+100%-

บทที่ 70 คนขี้เก๊ก

===============

ในสายตาของหลิงเซี่ยว หลิวลี่ชิงกับทันไทเมียวอินก็แค่เต้นรำไปมา ลอยไปลอยมาโดยไร้ซึ่งพลังใดๆ ความแข็งแกร่งแบบนี้ หากออกไปด้านนอก คงจะถูกคนอื่นฆ่าตายภายในไม่กี่วัน รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้สวยเท่าไหร่ ดังนั้นแทนที่จะมองสองคนนั้น เขามองโหยวเสี่ยวโม่ดีกว่า

เมื่อคิดแบบนี้ หลิงเซี่ยวจึงย้ายสายตาจากสองคนด้านบนมามองโหยวเสี่ยวโม่แทน โดยไม่คาดคิด เขากลับเห็นดวงตาของโหยวเสี่ยวโม่เป็นประกายจ้องไปยังสองคนบนลานประลองอย่างไม่ละสายตา ความรู้สึกโกรธเกิดขึ้นในใจหลิงเซี่ยวโดยไม่รู้สาเหตุ

โหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนที่นั่งข้างเขากำลังอารมณ์ไม่ดี เขายังคงถูกครอบงำด้วยความสนใจของตนเอง

หลิงเซี่ยวสะกดความโกรธไว้และกล่าวอย่างอ่อนโยน “ศิษย์น้อง เจ้าสนุกรึไม่?”

โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้าอย่างมีความสุขโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ามา “ช่างน่าเกรงขามนัก ศิษย์พี่หญิงทั้งสองคนต่างฝีมือดี”

หลิงเซี่ยวหรี่ตาลงอย่างน่ากลัว “โอ้ ฝีมือในการต่อสู้ของพวกนางดีขนาดนั้นเชียว? หรือว่ารูปร่างหน้าตากันแน่ที่ดีงาม?”

โหยวเสี่ยวโม่มีปฏิกิริยาเมื่อได้ยินคำถาม เขาก้มหัวลงอย่างเขินอาย และกล่าวด้วยน้ำเสียงบางเบา “ดีทั้งคู่นั่นแหล่ะ หรือท่านไม่คิด…”

เขากล่าวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าหลิงเซี่ยว ผลก็คือครึ่งหลังของประโยคสุดท้ายติดอยู่ในลำคอของเขา

“ไม่คิดอันใด?”

หลิงเซี่ยวยิ้มกว้าง จ้องไปยังโหยวเสี่ยวโม่

“ไม่มีอะไร…”

โหยวเสี่ยวโม่ตัวสั่น เขารู้สึกคุ้นเคยกับท่าทางแบบนี้ คุ้นเคยเสียจนเขาตัวสั่นโดยไม่ได้ตั้งใจทุกครั้งที่มองเห็นท่าทางนี้ อัยหยา เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเขาถึงโกรธล่ะ? โหยวเสี่ยวโม่รู้แค่ว่าทุกครั้งที่หลิงเซี่ยวโกรธ เขาเกิดปัญหาตลอด

“ไม่มีอะไร แล้วทำไมเจ้าต้องจ้องการต่อสู้ขนาดนั้น?”

หลิงเซี่ยวยังคงยิ้มต่อไป

“อา มอง … มองดูพวกนางต่อสู้กัน…”

โหยวเสี่ยวโม่ก็ยังคงตัวสั่นไม่หยุด

“แล้วอะไรในการต่อสู้ที่ดีล่ะ?”

หลิงเซี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยด

“ที่จริง …ที่จริง ก็ไม่มีอะไรที่โดดเด่นเลย…”

เมื่อได้ยินเสียงหวานปานน้ำตาลแล้ว โหยวเสี่ยวโม่เกิดขนลุกขึ้นมาทันที

หลิงเซี่ยวพอใจกับคำตอบเหล่านั้น รอยยิ้มหวานแต่กลับชั่วร้ายบนใบหน้าเขาหายไปทันที แทนที่ด้วย “ความรักใคร่น้องชาย” เช่นเดียวกับที่เขาขยี้หัวโหยวเสี่ยวโม่ เขายิ้มและกล่าว “ในเมื่อมันไม่มีอะไรที่น่าดู งั้นเราก็ไม่ควรดู”

โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้ารัวๆ แต่ภายในกลับร่ำไห้ ศิษย์พี่ใหญ่หลิงช่างน่ากลัว!

