+100%-

บทที่ 60 ใช้ห้องร่วมกัน

===============

หลิงเซี่ยวไปรับด้วยตัวเองขนาดนี้ จะต้องเป็นเกียรติอย่างมาก หลังจากข่าวนี้กระจายออกไป ทุกคนจึงอยากเห็นว่าศิษย์น้องผู้นั้นที่หลิงเซี่ยวไปรับมาหน้าตาเป็นอย่างไร

หลินเซี่ยวเป็นคนมีความสามารถจนทุกคนอิจฉา แม้ว่าเขาอาจจะทำตัวเย่อหยิ่งและบ้าบิ่นมากๆหรืออาจจะทำตัวเย็นชาและเหินห่าง แต่ตัวตนในหัวใจของศิษย์น้องทั้งหลายก็จะไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตอนนี้ที่เขาเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย

หลังจากที่เขาลงเขาไป บุคคลิกของเขาก็เปลี่ยนไป ก่อนนี้หลินเซี่ยวแสดงสีหน้าราบเรียบหน้าเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะเป็นห่วง หรือโกรธก็ตาม

แต่หลินเซี่ยวในระยะหลังนี้ไม่เหมือนเดิม มีรอยยิ้มอบอุ่นอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเสมอ เสียงของเขาก็ไพเราะขึ้นกว่าเดิม เสี้ยวแห่งความฉลาดแกมโกงปนอยู่ในบุคคลิกอันอ่อนโยนของเขา ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าภายใต้บุคคลิคอันอ่อนโยน น้ำเสียงไพเราะดั่งหยก และใบหน้ายิ้มแย้มนี้มีอำนาจราวกับแม่เหล็กดึงดูด ศิษย์คนแล้วคนเล่าต่างก็หลงไหลในเสน่ห์นี้ของเขา

แต่ก็มีบางคนที่สงสัยในความเปลี่ยนแปลงของหลินเซี่ยวเช่นกัน วันแรกที่เขากลับมายังพรรคเถียนซิน เขาได้สะดุดตาของเฒ่าเจ้าเล่ห์บางคนเข้า เมื่อทั้งสองเจอกัน ถังฟานได้ตรวจสอบหลิงเซี่ยวแล้ว แต่เขากลับไม่ค้นพบข้อสงสัยใดๆ สำหรับคนอื่นๆ เขาเพียงพบว่า”หลินเซี่ยว”เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น ในฐานะที่พรรคเถียนซินเป็นพรรคใหญ่ ดังนั้นจึงต้องระแวดระวังในทุกเรื่อง ดังนั้นคนอื่นจึงตรวจสอบหลิงเซี่ยวด้วยเช่นเดียวกันถังฟาน แต่พวกนั้นเองก็ไม่อาจพบข้อสงสัยเช่นกัน นั่นเป็นเพราะว่าหลิงเซี่ยวในตอนนี้รู้เรื่องราวภายในพรรคเถียนซิน แต่ที่คนอื่นไม่รู้ก็คือเรื่องเหล่านั้นเขาได้มาจากความทรงจำของหลินเซี่ยว

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหลินเซี่ยวคนก่อน บุคคลิกของหลิงเซี่ยวในตอนนี้น่าชมชอบมากขึ้น ศิษย์เกือบทุกคนอยากใกล้ชิดเขา เพียงแค่เดือนเดียว เหล่าศิษย์น้องหญิงและชายทั้งหลายในสำนักยุทธ์ต่างถูกมัดใจโดยหลิงเซี่ยว แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้ชมชอบหลินเซี่ยวมาก่อน ต่างก็ชื่นชมในหลิงเซี่ยว จุดยืนของหลิงเซี่ยวในสำนักยุทธ์เวลานี้นับว่าสูงกว่าของหลินเซี่ยวคนเก่าเสียอีก ดังนั้นเมื่อโหยวเสี่ยวโม่และหลิงเซี่ยวปรากฎตัวพร้อมกัน จึงดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย

“ศิษย์พี่ใหญ่ นี่คือศิษย์น้องผู้นั้นหรือ เขาดู……ก็ไม่แย่เท่าไหร่!”

“โอ้ ไม่เลวๆ เป็นแบบที่ข้าชอบเช่นกัน”

“กลายเป็นว่าคนที่ศิษย์พี่ใหญ่ไปรับด้วยตนเองคือชายผู้นี้สินะ อา ข้าเคยเห็นเขามาก่อน เขาคือฟูจื่อหลินผู้ไม่เคยแสดงสีหน้าที่แท้จริง ศิษย์ที่โดดเด่นมากของตำหนักพสุธาใช่หรือไม่?”

