+100%-

บท 81 ผู้ชายกับผู้ชาย

บท 81 ผู้ชายกับผู้ชาย

“โอ…..ใช้แรงตรงนั้นอีกหน่อย แรงอีก โอ…… ดีมาก แบบนั้นแหล่ะ!”

 

“ไม่ ไม่ใช่ด้านล่าง ส่วนบนอีกหน่อย บนอีกนิด….. โอ ตรงนั้นแหล่ะ….. กดแบบนั้น รู้สึกดีจัง เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก”

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป  เขากระทืบเท้าลงบนหน้าอกหลิงเซี่ยวและกระโดดลงจากเตียง ทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “ทำไมถึงขอมากเช่นนี้? ข้าจะไม่ทำอีกต่อไป!”

 

พูดแบบนี้ เขากำลังจะก่อปัญหาที่เขาเคยวางมันลงไปแล้ว

 

หลิงเซี่ยวจับแขนเขาและดึงเข้ามาหาตัวเพียงแค่กระตุกครั้งเดียว เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบ “ศิษย์น้อง เจ้าเลือกที่จะไม่ทำมันเอง งั้นเราควรกลับไปทำตามคำสัญญาเดิม”

 

โหยวเสี่ยวโม่ถูกดึงรั้งโดยหลิงเซี่ยวทำให้เขาต้องลงไปนอนแผ่อยู่บนร่างกายของอีกฝ่าย ใบหน้าของเขาเผชิญกับบางสิ่งที่ใหญ่ยักษ์ใต้สะดือของหลิงเซี่ยวซึ่งกำลังดุนดันเนื้อผ้าออกมา หากไม่ใช่เพราะหลิงเซี่ยวจับหลังเขาไว้ เขาคงกระโดดออกมานานแล้ว พอได้ยินคำพูดของหลิงเซี่ยวแล้ว ใบหน้าที่แดงก่ำ กลับกลายเป็นดำมืดทันที

 

เรื่องมันมาเป็นแบบนี้ได้ไง? จริงๆแล้วมันง่ายมาก

 

หลิงเซี่ยวต้องการให้เขาใช้มือทั้งสองช่วยเขาปลดปล่อยบางสิ่งที่อยู่ใต้สะดือลงมา แต่โหยวเสี่ยวโม่ปฏิเสธเสียงแข็ง นั่นเป็นเพราะครั้งล่าสุดที่เขาช่วยหลิงเซี่ยวปลดปล่อย ความอดทนของหลิงเซี่ยวมีมากเกินไปจนมือทั้งสองข้างของเขาเกือบขยับไม่ได้ อีกทั้งในตอนนั้น เขาเลอะน้ำเหนียวๆสีขาวเต็มตัวไปหมด ความรู้สึกพวกนี้เป็นความรู้สึกที่เขาไม่สามารถลืมมันไปได้จนกระทั่งตอนนี้ก็ตาม

 

เนื่องจากโหยวเสี่ยวโม่ปฏิเสธหนักแน่น หลิงเซี่ยวจึงเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นนวดทั้งตัวแทน

 

โหยวเสี่ยวโม่เคยนวดให้พ่อกับแม่มาก่อน ดังนั้นเขาจึงตกลงในเงื่อนไขนี้ ในตอนแรก เขาใช้ทั้งสองมือของเขา แต่หลิงเซี่ยวกลับบ่นว่าเขานั้นอ่อนแอเกินไป และขอให้เขาใช้เท้าเหยียบลงไปบนตัวแทน โหยวเสี่ยวโม่ก็ทำตาม

 

ผลลัพธ์ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ แต่เขายังคงได้ยินเสียงบ่นอย่างไม่หยุดยั้ง หนักกว่านี้อีก ต่ำกว่านี้ สูงกว่านี้ เขาไม่เคยเจอใครที่ร้องขอมากมายขนาดนี้มาก่อน หลังจากเวลาหนึ่งเค่อผ่านไป โหยวเสี่ยวโม่จึงปฏิเสธที่จะนวดต่อไป

