+100%-

บทที่ 68 ช่วยกันและกัน

===============

โหยวเสี่ยวโม่นั่งอยู่ที่มุม ดวงตาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว “ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ท่านเปลี่ยนเงื่อนไขสักหน่อยไม่ได้รึ?”

“เจ้าคิดว่ามันมีตัวเลือกรึไง? เจ้าเป็นคนที่ให้มันเป็นถึงขนาดนี้ ดังนั้นเจ้าก็ต้องเป็นคนทำให้มันสงบด้วยสิ นี่เป็นความรับผิดชอบของเจ้านะ”

หลิงเซี่ยวพูด น้ำเสียงของเขาราวกับว่าปัญหานี้ได้คลี่คลายแล้ว เขามองลงมาจากที่สูงราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา

โหยวเสี่ยวโม่เกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ความแข็งแกร่งในตอนเช้านี้เป็นความผิดของเขาด้วยรึ? แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ

“แต่ แต่…. การแข่งขันใกล้จะเริ่มต้นแล้ว ข้ากลัวว่าเราจะไปไม่ทัน”

โหยวเสี่ยวโม่ทำได้เพียงหาข้ออ้างเท่านั้น

หลิงเซี่ยวนั่งพิงหัวเตียง และกล่าวสบายๆว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการแข่งขัน หากเราไปสาย ข้าก็มีหนทางทำให้ทุกคนไม่ติดใจสงสัยอะไร อีกทั้ง หากข้าถูกปรับแพ้จริง นั่นก็ยิ่งดีใหญ่ ข้าจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้เฒ่าเจ้าเล่ห์ถังฟานสงสัยได้”

คำกล่าวนี้นับว่ามีเหตุผลอย่างยิ่ง โหยวเสี่ยวโม่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาจึงทำได้แค่พยายามหาข้ออ้างอื่น

“คุยกันมาขนาดนี้ เจ้าจะทำหรือไม่ทำ?” หลิงเซี่ยวพูดอย่างไม่อดทน

เขาไม่ต้องการให้เวลาเสียไปเช่นนี้ หากมีใครเคาะประตู นั่นอาจจะทำให้แผนการที่เขาวางไว้เป็นอย่างดีเสียเปล่ามิใช่หรือ?

โหยวเสี่ยวโม่ตกใจกับคำกล่าวนี้ เขาร้องออกมาอย่างน่าสงสาร “ข้า ข้า ข้า…. ข้าทำไม่ได้….”

นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก ตั้งแต่โหยวเสี่ยวโม่มีชีวิตมาสิบแปดปีในชีวิตก่อนหน้านี้ เขายังคงบริสุทธิ์และไร้เดียงสา สิ่งที่ผู้ชายมักจะทำกัน เช่น ดูหนังโป๊เกย์ ช่วยตัวเอง หรืออะไรพวกนั้น เขาไม่เคยทำมาก่อน นี่น่าจะมาการการเลี้ยงดูด้วยเช่นกัน อย่าไรซะ นี่ก็เป็นครั้งแรกของเขา

เมื่อได้ยินดังนั้น หลิงเซี่ยวหรี่ตาลงเล็กน้อย “อย่าบอกข้านะ ว่าเจ้าไม่เคยปลอบโยนตัวเอง?”

“ปลอบ…ปลอบโยนตัวเอง?”

โหยวเสี่ยวโม่แทบจะพ่นคำเหล่านั้นออกมา คำพูดนี้ช่างคุ้นหูยิ่งนัก ราวกับเป็นสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นผู้ชายชอบกระซิบในหมู่เพื่อนด้วยกัน

หลิงเซี่ยวมองดูเขาด้วยความสงสัย และดึงเขาเข้ามาทันที

โหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้คิดว่าหลิงเซี่ยวจะกระทำเช่นนั้น เขาไม่สามารถโต้ตอบได้ จึงถูกดึงไปยังวงแขน และจำต้องพิงร่างกายส่วนบนของหลิงเซี่ยว ก่อนที่เขาจะพยายามหนีออกมา หลิงเซี่ยวก็ยืดมือของตนไปจับสิ่งที่อยู่ระหว่างขาของโหยวเสี่ยวโม่….โหยวเสี่ยวโม่น้อยอย่างแม่นยำ