โหยวเสี่ยวโม่ “…….”

ฟูจื่อหลิน “……..”

หลิงเซี่ยว “ฮ่า ๆ!!”

ต่างคนต่างก็พูดทับกันไปมา ทำให้ข่าวลือของคนภายนอกเกี่ยวกับศิษย์ของวงศ์ภาคกลางที่ได้ยินมาว่าดูลึกลับและสูงส่งดูต่างจากตอนนี้โดยสิ้นเชิง พวกเขาดูช่างพูดคุย….อย่างผิดคาด เพียงแต่ความสนใจในตอนนี้ของพวกเขาดูจะผิดเป้าหมายอยู่บ้าง

โจวเปิ่งกุมหน้าผากตัวเอง “พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว นั่นไม่ใช่เขา”

เสียงพูดคุยเงียบลงในทันที เมื่อโหยวเสี่ยวโม่เดินออกมาจากด้านหลังฟูจื่อหลินด้วยความลังเล สายตาของทุกคนจ้องเขาเป็นสายตาเดียวทันทีราวกับจะมองให้ทะลุ เขาหดคอลง สงสัยว่าเขาจะออกจากสนามรบนี้ได้ยังไง

“ช่างเป็นหนุ่มน้อยที่น่ารักจริงๆ อายุยังไม่ 18 เลยใช่มั้ย?”

“ฟู่วว มันควรเป็นแบบนี้สิ ศิษย์พี่ใหญ่จะชอบคนหน้าตายแบบนั้นได้อย่างไร?” เสียงถอนหายใจดังขึ้นด้วยความโล่งใจ

“ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ใหญ่จะชอบคนตัวเล็กๆ ดูอ่อนแอนะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงไม่ตอบรับพวกที่ไล่ตื้อพวกนั้น รู้แบบนี้ ข้าไม่น่าเรียนเทคนิคดาบชิงกังเลย”

“อี๋ ถึงเจ้าไม่เรียนมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก ดูรูปร่างราวกับหมีของเจ้าสิ” ศิษย์ชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

“เจ้าเด็กอวดดี กล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้กับศิษย์พี่หญิงของเจ้า? ข้าเหมือนหมีตรงไหน?”

โหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงกับคำพูดของคนพวกนั้น หลิงเซี่ยวชอบเขาหรอ? ไม่มีทางเป็นไปได้ แม้ว่าหลิงเซี่ยวจะช่วยเขาหลายๆครั้งก็ตาม แต่นั่นเป็นเพราะเขาได้สิ่งตอบแทน ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องยอมรับข้อตกลงสุดแสนจะไม่เท่าเทียมด้วย

ผิวหนังของหลิงเซี่ยวค่อนข้างหนา เขาดูไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของคนเหล่านั้นเลย หลังจากเขาพูดไม่กี่คำ เขาก็ปล่อยให้พวกนั้นไปเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน เขาจึงพาโหยวเสี่ยวโม่และฟูจื่อหลินไปยังห้องพัก

มีเพียงวงศ์ภาคกลางเท่านั้นที่ไม่เหมือนกับอีก4วงศ์ที่เหลือ วงศ์ภาคกลางนั้นเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับคนที่ไม่มีกิจธุระแถวนี้ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ค่อยมีคนนอกเข้ามา ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีห้องพักสำหรับรับรองแขก พวกเขาจึงต้องใช้ห้องร่วมกับคนอื่น

หลังจากที่หลิงเซี่ยวอธิบายเรื่องนี้ไป คนที่มีปฏิกิริยามากที่สุดคือโหยวเสี่ยวโม่

“ทะ ทะ ทะ ท่าน…. ท่านหมายความว่า ข้าต้องนอนในห้องเดียวกับท่าน?”

โหยวเสี่ยวโม่มองหลิงเซี่ยวด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

“วงศ์ภาคกลางไม่มีห้องรับรองแขก ผู้เข้าแข่งขันก่อนหน้านี้ก็ต้องใช้ห้องหนึ่งห้องร่วมกันหลายคน ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าไม่ได้บอกเจ้าสินะ?”

หลิงเซี่ยวยิ้มขณะที่พูด ดูจากน้ำเสียงแล้ว เขาค่อนข้างอารมณ์ดีทีเดียว

โหยวเสี่ยวโม่อ้าปากค้าง เขาไม่ได้ยินเรื่องราวพวกนี้จากศิษย์พี่ใหญ่เลย เขาคิดว่าทุกคนจะมีห้องเป็นของตนเอง

“ห้องข้าอยู่ไหนล่ะ?”

