+100%-

บทที่ 41 หึงหวง

===============

แค่ได้ยินเสียง โหยวเสี่ยวโม่ก็รู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร เขาหันกลับมาพบกับรูปร่างที่คุ้นเคย หลิงเซี่ยวกลับมาแล้วหลังจากที่หายไปถึง 4 วัน อีกทั้งดูท่าทางแล้ว เขาน่าจะตรงเข้ามาที่นี่เลยหลังจากที่กลับมาถึง ดูเหมือนว่าเขาจะทนรอยา 100 เม็ดไม่ไหว

โหยวเสี่ยวโม่ไม่ทันได้สังเกตถึงน้ำเสียงไม่พอใจ เขาเดินไปหาและถาม “ศิษย์พี่ใหญ่หลิน ท่านกลับมาแล้ว ก่อนหน้านี้มีคนมาหาข้า เขาบอกว่าท่านออกไปทำภารกิจ คนผู้นั้นคงเป็นศิษย์น้องของท่านสินะ?”

กล่าวแล้วก็หยิบขวดเล็กๆออกมา 2 ขวดจากถุงของเขา ในขณะที่เขากำลังจะส่งให้หลิงเซี่ยวนั้น ฟางเฉินเล่อก็เดินเข้ามา

“ท่านคือศิษย์พี่ใหญ่หลินเซี่ยวจากสำนักยุทธ์สินะ ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าชื่อฟางเฉินเล่อ ยินดีที่ได้พบ”

หลิงเซี่ยวหรี่ตาลงเล็กน้อย ภายใต้การพิจารณาอย่างถี่ถ้วนของหลิงเซี่ยว ฟางเฉินเล่อยิ้มให้เขาอย่างง่ายดาย มันแน่นอนอยู่แล้วเพราะว่าเขาไม่ได้ปล่อยแรงกดดัน ถ้าหากว่าหลิงเซี่ยวปล่อยพลังของเขาออกมาแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นฟางเฉินเล่ออีกเป็นร้อยคนก็ทนไม่ได้หรอก

โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกตัวว่ายังไม่ได้แนะนำทั้งสองให้รู้จักกันเลย “ศิษย์พี่ใหญ่หลิน นี่คือศิษย์พี่ใหญ่ฟางเฉินเล่อ”

หลิงเซี่ยวทำหน้าบึ้งเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง กล่าวราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิว่า “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ข้าได้ยินศิษย์น้องโหยวเสี่ยวโม่พูดถึงท่านมาเป็นเวลานานแล้ว พอได้เจอท่าน จึงได้รู้ว่าทำไมท่านถึงได้เป็นศิษย์ที่โดดเด่นของตำหนักพสุธาได้ ข้าได้ยินว่าท่านเป็นนักหลอมยาระดับ 4 แล้ว ด้วยอายุเท่านี้ ช่างน่าชื่นชมจริงๆ!”

“ท่านก็กล่าวเกินไป ข้าต้องชื่นชมท่านต่างหาก ศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักยุทธ์” ฟางเฉินเล่อยิ้มพลางหยักหน้า

แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าหลินเซี่ยวที่อยู่ตรงหน้านี้แตกต่างไปจากที่ได้ยินมาก็ตาม แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเจอหลินเซี่ยวตัวจริงไม่ใช่แค่เรื่องเล่า ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เก็บไปคิดอะไร

โหยวเสี่ยวโม่คุ้นเคยดีกับการเสแสร้งเปลี่ยนสีหน้าไปมาของหลิงเซี่ยวก็จริง แต่เรื่องในวันนี้เขาคาดไม่ถึงจริงๆ พบเจอกันครั้งแรก เขาทั้งสองต่างก็ชื่นชมกันและกัน ท่านชมข้า ข้าชมท่าน ไม่มีใครตกเป็นฝ่ายด้อยกว่า

ในท้ายที่สุด ฟางเฉินเล่อก็เป็นคนยุติบทสนทนาด้วยว่าเขายังคงมีสิ่งที่ต้องไปทำต่อ ก่อนจะจากไป

หลังจากที่ฟางเฉินเล่อเดินออกไป หลิงเซี่ยวก็มองโหยวเสี่ยวโม่ด้วยสายตาเย็นชาพร้อมตั้งท่าโกรธ *ฮึ่ม* ก่อนจะหันหลังและเดินจากไป

เขาโดนโกรธโดยไม่มีเหตุผล โหยวเสี่ยวโม่ตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาไล่ตามหลิงเซี่ยวไปอย่างรวดเร็ว และตามทันเมื่อถึงห้องของเขา หลิงเซี่ยวผลักประตูและเดินเข้าไป เขานั่งบนเก้าอี้โดยไม่ไหวติง ไม่เปล่งเสียงพูดออกมาสักคำ

โหยวเสี่ยวโม่ไม่เข้าใจว่าทำไมหลิงเซี่ยวถึงอารมณ์ไม่ดี เขาปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไป

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิน หรือว่าภารกิจจะผ่านไปได้ไม่ดี?” โหยวเสี่ยวโม่ถามอย่างระมัดระวัง กล่างพลางลอบมองสีหน้าอันดำมืดและน่ากลัวของหลิงเซี่ยวไปด้วย ใครที่โง่ขนาดทำให้หลิงเซี่ยวโกรธกันนะ? เขาสามารถบอกได้ว่าศิษย์พี่ผู้นี้เป็นคนผูกใจแค้น หากเขาต้องการจะล้างแค้นแล้วล่ะก็ ใครคนนั้นคงจะต้องตายอย่างแน่นอน ตอนนี้ภายในใจของโหยวเสี่ยวโม่เต็มไปด้วย 10 อันดับการทรมาณของราชวงศ์ชิง แน่นอนว่าเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนโง่ผู้นั้นคือเขาเอง

“ถึงมือข้าผู้นี้ มีหรือว่าจะไม่สำเร็จ?”

