+100%-

บทที่ 52 แผนการใหญ่

การปรากฎตัวของปีศาจกลายเป็นเรื่องที่พูดต่อๆกันในทวีปหลงเซี่ยว หลังจากอุบัติเหตุนั้น โหยวเสี่ยวโม่ก็อยู่แต่ตำหนักพสุธา ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น แต่เขายังคงได้ยินศิษย์บางคนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

พรรคเถียนซินร่วมมือกับพรรคอื่นเพื่อกดดันให้พรรคชิงเฉิงออกมาอธิบายถึงปัญหาดังกล่าว ในเมื่อลั่วซานก็เป็นหลานของเจ้าพรรคชิงเฉิงจริงๆ อีกทั้ง เขายังคงกลายร่างต่อหน้าผู้คนมากมาย ในตอนที่กลายร่างแล้วใบหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนั้น ทำให้ข่าวลือที่ว่าปีศาจเป็นเพียงลั่วซานตัวปลอมนั้นตกไป

ลั่วเฉิงเหยียนเจ้าพรรคชิงเฉิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหลานของเขาจะเป็นปีศาจจริงๆ แต่เมื่อเขาสำรวจจริงๆ กลับค้นพบความลับที่น่าตกตะลึง

พ่อของลั่วซานก็คือลั่วเฉิงหยุน น้องชายของลั่วเฉิงเหยียน  เมื่อตอนที่ลั่วเฉิงหยุนยังหนุ่ม เขาเดินทางออกจากพรรคชิงเฉิงไปบ่อยครั้ง เพื่อฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ลั่วเฉิงหยุนในตอนนั้นนับว่าห้าวหานและหล่อเหลาราวกับเจ้าชาย จำนวนผู้ที่ชื่นชมเขาสามารถเรียงกันรอบอาณาเขตพรรคชิงเฉิงได้ถึง 2 รอบ แต่ลั่วเฉิงหยุนไม่ได้คิดถึงเหล่าคนพวกนั้น

แต่หลังจาก 6 เดือนที่เขาจากพรรคไปเพื่อฝึกฝน ลั่วเฉิงหยุนกลับพบเจอกับแม่ของลั่วซาน แม่ของลั่วซานนั้นเป็นลูกครึ่งปีศาจ ซึ่งกำเนิดมาจากปีศาจและผู้ฝึกยุทธ์

เนื่องเพราะพวกเขายังคงมีสายเลือดของมนุษย์อยู่ ดังนั้นกลุ่มคนประเภทนี้จึงถูกเรียกว่าลูกครึ่งปีศาจ ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างปีศาจกับลูกครึ่งปีศาจก็คือ ลูกครึ่งปีศาจนั้นมีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ และไม่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลักษณะเด่นของปีศาจเลย

ดังนั้น ถึงแม้ว่าปีศาจจะเกลียดมนุษย์ก็ตาม แต่เพื่อให้แผนการใหญ่ของพวกเขาประสบผลสำเร็จ เขาจึงจับมนุษย์บางคนมาสมสู่กับปีศาจชั้นต่ำ ลูกที่กำเนิดออกมาจะถูกรวบรวมและฝึกฝน เมื่อพวกเขาถึงวัยอันสมควร พวกเขาจึงถูกส่งมาแทรกซึมปะปนกับมนุษย์

แม่ของลั่วซานเองก็เป็นหนึ่งในสายลับของปีศาจที่ถูกส่งมาเพื่อปะปนกับมนุษย์ เพราะแม่ของลั่วซานนั้นเป็นสาวสวย อีกทั้งสติปัญญาสูง นางจึงสามารถสะกดสายตาของลั่วเฉิงหยุนได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองต่างตกหลุมรักกันและกัน ไม่นานพวกเขาก็ให้กำเนิดลั่วซาน ในตอนที่ทั้งสองแต่งงาน พวกเขาไม่ได้แจ้งลั่วเฉิงเหยียน เนื่องจากมีเรื่องราวอันซับซ้อน ลั่วเฉิงเหยียนรู้เพียงแค่ว่า น้องชายของเขาแต่งงานแล้ว และพวกเขามีลูกชายที่แข็งแกร่งชื่อลั่วซาน

เมื่อแต่งงานแล้ว ลั่วเฉิงหยุนวางแผนจะนำภรรยาและลูกของเขากลับพรรคชิงเฉิง แต่ในการเดินทางกลับนั้น ลั่วเฉิงหยุนค้นพบธาตุแท้ของภรรยา เหตุผลที่นางใกล้ชิดเขา ก็เพื่อที่จะได้แฝงตัวไปยังด้านในของพรรคชิงเฉิง ลั่วเฉิงหยุนต่อสู้กับภรรยาด้วยความโกรธ และทั้งสองก็ตายลงในคืนนั้นนั่นเอง หลงเหลือไว้เพียงลูกชายเท่านั้น