ในตอนนั้นเอง บนเวทีประลองก็เข้าสู่โค้งสุดท้าย ชุดผ้าแพรสีขาวสะบัดไปมา ขับความสง่างามของทันไทเมียวอินออกมา ด้วยผิวเนียนลื่น นางยืนอยู่บนเวทีราวกับเทพธิดาที่หล่นจากสวรรค์ เพราะการต่อสู้อันรุนแรงเมื่อสักครู่ ทำให้ใบหน้าเรียวของหน้าแต้มด้วยสีแดงตรงแก้มราวกับดอกไม้สีชมพูที่สวยงาม รูปลักษณ์ที่สวยงามนี้ดูมีเสน่ห์และน่าประทับใจยิ่ง สาวงามที่อ่อนโยนและนิ่มนวลผู้นี้ชนะหลิวลี่ชิงซึ่งแข็งแกร่งกว่า

หลิวลี่ชิงซึ่งถูกทำให้ตกจากเวทีเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ นางจ้องมองอย่างประหลาดใจไปที่ทันไทเมียวอินด้วยสายตาราวกับไม่อยากจะเชื่อ บางทีนางอาจจะมั่นใจเกินไป แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทันไทเมียวอินเก็บซ่อนพลังของนางไว้

ตั้งแต่แรกนางกักเก็บพลังไว้ส่วนหนึ่ง และแกล้งทำเป็นว่าต่อสู้กับหลิวลี่ชิงอย่างสูสี่ จนกระทั่งถึงจนที่หลิวลี่ชิงหมดแรง และใช้ความคิดของนางที่คิดว่าทั้งคู่ต่างก็เหนื่อยพอๆกัน จึงลดการป้องกันตัวลง ในจังหวะนั้นเอง ทันไทเมียวอินจึงจู่โจมอย่างกระทันหัน ทำให้หลิวลี่ชิงหลุดออกจากเวทีด้วยการจู่โจมนั้น!

นี่เป็นบทเรียนเตือนใจอย่างดี อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของทันไทเมียวอินก็เป็นที่ประจักษ์ต่อผู้คน

“ศิษย์พี่หลิวปล่อยให้ข้าชนะแล้ว!”

ทันไทเมียวอินกุมมือทั้งสองของนางไปทางหลิวลี่ชิงที่อยู่ด้านล่างเวที น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความจริงจัง ตรงไปตรงมาและจริงใจ ชนะหัวใจผู้คนเกือบทั้งหมดในทันที นางบังเอิญมองไปยังหลิงเซี่ยว

สายตานี้ถูกโหยวเสี่ยวโม่ซึ่งลอบมองไปทางนั้นสังเกตเห็น

แต่โหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้หลงตัวเองขนาดที่คิดว่าทันไทเมียวอินมองมายังเขา แม้ว่านางจะมองมาทางพวกเขาก็จริง แต่ข้างตัวเขาเองก็ยังคงมีหลิงเซี่ยว “ผู้หล่อเหลา” อยู่

ดังนั้นโหยวเสี่ยวโม่จึงก้มหัวลงด้วยความเศร้าใจ เขาไม่ได้มีสิ่งที่เขาไว้ดึงดูดผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อตอนที่อยู่กับหลิงเซี่ยว แต่โหยวเสี่ยวโม่ไม่มีทางรู้เลยว่า การกระทำนี้ของเขาทำให้หลิงเซี่ยวอารมณ์ดีโดยไม่ได้ตั้งใจ

หลิงเซี่ยวเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาของทันไทเมียวอิน แต่เพราะว่าพวกเขานั่งด้วยกัน ทำให้เขาคิดว่าทันไทเมียวอินอาจจะมองมายังโหยวเสี่ยวโม่ และนั่นทำให้เขาเกิดอาการไม่พอใจทันที แต่เมื่อเขาเห็นโหยวเสี่ยวโม่ก้มหัวลงและไม่หันไปดูทันไทเมียวอิน ความไม่พอใจทั้งหลายต่างหายกลับเข้ามุมไปทันที

“ศิษย์น้อง เจ้าไม่ต้องเศร้าไป นี่เพิ่งจะรอบที่สองเท่านั้น ยังคงมีการแข่งอีกมากหลังจากนี้ ใช้เวลาดูให้ดีซะ”

หลิงเซี่ยวยิ้มขณะกล่าวปลอบใจ

โหยวเสี่ยวโม่หน้ามุ่ย แล้วใครล่ะเป็นคนห้ามไม่ให้เขาดูการแข่งขัน?

ในทางกลับกัน ถังหยุนฉีที่เห็นทุกการกระทำทำเสียงขึ้นจมูกอย่างเยาะเย้ย กล้าส่งสายตาหาศิษย์พี่ใหญ่ของนางรึ? ไม่มีวันซะหรอก!