เหยื่อที่บริสุทธิ์ใสซื่อกลายเป็นหินในทันที

หลิงเซี่ยวไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเท่าใด เขาแค่รู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเขาช่างนุ่มเหลือเกิน เขามิอาจไม่ถูไถโหยวเสี่ยวโม่น้อยได้ ครั้งแรกของคนบริสุทธิ์มักจะไวต่อสัมผัส หลังจากถูไถและนวดไปมา โหยวเสี่ยวโม่น้อยจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงบ้าง มันค่อยๆแข็งขึ้น เมื่อรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง หลิงเซี่ยวจึงยิ้มออกมา เขาเงยหน้าขึ้น และมองไปยังโหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังหน้าแดงอยู่ และกล่าวอย่างหยอกล้อว่า “สิ่งนี้ของเจ้า…ช่างเล็กเหลือเกิน!”

โหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงแจ๋หอบหายใจหนักหน่วง เขารู้สึกอายแต่ก็รู้สึกโกรธมากกว่า เมื่อถูกพูดใส่ว่าสิ่งนั้นของเขาเล็ก ก็ได้ แม้ว่ามันจะเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับหลิงเซี่ยว แต่มันก็เป็นเพราะว่าเขาตัวเล็กอยู่ หากเขาเติบโตและตัวใหญ่เท่าคนตรงหน้า มันจะต้องไม่เล็กกว่าของหลิงเซี่ยวแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้สิ ชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในมือของคนอื่นนะ

“ท่าน ท่านปล่อยมือเถอะ…”

หลิงเซี่ยวยิ้มให้เขา และกระชับโหยวเสี่ยวโม่ในวงแขน “ในเมื่อเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะสอนเจ้าเอง เชื่อเถิด เจ้าเรียนรู้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และเจ้าจะเข้าใจมัน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความสามารถที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของผู้ชายทุกคนอยู่แล้ว มันเรียนรู้ไม่ยากเลย”

กล่าวเสร็จ หลิงเซี่ยวจึงยกชุดสีเขียวขึ้นไปอีกด้าน เผยให้เห็นกางเกงสีขาวภายใต้ชุดคลุม หลิงเซี่ยวไม่ให้โอกาสในการต่อต้าน เขาถอดกางเกงโหยวเสี่ยวโม่ออก โหยวเสี่ยวโม่น้อยที่ยังตื่นไม่เต็มที่เด้งออกมาทันที

เมื่อเห็นกับตาตัวเองแบบนี้ โหยวเสี่ยวโม่กังวลอย่างมาก ตาของเขาเริ่มเป็นสีแดง เขาพยายามที่จะหนีจากอ้อมกอดของหลิงเซี่ยวแล้ว แต่คนกอดมีแรงมาก จนเขาไม่สามารถดิ้นออกมาได้

รูปร่างกึ่งเปลือยตรงหน้านี้ดูยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูกในสายตาของหลิงเซี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าสิ่งเล็กๆในมือของเขา แต่เนื่องจากมันยังตื่นตัวไม่เต็มที่ มันจึงดูเล็กๆเหมือนกับที่เขาเคยบรรยายไปก่อนหน้านี้ แต่รูปทรงของสิ่งนั้นค่อนข้างสวย ไร้ตำหนิและอ่อนนุ่มราวกับแท่งหยก ดูน่ารักเมื่อเวลามันตื่นตัวขึ้น รอบๆโหยวเสี่ยวโม่น้อยยังคงไม่มีขนมากนัก เขาจึงเชื่อว่าศิษย์น้องผู้นี้คงจะไม่มีประสบการณ์จริงๆ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อหลิงซี่ยวคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เขากลับรู้สึกมีความสุข

