+100%-

บท 75 ความรู้สึกรัก(ครั้งแรก)?

บท 75 ความรู้สึกรัก(ครั้งแรก)?

สามารถแปลงเป็นคนอื่นได้ กินโอสถราวกับขนมขบเคี้ยว สามารถกลายเป็นสายลมได้ แข็งแกร่งมาก สิ่งสำคัญที่สุด เขาสามารถกินคนได้!

 

แม้ว่าโหยวเสี่ยวโม่จะไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่ก็มั่นใจว่าการดูดกลืนความทรงจำที่เขาพูดถึงนั้นหมายรวมไปถึงการดูดกลืนคนซึ่งเป็นเจ้าของความทรงจำด้วย โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกเกือบของเกือบของเกือบของเกือบจะเข้าใจแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะคิดขนาดไหนก็ตาม เขาก็ไม่สามารถผ่านม่านบางๆชั้นสุดท้ายไปได้

 

หลังจากย่อยความทรงจำของผู้เฒ่าเจียงเสร็จ ภายในจิตสำนึกของหลิงเซี่ยวมีก้อนสีเหลี่ยมเล็กๆลอยอยู่ในมุมใดมุมหนึ่ง ในก้อนสี่เหลี่ยมนั้นมีความทรงจำของผู้เฒ่าเจียงอยู่

 

นี่เป็นความสามารถอีกอย่างหนึ่งของเขา หลังจากดูดกลืนความทรงจำผู้คนแล้ว เขาจะจัดเก็บมันไว้แยกต่างหากเพื่อไม่ให้มันปนกับความทรงจำของเขาเอง ความทรงจำของหลินเซี่ยวเองก็จัดเก็บในรูปแบบนี้ เมื่อเขาต้องการความทรงจำใดๆ เขาก็เพียงแค่คิดในหัว และเขาก็จะสามารถเห็นความทรงจำเหล่านี้ได้

 

หลิงเซี่ยวเปิดเปลืองตาขึ้นและมองอย่างสงสัยไปที่โหยวเสี่ยวโม่ซึ่งตกตะลึงอยู่ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย “กลัวรึ?”

 

“เอ้ะ?”

 

วิญญาณของโหยวเสี่ยวโม่ลอยไปไกลจนเกือบจะถึงสวรรค์แล้วในตอนที่เขาได้ยินใครบางคนพูดกับเขา สติของโหยวเสี่ยวโม่ฟื้นคืนมา เขามองเห็นหลิงเซี่ยวจ้องมาทางเขา ดวงตาสีดำมืดซ่อนสายตาที่อ่านไม่ออกเอาไว้ เขาจึงเอ่ยถาม “เมื่อกี้ มันคืออะไร?”

 

หลิงเซี่ยวเห็นใบหน้างุนงงของโหยวเสี่ยวโม่ เขาจึงเก็บซ่อนประกายในดวงตาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งในพรสวรรค์ของข้าเท่านั้น”

 

พรสวรรค์? โหยวเสี่ยวโม่คิดว่าวิธีที่เขาพูดคำนี้มันดูแปลกๆ

 

“โอ จริงสิ รึว่าผู้เฒ่าเจียงจะเป็นปีศาจเหมือนลั่วซานกัน? เขาถูกปีศาจส่งมาแฝงตัวในพรรคเถียนซินใช่หรือไม่?”

 

“อืม ผู้เฒ่าเจียงแฝงตัวเข้ามาอยู่นานกว่าร้อยปีแล้ว ในตอนต้นนั้นมีชายหนุ่มนามสกุลเจียงอยู่จริงๆ แต่ก่อนที่คนผู้นั้นจะพัฒนาทักษะการต่อสู้ เขากลับถูกแทนที่ด้วยผู้เฒ่าเจียงคนนี้ ร้อยปีที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยก้าวข้ามเส้น ไม่เคยเผยร่องรอยใดๆเลย แต่ในครั้งนี้ หากไม่ใช่เป็นเพราะคำสั่งจากเบื้องสูง เขาคงไม่เสี่ยงที่จะกำจัดข้าเช่นนี้”

 

หลิงเซี่ยวกล่าวขึ้นมาทันใด

 

“ทำไมพวกนั้นจึงอยากกำจัดท่านด้วย?”

 

โหยวเสี่ยวโม่สงสัย

 

ปีศาจเสี่ยงในการเปิดเผยตัวตนของคนที่ฐานะสูงเพียงเพื่อกำจัดหลิงเซี่ยว เขาเพียงบอกได้ว่าเหล่าปีศาจมองเห็นหลิงเซี่ยวเป็นเสี้ยนหนามขวางทางที่จำเป็นต้องกำจัดทิ้ง

 

หลิงเซี่ยวยกมุมปากขึ้นและยิ้มไปทางโหยวเสี่ยวโม่ “ลองเดาดูสิ”

 

โหยวเสี่ยวโม่หุบยิ้มทันที จ้องมองไปยังหลิงเซี่ยวและกล่าวอย่างลังเล “เป็นไปได้รึไม่ว่าเพราะท่านฆ่าลั่วซาน?”

