+100%-

บท 73 ลักพาตัว

บท 73 ลักพาตัว

ยิ่งหลิงเซี่ยวเดินออกไปเท่าไหร่ เขายิ่งตกใจมากเท่านั้น เขาไม่ได้เดินสวนหรือพบเจอใครในวงศ์ภาคกลางเลยแม้แต่คนเดียว อีกทั้ง ลมหนาวเย็นก็กำลังก่อตัว ทางเดินนี้ มุ่งหน้าไปยังด้านหลังของภูเขาในวงศ์ภาคกลาง

 

บรรดายอดเขาทั้งห้าของภูเขาอู๋ซวงถูกห่อหุ้มด้วยหมู่เมฆ และยอดเขาของวงศ์ภาคกลางก็เป็นยอดที่ชันที่สุด โดยเฉพาะด้านหลังภูเขานี้ ด้านหลังภูเขาหนาแน่นไปด้วยป่าไม้ร้อยปี ภูมิประเทศขรุขระด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ และเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า ดังนั้น ศิษย์จึงถูกห้ามไม่ให้เข้าไปด้านหลังภูเขา

 

โหยวเสี่ยวโม่นั้นอ่อนแอมาก หากเขาเข้าไปด้านหลังภูเขาจริงๆ เขาอาจจะไม่มีชีวิตรอดเลยก็เป็นได้?

 

เมื่อคิดเช่นี้ หลิงเซี่ยวจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด เขาเพิ่มความเร็วขึ้นและลอยไปยังภูเขาด้านหลัง ในตอนที่เขาเกือบจะไปถึงด้านหลังของภูเขา ตรงทางแยกจะไปอีกทางหนึ่ง เขามองเห็นรูปร่างคุ้นตาจากที่ไกลๆ ในหมู่คนเหล่านั้นมีคนที่คอยตามตื้อเขาทั้งวัน ถังหยุนฉีนั่นเอง

 

ถังหยุนฉีอาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่นางกลับมาอยู่บนถนนตรงนี้ ในที่ที่โหยวเสี่ยวโม่หายตัวไป ในโลกนี้มีเรื่องราวบังเอิญขนาดนี้ด้วยรึ?

 

ใบหน้าของหลิงเซี่ยวดำมืดลง บรรยากาศปกคลุมด้วยความเย็นยะเยือก เขาปรากฎตัวตรงหน้าถังหยุนฉี

 

ถังหยุนฉีรู้สึกเพียงว่ามีสายลมเย็นเข้าปะทะหน้านาง นางถึงหลับตาลงอัตโนมัติ เมื่อนางลืมตาขึ้น จึงเห็นพี่เซี่ยว คนที่นางใฝ่ฝันมาปรากฎตัวตรงหน้าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในตอนนั้นเอง นางกลับลืมไปว่านางมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ใบหน้านางสดใสขึ้น ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเขา “พี่เซี่ยว ทำไมท่านมาที่นี่?”

 

ผู้ติดตามทั้งสองคนของนางไม่รู้สึกดีใจเลย ใบหน้าของพวกนางเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในขณะที่จ้องมองหลิงเซี่ยวซึ่งจู่ๆก็ปรากฎตัวออกมาด้วยใบหน้าซีดขาวราวกับคนตาย

 

“เจ้าถามข้าว่าทำไมถึงมาที่นี่รึ? ข้าเองก็กำลังจะถามเจ้าเช่นเดียวกัน ศิษย์น้องหญิง เจ้าบอกข้าได้รึไม่? ว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

 

สายตาเย็นชาจ้องมองไปที่นาง ราวกับจะมองว่ามันเป็นความบังเอิญจริงรึไม่ สายตาเขาทำให้นางรู้สึกไม่สบาย

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของถังหยุนฉีทันที หลังจากนางจำได้ว่านางมาอยู่ที่นี่เพราอะไร

 

กลับกลายเป็นว่า คนที่พวกนางรอไม่มา แต่หลิงเซี่ยวกลับปรากฎตัวแทน นี่มันหมายความว่าอะไรกัน? หากนี่อยู่ในสถานการณ์ปกติ ถังหยุนฉีจะต้องดีใจอย่างมากที่ได้มี “โอกาสเจอ” กับหลิงเซี่ยว แต่ในตอนนี้ หากเขาค้นพบว่านางตั้งใจจะทำร้ายโหยวเสี่ยวโม่ ผลลัพธ์……. นางไม่กล้าจินตนาการถึงมันเลย “นี่….. ข้าแค่มาเดินเล่นพูดคุยกับผู้ติดตามเท่านั้น และเดินมาทางนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ”

 