ด้วยความเชี่ยวชาญของเขา โหยวเสี่ยวโม่น้อยจึงปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว ครั้งแรกของเด็กหนุ่มบริสุทธิ์ใสซื่อถูกปล่อยออกมาใส่มือของเขา น้ำเหนียวข้นสีน้ำนมช่างดูน่าดึงดูดในสายตาของหลิงเซี่ยว

โหยวเสี่ยวโม่ผู้ซึ่งถูกบังคับให้ปลดปล่อยเป็นครั้งแรกไม่ค่อยรู้สึกสุขสมเท่าไหร่ เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกของเขา ดังนั้นความอดทนจึงต่ำ หลิงเซี่ยวเพียงแค่หยอกนิดหน่อยเขาก็ปลดปล่อยออกมาแล้ว โหยวเสี่ยวโม่ปล่อยทั้งร่างเข้าสู่อ้อมกอดของหลิงเซี่ยวราวกับสูญเสียแรงไปหมดแล้ว

แก้มของเขาขึ้นสีแดงก่ำ สำหรับคนบริสุทธิ์แบบเขาแล้ว ความรู้สึกสุขสมที่ผ่านมาเกือบจะทำให้เขาร้องออกมา เขาไม่รู้เลยว่าแค่เกาะกุมแท่งหยกของตัวเองจะทำให้รู้สึกรุนแรงขนาดนี้ มันทำให้ร่างกายทั้งร่างของเขาร้อนราวกับถูกไฟไหม้

“เป็นอย่างไร? รู้สึกดีรึไม่?”

หลิงเซี่ยวลูบหัวโหยวเสี่ยวโม่อย่างพึงพอใจก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยคำถาม

โหยวเสี่ยวโม่มุดหัวของเขาเข้ากับอกของหลิงเซี่ยว ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไปนานมาก เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราวกับยุงว่า “อื้ม….”

“งั้นต่อไปตาข้าสินะ!”

หลิงเซี่ยวเอียงเข้ามาใกล้ๆหูโหยวเสี่ยวโม่และพูดด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันก็ดึงมือโหยวเสี่ยวโม่ลงไปด้านล่าง ความแข็งแกร่งราวกับแท่งเหล็กยังคงไม่อ่อนลงแม้แต่น้อย มันแข็งและร้อนยิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก แม้ว่าจะถูกกั้นไว้ด้วยเนื้อผ้าก็ตาม แต่ความร้อนก็ราวกับจะเผามือเขาได้ แล้วหากได้สัมผัสตรงๆจะเป็นอย่างไร

ความร้อนเผาไหม้มือโหยวเสี่ยวโม่จนเขาแทบจะปล่อยมือ แต่เอวของเขายังคงถูกหลิงเซี่ยวโอบกอดอยู่ดี

แต่โหยวเสี่ยวโม่ค้นพบอยู่สิ่งหนึ่ง นั่นคือมือของเขากำแท่งร้อนในมือได้ไม่รอบ เขารู้สึกตกตะลึง อย่างมาก จึงเปิดตาและก้มลงดู เพียงแค่มองดูผ่านๆ เขากลับทำอะไรไม่ได้นอกจากกลืนน้ำลาย มันใหญ่โตมาก และเขากลับมามองดูของตัวเอง เขากลับรู้สึกอ่อนด้อยกว่าทันที ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลิงเซี่ยวจึงกล่าวว่าของเขาเล็ก หากเปรียบเทียบกันแล้ว ของเขานั้นกลายเป็นถั่วงอกเลยเถอะ!

โหยวเสี่ยวโม่ผู้ต้อยต่ำนั้นบางทีอาจจะขาดประสบการณ์ทั่วไป หากเขาเคยเห็นแท่งร้อนของคนอื่นล่ะก็ เขาก็น่าจะรู้ว่าแท่งร้อนของหลิงเซี่ยวนั้นใหญ่กว่าคนธรรมดาทั่วไป สำหรับคนธรรมดา แม้ว่าจะใหญ่สักแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่มีทางใหญ่ได้เท่ากับของหลิงเซี่ยวแน่นอน

“เร่งมือสิ!”

