+100%-

บทที่ 49 ถอดเสื้อผ้าออกซะ

===============

โหยวเสี่ยวโม่อธิบายว่าเขาเจอปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินนี้ได้อย่างไรโดยละเอียด ยังไงซะ ความลับใหญ่ที่สุดของเขาก็ถูกค้นพบแล้ว การที่เขาจะเล่าหรือไม่เล่านั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนถึงจบ

แต่จริงๆแล้ว การเล่าของเขามันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ในเมื่อตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าทำไมปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินนี้ถึงมาโผล่บนหน้าอกเขาได้ เขายิ่งไม่รู้เรื่องทะเลสาปวิเศษไปกันใหญ่ เขาจึงอธิบายจบภายในไม่กี่คำพูด หลังจากพูดจบ โหยวเสี่ยวโม่แอบสังเกตหน้าของหลิงเซี่ยว ฟู่ สีหน้าไม่เปลี่ยนเลย…

“เจ้าหมายความว่าปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินนี้ปรากฎขึ้นตอนที่เจ้าอาบน้ำรึ? หรือว่าปรากฎมาก่อนที่เจ้าจะอาบน้ำกันแน่?”

หลิงเซี่ยวผู้ยิ่งใหญ่ไม่ยอมถูกหลอกง่ายๆ เขาพูดจุดอ่อนของโหยวเสี่ยวโม่ออกมาทันที คำถามนี้ แม้แต่โหยวเสี่ยวโม่เองก็ไม่รู้คำตอบ จริงๆแล้ว ตัวโหยวเสี่ยวโม่เองก็ไม่แน่ใจว่าปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินนี้ปรากฎตอนที่เขากำลังอาบน้ำ หรือไม่ เพราะในตอนนั้น เขาเพิ่งค้นพบว่าตัวเองอยู่ในโลกใบนี้ ทุกสิ่งที่อย่างมันดูสับสนไปหมด แล้วมันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะถอดเสื้อผ้าออกทันทีโดยไม่มีเหตุผลเพื่อหารอยปานหรืออะไรก็ตามบนหน้าอกตัวเอง ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้สองกรณี หนึ่งคือปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินมันมีมาก่อนตั้งแต่ก่อนที่โหยวเสี่ยวโม่คนก่อนจะตายแล้ว หรือสอง มันอาจจะปรากฎในตอนที่เขาข้ามมายังโลกนี้

แต่การสับเปลี่ยนวิญญาณเป็นความลับที่ใหญ่ที่สุดของโหยวเสี่ยวโม่ เขาปล่อยให้หลิงเซี่ยวรู้เรื่องรอยปานของเขาได้ แต่เขาไม่อาจบอกเรื่องสับเปลี่ยนวิญญาณนี้ได้ เหตุผลที่เขายังไม่บอกก็คือเขาและหลิงเซี่ยวไม่ได้สนิทกันขนาดที่เขาจะแบ่งปันความลับระดับนี้ให้ฟังได้

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้ารู้แต่เพียงว่ามันปรากฎขึ้นมาในวันนั้น อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการอาบน้ำก็ได้”

โหยวเสี่ยวโม่มีนิสัยที่ชัดเจน หากเขาไม่ต้องการพูดบางสิ่งแล้ว ไม่ว่าจะฆ่าเขาจนตายเขาก็จะไม่ยอมพูดอยู่ดี เขาพยายามจะพูดให้เรื่องมันดูไม่ชัดเจนเพื่อที่จะได้ไม่เผลอหลุดความลับออกไป ดังนั้นเขาจึงพูดแต่สิ่งที่ดูคลุมเครือ เมื่อคุณได้รู้จักเขาครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะค้นพบนิสัยส่วนตัวนี้

แต่หลิงเซี่ยวไม่ได้รู้จักโหยวเสี่ยวโม่นานขนาดนั้น เขาเชื่อว่าโหยวเสี่ยวโม่ไม่กล้าโกหกเขาแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงเชื่อในคำพูดของโหยวเสี่ยวโม่

“มานี่”

หลิงเซี่ยวหรี่ตาลง และกระดิกนิ้วเรียกโหยวเสี่ยวโม่

โหยวเสี่ยวโม่ลังเลเล็กน้อยก่อนเดินเข้าไปอย่างเกรงกลัว เขารู้สึกผิดที่โกหก ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ามองไปยังหลิงเซี่ยวตรงๆ

“ถอดเสื้อผ้าออกสิ”

หลิงเซี่ยวสั่งเขาง่ายๆ

“เอ้ะ? ถอดเสื้อข้า?”

โหยวเสี่ยวโม่จับคอเสื้อโดยอัตโนมัติ และมองไปยังหลิงเซี่ยวด้วยความผวา

“ศิษย์น้อง เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดรึไง หรือเจ้าต้องการให้ข้าช่วยถอดให้เจ้าล่ะ ฮึ?”

