+100%-

บทที่ 61 นอนกับข้า

===============

พื้นที่จัดการแข่งขันของวงศ์ภาคกลางคือพื้นที่ใหญ่ๆด้านซ้ายมือของประตูวิหาร ที่นั่นยังเป็นที่ที่เหล่าศิษย์วงศ์ภาคกลางใช้ฝึกฝนฝีมือเป็นประจำอีกด้วย เมื่อเลือกพื้นที่จัดการแข่งขันแล้ว สิ่งก่อสร้างสำหรับแข่งขันก็ถูกสร้างขึ้น ศิษย์ของวงศ์ภาคกลางไม่ได้เยอะเท่ากับอีก4วงศ์ที่เหลือ และเหล่าศิษย์แต่ละคนก็มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นการแข่งขันจะจัดแบบพบกันหนึ่งต่อหนึ่ง

แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาแข่งกัน แต่ก็มีคนมากมายมาชุมนุมตรงพื้นที่จัดการแข่ง หากเป็นเมื่อก่อน เหล่าศิษย์ทั้งชายและหญิงคงจะพูดเกี่ยวกับการแข่งขัน เช่น ปีนี้มีม้ามืดหรือไม่ หรือ ผลการจัดอันดับในปีนี้จะต่างจากปีที่แล้วหรือไม่ แต่ตอนนี้ทุกคนพูดถึงแต่เรื่องของโหยวเสี่ยวโม่ โดยเฉพาะหญิงสาวผู้หนึ่งที่อิจฉาเสียจนเกือบเสียสติ

“เจ้าบอกว่าพี่เซี่ยวใช้ห้องร่วมกับโหยวเสี่ยวโม่อย่างงั้นรึ?”

หัวใจของถังหยุนฉีถูกความอิจฉาเกาะกุมจนถึงขั้นเสียสติ แม้แต่สวรรค์ยังรู้เลยว่าตอนที่นางได้ยินข่าวนี้ นางอยากจะวิ่งไปที่ห้องหลินเซี่ยวแล้วลากโหยวเสี่ยวโม่ออกมา แม้ว่าจะเสี่ยงชีวิตแค่ไหนก็ตาม ขนาดนางยังไม่เคยอยู่ในห้องของพี่เซี่ยวแม้แต่ชั่วโมงเดียว แต่โหยวเสี่ยวโม่ถึงขนาดจะไปนอนที่นั่น!

ศิษย์จากตำหนักเดียวกันที่อยู่ด้วยกันกับถังหยุนฉีบ่อยๆมองหน้ากันไปมา ในตอนแรกที่พวกนางได้ยิน พวกนางก็ไม่เชื่อเช่นกัน

ในกลุ่มของถังหยุนฉี หญิงสาวสวยงามผู้หนึ่งพยักหน้าก่อนกล่าวว่า “ศิษย์น้องถัง นี่ถือถือเป็นเรื่องจริง เพราะว่าข้าเห็นรายชื่อเมื่อวานนี้ และชื่อของโหยวเสี่ยวโม่ตามหลังชื่อของศิษย์พี่ใหญ่อยู่”

“ทำไม?”

ถังหยุนฉีพูดอย่างขมชื่น

หญิงสาวคนนั้นลังเล ก่อนจะพูด “ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ใหญ่จะเป็นคนร้องขอให้โหยวเสี่ยวโม่มาพักกับตนเอง”

ถังหยุนฉีกำหมัดแน่น แน่นเสียจนมือกลายเป็นสีขาวและได้ยินเสียงดัง *กึ้ด* ไฟร้อนแรงลุกขึ้นในตาของนางราวกับว่าสามารถยิงออกมาเวลาไหนก็ได้ นางไม่คิดว่าความสนใจของพี่เซี่ยวที่มีต่อโหยวเสี่ยวโม่จะนานขนาดนี้ ในตอนนี้ถึงขนาดใช้ห้องร่วมกัน ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ชักจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

“ไม่มีทาง มันจะต้องไม่มีทางเกิดขึ้น พี่เซี่ยวต้องเป็นของข้า”