ถังหยุนฉีอธิบายด้วยน้ำเสียงกังวล นิ้วทั้งสิบที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อถูกกำแน่นจนกลายเป็นสีขาวอย่ากลัวว่านางจะถูกจับโกหก

 

รังสีอำมหิตฉายชัดออกมาในตาของหลิงเซี่ยวชั่วแวบนึงและหายไปอย่างรวดเร็ว เขากลับมาอ่อนโยนและวางตัวดีอย่างผิดปกติ “ศิษย์น้องหญิง เจ้ามาเดินเล่นจริงรึ? พื้นที่ด้านหลังภูเขาเป็นสถานที่หวงห้าม เจ้าเกือบจะเดินเข้าไปยังด้านหลังภูเขาแล้ว หรือว่าเจ้ามีบางเรื่องที่สามารถจัดการได้เฉพาะด้านหลังเขาแบบนี้?”

 

“ไม่ ไม่ พี่เซี่ยว ท่านกังวลมากเกินไปแล้ว พวกเราเพียงแค่ออกมาเดินเล่น”

 

ถังหยุนฉีปฏิเสธอย่างว่องไว ก่อนจะก้มหัวของนางลงไม่กล้ามองหลิงเซี่ยวอีกต่อไป

 

หลิงเซี่ยวยิ้มอ่อนโยนแต่ดวงตากลับเย็นชาราวน้ำแข็ง “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วศิษย์น้องหญิงเห็นโหยวเสี่ยวโม่บ้างรึไม่? ข้าเพิ่งพบเจอคนบนทางเดินมาที่นี่ เขาบอกข้าว่าโหยวเสี่ยวโม่ตามใครบางคนที่ไม่คุ้นเคย และมุ่งหน้ามาทางนี้ เป็นไปได้รึไม่ว่าศิษย์น้องหญิงพบเจอพวกเขา?”

 

“โหยวเสี่ยวโม่?”

 

ถังหยุนฉีทำท่าราวกับว่านางไม่รู้เรื่องทันที “ไม่มีนะ อา ข้าไม่ได้เจอเขาตลอดทางที่ผ่านมาที่นี่เลย หากพี่เซี่ยวไม่เชื่อข้า ลองถามพี่ชายและพี่สาวดู พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา”

 

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิน ที่ศิษย์น้องถังพูดเป็นความจริง พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และไม่ได้เจอศิษย์น้องโหยวเลย”

 

ทั้งสองคนตอบโดยไม่ต้องรอให้หลิงเซี่ยวถาม

 

“พี่เซี่ยว ข้าเพิ่งนึกได้ว่ามีเรื่องที่ต้องทำ หากท่านไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน”

 

ถังหยุนฉีกังวลว่าหากนางอยู่นานกว่านี้ โหยวเสี่ยวโม่อาจจะปรากฎตัวขึ้นมาก็ได้ หากทั้งสองเจอกัน ความลับของนางอาจจะแตกได้ ดังนั้นนางจึงอดทนไม่ไหวที่จะออกจากที่นี่ เมื่อพูดจบนางก็เริ่มก้าวเดินทันที

 

“อย่าเพิ่งไป”

 

หลิงเซี่ยวสั่งออกมาเสียงดัง

 

ถังหยุนฉีสะดุ้งความตกใจ นางยืนอยู่นิ่ง ก่อนจะพูดตะกุกตะกักพลางมองไปยังหลิงเซี่ยว “พี่เซี่ยว มีอะไรรึ?”

 

“พวกเจ้าทั้งหมดไม่รู้แน่ๆใช่หรือไม่ว่าโหยวเสี่ยวโม่ไปไหน”

 

หลิงเซี่ยวหันสายตาจ้องไปยังดวงตาที่สั่นไหวของนาง เขากดเสียงเน้นทุกคำที่กล่าวถาม

 

ทั้งสามส่ายหัว โหยวเสี่ยวโม่บอกให้พวกนางมารอตรงนี้ แต่ตอนที่พวกนางมาถึง พวกนางกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ดังนั้นพวกนางจึงไม่รู้จริงๆว่าโหยวเสี่ยวโม่ไปไหน แต่เจียงหลิวอาจจะรู้ก็ได้

 

หลิงเซี่ยวคาดเดาว่าพวกนางคงไม่กล้าโกหกเขา ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้พวกนั้นไป

 

ถังหยุนฉีและพรรคพวกวิ่งออกไปอย่างแตกตื่นทันทีราวกับว่าได้รับการให้อภัยแล้ว และกลัวที่จะถูกเรียกตัวกลับมาอีกครั้งโดยหลิงเซี่ยว

 