 

หลิงเซี่ยวไม่ได้โกรธแต่อย่างใด ถ้าหากเจ้าต้องการเช่นนั้น งั้นเราจะกลับไปยังข้อตกลงแรกสุดกัน

 

แม้ว่าการนวดเช่นนี้จะค่อนข้างสบายมากก็จริง โดยเฉพาะที่ว่าโหยวเสี่ยวโม่ใช้เท้าทั้งสองเหยียบที่นั่นที่นี่ให้มันรู้สึกดีอย่างมาก แต่เขายังคงต้องการความรู้สึกในตอนที่โหยวเสี่ยวโม่ถือแท่งร้อนเอาไว้โดยใช้มือทั้งสองของเขา ความรู้สึกนั้นดีกว่าการนวดเป็นอย่างมาก!

 

เขาเป็นคนที่ชอบกระทำเลยทันทีที่คิด ดังนั้น เขาจึงไม่รอให้โหยวเสี่ยวโม่ตอบคำถาม เขาใช้ความไม่พร้อมของโหยวเสี่ยวโม่ให้เป็นประโยชน์ เอื้อมมือไปจับโหยวเสี่ยวโม่น้อยในทันที

 

โหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังจะลุกขึ้นยืน กลับตัวอ่อนลงไปอีกครั้ง เขาจ้องมือไปยังหลิงเซี่ยวด้วยใบหน้าแดงก่ำ พร้อมพูดอย่างตะกุกตะกัก “ท่าน ท่าน ท่านช่างต่ำช้าและหน้าไม่อาย กระทำการแบบนี้อีกแล้ว”

 

“เจ้าเรียกการทำเช่นนี้ว่าต่ำช้าและหน้าไม่อายได้อย่างไร”

 

หลิงเซี่ยวหัวเราะเสียงดัง *ฮ่า ๆ* มือใหญ่ของเขาคว้าตัวโหยวเสี่ยวโม่ภายในการตวัดมือครั้งเดียว ในขณะที่อีกมือยังคงกำแน่นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเลย ลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอ ทำให้คนในอ้อมแขนตัวสั่น ทั้งหน้าและคอกลายเป็นสีแดง

โหยวเสี่ยวโม่ไม่กล้าดิ้นไปไหน เนื่องจากความเป็นชายของเขาอยู่ในมือของผู้อื่น แต่เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หัวใจเขาก็ยิ่งไม่พอใจ “ท่านบังคับข้า และยังคงไม่คิดว่านี่เป็นการกระทำที่ต่ำช้าและหน้าไม่อายอีกรึ?”

 

“แน่นอน ข้าเพียงแค่ช่วยให้เจ้ามีความสุขเท่านั้น”

 

หลิงเซี่ยวกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ ในขณะที่นำมือหนึ่งของเขาเข้าไปใต้ร่มเสื้อผ้าของโหยวเสี่ยวโม่ เขาต้องการทำเช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ใบหน้าของโหยวเสี่ยวโม่นั้นนุ่มมาก ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าสัมผัสของร่างกายจะเป็นเช่นไร

 

ดวงตาของหลิงเซี่ยวดูเหมือนจะมีไฟเกิดขึ้น

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่น่าจะถูกสัมผัสได้จากภายนอก เนื่องจากเขาใส่เสื้อผ้าอยู่ ผิวเนื้อของโหยวเสี่ยวโม่ที่มือของหลิงเซี่ยวสัมผัสได้นั้นอ่อนนุ่มอย่างมิอาจจินตนาการได้ ร่างกายที่อ่อนนุ่มและเรียบลื่นนี้ นุ่มยิ่งกว่าผ้าไหมชั้นดีที่เขาเคยใส่เสียอีก ละเอียดและดูน่ารักเสียยิ่งกว่ากลีบดอกกุหลาบที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น เขาได้ยินเสียงครางจากคนในอ้อมกอดของเขา มันทำให้หัวใจของเขาสั่นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้