ถังหยุนฉีกัดฟันแล้วกล่าวออกมาอย่างดำมืด

“ศิษย์น้องถัง ในตอนนี้เขาอยู่ด้วยกันกับศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเกรงว่าเราจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ง่ายๆ”

หนึ่งในศิษย์ชายกล่าวอย่างอึดอัด แม้ว่าเขาอยากจะทำร้ายโหยวเสี่ยวโม่ขนาดไหน แต่หากถูกจับได้คงไม่ดีแน่ แม้ว่าเขาอยากจะส่งเสริมถังหยุนฉีขนาดไหนก็ตาม แต่เขาก็ยังคงมีข้อสงสัยอยู่

“แล้วยังไงล่ะ ศิษย์พี่ใหญ่ไม่มีทางอยู่ข้างๆเขาตลอดเวลาได้หรอก”

หญิงสาวมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความดูถูก กล้าเรียกตัวเองว่าผู้ชาย แต่กลับไม่มีความกล้าแม้แต่น้อย

“ใช่แล้ว พวกเขาไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้ตลอดหรอก พี่เซี่ยวยังต้องแข่งขันอีก ในตอนนั้น โหยวเสี่ยวโม่จะต้องอยู่คนเดียว ช่วงนั้นแหล่ะเหมาะที่สุดที่เราจะเคลื่อนไหว แต่ข้าเองก็มีอีกตัวเลือกนึงอยู่”

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความลังเลของถังหยุนฉีเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมทันที นางจะต้องทำให้โหยวเสี่ยวโม่จ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม

เมื่อมองไปยังดวงตาที่เยือกเย็นของนาง ศิษย์ชายผู้นั้นอดตัวสั่นไม่ได้ เมื่อตรองให้ดีแล้ว เขาจึงพูดอย่างลังเลว่า “ศิษย์น้องถัง ข้าว่าแค่สั่งสอนโหยวเสี่ยวโม่ก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ อย่างไรก็ตาม เขาก็เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์คง หากมีอะไรเกิดขึ้น และสืบย้อนกลับมาหาเราได้ เราจะทำอย่างไร?”

หญิงสาวมองไปที่เขาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์พี่เหลียงดูเหมือนจะขาดความกล้าหาญนะ”

ศิษย์พี่เหลียงขมวดคิ้วและกว่า “ศิษย์น้องหลิว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับความกล้า ข้าแค่รู้สึกว่าหากต้องการสั่งสอนเขาก็ควรจะมีขอบเขตบ้าง หากบางอย่างที่ร้ายแรงเกิดขึ้น แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ? อย่าบอกข้าว่าเจ้าจะรับผิดชอบนะ”

สีหน้าของหญิงสาวดำมืดลง นางมองไปยังเขาแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ถังหยุนฉีตัดสินใจที่จะใช้โอกาสครั้งนี้ในการสั่งสอนโหยวเสี่ยวโม่และเตือนให้เขาอยู่ให้ห่างจากหลินเซี่ยว

ในเวลาเดียวกัน ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากกลุ่มของพวกนางมีเงาดำยืนอยู่ ไม่ทราบว่าเงานั้นยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่ทราบก็คือเขาได้ยินทุกอย่างที่ถังหยุนฉีและกลุ่มของนางพูดคุยกันทั้งหมด แสงสว่างปรากฎขึ้นในดวงตาดำมืดของเขาเมื่อเขาได้ยินชื่อของบางคน

ในตอนนี้ โหยวเสี่ยวโม่ถูกบังคับโดยหลิงเซี่ยวให้ชื่นชมห้องพักของหลินเซี่ยว ภายในห้องไม่มีอะไรน่าดู หากหลินเซี่ยวเป็นผู้หญิง อาจจะมีบางสิ่งควรค่าแก่การมองมากกว่านี้ อาจจะกระตุ้นความสนใจของโหยวเสี่ยวโม่ได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะในชีวิตนี้หรือในชีวิตที่แล้ว เขาก็ไม่เคยมีโอกาสเข้าห้องผู้หญิงเลย