กลิ่นของโหยวเสี่ยวโม่ยังไม่ได้หายไป หลิงเซี่ยวมองไปยังทางที่มุ่งหน้าไปสู่ด้านหลังของภูเขา หากเขาไม่ผิดพลาด โหยวเสี่ยวโม่และคนผู้นั้นจะต้องเข้าไปก่อนแล้ว ที่ประหลาดใจก็คือ นอกจากกลิ่นของถังหยุนฉีและพรรคพวกแล้ว ยังมีกลิ่นของอีกบุคคลนึงอยู่ด้วย

 

หลิงเซี่ยวยืนขึ้นและครุ่นคิดด้วยท่าทางที่อ่านไม่ออกอยู่พักหนึ่ง และเขาบินขึ้นไปในอากาศด้วยชายแขนเสื้อพริ้วไหวและหายตัวไปยังทางเดินที่มุ่งหน้าไปยังด้านหลังภูเขาทันที

 

ในขณะเดียวกัน ในด้านหลังภูเขามืดมิดซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานอันดำมืด เงาดำวิ่งตรงไปยังป่าโดยแบกคนผู้หนึ่งไว้บนไหล่ เขาวิ่งด้วยความรวดเร็ว บางครั้งก็ทำให้เหล่าสัตว์ป่าตกใจ แต่เพียงแค่อึดใจเดียวพวกเขาก็ไปไกลกว่าจุดก่อนหน้านี้มาก จนกระทั่งถึงกำแพงของเถาองุ่นซึ่งขึ้นอย่างแน่นหนาและไม่รู้จบ ร่างเงานั้นจึงหยุดลงและถางเถาวัลย์ออกเผยให้เห็นปากทางเข้าถ้ำมืดมิด ก่อนจะเดินเข้าไปโดยไม่ลังเลใจ

 

ในตอนแรกนั้นทุกอย่างรอบตัวยังคงมืดมิดไปหมด แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปด้านใน รอบๆด้านกลับสว่างขึ้น

 

โหยวเสี่ยวโม่เปิดตาของเขาขึ้น และแสงสว่างก็สาดเข้ามาในตาทำให้เขาต้องหลับตาอีกครั้งเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่าง เมื่อเขาเปิดตาอีกครั้ง เขารู้สึกราวกับว่าเขาอยู่บนสวรรค์….

 

พื้นที่กว้างใหญ่สีขาวแห่งนี้ราวกับเป็นผลงานของพระเจ้า รูปแกะสลักน้ำแข็งอันวิจิตรตระการตามีอยู่เต็มไปหมด รูปแกะสลักมีทั้งผู้หญิงสาว ภูมิทัศน์ พืชพรรณ สัตว์ต่างๆ และเกือบทุกสิ่งที่จะสามารถคิดได้ ทุกชิ้นถูกแกะสลักอย่างพิถีพิถัน ในขนาดที่มากมายเช่นนี้ หากมันไม่ถูกสลักโดยช่างร้อยหรือพันคน ก็อาจจะต้องใช้เวลายาวนานในการแกะสลัก

 

ที่นี่เป็นถ้ำภูเขาขนาดใหญ่ กว้างราวพันจ้าง* สูงราวร้อยจ้าง ด้านบนไม่มีรูหรือทางไปราวกับว่าถ้ำนี้ตั้งอยู่ภายในภูเขา (1จ้าง = 3.3เมตร)

 

รูปแกะสลักน้ำแข็งก็ราวกับว่าจะอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว อากาศเย็นนี้ไม่ถึงขนาดทำให้หนาวสั่นไปทั้งกระดูก แม้ว่าโหยวเสี่ยวโม่จะรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น แต่เขาก็ยังคงทนได้อยู่

 

เงาดำเดินไปด้านหน้าและโยนโหยวเสี่ยวโม่ลงโดยไม่สนใจว่าเขาจะตื่นหรือไม่

 

“อัยหยา” โหยวเสี่ยวโม่ได้แต่ร้องอยู่ในใจ เขาไม่ได้คาดว่าจะถูกโยนลงมาเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจหยุดตัวเองไม่ให้หล่นลงมาก้นกระแทกได้ พื้นนั้นเป็นน้ำแข็งซึ่งแข็งตัว การตกลงไปกระแทกพื้นเกือบจะทำให้ก้นเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

โหยวเสี่ยวโม่ลูบก้นของเขาหน้าบูดขณะมองไปยังคนผู้นั้น

 

เงาดำนั้นเป็นผู้ชาย เขาพันทั้งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำรวมทั้งผมของเขาด้วยราวกับนินจา ดังนั้นโหยวเสี่ยวโม่จึงเห็นแค่ ดวงตาเยือกเย็นนั้นซึ่งจ้องมายังเขาเท่านั้น

 

โหยวเสี่ยวโม่ตัวสั่น เขาจะเป็นใครกัน?