แต่ในสายตาของพยานในที่เกิดเหตุ กลับมองว่าสองสามีภรรยาเป็นเพียงเหยื่อผู้โชคร้ายของการจู่โจมกะทันหันเท่านั้น และพวกเขาเหล่านั้นท้ายที่สุดก็ตายกันหมด ส่วนลั่วซานเองก็หายไปในคืนนั้นเช่นกัน บางคนก็ว่าเขาตายไปแล้ว บ้างก็ว่าเขาถูกเก็บไปโดยนักเดินทางที่ผ่านมา ความคิดของผู้คนหลากหลายกันไป

แต่จริงๆแล้ว ลั่วซานในวัยทารกไม่ได้ตาย และเขาก็ไม่ได้ถูกโขมยไปไหน เขาถูกผู้ช่วยของภรรยาลั่วเฉิงหยุนนำตัวไป เนื่องจากลั่วซานเหมาะที่จะเป็นสายลับมากกว่าแม่ของเขา เขามีเลือดปีศาจเพียงแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น ความสามารถในการเปลี่ยนเป็นปีศาจก็ไม่ได้สูง ดังนั้นการจะถูกเจอจึงเป็นเรื่องยาก

มันเป็นแผนการใหญ่ของฝ่ายปีศาจ ดังนั้นพวกเขาจึงนำตัวลั่วซานกลับไป และฝึกเขาตั้งแต่ยังเด็ก วางแผนจะส่งเขากลับไปยังพรรคเมื่อเขาโตขึ้น เมื่อลั่วซานอายุย่าง 10 ขวบ เขาก็ถูกส่งตัวกลับไปยังพรรคชิงเฉิง

เจ้าพรรคลั่วเฉิงเหยียนรู้สึกผิดต่อครอบครัวน้องชายของเขา หากเขาส่งคนไปต้อนรับในตอนนั้น พวกเขาคงไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกคนชั่วและตายแบบนี้ ดังนั้นเมื่อลั่วซานกลับมา ลั่วเฉิงเหยียนที่รู้สึกละอายและสำนึกผิดจึงค่อนข้างจะตามใจหลานชาย นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ลั่วซานเติบโตขึ้นอย่างหยิ่งผยองและมองว่าทุกคนอยู่ใต้ตนเอง แน่นอนว่านี่เกี่ยวข้องกับลั่วซานในฐานะสายลับของปีศาจด้วย ลั่วซานในอายุ 10 ปีนั้น คิดว่าตนเองเป็นปีศาจ และมนุษย์คือศัตรูแล้ว

พรรคชิงเฉิงไม่สามารถเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ ในไม่ช้าข่าวก็รั่วออกไป และทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่

ในขณะที่ทุกคนกำลังเศร้าเสียใจกับเรื่องนี้ พวกเขาก็เริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น หากไม่ใช่เพราะข่าวการเปิดโปงว่าลั่วซานเป็นปีศาจ พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าเหล่าปีศาจวางแผนการเอาไว้ การให้ลูกครึ่งปีศาจมาอยู่ปะปนท่ามกลางมนุษย์ หากอนาคตในยามที่มีสงครามระหว่าง 2 เผ่า ไม่ใช่ว่ามนุษย์จะถูกปีศาจลอบทำร้ายได้ง่ายๆเลยไม่ใช่หรือ? เมื่อคิดแบบนี้ พรรคใหญ่ทั้งหลายต่างก็พากันขุดค้นหาตัวลูกครึ่งปีศาจอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากค้นหาลูกครึ่งปีศาจติดต่อกันเกือบ 3 เดือน ทำให้ลูกครึ่งปีศาจหลายตนที่ถูกเจอ ต่างถูกขับไล่ออกมา

เทือกเขากระดูกทางตอนเหนือ

หลังจากได้รับข่าวนี้ ขุนพลอันดับหนึ่งของเผ่าปีศาจบินลงมาอย่างโกรธจัด เขาฆ่าคนส่งสารไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความโกรธลดลง รังสีการทำลายล้างและการฆ่าฟันได้แผ่มาถึงห้องโถงหลักจนพวกระดับต่ำไม่กล้าส่งเสียงเล็ดลอดออกมา งานเลี้ยงที่กำลังเต้นรำอย่างสนุกสนานหยุดชะงัก เสียงเพลงในงานเงียบสนิทในทันที เหล่าปีศาจหญิงที่กำลังเต้นยั่วยวนอยู่กลับตัวสั่นเทา

“บอกข้ามา! เกิดอะไรขึ้น? ทำไมสายลับของพวกเราถึงถูกเปิดโปง?”

ขุนพลปีศาจออกคำสั่งด้วยเสียงอันดำมืด สายตาโกรธเกรี้ยวจ้องไปยังคนส่งสารอีกคน รังสีการฆ่าฟันปะทุขึ้น เขาฉีกจดหมายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ปีศาจตนที่เห็นเพื่อนตัวเองตายคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความกลัว เหงื่อเย็นเฉียบหยดลงมา เขาไม่กล้ารอเวลาแม้แต่วินาทีเดียวหลังจากฟังคำถามนั้น เขาทวนทุกอย่างที่ได้ยินมาอย่างระมัดระวังราวกับว่ากลัวจะพูดอะไรที่ไม่ดีออกมา

หลังจากฟังทุกสิ่งแล้ว ขุนพลปีศาจปิดตาช้าๆ เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมา ความโกรธที่มีนั้นกลับมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้ากำลังจะบอกว่า สายลับที่เราส่งไปเมื่อ 15 ปีก่อนถูกขับออกมาโดยพรรคเถียนซินหรอ?”