ถังหยุนฉีรู้ว่าพี่ใหญ่เซี่ยวของนางนั้นโดดเด่นอย่างมาก มีศิษย์ผู้หญิงหลายคนที่ชื่นชอบพี่ใหญ่เซี่ยวของนาง หนึ่งในนั้นก็คือทันไทเมียวอิน ผู้อื่นอาจจะไม่สามารถบอกได้ว่านางสนใจในตัวพี่ใหญ่เซี่ยว แต่ในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน นางมองเห็นได้ชัดแจ้งราวกับอยู่ท่ามกลางดวงอาทิตย์ แต่ในสายตาของนาง ศัตรูเช่นนี้ไม่เป็นอะไรเลย นางรู้ดีว่าอุปสรรคใหญ่หลวงของนางในตอนนี้คือโหยวเสี่ยวโม่คนที่นั่งข้างๆพี่เซี่ยวของนาง

เมื่อคิดแล้ว ถังหยุนฉีก็ส่งสายตาอาฆาตไปยังโหยวเสี่ยวโม่ นางอยากจะรอให้ถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่เมื่อเห็นว่าโหยวเสี่ยวโม่ใส่ชุดของพี่เซี่ยวแล้ว นางรู้สึกหึงหวงราวกับจะตายให้ได้ นี่ทำให้นางไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป

หลังจากเวลาพักสั้นๆหมดลง การแข่งขันก็เริ่มต้นอีกครั้ง

รอบที่สาม รอบที่สี่…. จนกระทั่งรอบที่สิบเอ็ด ทุกคนเงยหน้าตัวเองด้วยความคาดหวัง เงยหน้าจนคอยืดยาวขึ้น การต่อสู้ทั้งสิบเอ็ดรอบที่ผ่านมาไม่มีชื่อหลิงเซี่ยวเลย แต่ละรอบผ่านไปอย่างน่าผิดหวัง ตอนนี้เหลืออีกเพียงรอบเดียวเท่านั้น และกระดาษในกล่องจับฉลากเหลือเพียง 3 ใบ

เพราะว่าในวันนี้ การประลองรอบที่สองมีผู้เข้าแข่งขัน 25 คน หากต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 จะมีอยู่ 12 คู่ และเหลือ 1 คน ดังนั้นการจับฉลากครั้งนี้จะเป็นการจับคู่การต่อสู้รอบสุดท้าย สำหรับชื่อที่เหลืออยู่ในกล่อง คนผู้นั้นคือผู้โชคดีที่ได้รับการชนะผ่านไปยังรอบต่อไปทันที

ทุกคนต่างจดจ้องไปที่ทุกการกระทำของผู้เฒ่าเจียง แต่คนที่ดูจะกังวลมากที่สุดคงไม่พ้นศิษย์ชายสองคนที่ยังไม่ได้ทำการแข่งขัน เมื่อคิดว่าพวกเขามีโอกาสสูงที่จะได้เผชิญหน้ากับหลิงเซี่ยว พวกเขาต่างก็หมดหวัง ดังนั้นพวกเขาจึงภาวนาในหัวใจ ได้โปรดอย่าให้พวกเขาต่อสู้กับศิษย์พี่ใหญ่เลย ให้พวกเขาชนะผ่าน หรือไม่งั้นก็ให้ศิษย์พี่ใหญ่ชนะผ่านไปซะ

ใบหน้าของผู้เฒ่าเจียงสงบดั่งผืนหน้า ไม่มีแม้แต่เสี้ยวของความระทึกใดๆ ภายใต้สายตาของทุกคน เขาค่อยๆยืนมือเข้าไปในกล่องและหยิบกระดาษออกมาสองใบ เมื่อเปิดพวกมันออก เขาจ้องไปยังชื่อที่อยู่ในกระดาษ เขากล่าวด้วยใบหน้าราบเรียบ “คู่ต่อสู้สำหรับรอบที่สิบสองคือ เฉินเหยียน กับ เกาจวิ๋น”

ด้วยผลลัพธ์ออกมาทำให้ทั้งผิดหวัง และดีใจ!

ส่วนที่ผิดหวังก็เป็นเพราะศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ต่อสู้มาสองวันติดกันแล้ว นั่นทำให้คนที่กระตือรือร้นรอดูหลิงเซี่ยวต่อสู้รู้สึกผิดหวังอย่างแรง ส่วนที่ดีใจก็เป็นเพราะรู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ช่างดวงดีเหลือเกิน การต่อสู้แรก พี่โจวเปิ่งก็ยอมแพ้ การต่อสู้ที่สอง เขาก็ชนะผ่าน โชคของเขาไม่ธรรมดาเลย

แต่ก็มีบางคนที่ทั้งดีใจและเสียใจ นั่นก็คือ เฉินเหยียนและเกาจวิ๋น พวกเขาดีใจเพราะว่าจะไม่ได้สู้กับศิษย์พี่ใหญ่ แต่ก็เสียใจเพราะพวกเขาไม่ใช่คนที่ชนะผ่าน ความรู้สึกซับซ้อนเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ท่านช่างโชคดีนัก”

โหยวเสี่ยวโม่กล่าวชื่อชมด้วยความจริงใจ หากโชคของเขาดีได้แบบนี้บ้างก็คงดี

“แต่บางครั้งโชคดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องดีนะ”

หลิงเซี่ยวยิ้มด้วยท่าทางที่อ่านไม่ออก

“ทำไมล่ะ?”

