+100%-

บทที่ 43 คำนวนพลาด

===============

หญิงสาวในชุดเดินทางสีชมพูผู้หนึ่งเดินมาตรงหน้า ความงามและสง่าของนางสามารถเห็นได้จากระยะไกล ด้วยผิวที่ดูชุ่มชื้นและใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโตสวยสองข้าง  และด้วยส่วนโค้งเว้าที่สวยงาม นับได้ว่าเป็นความสวยที่สั่นจิตใจผู้คนได้ ช่างเป็นความสวยงามที่ไม่อาจมีใครเทียบเคียงได้ หากว่าบุคคลิกของนางดูดีเหมือนรูปร่างภายนอกของนางล่ะก็ นางอาจจะกลายเป็นที่รักดั่งเช่น แมรี่ ซู*ก็เป็นได้

(บุคคลที่คล้ายอุดมคติ เพรียบพร้อมด้วยความสามารถมาก)

แต่ช่างน่าเศร้าที่บุคคลิกภาพของนางไม่ได้สวยงามอย่างรูปร่างภายนอก นางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ดั่งความสวยของนาง มักจะออกคำสั่งผู้คนรอบๆกายด้วยการเอียงคางเท่านั้น หญิงสาวผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ถังหยุนฉี ลูกสาวเจ้าของพรรคเถียนซิน นางยังเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในพรรคเถียนซินอีกด้วย ว่ากันว่า เมื่อนางอายุได้ 18 ปี ก็มีคนมากมายมาขอแค่จับมือเธอเท่านั้น แต่ถังหยุนฉีปฏิเสธ เพราะหัวใจของนางมีเพียงศิษย์พี่หลินเซี่ยวเท่านั้น

เรื่องนี้ทุกคนในพรรคเถียนซินรู้ดี แม้กระทั่งโหยวเสี่ยวโม่ซึ่งเคยพบนางแค่ 2 ถึง 3 ครั้งก็สามารถบอกได้ เนื่องจากการกระทำของนางแสดงออกอย่างชัดเจน

อีกผู้หนึ่งคือศิษย์ผู้ที่เคยถูกไล่ให้ไปขึ้นนกยักษ์อีกตัวเมื่อหลิงเซี่ยวต้องการไปนั่งกับโหยวเสี่ยวโม่เมื่อครั้งก่อน คนผู้นี้มองโหยวเสี่ยวโม่ด้วยสายตาเกลียดชังตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ราวกับว่าเขาต้องการลอกหนังของโหยวเสี่ยวโม่ออกมา เห็นได้ชัดว่าเขายังคงคิดถึงเรื่องเมื่อครั้งที่แล้วอยู่

เมื่อเห็นโหยวเสี่ยวโม่มองไปยังทั้งสองคนนั้น หลิงเสี่ยจึงนึกขึ้นได้ว่าทั้งสองตามเขามาด้วย หลิงเซี่ยวเอ่ยปากอธิบายโดยไม่รอให้โหยวเสี่ยวโม่ถาม “ศิษย์น้องถังและศิษย์น้องหลี่ที่กำลังจะลงเขาไปรู้ว่าข้าเองก็กำลังจะลงเขาเช่นกัน ดังนั้นท่านเจ้าพรรคจึงได้ฝากฝังทั้งสองคนไว้กับข้า เพื่อที่ข้าจะได้ดูแลเขาทั้งสอง”

มุมปากของหลิงเซี่ยวยกขึ้นในช่วงท้ายของประโยค ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในอารมณ์ที่ดี

โหยวเสี่ยวโม่สังเกตเห็นรอยยิ้มของหลิงเซี่ยวก็จริง แต่สัญชาตญาณเขากลับบอกว่า หลิงเซี่ยวกำลังอารมณ์ไม่ดี ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เมื่อวานนี้หลิงเซี่ยวเองก็ใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้กับเขา แล้วพอตอนนี้ดันเกิดมีคนใช้ข้ออ้างนี้กับตนเองบ้างแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเป็นคำขอร้องจากท่านเจ้าพรรคด้วย ไม่มีทางที่หลิงเซี่ยวจะปฏิเสธได้ ดังนั้นโหยวเสี่ยวโม่จึงไม่แปลกใจเลยที่หลิงเซี่ยวจะอารมณ์ไม่ดี

ถังหยุนฉีไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าคนที่จะลงเขาไปด้านล่างด้วยกันกับหลินเซี่ยวจะเป็นโหยวเสี่ยวโม่ เมื่อนางมองเห็นเขา นางเปิดปากถามอย่างห้วนๆว่า “ทำไมจึงเป็นเจ้าอีกแล้ว?”

