนุษย์ ขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนส่วนใหญ่

นับประสาอะไรกับเผ่าพันธุ์อมนุษย์อย่างเผ่าโลหะ, เผ่ามือโต, เผ่าครีบ, และเผ่าเจาะ หรือพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเผ่าแคระ, เผ่าปิ๊กมี่, เผ่าจินน์, เผ่ายักษ์, เผ่าทอเรน, เผ่ามนุษย์หมาป่าและอื่นๆ  ไม่เคยให้ความสนใจหญิงมนุษย์เลย  พวกเขาไม่ชอบผู้หญิงน่าเกลียดอยู่แล้ว

เย่ว์หยางเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มาหลายเล่ม  เป็นเรื่องยากที่จะเห็นปีศาจรุกรานเข้ามาเพื่อฆ่าคน, จับกิน หรือขืนใจ  แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะต้องฆ่าพลเรือน  กองทัพปีศาจก่อให้เกิดการนองเลือดแน่นอน  ทว่าพวกมันฆ่าแต่เพียงทหารกับนักรบเท่านั้น  ตราบใดที่พลังความแข็งแกร่งของพวกเขาเกินเกณฑ์  พวกปีศาจจะต้องฆ่าพวกเขาให้ได้แน่นอน  หลังจากนั้นพวกมันจะควบคุมพื้นที่การเติบโต ไม่ยอมให้นับรบอื่นปรากฏตัว  ถ้านักรบอื่นปรากฏตัว  พวกมันจะฆ่าทันที  พวกมันดูถูกการฆ่าผู้อ่อนแอ  ก็เหมือนกับมนุษย์ที่ไม่ยอมฆ่ามดจนหมดโลก

พวกปีศาจจะฆ่า, กินคนและขืนใจสตรีก็อาจมีบ้าง  แต่นี่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักในการเปิดศึก

นี่เป็นเพราะปีศาจระบายอารมณ์จากสัญชาตญาณตื่นตัวในสนามรบนั่นเอง

ส่วนใหญ่ปีศาจจะไม่ค่อยฉลาด  พวกมันแค่ดำเนินการตามคำสั่ง  พวกควบคุมเผ่าปีศาจที่แท้จริงจะมีสถานะระดับสูงเช่น ขุนพลปีศาจ, ผู้บัญชาการปีศาจ, แม่ทัพปีศาจและจ้าวปีศาจ  ปีศาจทั่วไปจะเป็นทาสมีชีวิตที่น่าสงสาร  พวกมันถูกระบุให้เป็นเครื่องมือสงครามทันทีที่เกิดมา

เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะปีศาจเท่านั้น  ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนก็ตาม  การกระทำเยี่ยงเดรัจฉานอย่างการฆ่า, กินและข่มขืน มักจะเกิดขึ้นในช่วงสงคราม

แม้แต่ในทวีปมังกรทะยานก็ตาม  ผู้ชนะมักจะก่อเรื่องชั่วไว้มาก

แน่นอน แม้ว่าพวกปีศาจจะมีพวกชั่วร้าย  แต่ชาวทวีปกู่ฟงก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานเร็ว เพื่อเลี่ยงมิให้ปีศาจกำจัดได้  เด็ก 8-9 ปีจะเข้าใจอะไร?  ประสาอะไรกับคนที่เป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น  พวกที่เป็นผู้ใหญ่ช้าบางคนอาจจะรู้แต่ว่าอวัยวะของตนมีไว้ใช้ปัสสาวะเท่านั้น  เรื่องการร่วมหอลงโลงกับเจ้าสาวในคืนแรกมีแต่มนุษย์ชั่วร้ายเท่านั้นที่ทำได้

“เป็นไปไม่ได้,  ชาวทวีปกู่ฟงช่างล้าหลังยิ่งนัก! ทวีปมังกรทะยานของพวกเรา อายุ 8-9 ปีก็เป็นพ่อคนแม่คนกันแล้ว!”  เจ้าอ้วนไห่โม้บ้าง