 

“ใกล้เคียง”

 

หลิงเซี่ยวยิ้มและพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นจ้องมองมายังเขา

 

ใกล้? โหยวเสี่ยวโม่คิดอย่างระมัดระวัง ในตอนนั้น หลิงเซี่ยวฆ่าปีศาจลั่วซานต่อหน้าผู้คนมากมายจริงๆ และต่อมา เพราะเหตุการณ์นั้นทำให้แผนการณ์ของปีศาจในการส่งสายลับมาแฝงตัวอยู่ในพรรคอื่นๆเปิดเผยออกมา กล่าวได้ว่าสายลับหลายคนถูกจับได้และขับไล่ออกมา หรือจะเป็นเพราะเรื่องนี้? โหยวเสี่ยวโม่กล่าวอย่างไม่มั่นใจนัก “หรือเป็นเพราะว่าท่านทำลายแผนการใหญ่ของพวกนั้น?”

 

“ใกล้เคียง”

 

หลิงเซี่ยวพยักหน้าต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ให้คำตอบที่ถูกต้องแก่เขา

 

“งั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว”

 

เขาคาดเดาจนถึงจุดนี้แล้วและยังไม่ใช่คำตอบที่แท้จริงอีก โหยวเสี่ยวโม่คิดไม่ออกจริงๆ

 

“เจ้าตัวโง่! ยอมแพ้ง่ายจริง”

 

หลิงเซี่ยวดุเขาเบาๆ แต่สีหน้ายังคงพอใจอยู่ “สาเหตุที่ปีศาจส่งผู้เฒ่าเจียงมาฆ่าข้าเป็นเพราะว่าพวกนั้นคิดว่าข้าสามารถหยั่งรู้ครึ่งปีศาจได้ ดังนั้นพวกนั้นจึงต้องการฆ่าข้าให้ได้ไวที่สุด”

 

เมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา โหยวเสี่ยวโม่จึงนึกขึ้นมาได้

 

ในตอนนั้น หลิงเซี่ยวดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าลั่วซานเป็นปีศาจจริงๆ อีกทั้ง ตามปกติครึ่งปีศาจจะไม่แสดงรูปร่างที่แท้จริง หากพวกเขาไม่จงใจให้เป็นเช่นนั้น สำหรับลั่วซานแล้ว เขาคงไม่แสดงรูปร่างที่แท้จริงต่อหน้าคนมากมายแน่นอน ดังนั้นขุนพลปีศาจจึงคิดว่าหลิงเซี่ยวบังคับให้ลั่วซานเปลี่ยนร่างเป็นแน่ หากหลิงเซี่ยวมีความสามารถในการเห็นครึ่งปีศาจได้จริง ในกรณีเช่นนั้น เขาก็ไม่แปลกใจเลยหากพวกปีศาจจะต้องการกำจัดหลิงเซี่ยว

 

“พี่ใหญ่หลิง แล้วพวกเราจะทำอะไรกันต่อดี? แม้ว่าผู้เฒ่าเจียงจะเป็นครึ่งปีศาจ แต่หากพวกเราเปิดเผยตัวตนของเขา พวกเราอาจถูกสงสัยได้”

 

เมื่อคิดดังนี้ โหยวเสี่ยวโม่จึงเป็นห่วงหลิงเซี่ยว ผู้เฒ่าเจียงเป็นกำลังหลักในการแข่งขัน หากเขาไม่มาปรากฎตัวในวันพรุ่งนี้ จ้าวพรรคจะต้องส่งคนมาค้นหาเขาอย่างแน่นอน และหากเจอว่าเขาตายอยู่ตรงนี้ แม้ว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนก็ตาม แต่ทุกคนจะต้องสงสัยแน่นอน

 

“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้ ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”

 

หลิงเซี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

โหยวเสี่ยวโม่จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องออกมา “อย่าบอกนะว่าท่านจะให้ใครบางคนมาปลอมเป็นผู้เฒ่าเจียงน่ะ?”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น หลิงเซี่ยวสำรวจเขาเล็กน้อย ดวงตาหล่อเหลาฉายแววประหลาดใจ และหลุดหัวเราะในเวลาต่อมา “ศิษย์น้อง วิธีการนี้ของเจ้าไม่เลวเลย แต่…… เจ้าจะไปหาคนมาปลอมเป็นผู้เฒ่าเจียงจากไหน?”