อืมมมม มันก็เป็นไปแล้วไม่ใช่หรือ? เขาเองก็ไม่อยากเจอนางเหมือนกันนั่นแหล่ะ บางครั้งพรหมลิขิตก็เล่นตลกแบบนี้ ยิ่งไม่อยากเจอ กลับยิ่งเจอ

โหยวเสี่ยวโม่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ไม่ตอบคำถามของนาง

ถังหยุนฉีไม่ชอบศิษย์ผู้เข้ามาใหม่ผู้นี้เลย หากไม่ใช่เพราะศิษย์ผู้นี้ มีหรือที่เธอจะขายหน้าต่อหน้าผู้คนตั้งมากมายเมื่อคราวก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะนางกับเขาอยู่คนละตำหนักกันแล้วล่ะก็ ป่านนี้นางคงทรมารเขาจนตายไปนานแล้ว

เพราะว่ามีคนแค่ 4 คนเท่านั้น พวกเขาจึงเลือกนกยักษ์ที่มี 5 ที่นั่งเท่านั้น แต่โดยไม่คาดคิด ถังหยุนฉีกลับไม่เห็นด้วย นางเคยนั่งเฉพาะนกยักษ์ตัวใหญ่เท่านั้น นางรู้สึกว่าการนั่งนกยักษ์ตัวเล็กมันดูต่ำไปสำหรับเธอ แต่ความคิดเห็นของหลิงเซี่ยวกลับหยุดเธอไว้

“หากเจ้าไม่ต้องการนั่งนกยักษ์ตัวนี้ เจ้าก็สามารถไปนั่งอีกตัวนึงกับศิษย์น้องเฉินได้”

โหยวเสี่ยวโม่มองถังหยุนฉีด้วยสายตาเห็นใจ ศิษย์น้องหยุนช่างกล้าหาญมากที่กล้ามีเรื่องกับหลิงเซี่ยวในจังหวะแบบนี้!

ถังหยุนฉีกลัวว่าศิษย์พี่ใหญ่จะไล่เธอไปนั่งนกยักษ์อีกตัวจริงๆ นางจึงรีบกล่าวปฏิเสธ “นั่นไม่จำเป็น ศิษย์พี่ใหญ่ จริงๆแล้วววว…. ข้าคิดว่านั่งนกยักษ์ตัวนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้าไม่ใส่ใจหรอก จริงๆนะ อย่าขอให้ข้าไปนั่งนกยักษ์อีกตัวเลย”

จริงๆแล้วนางต้องการนั่งนกยักษ์ตัวใหญ่เพื่อที่จะแยกโหยวเสี่ยวโม่ออกจากศิษย์พี่ใหญ่หลิน แต่นางคาดไม่ถึงว่าศิษย์พี่ใหญ่หลินจะไล่นางออกมา

“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าต้องขอบคุณที่เจ้าเตือนข้าแล้ว คน 4 คนบนนกหนึ่งตัวอาจจะอึดอัดได้ และหากว่าใครบางคนเกิดตกลงไประหว่างทางเล่า? ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจให้เจ้านั่งนกยักษ์อีกตัวกับศิษย์น้องเฉิน มีพื้นที่เล็กน้อยน่าจะดีกว่า” หลิงเซี่ยวยิ้มขณะพูด

“ศิษย์พี่ใหญ่!” ถังหยุนฉีกระทืบเท้า นางโกรธจนปากบิด แต่ก็ยังคงสวยอยู่

“ศิษย์น้องเฉิน ในระหว่างทางนี้ ข้าต้องรบกวนให้เจ้าช่วยดูแลศิษย์น้องหญิงซะแล้ว”

หลิงเซี่ยวไม่สนใจว่าศิษย์น้องเฉินจะตอบรับหรือไม่ เขาออกคำสั่งอย่างเผด็จการกับศิษย์น้องเฉินผู้ซึ่งมีท่าทางยินดี

สำหรับถังหยุนฉี แน่นอนว่านางไม่อยากแยกจากหลินเซี่ยว แต่สำหรับศิษย์น้องเฉิน เขาก็มิอาจรอเวลาที่จะได้นั่งนกยักษ์ร่วมกับศิษย์น้องหญิงได้แล้ว คำแนะนำของหลินเซี่ยวช่างเปิดโอกาสใหญ่ให้เขาได้ใกล้ชิดศิษย์น้องหญิง แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกยินดีออกทางสีหน้า

ท้ายที่สุดแล้ว ถังหยุนฉีก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจหลินเซี่ยวได้ นางและศิษย์น้องเฉินถูกไล่ให้ไปนั่งนกยักษ์อีกตัว ส่วนศิษย์น้องเฉินนั้น ถึงภายในจะดีใจก็ตามแต่ภายนอกก็ยังคงแสดงสีหน้าโกรธอยู่

บนนกยักษ์ โหยวเสี่ยวโม่แอบมองถังหยุนฉีซึ่งมีใบหน้าบิดเบี้ยว แล้วมองกลับมายังหลิงเซี่ยวซึ่งตอนนี้อารมณ์ดีกับตนเองด้วยใบหน้าราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิอยู่ ส่วนเขาทำหน้าบูด เขามั่นใจว่าหลิงเซี่ยวไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในตอนแรก หากถังหยุนฉีไม่แสดงออกและจุดประกายความคิดของหลิงเซี่ยว ในตอนนี้พวกเขาทั้ง 4 อาจจะนั่งบนนกยักษ์ตัวเดียวกันแล้วก็เป็นได้ นี่สินะที่เรียกว่าเป็นเหยื่อของคนฉลาด!

***************

อาจจะยังงงๆเรื่องชื่อบ้างเล็กน้อย แต่ทั้งหลินเสี่ยว และหลิงเสี่ยว ท้ายที่สุดแล้วก็คือคนคนเดียวกันนะคะ เพียงแต่คนอื่นไม่รู้ว่าหลิงเสี่ยวอยู่ในร่างของหลินเสี่ยว (งงมั้ย? เราเองก็งง 5555)

ฝันดีค่ะ

Facebook Comment