 

คนผู้นี้ราวกับถูกสร้างมาเพื่อเขา เพียงแค่สัมผัสผิวหนึ่งครั้ง เสียงครางหนเดียว เพียงเท่านี้มันกลับกระตุ้นความรู้สึกกระหายอยากที่อยู่ลึกลงไปในใจของเขาได้

 

โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกดีมากราวกับว่าร่างกายของเขาไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป

 

เขาไม่เคยรู้เลยว่าร่างกายเขาจะละลายด้วยเพียงแค่การสัมผัสจากหลิงเซี่ยวเท่านั้น แรงเสียดสีระหว่างมือของหลิงเซี่ยวกับผิวหนังของเขาทำให้ความรู้สึกพอใจสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ปฏิกิริยาไวต่อความรู้สึกเช่นนี้ช่างไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!

 

แต่โหยวเสี่ยวโม่กลับคิดว่าความรู้สึกนี้ดูประหลาดเล็กน้อย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ร่างกายเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกพอใจที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยเช่นนี้เพียงแค่การสัมผัสครั้งเดียวเท่านั้น? นี่มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ ในตอนที่เขาปะทะหรือกระแทกกับคนอื่น เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย

 

พอคิดว่าร่างกายเขาอาจไม่ปกติ โหยวเสี่ยวโม่จึงอดไม่ได้ที่จะตาแดงก่ำ เขาไม่อยากกลายเป็นคนประหลาด!

 

ท่ามกลางความมึนเมา หลิงเซี่ยวได้ยินเสียงสะอื้นดังขึ้นมา อ่อนแรงและอ่อนแอ เขาก้มลงไปมอง และพบว่าคนที่อยู่ในอ้อมแขนเขาตอนนี้กำลังร้องไห้ ทำให้เขาตกใจอย่างมาก ก่อนหน้านี้โหยวเสี่ยวโม่ไม่เคยร้องไห้เมื่อถูกแกล้งเลย ทำไมเขาถึงร้องไห้ตอนนี้กัน?

 

หลิงเซี่ยวจัดร่างกายใหม่อย่างรวดเร็วเพื่อมาปะทะหน้ากับโหยวเสี่ยวโม่ เขากุมหน้าของอีกคนไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ศิษย์น้อง อย่าร้องไห้เลย ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร หากจำเป็นจริงๆ ศิษย์พี่ผู้นี้จะไม่แกล้งเจ้าอีกต่อไป อย่าร้องไห้ไป”

 

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โหยวเสี่ยวโม่ยกหมัดน้อยๆของเขาขึ้นมาและเริ่มทุบลงไปบนอกของหลิงเซี่ยวอย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เช่นนั้น ท่านก็รู้ตัวดีว่าท่านแกล้งข้า!”

 

หลิงเซี่ยวปล่อยให้เขาทุบต่อไป ยังไงซะ แรงแค่นี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บหรือคันแต่อย่างใด หลังจากที่น้ำตาค่อยๆเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแล้ว เขาจึงถามขึ้น “เอาล่ะ เจ้าบอกข้าได้รึไม่ ว่าทำไมเจ้าถึงร้องไห้? เจ้าไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้จริงๆรึ?”

 

เขาพูดพร้อมกับยกคิ้วขึ้น สำหรับ…..คนปกติทั่วไป ทุกคนมักจะซื่อสัตย์กับความปราถนาของตัวเอง เขาจะทำในสิ่งที่ต้องการทำ และทำในสิ่งที่เข้ามาในหัว ทำไมพวกเขาจะต้องคิดเยอะขนาดนั้นด้วย? ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจปฏิกิริยาของโหยวเสี่ยวโม่นัก นี่มันควรจะเป็นบางสิ่งที่รู้สึกดีสิ แล้วทำไมเขาจึงร้องไห้?