“เจ้าหมายถึงว่าเด็กอายุ 8-9 ขวบก็กลายเป็นพ่อเป็นแม่ และจากนั้นก็แวะไปเที่ยวเล่นกับลูกๆ ของคนอื่นตามปกติใช่ไหม?”  เย่ว์หยางพูดขึ้นอย่างฉุนเฉียว

“ข้าแค่พูดวิจารณ์เท่านั้น อย่าโกรธข้าเลย…”  เจ้าอ้วนไห่เอ่ยถามอีกครั้ง “น้องชาย  เจ้าแต่งงานหรือยัง? เจ้าพอใจในชีวิตได้หรือยัง?”

“ไสหัวไป!”  เย่ว์หยางเดือดดาลถีบเจ้าอ้วนไห่ออกไป

“เฮ้! กล้าดียังไงทำร้ายคนอื่น?”  สาวทอเรนสังเกตว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง  เจ้าเด็กนี่ฉุนเฉียวได้ง่ายเกินไป  พวกเขาพูดคุยกันดีๆ จู่ๆ ก็ทำร้ายกันแล้ว

“ทุกคน ได้โปรดเงียบ”  แอนนาขอให้ทุกคนหยุดทะเลาะเพื่อที่ว่านางจะได้สอบถามต่อได้  นางจริงจังมาก  แต่สายตานางคล้ายกับยิ้มเหมือนพี่สาวที่จับผิดน้องชายซุกซน  “ซานชิว, เจ้ามาถึงหอทงเทียนชั้นที่หกเมื่อไหร่?  มีกลุ่มทำงานร่วมหรือยัง? ถ้าเจ้าไม่ว่ากระไรมาร่วมกลุ่มกับเราหาประสบการณ์ดีไหม?  แม้ว่าเราจะไม่แข็งแกร่งนักแต่ก็เป็นกลุ่มที่เหนียวแน่นมาก”

“เดี๋ยวก่อน  ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเด็กตัวร้ายนี่เข้าร่วมกลุ่มกับเรา”  สาวทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยคัดค้านเป็นคนแรก

“เราก็ไม่เห็นด้วย”  สี่สาวคิวบัวร์ยังรู้สึกว่าการตัดสินใจเช่นนี้บุ่มบ่ามเกินไป

“ถ้าเจ้าลูกผู้ดีนี้ต้องตามไปฝึกฝนหาประสบการณ์กับเรา  เขาคงจะร้องไห้หวาดกลัวเมื่อไปถึงโกรกธารแมงมุม”  นิสัยไม่ดีอย่างหนึ่งของเป่าเอ๋อก็คือ ชอบดูถูกสมาชิกใหม่ของกลุ่มเสมอ  ความจริง ความกล้าของนางยังน้อยอยู่มาก  แต่นางพอใจจะทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่คอยสอนสมาชิกใหม่

“ท่านมีเงื่อนไขใดบ้าง? ปกติกลุ่มของท่านไม่ใช่พวกที่ครึกครื้นที่สุดใช่ไหม?”  แอนนาสังเกตว่าเจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ มักจะมีนิสัยครึกครื้นก็ยังไม่พูดอะไรเลย

“อะแฮ่ม, ในที่สุด ข้าก็พบคนที่อ่อนแอกว่าข้า, นี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?  ถ้าเขากลายเป็นสมาชิกในกลุ่มของเรา  ข้าจะได้รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าอยู่บ้าง”  เจ้าอ้วนไห่หัวเราะลั่น  ได้ยินเช่นนี้นัยน์ตาของแอนนาเป็นประกายทันที  คล้ายกับว่านางได้รับคำยืนยันบางอย่าง  แม้แต่ลีนและเลโอก็ยังขมวดคิ้วเล็กน้อย  เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าอ้วนไห่ผู้นี้จะคัดค้านต่อต้านมากที่สุดไม่ให้เพิ่มสมาชิกใหม่ของกลุ่ม  ไม่ว่าภารกิจจะเป็นเช่นไร จะอันตรายหรือยากเย็นเพียงใด เขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้เพิ่มคนใหม่และยอมกัดฟันต่อสู้อย่างขมขื่น