 

ในพรรคเถียนซิน นอกจากถังหยุนฉีที่มักเกิดปัญหากับเขาแล้ว ก็ไม่มีใครอีกแล้ว เขาคิดว่าคนผู้นี้ถูกส่งมาโดยถังหยุนฉี แต่เมื่อคิดดูดีๆ กลับไม่น่าใช่ หากถังหยุนฉีเตรียมแผนการนี้ไว้แล้วจริงๆละก็ นางคงไม่จำเป็นต้องให้เจียงหลิวมาหลอกล่อเขาให้มาเจอนางหรอก

 

แต่หากไม่ใช่ถังหยุนฉี เขานึกไม่ออกจริงๆว่าใครต้องการทำร้ายเขา

 

“นี่…..ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำ ทำไมท่านจึงจับข้ามาเล่า?”

 

โหยวเสี่ยวโม่กลืนน้ำลายแล้วกลืนน้ำลายอีก ดูเหมือนคนผู้นี้จะรับมือด้วยอยาก จนถึงตอนนี้ ดวงตาคู่นั้นยังคงมองเขาด้วยความเยือกเย็นราวกับจะลอกหนังเขาออกมาเป็นแผ่นๆ

 

“รออยู่ที่นี่ หากเจ้ากล้าหนี ข้าจะตัดขาเจ้าทิ้งซะ”

 

คนชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายและสายตาเย็นชา เมื่อกล่าวจบเขาจึงจากไป โหยวเสี่ยวโม่รอจนกระทั่งเขาหายไปแล้วจึงคลานออกมา มือยังคงลูบก้นที่เจ็บปวดอยู่

 

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางทำตามที่คนชุดดำกล่าวและรอความตายอยู่ที่นี่หรอก ในสายตาของชายผู้นั้นปฏิบัติกับเขาราวกับคนที่ตายไปแล้ว เขาเดาว่าคนชุดดำนั้นสามารถฆ่าเขาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นมีแต่คนโง่เท่านั้นแหล่ะที่จะรออยู่ตรงนี้

 

เขาหมุนตัวไปรอบๆ และมองเห็นว่าภายในถ้ำเต็มไปด้วยรูปแกะสลักน้ำแข็ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอะไรที่สวยงามเช่นนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีเวลาพอที่จะชื่นชมมันได้

 

โหยวเสี่ยวโม่ถอนหายใจ เขาเดินเบาๆราวกับแมวไปยังปากทางเข้า ตั้งแต่คนชุดดำออกไปก็เป็นเวลาพอสมควรแล้ว

 

โหยวเสี่ยวโม่ยกเท้าขึ้นอย่างต้องการจะออกไปด้านนอกโดยเชื่อถือในดวงของตอนเอง ทันใดนั้น เขารู้สึกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต กระแสไฟฟ้าแล่นจากนิ้วเท้าไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ทำให้โหยวเสี่ยวโม่ต้องถอนเท้ากลับมา และยืนตัวสั่นอยู่หน้าทางเข้าถ้ำไปชั่วขณะ

 

นรกเจ้าสิ มีม่านคุ้นกันด้วย?

 

ความรู้สึกนี้ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับโหยวเสี่ยวโม่เลย เมื่อเขาไปยังหอคัมภีร์ครั้งแรก เนื่องจากเขาไม่รู้เรื่องอะไร เขาจึงตกใจกลัวในตอนที่สัมผัสกับม่านคุ้มกันที่อยู่ในชั้นวางคัมภีร์

 

เช่นนี้เอง เขาจึงได้รับรู้ข้อมูลสำคัญว่าชายชุดคนคนนั้นสามารถสร้างม่านคุ้มกันได้ นั่นหมายความว่าพลังยุทธ์ของเขาไม่ได้ต่ำเลย เมื่อคิดถึงดวงตาคู่นั้นซึ่งคมกริบราวกับผ่านช่วงเวลามามากแล้ว คนผู้นั้นจะต้องเป็นผู้อาวุโสของพรรคเถียนซินอย่างแน่นอน มันจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ!

 

หากเป็นเช่นนี้แล้ว เป็นไปได้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสหลบหนีแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว

 

ในขณะที่โหยวเสี่ยวโม่เดินไปเดินหาอย่างตื่นตระหนก เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันรีบเร่งใกล้เข้ามา

*******************

ลงครบ 100 เปอร์เซ็นแล้วค่ะ อ่านให้สนุกนะคะ 😀

 

Facebook Comment