 

เมื่อได้ยินคำถามอย่างตรงไปตรงมานี้ โหยวเสี่ยวหน้าแดงเกือบจะคล้ายกับแสงของดวงอาทิตย์

 

เขาจะตอบคำถามนี้ได้อย่างไร? ถ้าให้พูดจริงๆแล้ว โอ มันรู้สึกดีมาก เขาไม่เคยประสบกับความรู้สึกรุนแรงเช่นนี้มาก่อน เนื่องจากยังไม่คุ้นชินดี เขาจึงสับสนเป็นอย่างมาก เขามักจะรู้สึกตัวสั่นเพียงแค่การถูกสัมผัสจากผู้ชายคนอื่น นี่มันเป็นบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นสำหรับโหยวเสี่ยวโม่ซึ่งไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้สามารถเป็นเรื่องปกติได้ เขาจึงรู้สึกว่าเขาอาจจะมีโอกาสเป็นคนไม่ปกติ

 

แต่สำหรับเขาการพูดเรื่องตรงๆแบบนี้กับหลิงเซี่ยว มันจึงยากที่จะเปิดปากบอกคำตอบออกไป

 

“ตอบมาสิ!”

 

หลิงเซี่ยวไม่มีความอดทนในการรอถึงครึ่งหรือหนึ่งชั่วยาม พอเห็นว่าโหยวเสี่ยวโม่ไม่ตอบสักที เขาจึงเร่งโหยวเสี่ยวโม่

 

โหยวเสี่ยวโม่ดิ้นนิดหน่อย แต่พอคิดว่าหลิงเซี่ยวชอบสัมผัสเขาขนาดไหน เขาจึงรู้สึกว่ายังไงซะเขาก็ต้องพูดมันอยู่ดีไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ตาม ดังนั้นเขาจึงรวบรวมความกล้าและพูดมันออกไป “ช้า ข้า ข้า ข้าคิดว่า ข้าไม่ค่อยปกติ…..”

 

แม้ว่าส่วนสุดท้ายจะพูดอย่างแผ่วเบาราวกับยุงก็ตาม แต่หลิงเซี่ยวก็ยังคงได้ยินคำว่า “ไม่ปกติ” อยู่ดี เขามองขึ้นลงด้วยความประหลาดใจกล่าวว่า “ส่วนไหนที่เจ้าคิดว่าไม่ปกติ?”

 

“มันแค่ แค่เพียง ……ท่าน…… ก่อนนี้ท่านแค่สัมผัสข้าเพียงเล็กน้อยเท่านี้ แต่ข้ากลับรู้สึกแปลกๆ”

 

โหยวเสี่ยวโม่ฝังใบหน้าเขาลงไปบนหน้าอกของหลิงเซี่ยว การทำเช่นนี้น่าจะใกล้ชิดมากๆเลยมิใช่รึ?

 

พอได้ยินดังนั้น หลิงเซี่ยวจึงอดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา เขาคิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่จริงจังกว่านี้ กลับกลายเป็นว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นี่เป็นเรื่องที่ปกติธรรมดาอย่างมาก หากโหยวเสี่ยวโม่ไม่รู้สึกอะไรเลยสิ นั่นมิได้แปลว่าเคล็ดลับของเขาแย่หรอกรึ? หลิงเซี่ยวรู้สึกว่าโหยวเสี่ยวโม่ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่อยู่ เขายกโหยวเสี่ยวโม่ออกจากอ้อมแขนของเขาก่อนจะกล่าวพลางมองไปยังใบหน้าแดงซ่าน “ศิษย์น้อง ความรักระหว่างผู้ชายด้วยกันนั้นก็อยู่ในกฎของสวรรค์และโลกนี้ เจ้าไม่ต้องรู้สึกว่าเจ้าแปลกประหลาดใดๆ”

 

โหยวเสี่ยวโม่หน้ามุ่ย “ไม่ใช่ว่าต้องเป็นชายกับหญิงรึ?”