“ข้ายอมให้คะแนนข้าด้วย”  เย่คงยักไหล่

“ข้าสนับสนุนน้องเป่าเอ๋อ  เราไม่ยอมให้เขาเข้าร่วม  เว้นแต่เขาเอาของดีๆ ให้เราสัก 2-3 ชิ้น”  หลังจากองค์ชายเทียนหลัวพูดอย่างนี้  เป่าเอ๋อปรบมือสนับสนุนทันทีและเห็นด้วย  ความจริง นางไม่ได้คัดค้านการเข้าร่วมกลุ่มของเจ้าลูกผู้ดีคนนี้

“เจ้าล่ะ ว่ายังไง?” แอนนาถามเสวี่ยทันหลาง บุรุษน้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม  ปกติวันทั้งวัน เขาจะไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

“ก็แล้วแต่เขา!”  เมื่อเสวี่ยทันหลางพูด  ลีนถึงกับงุนงง เหมือนกับว่าเพิ่งได้พบเหตุอัศจรรย์  แม้แต่แอนนาก็ดูเหมือนจะคาดเดาได้ว่าเสวี่ยทันหลางจะพูดเช่นนี้

“ทุกคนลงคะแนน” แอนแสดงให้เห็นว่านางใส่ใจกับเสียงส่วนใหญ่

“เฮ้, ท่านลืมถามความเห็นของข้าไปหรือเปล่า?”  เย่ว์หยางรู้สึกผิดปกติ  นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?  บังคับให้เขาให้เข้าร่วมกลุ่มอย่างนั้นหรือ?

“คนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์จะพูดเรื่องนี้”  เป่าเอ๋อกลัวว่าเขาจะไม่เห็นด้วยก็เลยขัดขวางไม่ให้เขาแสดงความคิดเห็น

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”  เจ้าอ้วนไห่หัวเราะสมองแทบระเบิด  เขาไม่เคยคาดคิดว่าเย่ว์หยางจะมีเวลาเช่นนี้ ถูกบังคับให้ยอมตาม  ถ้าคนอื่นพบว่าคนไร้เทียมทานและหยิ่งอย่างคุณชายสามตระกูลเย่ว์ถูกสาวน้อยเผ่าเอลฟ์ใช้คำพูดเอาชนะเขาได้  พวกเขาคงพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หัวเราะอย่างเดียว

“เขาเข้าร่วมก็ได้ แต่เขาต้องดูแลเรื่องอาหาร  ความแข็งแกร่งของเขาแค่เพียงพอจะเป็นพ่อครัวได้เท่านั้น”  ทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยมองดูพลังของเขาแล้วตอบอย่างไม่เต็มใจ

“ใช่แล้ว, ใช่แล้ว   เขาเป็นได้แค่พ่อครัว…” เจ้าอ้วนไห่พยักหน้าเสริมอย่างแข็งขัน  เขาเกลียดที่ว่าไม่สามารถบันทึกช่วงเวลาเช่นนี้ไว้ แล้วเผยแพร่ไปทั่วทั้งทวีปมังกรทะยานได้รับทราบ

“ข้าชอบของหวาน และรสต้องอ่อนด้วย”  เป่าเอ๋อสั่งเย่ว์หยาง

“พวกเราสี่คนชอบบาร์บีคิว, ต้องชิ้นโตๆ ด้วยนะ”  สี่สาวคิวบัวร์พูดขึ้นอย่างไม่เกรงใจ

“พวกท่านพูดจบหรือยัง?”  เย่ว์หยางแทบจะเป็นบ้า

“ไปกันเถอะ, เราต้องไปโกรกธารแมงมุม เพื่อให้เสร็จสิ้นภารกิจรวบรวมวัสดุ  เราแทบไม่อาจรอได้แล้ว”  เป่าเอ๋อพูดต่อไม่สนใจการประท้วงของเขา

“ดู….”

