+100%-

บทที่ 44 แยกทาง

===============

เมืองเหอปิงยังคงมีชีวิตชีวาเหมือนครั้งก่อน โหยวเสี่ยวโม่คุ้นเคยกับทางเดินในเมืองแล้วจึงไม่จำเป็นจะต้องเดินไปทั่วเมืองเพื่อหาร้านที่ต้องการเหมือนครั้งก่อน

ในการลงเขามาครั้งนี้ ทั้งถังหยุนฉี และศิษย์พี่เฉินนั้นมีภารกิจที่จะต้องไป มันไม่ใช่ภารกิจใหญ่เลย แค่ช่วยไปซื้อใบชาให้ท่านเจ้าพรรคถังเท่านั้น เจ้าพรรคถังเป็นคนชอบดื่มชา แต่เขาดื่มเฉพาะชาที่ชื่อว่าชาสมุนไพรอำมฤต แต่ชาชนิดนี้มีปลูกน้อย ดังนั้นแม้แต่ร้านขายชาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหอปิงยังไม่มีขายทุกเดือน เถ้าแก่ใหญ่รู้ว่าพรรคเถียนซินจะส่งคนมาซื้อทุกเดือน ดังนั้นเขาก็แค่เก็บชาส่วนนั้นไว้ แล้วรอคนมารับใบชาไป

ดังนั้นจุดมุ่งหมายของพวกเขาจึงต่างกันออกไป ร้านขายชาตั้งอยู่ถนนตะวันออกในขณะที่โหยวเสี่ยวโม่ต้องการไปถนนทิศเหนือเพื่อขายเม็ดยา ทิศทางที่จะไปจึงแตกต่างกัน

โหยวเสี่ยวโม่ไม่อยากให้พวกเขารู้ว่าเขาต้องการไปขายเม็ดยา ดังนั้นเขาจึงแนะนำให้แยกกันไป พวกนั้นไปทางถนนตะวันออก ส่วนเขาจะไปถนนทิศเหนือ

ในตอนแรก ถังหยุนฉีเองก็เห็นด้วยกับคำแนะนำนี้ นางเองก็รอไม่ไหวที่จะกำจัดโหยวเสี่ยวโม่ไปให้พ้นสายตาเช่นกัน แต่ปัญหาก็คือหลิงเซี่ยว เขาเลือกที่จะไปกับโหยวเสี่ยวโม่ที่ถนนทิศเหนือ และทิ้งถังหยุนฉีกับศิษย์น้องเฉินให้ไปถนนตะวันออกด้วยกัน พวกเขาค่อยมาเจอกันทีหลังที่ร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ถนนตะวันตก ถังหยุนฉีไม่ได้ต้องการแบบนี้ แต่นางรู้แล้วว่าคำพูดของหลิงเซี่ยวถือเป็นเด็ดขาด เมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วครั้งหนึ่ง มันจะไม่เปลี่ยนอีกแล้ว หลิงเซี่ยวเป็นคนแบบที่จะทำตามสิ่งที่เขาพูดเท่านั้น

นางมองตามโหยวเสี่ยวโม่และหลิงเซี่ยวที่เดินห่างไปอย่างสิ้นหวัง เพื่อหยุดตัวเองไม่ให้วิ่งตามถังหยุนฉีอดกลั้นอย่างมากจนต้องจิกเล็บเข้าไปในเนื้อของนาง เฉินเกาหยางที่อยู่ข้างๆเธอนั้น ถึงแม้ว่าจะมีความสุขที่ได้มีโอกาสอยู่กับศิษย์น้องหญิงก็ตามก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นว่านางอารมณ์เสียขนาดไหน แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะเอาใจศิษย์น้องหญิงหรอกหรือ?

“ศิษย์น้องหญิง อย่าโกรธไปเลย เจ้าโหยวเสี่ยวโม่นั่น ถึงแม้ว่าจะสนิทกับศิษย์พี่ใหญ่ก็จริง แต่ทั้งสองก็ไม่ได้อยู่ตำหนักเดียวกันซักหน่อย คนนึงอยู่ตำหนักพสุธา อีกคนอยู่สำนักยุทธ์ พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆหรอก อีกไม่นานความสัมพันธ์ของพวกนั้นก็คงเย็นลงแล้วล่ะ”

*ฮึ่ม* ถังหยุนฉีเย้ยหยันก่อนจะพูดด้วยสีหน้าที่มีเมฆปกคลุม “ขนาดไม่ได้อยู่ตำหนักเดียวกัน ศิษย์พี่ใหญ่ยังไปหามันทุกวัน เมื่อวานนี้หลังจากที่ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาถึง เขาก็รีบเร่งไปยังตำหนักพสุธาทันที ท่านยังคงคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเย็นลงหรือ? หลังๆมานี้ ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่ใหญ่มักจะไปตำหนักพสุธาเพื่อไปหาโหยวเสี่ยวโม่”

“ราวกับว่าใจของศิษย์พี่ใหญ่จะอยู่ที่โหยวเสี่ยวโม่แล้ว”

เฉินเกาหยางไม่แน่ใจว่าโหยวเสี่ยวโม่มีอะไรดีถึงได้รับความสนใจจากศิษย์พี่ใหญ่มากมาย

“ศิษย์พี่เฉิน ท่านมีวิธีสั่งสอนโหยวเสี่ยวโม่ผู้นี้หรือไม่?” ถังหยุนฉีถามด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง

