+100%-

บทที่ 51 ท่านลุงพูชาน

หลังจากที่โหยวเสี่ยวโม่อธิบายรายละเอียดของมิตินี้ไปแล้ว มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ยังคงกวนใจเขาอยู่ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมิตินี้ หยดน้ำตาชิ้นนี้เป็นสมบัติล้ำค่ามากอย่างที่หลิงเซี่ยวได้กล่าวไปแล้ว แม้แต่พรรคเถียนซินเองก็ยังอยากได้ แต่ทำไมถึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากหลิงเซี่ยวเลย? ในสถานการณ์ปกติ หลิงเซี่ยวควรจะฆ่าเขาและชิงมันไปสิ? ความคิดแบบนี้ออกมาในเชิงแง่ลบต่อตัวเองก็จริง แต่โหยวเสี่ยวโม่ก็อดคิดไปในทางนี้ไม่ได้

แต่ในตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเขาต้องออกจากมิติแห่งนี้แล้ว หลิงเซี่ยวไม่ได้กล่าวอะไรอีก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโล่งใจ

ภายนอกยังคงมีเรื่องวุ่นวายอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ในมิตินานมากไม่ได้ หลังจากที่หลิงเซี่ยวจัดการกับพายุ และต้นวัชพืชที่ยุ่งเหยิงในมิติ พวกเขาก็ออกจากห้อง เพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกต โหยวเสี่ยวโม่จึงไม่ได้ใช้น้ำวิเศษในการรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของเขา

ไม่นานหลังจากที่ออกมาจากห้อง กลุ่มคนจากพรรคเถียนซินก็ได้มาถึง พวกเขาเป็นศิษย์ของสำนักยุทธ์ โดยผู้นำกลุ่มคือผู้อาวุโส หนวดเคราและผมของเขาเป็นสีดำสลับด้วยขาว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนหนุ่มแต่อย่างไรก็ตามดวงตาของเขายังคงมีประกายอยู่ คนผู้นี้คือผู้อาวุโสของหลินเซี่ยว ท่านลุงพูชาน เขาเองก็เป็นหนึ่งในศิษย์ของท่านเจ้าพรรคด้วยเช่นกัน เขาดูเป็นคนฉลาด แต่ในขณะเดียวก็ดูเป็นคนแข็งกระด้างด้วย

ดูเหมือนถังหยุนฉีจะว่องไวมาก นางแจ้งแก่บิดาของนางทันทีที่ไปถึง

ถังฟานมองว่าเรื่องปีศาจเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้ง มันยังปรากฎกายในเมืองเหอปิง ในตอนที่ศิษย์ของพรรคเถียนซินออกไปข้างนอกพรรค โดยส่วนใหญ่ก็จะมากันที่เมืองเหอปิง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของศิษย์ทั้งหลาย ปัญหานี้ควรจะจัดการอย่างจริงจัง เขาจึงส่งคนที่เขาเชื่อมั่นลงมา

พูชานเป็นคนที่เจ้าพรรคถังฟานเชื่อมั่นนั่นเอง นอกเหนือไปจากความฉลาดหลักแหลมและแข็งกระด้างแล้ว ในความเป็นจริง พูชานยังเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำพูดของถังฟานทุกถ้อยคำไม่ผิดเพี้ยน

การนำคนลงมาในครั้งนี้ พูชานทำภารกิจในรูปแบบของเขา เขาเพียงแค่สั่งคนของเขาให้ไปเดินรอบๆเมืองเหอปิง แม้ว่าปีศาจลั่วซานจะหนีไปแล้ว แต่ไม่จำเป็นที่เหล่าปีศาจตนอื่นจะหนีตามไปด้วย หลังจากสั่งงานเสร็จพูชานก็ตรงมายังโรงเตี๊ยม

ในตอนนั้น หลิงเซี่ยวกับโหยวเสี่ยวโม่ออกมาจากมิติแล้ว และกำลังคุยกันเรื่องอื่นๆเล็กน้อย ประตูก็ถูกผลักเปิดออกจากข้างนอก

เป็นการบอกว่าพูชานมาถึงแล้วนั่นเอง เขาค่อนข้างหยาบคายและหยิ่งผยองเมื่อเวลาพูดคุยกับศิษย์รุ่นน้อง และเขาไม่เคยยั้งคำพูดเมื่อเขาพูดออกมา ดังนั้นศิษย์หลายคนจึงไม่ชอบที่จะพูดคุยกับเขา รวมทั้งหลินเซี่ยวคนเก่าด้วย เขาค่อนข้างรำคาญพูชาน แต่ไม่เคยแสดงออกมาตรงๆเลย เนื่องจากพูชานเป็นศิษย์ที่ถังฟานไว้ใจมากที่สุด

“หลินเซี่ยว บอกข้ามาให้หมด ว่าเจ้าเจอปีศาจได้อย่างไร”

พูชานนั้นค่อนข้างแข็งแรง หยาบกระด้างและรูปร่างตัน พร้อมกับหนวดเคราที่เกือบเต็มใบหน้า เมื่อเดินเข้ามา เขาบังประตูซะมิด จนคนที่อยู่ด้านหลังไม่สามารถเข้าห้องมาได้

แต่เขาเป็นคนหยาบคาย ในความทรงจำของโหยวเสี่ยวโม่ ใครก็ตามที่เจอหลิงเซี่ยวจะต้องสุภาพและถ่อมตน นี่เป็นครั้งแรกที่โหยวเสี่ยวโม่เห็นว่ามีบางคนออกคำสั่งอย่างเย่อหยิ่งกับหลิงเซี่ยว เขาลอบมองหน้าคนถูกสั่งที่ดูเหมือนจะยิ้มแย้ม….