 

เมื่อได้ยินส่วนแรกโหยวเสี่ยวโม่เกือบจะยิ้มออกมาแล้ว แต่พอฟังคำพูดกลั่นแกล้งที่ตามมาแล้ว เขาจึงรีบหุบยิ้มทันที “แล้วแผนของศิษย์พี่หลิงเป็นเช่นไร?”

 

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้ากับโจวเปิ่งถึงถูกเลือกในการต่อสู้ครั้งแรกของการแข่งขันเมื่อวานนี้?”

 

หลิงเซี่ยวไม่ตอบคำถาม เขาเดินไปมารอบๆชุดนินจากของผู้เฒ่าเจียง และใช้ปลายเท้าเขี่ยชุดนินจาเบาๆ เสียงคล้ายๆผ่านป้ายหยกแสดงตัวตนดังขึ้นมา

 

“เป็นไปได้รึไม่ว่า….เขาต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของท่าน?”

 

ดวงตาของโหยวเสี่ยวโม่สว่างวาบ

 

“ใช่”

 

หลิงเซี่ยวนั่งลงและหยิบแผ่นป้ายหยกขึ้นมา “หลินเซี่ยวนั้นเป็นศิษย์เอกของสำนักยุทธ์ มีชื่อเสียงก็จริง แต่ในสองปีหลังนี้ เขาแอบซ่อนฝีมือที่แท้จริงไว้ ผู้เฒ่าเจียงติดต่อกับหลินเซี่ยวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นเพื่อยืนยันว่าเขาจะสามารถฆ่าหลินเซี่ยวได้ เขาจึงวางแผนใช้งานแข่งขันกระชับมิตรนี้เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของหลินเซี่ยว แต่ผู้เฒ่าเจียงไม่ได้คาดคิดว่าโจวเปิ่งจะทำลายแผนการของเขา ดังนั้นเขาจึงหาโอกาสอื่นในการเคลื่อนไหว”

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้คาดว่าเรื่องจะยุ่งยากขนาดนี้ เมื่อคิดย้อนกลับไป เขารู้สึกว่าบางสิ่งไม่ถูกต้อง “ผู้เฒ่าเจียงต้องการฆ่าท่าน ทำไมเขามาจับตัวข้าล่ะ? แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าข้าออกมากับเจียงหลิวตอนบ่ายนี้?”

 

หลิงเซี่ยวถูจมูก ละสายตาออกจากหน้าโหยวเสี่ยวโม่

 

“ผู้เฒ่าเจียงได้ยินถังหยุนฉีและพรรคพวกพูดคุยกันเมื่อสองวันก่อน เขารู้ว่าพวกนั้นวางแผนจะจัดการกับเจ้า ดังนั้นเขาจึงวางแผนของเขาซ้อนลงไป เขารอให้ถังหยุนฉีลวงเจ้าออกมา และเพียงสะกดรอยตามและจับตัวเจ้า……. แล้วพยายามจะโทษความผิดทั้งหมดให้ถังหยุนฉี โอ เรื่องมันก็ประมาณนี้แหล่ะ”

 

“ไม่มีทางน่า ท่านหมายความว่าข้าถูกลากเข้ามาเกี่ยวด้วย?”

 

โหยวเสี่ยวโม่เอ่ยอย่างตกใจ เขาคิดไปว่าเขาไปยั่วโมโหบางคนเข้าแล้วเสียอีก

 

“ไม่มากก็น้อยล่ะ”

 

หลิงเซี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงราวกับรู้สึกผิดแต่โหยวเสี่ยวโม่ไม่ทันได้สังเกต

 

“ดูเหมือนว่าวงศ์ภาคกลางจะไม่เห็นใจข้าเลยสินะ!”

 

จริงๆแล้วหลิงเซี่ยวเว้นบางเรื่องไม่ได้กล่าวออกไป รวมไปถึงเรื่องที่ผู้เฒ่าเจียงมองว่าพวกเขาทั้งสองใช้ห้องร่วมกัน อีกทั้ง โหยวเสี่ยวโม่สวมใส่เสื้อผ้าของเขา ดังนั้นเขาจึงเดาว่าพวกเขาทั้งสองอาจจะเป็นคู่รักกัน เขาจึงคิดว่าหากโหยวเสี่ยวโม่หายไป หลิงเซี่ยวจะต้องปั่นป่วนอย่างแน่นอน และนั่นจะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเคลื่อนไหว นี่แหล่ะคือเหตุผลสำคัญ!

 

เหตุที่เขาไม่บอกโหยวเสี่ยวโม่เพราะคำคำหนึ่ง คำว่า “คู่รัก”

 

อาจกล่าวได้ว่าคำนี้ทำให้เขารู้สึกกระจ่างแจ้ง ความรู้สึกเหมือนหมอกลางๆของเขาต่อโหยวเสี่ยวโม่ในเวลาไม่นานมานี้กลายเป็นแจ่มชัดขึ้นมาทันที กลับกลายเป็นว่าเหตุผลที่เขาคอยกลั่นแกล้งโหยวเสี่ยวโม่เป็นเพราะว่าเขาชอบโหยวเสี่ยวโม่?