หลิงเซี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันติดจะไม่พอใจ

“ภารกิจก็สำเร็จไปด้วยดี แล้วเหตุใดท่านจึงโกรธเล่า?” โหยวเสี่ยวโม่ถามด้วยความสงสัย

หลิงเซี่ยวเห็นท่าทางราวกับคนไม่รู้เรื่องของโหยวเสี่ยวโม่ก็ได้แต่ทำหน้าดำมืด ในขณะที่เขากำลังจะพูดนั้น โหยวเสี่ยวโม่ก็ร้องออกมา

“อ๊า ข้ารู้แล้ว” หลังจากที่ร้องออกมา เขาก็วางขวดเล็กๆ 2 ขวดที่มือของหลิงเซี่ยว “ศิษย์พี่ใหญ่หลิน ข้ายังจำได้ดีถึงสารที่ศิษย์ผู้นั้นบอกข้า นี่คือยาในส่วนของ 5 วัน ข้าได้หลอมมันทั้งหมดแล้ว ท่านต้องการจะนับมันไหม?”

“โหยวเสี่ยวโม่!” หลิงเซี่ยวเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ขอรับ!” โหยวเสี่ยวโมยกมือของเขาขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าเขากำลังคำนับผู้บังคับบัญชา

เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับอันแปลกประหลาดของโหยวเสี่ยวโม่ หลิงเซี่ยวเกือบจะตีหน้าตายต่อไม่ไหว แต่พอเขาคิดถึงฉากที่เขาได้เห็นในเรือนสมุนไพร ไฟแห่งความโกรธก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะอารมณ์ไม่ดี แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า ในทางกลับกัน เขายิ้มเล็กน้อยก่อนพูดว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีสัมพันธ์อันดีกับฟางเฉินเล่อนี่ หัวเราะโง่ๆให้เขาแบบนั้น เจ้ากังวลว่าเจ้ายังคงโง่ไม่พอใช่ไหม?”

หัวข้อการสนทนาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จนโหยวเสี่ยวโม่เกือบจะตามไม่ทัน เมื่อได้ยินเรื่องเกี่ยวกับศิษย์พี่ใหญ่ฟาง เขาไม่ได้คิดอะไรและตอบกลับไปว่า “โอ้ ท่านหมายถึงศิษย์พี่ใหญ่สินะ อา พวกเราเป็นศิษย์ในอาจารย์คนเดียวกัน ดังนั้นเราจึงสนิทกันมากขึ้น สี่วันก่อน วันที่ท่านออกไปทำภารกิจ ท่านเจ้าตำหนักคงเหวินเรียกข้าไปหา และรับข้าเป็นศิษย์ของเขา ศิษย์พี่ใหญ่เองก็เป็นศิษย์ของท่านเจ้าตำหนักคงเหวินเช่นกัน ดังนั้นข้าและเขาจึงเหมือนเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์”

แต่การที่เขายิ้มให้ศิษย์พี่ใหญ่มันจะเกี่ยวกับสมองของเขาได้อย่างไรกัน?

อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนโง่!

คงเหวิน? ได้ยินเพียงแค่ครั้งเดียว หลิงเซี่ยวก็รู้ทันทีว่าคงเหวินคือใคร เขามีตำแหน่งสูงและเป็นคนที่ดูแลตำหนักพสุธา พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ในความทรงจำของหลินเซี่ยว ฟางเฉินเล่อก็เป็นศิษย์ใหญ่ของคงเหวินจริงๆ

แต่เดิม หลินเซี่ยวและฟางเฉินเล่อไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน มันจึงไม่แปลกอะไรหากเขาจะไม่รู้จักฟางเฉินเล่อ แต่เพราะว่าหลินเซี่ยวนั้นเป็นคนทะเยอทะยาน เขาจึงได้สังเกตศิษย์โดดเด่นของทั้ง 3 ตำหนักไว้แล้ว แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยังคงรู้บางเรื่องเกี่ยวกับพวกนั้น แต่……

“แม้ว่าเขาจะเป็นศิษย์พี่ของเจ้า แต่เจ้าไม่ควรสนิทกับเขามากเกินไป พรสวรรค์ของเจ้ายังคงไม่เพียงพอ คงเหวินอาจจะมีจุดประสงค์อื่นในการรับเจ้าเป็นศิษย์”

“โอ้” โหยวเสี่ยวโม่ตอบน้ำเสียงหงอย แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ต่ำ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องย้ำเขาก็ได้!

“ตอบได้อ่อนแรงมาก เจ้ายังไม่ได้กินข้าวเช้าหรอกหรือ?”

“อ้ะ ใช่” หลังจากพูดจบ เขาก็เอามือลูบท้องของตน เขาไม่ค่อยชินกับการไม่กินอะไรหลายๆวันจริงๆ

“…….”

Facebook Comment