+100%-

บท 74 กินคน?

บท 74 กินคน?

โหยวเสี่ยวโม่คิดว่าคนชุดดำน่าจะกลับมาดังนั้นเขาจึงรีบไปซ่อนหลังรูปแกะสลักน้ำแข็งที่ใกล้ที่สุด

 

เพราะว่ารูปสลักน้ำแข็งนั้นใหญ่มาก และโหยวเสี่ยวโม่ตัวบางมาก ทั้งตัวของเขาจึงสามารถหลบอยู่ด้านหลังรูปแกะสลักได้

 

เจ้าของเสียงฝีเท้ารีบเร่งเป็นดั่งที่โหยวเสี่ยวโม่คาดการณ์ คนชุดดำกลับมาแล้ว เพียงแต่ว่ารอบนี้ท่าทางดูเป็นกังวลกว่าเดิม หลังจากรีบเร่งเข้ามาแล้ว ใบหน้าเขากลับดำมืดขึ้นเมื่อเขามองหาโหยวเสี่ยวโม่ไม่เจอ และตอนนี้เขารู้สึกแล้วว่าการไม่มัดโหยวเสี่ยวโม่ไว้เป็นการคำนวณผิดโดยแท้จริง

 

รูปแกะสลักน้ำแข็งนั้นใหญ่มาก อีกทั้งรอบๆยังมีบรรยากาศแปลกๆที่กั้นพลังของผู้ฝึกยุทธ์อยู่ หากโหยวเสี่ยวโม่ต้องการจะหลบจริงๆ เขาคงไม่สามารถหาตัวได้ง่ายๆแน่

 

คนชุดดำกระทืบเท้า ช่างเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด!

 

เขารู้สึกถึงลมด้านหลังที่พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่มีเวลาวิ่งเข้าไปเพื่อมองหาโหยวเสี่ยวโม่ เพียงดึงดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาและวิ่งไปหลบซ่อนใกล้ๆทางเข้าถ้ำเมื่อเสียงลมพัดดังใกล้เข้ามา

 

เมื่อลมใกล้เข้ามาถึงหน้าถ้ำ คนชุดดำตะโกนออกมาเสียงดังก่อนจะขยับดาบในมือด้วยความว่องไวและโหดเหี้ยม เสียงดาบดัง “ชิ้ง” ดาบของชายชุดดำพลาดเป้าไปโดยพื้นน้ำแข็ง แต่สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ พื้นน้ำแข็งที่ถูกดาบเข้าไปกลับไม่มีแม้แต่รอย แต่ชายชุดดำไม่มีเวลามามัวคิดเรื่องนี้

 

สายลมรุนแรงเข้าถ้ำน้ำแข็งมาและกลายเป็นคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คือหลิงเซี่ยวซึ่งตามกลิ่นของโหยวเสี่ยวโม่มานั่นเอง

 

โหยวเสี่ยวโม่ที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลับรูปแกะสลักน้ำแข็งแอบโผล่หัวออกมาและเห็นหลิงเซี่ยวปรากฎตัวออกมาจากอากาศด้วยสายตาตนเอง เขาถึงกับตกตะลึง นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? หลิงเซี่ยวไม่ใช่มนุษย์งั้นเหรอ? ทำไมเขาถึงปรากฎตัวออกมากลางอากาศได้?

 

ชายชุดดำตะโกนออกมาเสียงดังราวกับจะตอบคำถามของโหยวเสี่ยวโม่ “เจ้าไม่ใช่หลินเซี่ยว!”

 

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

“เจ้าพูดว่าข้าไม่ใช่หลินเซี่ยว เจ้ามั่นใจได้อย่างไร?”

 

ใบหน้าของหลิงเซี่ยวไม่มีแม้แต่สัญญาณของความตกใจ รอยยิ้มเล็กๆปรากฎบนใบหน้าเขาขณะมองไปยังชายชุดดำ ราวกับว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องเล็กๆน้อยกันอยู่ และไม่ได้กำลังพูดคุยกับศัตรูอยู่

 

ชายชุดดำส่งเสียงออกมาอย่างรู้ว่าหลิงเซี่ยวกำลังปกปิดอยู่ “ไม่ว่าหลินเซี่ยวจะเก่งขนาดไหน เขาก็ไม่มีทางเข้าใจการเคลื่อนไหวเช่นนี้ อีกทั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ การกระทำแปลกๆของเจ้าก็ไม่ตรงกับหลินเซี่ยวด้วย ดังนั้น เจ้าจึงไม่มีทางเป็นหลินเซี่ยว!”

 

“ยอดเยี่ยม! ช่างเป็นการอธิบายที่ยอดเยี่ยม!”