 

หลิงเซี่ยวผู้ยิ่งใหญ่คิดไม่ออกเนื่องจากเขาไม่เคยมีความรักมาก่อน ใครจะไปรู้ว่าคนตกหลุมรักนั้นเป็นเช่นไร?!

 

แต่สำหรับในความคิดของผู้เฒ่าเจียงแล้ว ท่าทางของหลิงเซี่ยวมีให้กับโหยวเสี่ยวโม่ไม่ใช่เพียงการกลั่นแกล้งหรือหยอกล้ออย่างบริสุทธิ์ใจอีกต่อไป กลับกัน มันกลับมีเส้นใยบางอย่างที่ดูลึกลับและซับซ้อน เขาคิดว่าเขากำลังตกอยู่ในมนต์สะกด!

 

“ค่อยคุยเรื่องนี้หลังจากเราออกจากที่นี่ละกัน”

 

หลิงเซี่ยวเก็บแผ่นป้ายหยกเอาไว้

 

แผ่นป้ายหยกนี้มอบให้เฉพาะผู้อาวุโสของพรรคเถียนซินเท่านั้น เนื่องจากมันถูกใช้เป็นเครื่องหมายยืนยันตัวตน มันจึงมีลักษณะจำเพาะ ด้านบนถูกสลักด้วยชื่อของผู้เฒ่าเจียง เขาเพียงต้องสร้างหลักฐานปลอมที่บ่งชี้ว่าผู้เฒ่าเจียงพบเจออันตราย และจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเวลาของผู้เฒ่าเจียงจะไม่ทับกับเวลาของพวกเขา หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็จะไม่ถูกสงสัย

 

“ก็ดี อ้ะ ไม่ๆ ข้าเพิ่งค้นพบบางอย่าง รอข้าสักครู่”

 

โหยวเสี่ยวโม่เองก็ต้องการออกจากที่นี่ให้ไวที่สุดเช่นกัน แต่ในตอนที่เขาหลบอยู่หลังรูปแกะสลักน้ำแข็ง เขาดูเหมือนจะพบอะไรบางอย่างที่เขาไม่สมควรจะเห็นมัน

 

หลิงเซี่ยวหันกลับมาและเห็นโหยวเสี่ยวโม่วิ่งไปทางรูปแกะสลักน้ำแข็งที่เขาเคยซ่อนตัวในตอนก่อนหน้านี้ หลิงเซี่ยวยกคิ้วขึ้นและเดินตามโหยวเสี่ยวโม่ เขาเห็นโหยวเสี่ยวโม่หรี่ตาลง จ้องรูปแกะสลักน้ำแข็งด้วยความสนใจ แต่มันก็เป็นเพียงรูปแกะสลักเท่านั้น มีอะไรให้น่ามองกัน?

 

“ศิษย์พี่หลิง ช่วยมองทีว่ามีอะไรถูกแช่แข็งภายในรูปแกะสลักกัน?”

 

โหยวเสี่ยวโม่รู้ว่าหลิงเซี่ยวยืนอยู่ข้างๆตัวเขา เขาโบกมือไปที่หลิงเซี่ยวอย่างเร่งร้อน ดวงตาเขาเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความตื่นเต้น

 

หลิงเซี่ยวจ้องใบหน้าที่ขึ้นสีด้วยความตื่นเต้น จู่ๆเขากลับรู้สึกว่าใบหน้าที่โดยปกติดูธรรมดานี้เริ่มทำให้เขาเปลี่ยนความคิดไป เขาเปลี่ยนไปจ้องที่อื่นแทนทันที “มันคือต้นสมุนไพรวิเศษ แต่ถ้ำน้ำแข็งนี้แปลกเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามันจะสามารถปิดกั้นพลังอำนาจในการรับรู้ของผู้ฝึกยุทธ์ ส่วนสมุนไพรนี้ก็ฝังอยู่ตรงแก่นของรูปแกะสลักทำให้ยากต่อการค้นหาหากศึกษามาไม่ดีพอ”

 

“มีทางที่จะนำสมุนไพรออกมาหรือไม่?”

 

โหยวเสี่ยวโม่จ้องหลิงเซี่ยว ในใจเขาเต็มไปปีกแห่งความหวัง

 

สายตาของทั้งสองปะทะกันโดยไม่ได้ระวัง หลิงเซี่ยวหันไปทางอื่นโดยทันที หัวใจเขาเต็มไปด้วยคำก่นด่า ทำไมชายหนุ่มผู้นี้จะต้องมองดูน่ารักขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ข้าจ้องเขากันนะ?

Facebook Comment