ฟูจื่อหลินที่ไม่ได้พูดมาตลอดเปิดปากถามขึ้น ดูเหมือนเขาจะยอมรับความจริงได้เร็วกว่าโหยวเสี่ยวโม่ ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มาที่วงศ์ภาคกลางของฟูจื่อหลินเช่นกัน แต่จิตใจของเขาฟื้นคืนได้รวดเร็วกว่าโหยวเสี่ยวโม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางเย็นชาราวกับน้ำแข็งของเขาทำให้ความเป็นไปได้ที่เขาจะโต้เถียงเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้แทบไม่มีเลย นั่นเป็นเพราะว่าทางออกมีเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น คือยอมรับมันซะ!

หลิงเซี่ยวยิ้ม เขาชี้ไปทางห้องข้างๆ “ห้องข้างๆคือห้องของศิษย์น้องโจว สองสามวันนี้เจ้าจะได้พักอยู่ในห้องนี้ร่วมกับเขา”

ฟูจื่อหลินพยักหน้าเบาๆ แล้วจึงเดินไปยังห้องนั้น เปิดประตูและ *ปัง* ปิดประตู การกระทำทั้งหมดกระทำอย่างตรงจุด ไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาเคยทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

โหยวเสี่ยวโม่มองด้วยสายตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง แต่เมื่อคิดถึงสถานการร์ของเขา เขาก็ยังคงรับไม่ได้อยู่ดี หากเขาจะใช้ห้องร่วมกับคนอื่น เขาสามารถยอมรับได้ แต่สำหรับคนผู้นี้ หากเขาต้องใช้ห้องร่วมกับหลิงเซี่ยวผู้ซึ่งชอบแกล้งเขาเป็นชีวิตจิตใจ ช่างโหดร้ายเหลือเกิน!

“ศิษย์พี่หลิง ท่านเป็นคนจัดการให้เป็นแบบนี้ใช่หรือไม่?”

โหยวเสี่ยวโม่คาดว่าหลิงเซี่ยวจะใช้ฐานะของเขาจัดการเรื่องนี้

หลิงเซี่ยวหรี่ตาลง ประกายความเจ้าเล่ห์ดูเหมือนจะโผล่ออกมาให้เห็น ประกายความชั่วร้ายโผล่ออกมาจากตาของเขา แต่เขาก็ยังคงรักษาท่าทางนุ่มนวลและรอยยิ้มอันน่าเชื่อถือ น้ำเสียงสบายๆเอ่ยอย่างจงใจลากเสียงช้าๆ “หรือเจ้าจะบอกว่าอยากอยู่กับคนอื่นมากกว่าข้าใช่มั้ย?”

“ไม่ ไม่ …..”

โหยวเสี่ยวโม่สั่นหัวรัวๆอย่างรวดเร็ว จนเขารู้สึกว่าดวงตาพร่าเลือน

“อย่าลืมสิ ตัวตนของเจ้าในตอนนี้ สามารถอยู่กับข้าได้เพียงเท่านั้น หากบางคนรู้ความลับในตัวของเจ้า เจ้าคิดว่าจะมีคนช่วยปกปิดความลับเรื่องมิติวิเศษของเจ้าอย่างข้ามั้ย?”

โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกผิด เพราะเขาเพิ่งจะนึกถึงเรื่องนี้

หลิงเซี่ยวพูดถูก เขามีความลับอยู่ตรงหน้าอก หากมีใครค้นพบความลับนี้ นั่นอาจจะหมายถึงชีวิตของเขาจบลงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากอยู่ห้องร่วมกับหลิงเซี่ยว

เมื่อเห็นอาการคอตกยอมรับชะตากรรมของโหยวเสี่ยวโม่ หลิงเซี่ยวจึงวาดแขนไปพาดบนไหล่ของโหยวเสี่ยวโม่อย่างสำราญใจ เขายิ้มและกล่าวว่า “ไปกันเถอะศิษย์น้อง ข้าจะให้เจ้าสำรวจห้องของหลินเซี่ยว เจ้าควรจะรู้ตัวไว้นะว่าโชคดีขนาดไหน? ไม่มีศิษย์พี่คนไหนของเจ้าจะได้รับความสุขแบบนี้นะ”

โหยวเสี่ยวโม่หน้ามุ่ย เขาไม่ได้ต้องการจะเป็นคนโชคดีอะไรนั่นสักนิดก

************************

ตายแล้วค่ะ ศิษย์น้องโหยวของเรายังไม่ถึง 18 พี่เซี่ยวกินเด็ก!!?

Facebook Comment