 

หลิงเซี่ยวปรบมือเขาด้วยความพอใจ ท่าทางของเขาราวกับอยู่ในสายลมฤดูใบไม้ผลิ ช่างอ่อนโยนและเกือบจะล่อลวงผู้คนเข้าไปติดกับ เขาค่อยๆเปิดปากสีแดงระเรื่อและพูดถ้อยคำออกไป “ถ้างั้นเจ้า ผู้เฒ่าเจียง? ความจริง เจ้าก็ไม่ใช่ผู้เฒ่าเจียงเหมือนกันใช่ไหม?”

 

นัยน์ตาของชายชุดดำหดลงทันที เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของหลิงเซี่ยว ราวกับว่าเป็นเช่นเดียวกับตัวเขาเอง คนผู้นี้มั่นใจว่าอีกคนนึงเป็นตัวปลอม แต่สถานะของเขานั้นสำคัญมาก ดังนั้นก่อนจะฆ่าพวกนี้ เขาจะยอมรับข้อกล่าวหาไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พอข้าเห็นธาตุแท้เจ้า ดังนั้นเจ้าเลยจะลากข้าลงไปด้วยกันสินะ? การเคลื่อนไหวนี้นับว่าไม่เลวเลย แต่ไม่มีประโยชน์!”

 

“ฮ่าๆ คนที่กำลังจะตายแบบนี้น่ะเหรอจะมีอะไรให้ข้าลากลงไปด้วยกัน?”

 

ชายชุดนำเบิกตากว้างอย่างดุร้าย ตาทั้งสองข้างสะท้อนให้เห็นถึงเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชัง “ใครกันแน่ที่จะตายน่ะ!”

 

หากโหยวเสี่ยวโม่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา เขาจะต้องเตือนผู้เฒ่าเจียงด้วยเสียงกระซิบว่าไม่ควรยั่วโมโหหลิงเซี่ยวในตอนนี้ เพราะว่ารอยยิ้มของหลิงเซี่ยวเริ่มกว้างขึ้นและกว้างขึ้น

 

แต่ตอนนี้โหยวเสี่ยวโม่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เขาทำได้เพียงแค่ดูหลิงเซี่ยวทำให้ผู้เฒ่าเจียงโกรธถึงขั้นที่ว่าสามารถฆ่าได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำแล้ว นั่นแสดงว่าเขาไม่มีปัญหาในการจัดการกับผู้เฒ่าเจียงเลย ดังนั้นโหยวเสี่ยวโม่จึงป้องกันตัวเองโดยการหลีกเลี่ยงไม่ตกเป็นตัวประกัน หากเขากลายเป็นตัวประกัน เขาจะเพิ่มภาระให้แก่หลิงเซี่ยวอย่างมาก

 

ผู้เฒ่าเจียงต้องการฆ่าหลิงเซี่ยวในขณะที่ยังคงปกปิดสถานะของตัวเอง เขาเริ่มต้นเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่ว่องไวและโหดร้ายไปยังหลิงเซี่ยว

 

เคล็ดการจู่โจมนี้ที่ผู้เฒ่าเจียงฝึกฝนมาสามารถควบคุมลมได้ ท่าทางจู่โจมระดับกลางนี้ เขาฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเด็ก และผ่านมาหนึ่งร้อยปี เขาจึงสามารถควบคุมอากาศและเริ่มจู่โจมโดยใช้สายลมเป็นหลัก หากเพิ่มคมดาบเข้าไป มันจะกลายเป็นสายลมดาบราวกับว่ามีมีดอยู่ในทุกๆจุด หากไม่ระวังอาจถูกตัดผ่านในจุดสำคัญถึงตายได้ในทันที

 

ผู้เฒ่าเจียงมั่นใจในความสามารถของเขามาก เพราะเขาไม่เพียงแต่มีท่าทางจู่โจมนี้เท่านั้น เขายังคงมีท่าสังหารอยู่อีก เพียงแต่เขายังไม่ใช้ออกมาในเวลานี้

 

โหยวเสี่ยวโม่ที่หลบซ่อนอยู่ด้านหลังรูปแกะสลักจ้องมองด้วยหัวใจที่เต้นดัง พลางคิดว่าผู้เฒ่าเจียงช่างแข็งแกร่ง แต่พอเขาเพิ่งจะอ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว เขากลับตกตะลึงในภาพที่ได้เห็นตรงหน้า เมื่อผู้เฒ่าเจียงใช้ท่าจู่โจมหลิงเซี่ยว แต่เขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

 