“นี่…. ข้าคาดว่ามันจะไม่ง่ายแบบนั้น ข้าได้ยินมาว่าสี่วันที่แล้ว เขาได้กลายเป็นศิษย์ของเจ้าตำหนักคงเหวิน”

เฉินเกาหยางรู้สึกอึดอัดใจเมื่อถังหยุนฉีเห็นว่าเขาเป็นคนไร้ความสามารถ แม้ว่าภายในจะกล่าวว่าโหยวเสี่ยวโม่ไม่มีอะไรดีเลยก็จริง แต่ว่าคำกล่าวของศิษย์พี่ก็ไม่ผิด โหยวเสี่ยวโม่เป็นศิษย์ของตำหนักพสุธา แถมยังเป็นศิษย์ของคงเหวินด้วย ฐานะของเขาตอนนี้พิเศษอย่างมาก หากเขาอยู่ที่ตำหนักสวรรค์หรือตำหนักทะยานฟ้าล่ะก็ นางคงสามารถหาทางสั่งสอนเขาได้ แต่โหยวเสี่ยวโม่กลับอยู่ที่ตำหนักพสุธา ศิษย์ตำหนักพสุธาเกลียดตำหนักสวรรค์ และศิษย์ตำหนักสวรรค์ก็เกลียดตำหนักพสุธาเช่นกัน

เมื่อหาทางออกไม่ได้ ทั้งสองจึงเดินจากไปเพื่อทำภารกิจให้ท่านเจ้าพรรคเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้ทีหลัง ทั้งสองไม่คาดคิดว่าการเดินทางไปถนนตะวันตกนี้จะเสียหายถึงชีวิต

อีกฝั่งหนึ่ง โหยวเสี่ยวโม่ใช้เวลาไม่นานก็เจอร้านขายยา อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของเขาก็ได้ แต่โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกได้ว่าหน้าร้านดูจะใหม่กว่าเมื่อก่อนมาก ราวกับว่ามันได้มีการตกแต่งใหม่

ก่อนที่เขาจะเข้าไปในร้าน ผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ๆประตูก็ตะโกนเข้าไปในร้านด้วยความยินดี “เถ้าแก่ นายท่านโหยวมาที่นี่แล้ว!”

เถ้าแก่เร่งรีบออกมาจนเกือบจะสะดุดล้มหลังจากประโยคนั้นจบลง เขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อเจอหน้าโหยวเสี่ยวโม่ เร่งเดินมาทางนี้และกล่าวว่า “นายท่านโหยว ในที่สุดท่านก็มา ข้ารอคอยมาหลายวันแล้ว”

โหยวเสี่ยวโม่ตกใจ เกิดอะไรขึ้นกัน?

หลังจากพูดจบ เถ้าแก่จึงรู้ตัวว่าเขาเสียการควบคุมไป เขารีบฉีกยิ้มและเชิญให้ทั้งสองเข้าไปในร้าน ขณะเดียวกันก็บอกให้ผู้ดูแลนำน้ำชามาบริการด้วย

“นายท่านโหยว ยาที่ท่านขายข้าเมื่อครั้งก่อนนั้นดีเกินกว่าที่ข้าคาดไว้มากนัก มันขายหมดภายในระยะเวลาแค่ 2 วันเท่านั้น อีกทั้งลูกค้ายังคงถามหายาชุดใหม่เข้ามาไม่หยุด แต่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวโยงถึงท่านเลย”

เถ้าแก่ขยิบตาให้โหยวเสี่ยวโม่อย่างผิดวิสัยของตน เมื่อกล่าวเรื่องนี้ เขาจึงสังเกตเห็นหลิงเซี่ยวซึ่งเดินเข้ามาด้วย “แขกที่โดดเด่นท่านนี้คือผู้ใดกัน?”

หลิงเซี่ยวไม่ได้สนใจเถ้าแก่ เขาเพียงแค่จิบชาที่ผู้ดูแลนำมาให้เท่านั้น

โหยวเสี่ยวโม่หัวเราะอย่างอึดอัด “เขาเป็นเพื่อนของข้าเอง ท่านไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้”

เถ้าแก่เข้าใจในทันที และถามว่า “นายท่านโหยว ครั้งนี้ท่านนำยามาขายด้วยหรือไม่?”

“ใช่”

โหยวเสี่ยวโม่กล่าวพลางหยิบยา 100 เม็ดที่เขาหลอมได้ไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนขึ้นมา มีด้วยกัน 5 ขวด แต่ละขวดบรรจุยาระดับหนึ่งไว้ 20 เม็ด เขาใช้เวลา 4 วันก่อนในการหลอมยาพวกนี้ทั้งหมด คุณภาพของเม็ดยานี้สูงกว่ายาระดับหนึ่งทั่วไป

เถ้าแก่ค่อยๆหยิบขวดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง และดึงจุกปิดขวดออกมา กลิ่นยาที่รุนแรงกระจายออกมาทันทีที่เปิดขวด

**********************

เหมือนโหยวเสี่ยวโม่เป็นพวกเด็กขายยา(เสพติด)อะไรแบบนี้เลย XD แปลไปขำไป

วันนี้มาต่อช้า ขอโทษค่ะ อ่านให้สนุกนะคะ

แก้คำผิดค่ะ

Facebook Comment