หลิงเซี่ยวหอบหายใจหนัก และกล่าวกระตุ้นโหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังประหลาดใจอยู่

โหยวเสี่ยวโม่สะดุ้ง เขามองดูแท่งแข็งแกร่งในมือแล้วหน้าแดง แม้ว่าหลิงเซี่ยวจะช่วยเขามาแล้วครั้งนึง แต่มันก็สั้นเหลือเกิน เขายังไม่เข้าใจส่วนสำคัญของการปลอบประโลมตนเองเลย เขาทำแค่นำมือทั้งสองไปวางที่สิ่งนั้น ปิดตาลงและพยายามนึกถึงตอนที่หลิงเซี่ยวทำให้เขา

เป็นดั่งคาด พรสวรรค์ของชายหนุ่มในการเรียนรู้รเองเหล่านี้นั้นช่างแข็งแกร่ง!

เช่นนั้นเอง นักเรียนที่ดีจึงทิ้งร่างอยู่ระหว่างขาของหลิงเซี่ยว เขาต่อสู้กับแท่งร้อนในมือจนกระทั่งเหงือออกเต็มใบหน้า แต่เมื่อเวลาผ่านไป เวลาของการแข่งขันก็เริ่มกระชั้นชิดเข้ามาทุกที มือของโหยวเสี่ยวโม่เริ่มปวดเมื่อยแต่สิ่งนั้นยังคงโป่งพองออกและไม่มีทีท่าว่าจะปลดปล่อยออกมาเลย

โหยวเสี่ยวโม่ต้องการจะหยุดพัก แต่พอมองไปทางหลิงเซี่ยวที่หน้าแดงและหอบหายใจหนักหน่วงด้วยความปราถนาแล้ว เขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่เวลาจะหยุดพัก ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เพียงอดทนต่อความเจ็บปวดและเร่งความเร็วขึ้น

ในตอนนั้นเอง หลิงเซี่ยวเปิดตาขึ้นและพูดอย่างหนักแน่น “ทำส่วนบนด้วย”

ส่วนบน? โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกราวกับไม่รู้จะทำอะไรไปชั่วขณะ เขามองไปยังแท่งร้อนในมือ เขาถึงรู้ว่ามีน้ำใสเป็นประกายอยู่ตรงส่วนบนของแท่งเสียว เขารู้สึกอายขึ้นมา นี่ไม่ใช่ส่วนที่ฉี่จะออกมารึ?

เมื่อมองไปยังหลิงเซี่ยวที่กำลังหน้าแดงและเกร็งกล้ามเนื้ออยู่ โหยวเสี่ยวโม่ลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะปัดความรู้สึกอึดอัดทิ้งไป เขาใช้มือหนึ่งถูตรงส่วนยอดของแท่งร้อน และผลที่ได้ก็คือน้ำเหนียวใสๆก็เพิ่มมากขึ้น เขารู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจยิ่ง นิสัยขี้เล่นของโหยวเสี่ยวโม่ปรากฎขึ้นมาทันที เขาขยับนิ้วไปมาย้ำๆ และใช้เล็บเขาเขี่ยไปมาเบาๆอีกหลายที โดยไม่ได้คาดคิด….

หลิงเซี่ยวครางเสียงทุ้มต่ำและแท่งร้อนก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง น้ำข้นหนืดสีขาวที่ไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายปีพ่นออกมาจากส่วนปลายในทันที ปริมาณนั้นค่อนข้างมาก….