ดาบยาวสั่นและส่งเสียงในขณะที่กำลังจะแทงเข้าไปหลิงเซี่ยวซึ่งไม่ขยับเขยื้อน และฉากอันน่าตกใจก็ปรากฎขึ้น ในตอนที่ดาบยาวและสายลมดาบเข้าใกล้หลิงเซี่ยวในระยะหนึ่งเมตร พวกมันกลับแข็งค้างกลางอากาศ ไม่ว่าผู้เฒ่าเจียงจะใช้กำลังบังคับอย่างไรก็ตาม พวกมันไม่ขยับเลยแม้แต่นิ้วเดียว

 

หลิงเซี่ยวยิ้ม พลางยกมือขึ้น “ผู้เฒ่าเจียง สายลมสามารถใช้แบบนี้ได้ด้วยนะ”

 

พอพูดจบ สายลมอันรุนแรงก็พัดออกมาจากฝ่ามือของหลิงเซี่ยว ผลักผู้เฒ่าเจียงกลับไปด้านหลัง ทันใดนั้น หลิงเซี่ยวซึ่งไม่ขยับกลับพุ่งเข้าไปหาผู้เฒ่าเจียงที่กำลังเสียหลัก และเข้าใกล้ผู้เฒ่าเจียงภายในเวลาไม่กี่วิ เขายกขาเรียวยาวขึ้นสูงและตัดผ่านอากาศทำให้สายลมไร้รูปปะทะเข้ากับท้องของผู้เฒ่าเจียง ร่างกายทั้งร่างกลายเป็นเศษผ้า กระเด็นไปปะทะเข้ากับรูปแกะสลักน้ำแข็งภายใต้ผนัง….

 

กระบวนท่าที่รุนแรงมากจนเกือบจะทำให้ผู้เฒ่าเจียงยืนไม่ขึ้น

 

ปากของโหยวเสี่ยวโม่อ้ากว้าง ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น ประมือกันเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น และผู้เฒ่าเจียงกลับกลายเป็นแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้เลยรึ?

 

หลังจากจัดการผู้เฒ่าเจียงแล้ว หลิงเซี่ยวจึงหันไปทางที่โหยวเสี่ยวโม่ซ่อนตัวอยู่ เขาส่งเสียงเรียก “การแสดงจบแล้ว เจ้าจะไม่ออกมาหน่อยหรอ?”

 

หลี่หนิงกล่าวว่า ทุกสิ่งเป็นไปได้* โหยวเสี่ยวโม่ไม่เคยเชื่อคำกล่าวนี้เลยจนกระทั่งตอนนี้ เขาเดินออกมาเงียบๆ หลิงเซี่ยวยืนอยู่ไม่ไกลนัก ริมฝีปากยกขึ้นราวกับจะยิ้มเมื่อมองไปยังโหยวเสี่ยวโม่ คนถูกมองชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปยังหลิงเซี่ยว “ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ท่านหาข้าเจอได้เช่นไร?”

 

หลิงเซี่ยวมองโหยวเสี่ยวโม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับจะหาว่ามีตรงไหนบาดเจ็บรึไม่ ก่อนจะกล่าวว่า “แน่นอนว่าข้าตามกลิ่นเจ้ามาไง”

 

โหยวเสี่ยวโม่ “……”

 

ร่างกายจริงๆของท่านเป็นหมารึไง?

 

“ตอนนี้ เราจะทำอย่างไรกับผู้เฒ่าเจียงดี?”

 

โหยวเสี่ยวมองไปยังผู้เฒ่าเจียง เนื่องจากการจู่โจมก่อนหน้านี้รุนแรงจนกระทั่งผ้าที่ปกปิดใบหน้าหลุดออกเผยให้เห็นใบหน้า แม้ว่าใบหน้านั้นจะเต็มไปด้วยเลือด แต่เขาก็ยังคงจำได้ เป็นผู้เฒ่าเจียงจริงๆ เมื่อคิดไปถึงตอนนั้นที่ผู้เฒ่าเจียงมาแอบมองพวกเขานอกห้อง เขามีวัตถุประสงค์อื่นจริงๆสินะ

 

“รู้ความลับของข้า แน่นอนว่าต้องตาย”

 

หลิงเซี่ยวพูดอย่างไม่สนใจ สำหรับเขา การฆ่านั้นง่ายกว่ากินเสียอีก

 

“เอ้ะ ท่านจะไม่ถามเขาเหรอว่าทำไมเขาจึงต้องการฆ่าท่าน?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ถามอย่างตื่นตะลึง

 

ดวงตาเปล่งประกายของหลิงเซี่ยวเกิดความชั่วร้ายขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อมองไปยังผู้เฒ่าเจียง เขากล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าไม่จำเป็นต้องถามเขา ข้าคิดเองได้”

 

โหยวเสี่ยวโม่กำลังจะถามเมื่อเขาจำอะไรบางอย่างได้ ในเมื่อหลิงเซี่ยวมีความทรงจำของหลินเซี่ยว เขาจึงต้องมีวิธีการดึงความทรงจำของผู้เฒ่าเจียงออกมาได้ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหลิงเซี่ยวทำยังไงก็ตามที เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่าความสามารถนี้ช่างมีประโยชน์ ทำไมเขาถึงไม่มีอะไรแบบนี้บ้างล่ะ?!