จู่ๆ เย่ว์หยางก็ชี้ไปที่ท้องฟ้า

ทุกคนมองตามตำแหน่งที่เขาชี้ด้วยความสงสัย

ทว่า พวกเขาไม่เห็นสิ่งใด  นอกจากคนทั้งหมดแล้ว มีแต่เจ้าเด็กนี่ที่มีสีหน้าจริงจัง  เป็นไปได้ไหมว่าบนท้องฟ้ามีบางอย่างจริงๆ? แม้แต่เจ้าอ้วนไห่ก็ยังถูกหลอกให้เงยหน้าดู

“เจ้ากำลังมองอะไร?”  เป่าเอ๋องงงัน เห็นอยู่ชัดเจนแล้วว่าในท้องฟ้าไม่มีอะไร

“เครื่องบินลำหนึ่ง, ดูตรงนั้น, มันบินอยู่ตรงนั้น”  เย่ว์หยางเคลื่อนนิ้วและชี้ไปทางทิศตะวันตกอย่างจริงจัง

“ข้าไม่เห็นเลย  ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น”

“มันคืออสูรล่องหนหรือเปล่า?”

“เจ้าเห็นมันหรือ? ข้ามองดูจนตาแทบเล็ดแล้ว  มันคืออะไร?”

ขณะที่ฟ่านหลุนเถี่ยและคนอื่นๆ คุยกันอย่างสนุกสนาน  จู่ๆ เป่าเอ๋อก็ร้องขึ้น  ทุกคนหันไปดูและพบว่า เจ้านั่น เจ้าคนที่ตะโกนว่ามีเครื่องบินในท้องฟ้าเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว  และพาหมาป่าปีศาจหลังเหล็กอสูรทองแดงระดับ 3 ไปด้วย เขาพุ่งเข้าไปในประตูเทเลพอร์ตและหายไปไม่เหลือร่องรอยทันที

แอนนาและลีนถึงกับเหงื่อตก

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนมองหน้ากันและกันทันทีได้แต่ยิ้มให้กัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางลูบศีรษะเป่าเอ๋อที่เกือบร้องไห้และยิ้มปลอบนาง “เขาจะกลับมาแน่นอน  เขาไม่ได้หลบหนี เราจะเจอเขาในครั้งต่อไป”

เย่ว์หยางกลับมาที่ป้อมสายฟ้าและกลับคืนสถานะนักสู้ปราณก่อกำเนิดของเขา

จั๊ดด์พูดด้วยมารยาทที่แตกต่างไป  ขณะที่เขาพูดอย่างขมขื่นว่าเขาล้มเหลวในการจดทะเบียนหอการค้าไตตัน  เขาอธิบายว่าในร้อยปีที่ผ่านมา  หอการค้าไตตันมีอยู่แล้ว  เพียงแต่มีขนาดเล็กมากและไม่เป็นที่รู้จักเท่าใดนัก

สำหรับคำตอบนี้ เย่ว์หยางทำการตัดสินใจได้อย่างน่าชื่นชม “ให้หอการค้าไตตันนั้นล้มเลิกกิจการซะ, มิฉะนั้นก็ซื้อมา ถ้าพวกเขาไม่ยินดีขายให้เรา อย่างนั้นก็ทำให้หายไปตลอดกาล”

“ขอรับ!”  จั๊ดด์รู้สึกว่าการติดตามรับใช้เจ้านายผู้นี้สร้างความพึงพอใจให้เขาได้มากจริงๆ