โหยวเสี่ยวโม่ตกใจจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หลบฉากออกไป ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยน้ำสีขาวข้น แม้กระทั่งใบหน้าก็ไม่เว้น

เมื่อหลิงเซี่ยวสงบลงแล้ว เขาจึงเห็นโหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังตกตะลึงเต็มไปด้วยน้ำเหนียวๆ เขาจึงอดยกมุมปากขึ้นไม่ได้ หลังจากปลดปล่อยออกมา หลิงเซี่ยวรู้สึกมีความสุขมาก เขาใช้ชายแขนเสื้อเช็ดใบหน้าของโหยวเสี่ยวโม่ แถมยังช่วยถอดชุดคลุมที่เลอะออกจากตัวให้ด้วย โชคยังดีที่ชุดที่เลอะนั้นเป็นเพียงชุดคลุมด้านนอก

“โอ เจ้ามีชุดอื่นอีกรึไม่?”

หลิงเซี่ยวเห็นโหยวเสี่ยวโม่นำชุดออกมาวางตอนเช้าวันที่แล้ว แต่มันมีเพียงแค่ชุดเดียวเท่านั้น

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหน้าอย่างมึนงง สติของเขายังคงไม่กลับคืนมาจากการระเบิดเมื่อครู่

หลิงเซี่ยวขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ กล่าวว่า “อย่าบอกข้านะว่าเจ้าเอาชุดมาแค่สองชุดเท่านั้น?”

โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้า เขาไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าเลยในตอนที่ลงไปด้านล่างภูเขา ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะคิดคิดว่าแค่สองชุดก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าเลยในตอนที่ลงภูเขาไปทั้งสองครั้ง

หลิงเซี่ยวมองไปยังโหยวเสี่ยวโม่ด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาจึงลงจากเตียงและหยิบชุดคลุมสีขาวออกมาจากตู้ไม้ “ใส่นี่ไปก่อน ครั้งต่อไปที่เราลงไปด้านล่างภูเขา เราจำต้องไปซื้อชุดสักหน่อย”

พูดจบหลิงเซี่ยวจึงสะบัดชุดไปที่โหยวเสี่ยวโม่

โหยวเสี่ยวโม่ได้สติกลับคืนมาแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าถูกฉีดพ่นไปทั้งตัว หัวของเขาก็ถูกคลุมโดยชุดที่หลิงเซี่ยวโยนมาให้ หลังจากดึงชุดลงจากหัว เขาพูดอย่างตะกุกตะกักว่า “ชุดนี้….มันไม่ใหญ่ไปหน่อยรึ?”

“แม้ว่ามันจะใหญ่ไป แต่เจ้าก็ต้องสวมมันอยู่ดี หรือว่าเจ้าอยากจะออกไปทั้งๆชุดใส่ด้านในล่ะ?”

หลิงเซี่ยวพูดก่อนจะถอดชุดของเขาออก และหยิบชุดคลุมด้านนอกออกมาจากตู้ก่อนจะใส่มัน

“งั้น…ข้าคงต้องใส่มันสินะ”

โหยวเสี่ยวโม่คอตก

หากเขารู้ว่าจะมีความปั่นป่วนวุ่นวายขนาดไหนตามมาเมื่อเขาออกไปข้างนอกโดยใส่ชุดของหลิงเซี่ยวแล้วล่ะก็ เขาไม่มีทางที่จะใส่ชุดนี้อย่างแน่นอน

******

เราคิดว่าบทนี้ไม่ค่อยเรทเท่าไหร่ แต่เราไม่รู้ว่าเด็กดีจะรับได้ขนาดไหน ถ้าโดนแบนเราจะโดนแบนไปด้วยกันค่ะ 5555

ถ้าโดนแบนจริงๆ เราจะย้ายไปลงธัญวลัยค่ะ ตามไปอ่านต่อด้วยนะคะ XD แต่อาจจะต้องแปลตอน 1-38 ด้วย อยากลงตั้งแต่ตอนแรกเลย (แต่เราอาจจะแปลให้ทันฉบับอังกฤษก่อนค่อยย้อนกลับไปแปลตอนเก่าๆค่ะ)

ปล.ขนาดไม่เรทเท่าไหร่เรายังคิดสำนวนเรียกท่อนอัศจรรย์ไม่ค่อยออกเลยค่ะ XD

Facebook Comment