 

ในขณะนั้นเองผู้เฒ่าเจียงซึ่งนอนอยู่บนพื้นราวกับตายแล้วกลับลุกขึ้นและส่งเสียงคำรามออกมา แล้วฉากกลายร่างที่น่ากลัวก็เกิดขึ้น เหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในเมืองเหอปิงตอนที่พวกเขาเห็นปีศาจลั่วซาน ผิวหนังชั้นนอกระเบิดออก แขนขาทั้งสี่ยืดออก เนื้อปูดออกมา ผิวหนังสีเหลืองถูกแทนที่ด้วยผิวหนังปีศาจสีดำ เส้นเลือดแดงขยายขนาดภายใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ดูน่าหวาดกลัว

 

ผู้เฒ่าเจียงกลายร่างเสร็จสมบูรณ์ในเวลาไม่ถึงห้าลมหายใจ เขาเป็นครึ่งปีศาจเช่นเดียวกับลั่วซาน

 

ร่างกายของปีศาจนั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ หลังจากที่กลายร่างเสร็จสิ้น แม้ว่าบาดแผลที่เกิดก่อนหน้านี้จะไม่หายไป แต่มันก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก จุดสีแดงภายในดวงตาสีดำค่อยๆกรอกไปมาจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หลิงเซี่ยวซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก รังสีฆ่าล้างอำมหิตระเบิดออกมาทันที

 

ชั่วพริบตาที่ร่างปีศาจของผู้เฒ่าเจียงหายตัวไปจากจุดที่อยู่เดิมและมาโผล่ด้านขวามือของหลิงเซี่ยว หมัดซึ่งใหญ่กว่าของมนุษย์ถึงสามเท่าถูกใช้ใส่ใบหน้าของหลิงเซี่ยว

 

“หาที่ตาย”

 

หลิงเซี่ยวเยาะด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย เขายึดข้อมือของผู้เฒ่าเจียงไว้และบิดมันอย่างแรง เสียงกระดูกหักดัง *กร๊อบ* และมือขวาก็ใช้ไม่ได้ในทันที แต่ปีศาจดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ ยกมืออีกข้างขึ้น หลิงเซี่ยวยกฝ่ามือของเขาไปยังหัวของผู้เฒ่าเจียงและลงมือจู่โจมทันที อาจจะเป็นเพราะความแข็งเกร่งที่มีมากจนสามารถหักคอได้ หัวของปีศาจที่น่ากลัวหันกลับไปด้านหลังอย่างไรชีวิต

 

โหยวเสี่ยวโม่ “……”

 

ดูเหมือนว่าปีศาจที่สุดแสนจะแข็งแกร่งกลับถูกบดขยี้โดยหลิงเซี่ยวภายในไม่กี่กระบวนท่า

 

หลิงเซี่ยวโยนศพลงเสร็จสิ้นการต่อสู้กับผู้เฒ่าเจียง เขาหันมาทางโหยวเสี่ยวโม่ซึ่งตกตะลึงอยู่ และกล่าวว่า “ต่อจากนี้ ข้าจะดึงความทรงจำของเขาแล้ว เจ้าสามารถหลับตาได้หากต้องการ”

 

โหยวเสี่ยวโม่กลืนน้ำลาย เขาลังเลก่อนจะส่ายหัวอย่างอยากรู้

 

หลิงเซี่ยวไม่พูดอะไรอีก เขายกมือซ้ายขึ้น วงตราประทับปรากฎขึ้นในฝ่ามืออันไร้ที่ติของเขา หลิงเซี่ยววางมือซ้ายลงไปบนหน้าผากผู้เฒ่าเจียง ปากเขาขยับไปมาราวกับกำลังท่องอาคม และร่างของปีศาจเริ่มเหี่ยวลงทีละน้อยๆ ค่อยๆตัวเล็กลงเรื่อยๆ ท้ายที่สุดร่างทั้งร่างก็หายไป หลงเหลือไว้เพียงแต่เสื้อผ้าสีดำที่พื้น

 

โหยวเสี่ยวโม่แข็งเป็นหิน หรือว่าหลิงเซี่ยวกินผู้เฒ่าเจียงไปแล้ว?

 

*******************

*หลีหนิงเป็นแบรนอุปกรณ์สวมใส่เล่นกีฬา ส่วนคำว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ เป็นสโลแกนเก่าของแบรนนี้

Facebook Comment