ถ้าเจ้านายไม่มีความกล้าหาญและเอาแต่ทำตัวเป็นคนชั้นสูงเก็บตัว ยังจะเรียกว่าเจ้านายได้อย่างไร? นั่นเป็นตัวบัดซบที่ไร้ประโยชน์

ขณะที่จั๊ดด์ออกไป  พ่อบ้านเหยียนเจิ้งก็นำทาส 2-3 คนเข้ามา  เขาบอกว่ามีสมบัติจะมานำเสนอ  เขาเป็นคนงานเหมืองที่ขุดได้แร่คุณภาพดีเยี่ยมเมื่อไม่นานนี้  แต่เก็บไว้เป็นความลับไม่แจ้งให้แอนตันรู้  ตอนนี้ พวกเขาจะเอามาเสนอให้เจ้านายคนใหม่  หวังว่าจะได้รับรางวัลร้อยละ 0.1 จากเจ้านาย  เย่ว์หยางรู้สึกว่ารางวัลที่ตั้งไว้เป็นปฏิบัติการเชิงบวก  ถ้าทาสทุกคนแอบเม้มเก็บของมีค่าไว้  อย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางรู้ได้  ดังนั้นเขาจึงเห็นด้วยกับการให้รางวัลพิเศษ

คาดไม่ถึงเลยว่าผลตอบรับนับว่าไม่เลว  เขาเพิ่งมาถึง ก็มีคนงานเหมืองบางกลุ่มเอาสมบัติมานำเสนอ

ก่อนที่จะได้รับมอบเหมือง  เย่ว์หยางเคยได้ยินตัวอย่างคนงานเหมืองใช้วิธีที่ฉลาดนำแร่ออกไปข้างนอก  พวกเขาจะสอดใส่ในจมูกบ้าง ปากบ้าง สะดือบ้างก็มี  บางคนถึงกับผ่าน่องและยัดเพชรเข้าไปในเนื้อก็มี

เนื่องจากแอนตันเป็นคนเหี้ยมโหด  เย่ว์หยางเชื่อว่าทาสผู้แอบเก็บแร่เอาไว้  คงไม่มีข้อจำกัดที่จะนำแร่มามอบให้เขา

เขายอมให้รางวัลโดยไม่เห็นแก่ตัว กับการให้ทองไม่กี่เหรียญทอง

คนงานเหล่านั้นหมอบคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างมีความสุข  พวกเขารู้สึกว่าการได้รับใช้เย่ว์หยางจะทำให้ชีวิตพบกับแสงสว่าง  พวกเขาสามารถกินจนอิ่มท้อง ได้รับค่าจ้างและมีรางวัลพิเศษให้  เทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ชีวิตพวกเขาเหมือนกับหลุดพ้นจากนรกเข้าสู่สรวงสวรรค์  หลังจากนั้นมา พวกทาสต่างก็กลับไปพูดคุยโอ้อวดกัน  ข่าวนี้เกิดผลกระทบมหาศาล  ตอนนี้ มิใช่ทาสเพียงไม่กี่คนเท่านั้น  แต่ทาสเป็นร้อยต่างนำแร่สมบัติที่ล้ำค่ามาเสนอ

พ่อบ้านเหยียนเจิ้งมึนงงไปหมด  เขาคิดไม่ถึงเลยว่าพวกทาสที่อดอยากหิวโหยจะเก็บแร่คุณภาพสูงไว้  นอกจากนี้  พวกผู้ดูแลมิได้ตรวจสอบพวกเขาเลย