 

หลิงเซี่ยวลูบหัวเขาด้วยความอ่อนโยน ยิ้มเบาๆ “เหมือนกันนั่นแหละ”

 

โหยวเสี่ยวโม่มองเขาด้วยความสงสัย “จริงรึ?”

 

เขายังคงรู้สึกว่ามันไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่

 

“แน่นอน เรื่องเช่นนี้ สิ่งสำคัญก็คือความรู้สึกเท่านั้น ไม่มีใครสนใจหรอกว่าจะเป็นผู้ชายกับผู้ชาย หรือผู้ชายกับผู้หญิง เหมือนกับที่เจ้ามีความรู้สึกให้ข้า และข้ามีความรู้สึกให้เจ้าไง นี่ไม่ได้พิสูจน์หรอกหรือว่าพวกเราเหมาะสมกัน?”

 

หลิงเซี่ยวลูบแก้มโหยวเสี่ยวโม่

 

โหยวเสี่ยวโม่มองไปยังเขาก่อนจะกล่าว “ข้ายังคงรู้สึกว่ารอยยิ้มของท่านมีบางอย่างชั่วร้ายซ่อนอยู่”

 

หลิงเซี่ยวยิ้ม และกล่าวว่า “มองดูให้ดี นี่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดของข้าแล้ว”

 

โหยวเสี่ยวโม่คิดอีกครั้งและพูดว่า “แต่ข้ายังคงคิดว่าข้าแปลกประหลาดอยู่บ้าง ครั้งสุดท้ายที่ท่านสัมผัสข้า ข้าไม่เห็นรู้สึกรุนแรงเลย”

 

เมื่อได้ฟังโหยวเสี่ยวโม่พูดเช่นนี้ หลิงเซี่ยวจึงคิดว่าว่าประสาทสัมผัสของโหยวเสี่ยวโม่นั้นน่าจะแปลกประหลาดเล็กน้อยจริงๆ คนทั่วไปจะมีจุดที่ไวต่อสัมผัส แต่พวกเขาไม่รู้สึกขนาดนั้นด้วยเพียงแค่สัมผัสเดียวเท่านั้น เขายังคงจำได้ชัดเจนถึงตอนที่โหยวเสี่ยวโม่นอนบนแขนของเขาด้วยใบหน้าแดง ขณะที่ร่างกายก็ดูราวกับจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงทั้งหมด

 

“ถอดเสื้อผ้าเจ้าออกสิ”

 

จู่ๆหลิงเซี่ยวก็พูดขึ้น

 

“อะไรนะ?”

 

โหยวเสี่ยวโม่จับเสื้อผ้าของเขาแน่นทันที คนผู้นี้ พวกเขาเพิ่งพูดด้วยกันดีๆอยู่เลยมิใช่รึ? เวลาต่อมา คนผู้นี้กลับบอกให้เขาถอดเสื้อผ้าเขาออก? ช่างเป็นสัตว์ป่าโดยแท้จริง

 

หลิงเซี่ยวยกมุมปากของเขาขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มชั่วร้าย และกล่าวอย่างหยอกล้อ “มิใช่ว่าเจ้ากล่าวว่าร่างกายของเจ้าแปลกๆรึ? ข้าจะช่วยดูให้เจ้าเอง ว่ามีสิ่งใดผิดปกติรึไม่ อา!”

 

โหยวเสี่ยวโม่ลังเล……

 

ทำไมเขารู้สึกว่ารอยยิ้มของศิษย์พี่ใหญ่หลิงดูแปลกๆกันนะ? เหมือนกับในนิทานเด็กๆระหว่างหมาป่าใจร้ายกับหนูน้อยหมวกแดงยังไงอย่างงั้นเลย

*******************

ขอโทษค่ะ มาช้า

 

Facebook Comment