โหยวเสี่ยวโม่ถามด้วยความสงสัย

ครั้งนี้ หลิงเซี่ยวไม่ได้กางม่านคุ้มกัน ดังนั้นศิษย์คนอื่นรอบๆจึงได้ยินสิ่งที่เขาพูด ทุกคนต่างกางใบหูให้กว้างเพื่อที่จะได้แอบฟัง พวกเขาเองก็สงสัยว่าทำไมศิษย์พี่ใหญ่จึงพูดคำเหล่านั้น ไม่ใช่ว่าการชนะผ่านเป็นเรื่องที่ควรดีใจมิใช่รึ?

หลิงเซี่ยวค่อยๆยกมุมปากขึ้น “ข้ารอมาตั้งนาน ดังนั้นข้าจึงคิดว่าในไม่ช้าข้าคงสามารถขึ้นไปยังเวทีและฝึกฝนบ้าง แต่….”

ส่วนที่เหลือไม่ได้ถูกพูดออกมา แต่ทุกคนสามารถสรุปได้ว่าเขาผิดหวังเนื่องจากเขาไม่ได้ถูกเลือก และนั่นทำให้เขาอยากขึ้นเวทีไปต่อสู้สักครั้ง

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉินเหยียนและเกาจวิ๋นรู้สึกขอบคุณในโชคชะตาของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณพระเจ้าที่พวกเขาไม่ต้องต่อสู้กับศิษย์พี่ใหญ่ หากว่าศิษย์พี่ใหญ่เกิดตื่นเต้นจนเกินไป ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะถูกทุบตีจนเกือบตายเลยรึ? เมื่อคิดแล้ว พวกเขาจึงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นทันที

คนที่ไม่ถูกหลอกคือโหยวเสี่ยวโม่ เขารู้ดีว่าหลิงเซี่ยวไม่อยากออกไปต่อสู้หรอก

เขาอยากนั่งดูคนอื่นต่อสู้มากกว่าจะออกไปต่อสู้ให้คนอื่นดู ท่าทางนั่นก็แสร้งทำเพื่อผลประโยชน์เท่านั้นแหล่ะ หลิงเซี่ยวช่างเป็นคนที่ชั่วร้ายจริงๆ ความประทับใจที่เขาให้คนอื่นเห็นมันดีเกินไป โดยเฉพาะตั้งแต่ที่เขาเลิกทำตัวเย็นชาปานน้ำแข็งกับศิษย์คนอื่นๆ ผู้ชายก็ราวกับว่าจะนำเขาไปเป็นต้นแบบของตนเอง ส่วนผู้หญิงก็ราวกับจะตกหลุมท่าทางเสแสร้งอ่อนโยนของเขา และนั่นทำให้ไม่มีใครสงสัยเขาเลยสักนิด แต่สำหรับคนที่ทุกข์ทรมานกับการกระทำแย่ๆเช่นโหยวเสี่ยวโม่ เขารู้แจ้งเห็นจริงทุกการกระทำ

โหยวเสี่ยวโม่ได้แต่ตะโกนอยู่ภายในใจ เจ้าขี้เก๊กบ้า!

**********************

ถามความเห็นอีกเรื่องค่ะ เรากำลังจะมีโปรเจ็คแปลนิยายเรื่องใหม่ (เรื่องนี้ก็แปลเกือบไม่ทันแล้ว 555) ถ้ายังไงฝากติดตามด้วยนะคะ

เรื่อง I Was Reincarnated กับอีกเรื่องคือ Body Double ค่ะ แต่น่าจะอีกนาน เราจะรอให้เรื่องนี้ลงตัวก่อน แล้วค่อยทยอยแปลสองเรื่องนี้ค่ะ 😀

***********************

เสาร์-อาทิตย์นี้เราอาจจะลงไม่เยอะเหมือนอาทิตย์ที่แล้วนะคะ วันเสาร์นี้ต้องไปทำงาน วันอาทิตย์ไปรับปริญญาเพื่อน

ส่งใบลาล่วงหน้าค่ะ TT

Facebook Comment