เมื่อเห็นดังนั้น โหยวเสี่ยวโม่รีบก้มหน้าลง

หลิงเซี่ยวไม่ได้รีบตอบในทันที เขายกถ้วยน้ำชาที่โหยวเสี่ยวโม่รินให้ขึ้นมาจิบเล็กน้อยราวกับดื่มด่ำกับบรรยากาศของสายลมอ่อนๆกับท้องฟ้าไร้เมฆ อย่างกับภูเขาไท่ที่ไม่มีวันล่มสลาย เขาเปิดปากพูดในเวลาที่พูชานขมวดคิ้วและเกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมา

“ท่านลุงพูชาน ท่านควรถามเรื่องนี้กับศิษย์เฉิน เขาสามารถตอบได้กระจ่างยิ่งกว่าข้า”

โหยวเสี่ยวโม่อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ โชคดีที่เขาก้มหน้าอยู่ คนอื่นเลยมองไม่เห็นว่าเขากำลังยิ้ม

คิ้วหนาสีดำของพูชานขมวดแน่น เขาไม่ได้คาดว่าหลังจากรอคอยมานาน เขาจะได้คำตอบเพียงแค่ไม่กี่คำเท่านั้น ถ้าหากว่าไม่ใช่หลินเซี่ยว เขาคงจะระเบิดความโกรธออกมาแล้ว น่าเสียดาย เขาทำได้เพียงแค่ส่งเสียงเย้ยหยันแล้วออกจากห้องไป ส่วนโหยวเสี่ยวโม่ที่นั่งอยู่ข้างๆหลิงเซี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบนั้นกลับถูกเขาเมินโดยสิ้นเชิง แม้แต่โหยวเสี่ยวโม่ก็ไม่ได้สังเกตว่า นี่เป็นครั้งแรกที่แผนการทำตัวให้ไม่เด่นได้ผลเป็นครั้งแรก

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ท่านคิดว่าพวกปีศาจจะอยู่ที่เมืองเหอปิงหรือไม่?”

หลังจากที่พูชานออกไป โหยวเสี่ยวโม่จึงถามขึ้น เขารู้สึกว่าพูชานไม่น่าจะต้องปฏิบัติภารกิจนี้จริงจังขนาดนั้นก็ได้ เพราะว่าปีศาจและผู้ฝึกยุทธ์เป็นศัตรูโดยธรรมชาติอยู่แล้ว หลังจากที่ตัวตนของลั่วซานเปิดเผย ปีศาจตนอื่นๆก็ไม่น่าจะอยู่แถวๆนี้แล้ว หากพวกปีศาจตนอื่นๆยังคงอยู่แถวนี้จริง นั่นก็แสดงพวกเขาอาจจะยังไม่ถูกค้นพบ ไม่เช่นนั้นตัวตนของลั่วซานคงจะถูกค้นพบไปนานแล้ว

“หึ มันก็แค่การกระทำไว้ให้คนอื่นดูเท่านั้นแหล่ะ” หลิงเซี่ยวเอ่ยอย่างเย้ยหยัน

โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้าราวกับเข้าใจ ความเป็นจริง หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงแล้ว หากพรรคเถียนซินไม่ทำการสำรวจหรือทำการใดๆเลย มันอาจจะมีผลกระทบในทางไม่ดีต่อเมืองเหอปิง แม้ว่าเมืองเหอปิงจะไม่ใช่เมืองในอาณาเขตของพรรคเถียนซินก็จริง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว อำนาจที่อยู่เบื้องหลังเมืองเหอปิงคือพรรคเถียนซิน ดังนั้นการปรากฎตัวของปีศาจครั้งนี้จึงต้องมีการสำรวจ แม้ว่าจะเป็นการกระทำเพื่อความสบายใจของชาวบ้านก็ตามที

ตามที่หลิงเซี่ยวพูดไว้ พูชานเพียงแค่เพียงมาสอบถามเท่านั้น หลังจากที่รู้รายละเอียดจากเฉินเกาหยางแล้ว เขาก็ส่งคนไล่ตามปีศาจลั่วซาน แต่สุดท้ายพวกคนเหล่านั้นก็กลับมามือเปล่า

สำหรับหลิงเซี่ยวและคนร่วมทาง ในเมื่อไม่มีอะไรต้องทำแล้ว และพวกเขาก็ได้ซื้อของที่อยากซื้อแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงใช้นกยักษ์บินกลับไปยังพรรคเถียนซินในวันนั้นเลย

เพราะบาดแผลที่ขาของเขา โหยวเสี่ยวโม่จึงไม่ได้ไปเรือนสมุนไพรเพื่อเบิกสมุนไพรมาหลายวันแล้ว ในช่วงเวลานั้น ฟางเฉินเล่อมาเยี่ยมเขา และบอกล่าวความเป็นห่วงของเจ้าตำหนักคงเหวินแก่เขาด้วย

*****

Facebook Comment