เรื่องที่ฮือฮามากที่สุดกลับเป็นทาสวัยชราขาง่อยคนหนึ่ง

เมื่อครึ่งปีที่แล้ว ทาสชราผู้นี้ป่วยหนักไม่มีแรงและใกล้ตายเต็มที  เขาถูกโยนลงไปที่กองซากศพและนอนอยู่ที่นั่น 2-3 วัน  ในที่สุด เขามิได้ตายจริงๆ  เขาอาศัยกินผลไม้เน่า และกระเสือกกระสนคลานกลับมาที่ทางเดินในเหมืองได้  เพราะเขาสูญเสียพลังไปหมด  เขาจึงได้แต่กินดินรองท้องทุกวัน  เขาหิวโหยจนร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก  ในที่สุดเด็กสาวที่ชอบถือมีดคนนั้นไม่อาจทนดูได้ต่อไปและสงสารเขา  บางครั้งนางจึงแบ่งปันอาหารให้เขาช่วยให้เขาอดทนมาได้จนถึงทุกวันนี้  ความจริงเขามีแร่สายฟ้าคุณภาพสูงเยี่ยมชิ้นหนึ่งที่เย่ว์หยางเห็นแล้วยังต้องทึ่ง  นี่คือเพชรสายฟ้าที่มิอาจประเมินค่าได้

“เป็นไปได้หรือนี่?”  เด็กสาวที่ถือมีดตามเขามาด้วยเพื่อเสนอสมบัติล้ำค่า  เมื่อนางเห็นเพชรสายฟ้า  นางเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

“ท่านต้องการอะไร? ทอง? สถานะที่พัก? หรือว่าสตรี?”  เย่ว์หยางไม่ยอมรับเพชรสายฟ้าทันที แต่ถามถึงเงื่อนไขกับเขา

“นายท่าน, ท่านเป็นเจ้านายที่ดี, ตลอดทั้งชีวิตของข้าที่ผ่านมา  ข้าไม่เคยพบเห็นเจ้านายที่ใจดีอย่างท่าน  ข้าหวังว่าจะได้ทำงานรับใช้ท่าน  แม้ว่าข้าจะขาพิการก็ตาม  แต่มือและตาของข้ายังคงใช้ได้อยู่  ข้ายังสามารถทำงานได้  ข้ารู้จักสายแร่  มันฝังตัวอยู่ในเหมืองถ้ำที่ห้า  ในที่นั้นบิดาและอาของข้าได้พบสายแร่ดีๆ  อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ต้องการให้แอนตันได้มันไป  ดังนั้นพวกเขาจงใจพังถล่มทางเข้า สร้างอุบัติเหตุและฝังตนเองอยู่ข้างในตลอดไป  ตอนนี้ ข้าต้องการนำทุกคนไปขุดอุโมงค์เหมืองหมายเลขห้าอีกครั้ง  เราจะเอาแร่คุณภาพดีที่สุดกลับมาให้นายท่าน  ข้ากล้าบอกได้เลยว่าสายแร่นั้นคุณภาพดีที่สุดในเมืองใต้ดิน  สำหรับคำร้องขอของข้า…นายท่าน! โปรดให้ข้าได้เก็บโครงกระดูกของคนงานด้วยเถอะ  เก็บพวกเขาไว้ในถ้ำของข้าได้ก็ยังดี  ข้าไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการอะไรอื่น  ถ้านายท่านสามารถจะยกโทษความผิดใดๆ ได้  ข้าหวังว่าจะสามารถยกเลิกสถานะสาวใช้ของคุณหนูเซี่ยอี  ขอให้นางผู้ช่วยชีวิตข้าไว้ได้ทำงานต่อไปในฐานะหัวหน้างาน  นางจะเป็นหัวหน้างานที่ดีที่สุดในโลก พวกเราทุกคนสำนึกขอบคุณนาง เหมือนกับที่พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของนายท่าน”

ทาสชราหมอบกราบกับพื้นและพูดเรื่องที่ทำให้เย่ว์หยางต้องประหลาดใจ

เด็กสาวที่ชอบถือมีดนามเซี่ยอีร้องไห้น้ำตานองหน้าแล้ว

ด้านหนึ่งเป็นเพชรสายฟ้าที่บริสุทธิ์ประเมินค่ามิได้  อีกด้านหนึ่งกลับเป็นทาสชราสกปรกและพิการ

 

************

Facebook Comment