“ชะ..ใช่ขอรับ! คนผู้นั้นเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในสำนักยุทธ์ของพรรคเถียนซิน ชื่อว่าหลินเซี่ยว ผู้นำของเหล่าหนุ่มสาว”

“หลิงเซี่ยว?”

ขุนพลปีศาจพูดคำเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“มันรู้ตัวตนของลั่วซานได้ยังไง? แม้ว่ามันจะโดดเด่นในรุ่นก็จริง แต่มันไม่น่าจะสามารถแยกตัวตนของลั่วซานที่เป็นปีศาจแค่ 1ใน4 ออกได้”

“เรื่องนี้ ไม่มีใครเข้าใจเช่นกัน”

ในตอนนั้น เขาเองก็สงสัย แต่การสืบเสาะกลับไม่พบสิ่งใดเลย

ขณะนั้นเอง ปีศาจหนุ่มซึ่งยืนอยู่ใกล้กับขุนพลปีศาจก้าวออกมาจากแถว เขากุมมือและโค้งคำนับอย่างสุภาพ กล่าวว่า “ท่านขุนพล ในสายตาอันต้อยต่ำของข้า หลินเซี่ยวผู้นี้จะต้องกุมวิธีการบางอย่างที่สามารถเปิดโปงปีศาจได้เอาไว้ หาไม่แล้ว มันคงไม่สามารถค้นพบตัวตนของลั่วซานได้เพียงแค่การพบกันแค่หนึ่งครั้งหรอก และหากมันรู้วิธีการนี้ก่อนหน้า พรรคเถียนซินคงทำการอะไรบางอย่างไปแล้ว ไม่รอจนถึงวันนี้หรอก”

“เจ้าพูดถูก ดูเหมือนว่าพวกเราคงปล่อยให้เจ้าหลินเซี่ยวนี่มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ เรายังคงมีสายลับในพรรคเถียนซินใช่หรือไม่?”

ขุนพลปีศาจไม่ได้โง่เลย เขาเห็นด้วยกับความเห็นของลูกน้องในทันที

ปีศาจหนุ่มกล่าวว่า “มีขอรับ แต่แค่ตนเดียวเท่านั้น และฐานะของปีศาจตนนั้นในพรรคเถียนซินก็ไม่ได้ต่ำเลย ข้าเกรงว่าหากเราเร่งรีบเกินไป มันอาจจะทำให้ตัวตนของเขาถูกเปิดโปงได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้ากลัวว่าในการส่งสายลับไปครั้งหน้าจะยากยิ่งขึ้น”

ขุนพลปีศาจโบกมือไปมา ไม่สนใจคำเตือนเหล่านั้น “เราไม่จำเป็นต้องสนใจการถูกเปิดโปงในตอนนี้ หากว่ามันผู้นั้นมีวิธีเปิดโปงเราจริงๆ ปีศาจตนนั้นคงจะถูกเปิดโปงในไม่ช้านี้ คงจะดีกว่าถ้าเราฆ่ามันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต”

“หากท่านขุนพลสั่งเช่นนั้น ข้าผู้น้อยย่อมทำตาม”

ปีศาจหนุ่มไม่ได้ต่อต้านความคิดนี้

ในขณะนั้น หลิงเซี่ยวไม่รู้เลยว่า เขาได้กลายเป็นเสี้ยนหนามตำใจเหล่าปีศาจเข้าให้แล้ว แถมยังถูกพวกนั้นหมายหัว หวังจะฆ่าอีกด้วย หากเขารู้ความคิดของปีศาจในครั้งนี้ล่ะก็ เขาอาจจะพบว่ามันช่างน่าสนุกและรอคอยการมาถึงของคนผู้นั้นอย่างกระตือรือร้นแน่นอน แต่หากเป็นหลินเซี่ยวคนเก่า เขาจะต้องไม่สบายใจเป็นแน่แท้ หากฐานะของสายลับผู้นั้นไม่ใช่ระดับต่ำในพรรคเถียนซิน ด้วยความสามารถของหลินเซี่ยว เขาอาจจะไม่สามารถต่อกรได้เลย

ในตอนที่ปีศาจวางแผนการนี้นั้น สำนักยุทธ์พรรคเถียนซินเองก็กำลังเตรียมจัดงานแข่งขันกระชับมิตรประจำปีอยู่

******************

เราอาจจะแปลเบลอๆบ้าง ช่วงไหนผิดทักท้วงได้นะคะ ชื่อพี่น้องคู่นี้ทำเรามึน คนพี่ Luo ChengYuan คนน้อง Luo ChengYun เราขอไปตบตีกับมันแปบนึง TT

Facebook Comment