ในชีวิตที่แล้วของเขา เขามีพี่ชายและน้องชาย สิ่งที่ขาดหายไปคือพี่สาวหรือน้องสาวซักคน เขาเป็นลูกคนที่สอง และไม่ได้รับการใส่ใจในบ้านเท่าไหร่ ครอบครัวเขาไม่ค่อยมายุ่งเกี่ยวกับเขา ดังนั้นเมื่อถึงเวลาสอบเข้ามัธยมปลาย เขาจึงเลือกโรงเรียนที่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย และต้องอยู่ห่างจากบ้านด้วย เขาไม่ต้องการอยู่หอใน ดังนั้นเขาจึงเช่าหออยู่ด้านนอก ผลก็คือเขาผู้น่าสงสารตายก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย

โหยวเช็ดน้ำตาในจินตนาการทิ้งไป ตอนนี้ความคิดของเขากลับมาสู่ปัจจุบันแล้ว เขามองไปรอบๆห้องของหลินเซี่ยว เขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อย แม้ว่าการมองดูห้องผู้ชายจะดูไร้ค่าก็ตาม แต่ห้องนี้ก็ไม่ได้แย่เลย

เมื่อเปรียบเทียบกับห้องของเขาที่แทบไม่มีอะไรเลย ห้องของหลิงเซี่ยวนับว่ามีระดับและหรูหราอย่างมาก ไม้ไม่ได้ทำมาจากไม้แดงธรรมดาๆ แต่ทำมาจากไม้ขาวพันปีที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมาตลอดเวลา ไม่เพียงทำให้จิตใจสงบและส่งเสริมวิญญาเท่านั้น ทั้งยังคงมีคุณสมบัติในการป้องกันที่ดีเยี่ยม มีเพียงผู้อาวุโสเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิพิเศษนี้ ดังนั้นความจริงที่ว่าหลินเซี่ยวได้รับห้องนี้มา แสดงให้เห็นถึงฐานะของเขาได้เป็นอย่างดี

ในขณะนี้ โหยวเสี่ยวโม่ผู้ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาเดือดปุดๆอยู่ภายในไม่รู้เลยว่าถังหยุนฉีกับพวกของนางกำลังวางแผนอะไรกับเขาอยู่

“ทำไมถึงมีเพียงเตียงเดียวล่ะ?”

โหยวเสี่ยวโม่เดินออกมาจากห้องด้าน และค้นพบว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง ในตอนที่เขาเขามองดูรอบๆ เพื่อค้นหาสาเหตุของความรู้สึกแปลก ภายในห้องมีหนึ่งเตียง หนึ่งโต๊ะ ถ้วยน้ำชาหนึ่งชุด ตู้เสื้อผ้าหนึ่งตู้ และของใช้ปกติ แต่เขาก็ยังรู้สึกแปลกๆ เมื่อเขาเดินออกไปและมองเห็นหลิงเซี่ยวนั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะ เขาจึงรู้สึกตัวถึงสาเหตุของความรู้สึกแปลก

หลิงเซี่ยววางถ้วยชาในมือลง และยกมุมปากขึ้น “นี่เป็นห้องสำหรับหนึ่งคน เจ้าคิดว่าจะมีเตียงกี่เตียงกันล่ะ?”

โหยวเสี่ยวโม่ชี้ไปที่ตัวเองแล้วกล่าวอย่างแหบแห้งว่า “แล้วข้าล่ะ? ข้าจะไปนอนที่ไหน?”

หลิงเซี่ยวเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ในสายตาของโหยวเสี่ยวโม่ออกมาและกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังว่า “แน่นอนว่าเจ้าก็ต้องนอนกับข้าสิ!”

หากในมือเขามีพัดอยู่ล่ะก็ เขาต้องเหมือนทรราชย์ที่ลักพาตัวหญิงบริสุทธิ์มาโดยใช้กำลัง รอยยิ้มหยาบโลนส่งไปให้กระต่ายขาวตัวน้อยที่อยู่ข้างหน้าเขา

โหยวเสี่ยวโม่กลายเป็นหินในทันที!

*****

วันธรรมดาเราจะอัพประมาณ 3 ทุ่ม – 4 ทุ่มนะคะ ส่วนเสาร์ อาทิตย์อาจจะลงไวกว่านั้น

Facebook Comment