หลิงเซี่ยวคิดว่าเขากำลังถูกล้อเล่น น้ำเสียงเขาไม่พอใจเล็กน้อย มันจะมีปัญหาได้ยังไงในเมื่อเป็นผู้ชายด้วยกัน

โหยวเสี่ยวโม่ตัวสั่นพลางคิดว่าระหว่างเขาถอดเองกับให้หลิงเซี่ยวช่วยเขาถอด เขาเลือกถอดเองดีกว่า เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ยังคงเป็นชุดเดียวกับที่เขาใส่ก่อนหน้านี้ ดูเรียบง่ายและทำจากวัตถุดิบธรรมดา เขาไม่ได้ใส่มามากเพราะว่าอากาศไม่หนาว ไม่ว่าเขาจะชักช้าอย่างไรก็ตาม แต่เขาก็ใช้เวลาเพียงไม่นานในการถอดเสื้อ รูปร่างเล็กผอมบางแลดูขาวผ่องและบริสุทธิ์ เขาอาบน้ำด้วยน้ำวิเศษ ผิวเขาจึงยิ่งเปล่งประกายและใสขึ้น กล้ามเนื้อเขานุ่มและเปล่งปลั่ง แน่นอนว่านุ่มกว่า อ่อนโยนกว่าผิวทารกแรกเกิดเสียอีก อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกเขินเล็กน้อย สีชมพูจางๆจึงลามไปทั่วร่างส่วนบนของเขา ทุกส่วนตั้งแต่คอขึ้นไปกลายเป็นสีแดงสด

หลิงเซี่ยวไม่ได้รับรู้ความเขินนี้ เขาถูกดึงดูดโดยปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินบนหน้าอกของโหยวเสี่ยวโม่ รังสีของปานรูปหยดน้ำตาสีน้ำเงินมันสว่างกว่าในตอนที่โหยวเสี่ยวโม่สังเกต ช่างน่าทึ่ง หากคุณจ้องมองมันตรงๆ มันจะดูราวกับคุณได้เข้าสู่โลกแฟนตาซีราวกับฝัน แต่มันไม่ได้เกิดกับหลิงเซี่ยว หลังจากที่เขาจ้องมันอยู่ซักพัก อารมณ์ของเขาก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ปานรูปหยดน้ำนี้มีอันใดผิดปกติรึ?”

โหยวเสี่ยวโม่ถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ปล่อยให้ผู้ชายจ้องดูหน้าอกตัวเองแบบนี้ แม้ว่าจะไม่มีความคิดแบบนั้นก็ตามที แต่มันก็ยังคงรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะกับคนผิวบอบบางอย่างโหยวเสี่ยวโม่

หลิงเซี่ยวเงยหน้าขึ้นมามองโหยวเสี่ยวโม่ สายตาคลุมเครือของหลิงเซี่ยวจ้องมองไปทั่วร่างกายขาวผ่องและบริสุทธิ์ของโหยวเสี่ยวโม่ แล้วกล่าวขึ้นมาเบาๆ “นี่เป็นมิติที่พิเศษมาก คงมีใครบางคนทิ้งมันไว้ในตัวเจ้าอย่างตั้งใจ และมันจะเปิดเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง”

“ใครบางคน?”

โหยวเสี่ยวโม่อุทานด้วยความประหลาดใจ

หากใครบางคนผู้นั้นมีความคิดชั่วร้าย ไม่ใช่ว่าปานนี้อาจจะเป็นระเบิดเวลาก็เป็นได้?

“ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร แต่การใส่บางอย่างที่มีค่ามากขนาดนี้ไว้ในร่างกายเจ้า ใครบางคนผู้นั้นจะต้องเป็นคนที่สนิทกับเจ้าแน่นอน แน่นอนว่ามิตินี้มีทั้งประโยชน์ และโทษที่จะตามมา”

หลิงเซี่ยวดูเหมือนจะรู้ความคิดของโหยวเสี่ยวโม่

“อันตรายอันใด?”

โหยวเสี่ยวโม่ขมวดคิ้วใบหน้าเศร้า เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เป็นของฟรีหรอก

หลิงเซี่ยวเอียงตัวไปทางเขา ยิ้มบางๆ “คิดถึงตัวเจ้าสิ หากคนอื่นรู้ว่าเจ้ามีของดีอยู่ มันไม่เพียงแต่จะสามารถปลูกสมุนไพรวิเศษได้ แต่ยังเร่งให้โตได้อีกด้วย อะไรจะเกิดขึ้น จะมีกี่คนที่คลุ้มคลั่งเพราะมัน? แม้กระทั่งพรรคใหญ่อันดับหนึ่งอย่างพรรคเถียนซิน พวกเขาเหล่านั้นอาจจะใช้กำลังดึงมันออกไปจากตัวเจ้า และฆ่าเจ้าเพื่อปิดปากก็ได้!”

ในส่วนท้ายของประโยคถูกพูดด้วยน้ำเสียงหวานเป็นพิเศษ โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นกำลังรัดคอเขาอยู่

เขาร้องออกมาด้วยความกลัว “แล้วข้าควรทำเช่นไรดี? อา ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ฮึก ฮึก ข้ายังไม่อยากตาย”

หลิงเซี่ยวพ่นลมหายใจ *ฮึ* และระเบิดหัวเราะออกมาพลางมองไปยังท้องฟ้า

*****************

ขอโทษค่ะ แปลผิดตอน เบลอขั้นสุด TT ยังไม่ได้แปลตอนที่ 48 ค่ะ 55555 #ในเลข5มีน้ำตาซ่อนอยู่

คนที่อ่านเมื่อวาน กลับไปอ่านตอนก่อนหน้านี้ด้วยนะคะ จะได้ไม่เบลอตามเรา TT

Facebook Comment