+100%-

บท 29 โอสถที่ยากที่สุด

บท 29 โอสถที่ยากที่สุด

ในตอนบ่ายนั้น โหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้ไปที่หอสมุนไพรเพื่อหลอมโอสถ วันก่อนนี้ เขาได้ขอออกไปนอกพรรคสองวัน อีกทั้งเขาไม่จำเป็นต้องไปรายงานที่หอสมุนไพรทุกวัน ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ที่พวกเขาไปที่หอสมุนไพรเนื่องจากพวกเขาเพิ่งจะเข้าพรรคเถียนซิน ดังนั้นจึงมีหลายสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมศิษย์พี่ใหญ่ฟางจึงพาพวกเขาไปที่นั่น ในตอนนี้พวกเขาทั้งหมดเรียนรู้การหลอมโอสถแล้ว ตราบใดที่พวกเขามีหม้อหลอม พวกเขาสามารถหลอมได้ทุกที่ที่พวกเขาต้องการ แต่โหยวเสี่ยวโม่ยังต้องไปที่หอสมุนไพรเพื่อขอรับสมุนไพรวิเศษระดับหนึ่งสามร้อยต้น เขารู้สึกว่าตั้งแต่วันนี้ไป ชีวิตของเขาจะต้องเดินไปในทางที่ยากลำบาก

 

สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ศิษย์บางคนของตำหนักพสุธากำลังนั่งรอเขาอยู่ที่ห้องศิลาเพื่อถามคำถามเขา เช่นนี้เอง เขาจึงคล้ายๆกับสามารถหลีกเลี่ยงมันไปได้

 

กลับเข้ามาในห้อง โหยวเสี่ยวโม่ปิดประตูและหน้าต่างให้หนาแน่นก่อนเข้าสู่มิติ

 

ทุกสิ่งที่เขาจัดหามาเมื่อวานวางเรียงรายอยู่ในมิติ หลังจากพบเจอกับหลิงเซี่ยว เขาไม่กล้าที่จะเข้าสู่มิติเนื่องจากกลัวว่าจะถูกค้นพบ

 

เขานำเมล็ดพันธุ์สมุนไพรระดับหนึ่งที่ได้รับเป็นของขวัญจากหอกล้วยไม้ออกมาจากตู้ไม้ โหยวเสี่ยวโม่หยิบเมล็ดที่เขาคุ้นเคยและหว่านมันลงไปในพื้นดิน หลังจากใช้พื้นที่หนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งหมดแล้ว เขาจึงเก็บเมล็ดที่เหลือ และหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ระดับสองออกมาเล็กน้อย สำหรับสมุนไพรระดับสองนั้น โหยวเสี่ยวโม่ได้ถามศิษย์พี่ใหญ่ฟางเฉินเล่อเกี่ยวกับพวกมันมาก่อนแล้ว สมุนไพรระดับสองในสวนสมุนไพรของตำหนักพสุธาเกือบทั้งหมดนั้นเป็นสมุนไพรธรรมดา ในอนาคต หากเขาเป็นนักหลอมโอสถระดับสองจริงๆ เขาสามารถไปที่หอสมุนไพรและขอรับสมุนไพรระดับสองในส่วนของเขาได้ กล่าวกันว่าเขาสามารถขอรับสมุนไพรอะไรก็ตามที่เขาต้องการได้ตราบใดที่เขาสามารถผลิตโอสถออกมาได้ นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมเขาจึงนำถุงเมล็ดพันธุ์สมุนไพรระดับสองมาเพียงแปดถุงเท่านั้น สมุนไพรที่เขาลองปลูกเป็นส่วนประกอบของโอสถสองชนิด ส่วนที่เหลือเขาจะรอดูก่อนว่าสมุนไพรที่ปลูกครั้งนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

 

เขาหว่านอย่างละครึ่งถุงลงไปบนที่ดินประมาณสองในสามของพื้นที่ที่เหลืออยู่ ตอนนี้เขาเหลือพื้นที่อยู่เพียงแค่หนึ่งในห้าส่วนเท่านั้น พื้นที่ที่เหลืออยู่นี่ โหยวเสี่ยวโม่ตั้งใจจะปลูกสมุนไพรระดับสาม แต่เนื่องจากตอนนี้เขายังเป็นนักหลอมโอสถระดับหนึ่งอยู่ เขาจึงยังไม่จำเป็นต้องใช้สมุนไพรระดับสามในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าเขาจะปลูกเพียงเล็กน้อย และให้ความสำคัญกับสมุนไพรระดับสองมากกว่า ในตอนที่เขามีเวลาว่าง เขาจะกำจัดวัชพืชและเตรียมหน้าดิน

 

หลังจากรถน้ำเมล็ดพันธุ์แล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงนำถังไม้และทัพพีออกมาจากตู้ เขาซื้อพวกนี้มาจากร้านขายเครื่องเรือนไม้ เนื่องจากเขาคิดไว้แล้วว่าเมล็ดพันธุ์ต้องการการรดน้ำ ดังนั้นเขาจึงถามเถ้าแก่ร้านให้หาถังไม้และทัพพีให้เขา

 

น้ำในทะเลสาบนั้นใสดั่งเช่นเดิม ใสเสียจนสามารถมองเห็นก้นทะเลสาปได้ ไม่ว่าโหยวเสี่ยวโม่จะทำอะไรกับทะเลสาบ ก็ราวกับว่ามีตัวเติมน้ำอัตโนมัติติดตั้งอยู่ที่ทะเลสาบ ไม่นานนัก ความไม่บริสุทธิ์จะหายไปโดยอัตโนมัติ และน้ำในทะเลสาบจะกลับมาเป็นสภาพดั้งเดิมอีกครั้ง โหยวเสี่ยวโม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน เขาทำไปกระทั่งซักเสื้อผ้าที่สกปรกในทะเลสาบ แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม สิ่งสกปรกจะจบลงสู่ก้นทะเลสาบและหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้เลย ราวกับว่าพวกมันสลายตัวไปเอง เนื่องจากเขาไม่เห็นว่าจะมีผลลัพธ์ที่เป็นภัยใดๆ หลังจากที่คิดทบทวนดูแล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงลืมเกี่ยวกับมันไป

 

เขาเติมน้ำในถังไม้ให้เต็ม และนำมันกลับไปยังแปลงสมุนไพร เขารดน้ำหนึ่งทัพพีต่อหนึ่งครั้ง เขารดน้ำเสร็จสิ้นหลังจากที่ใช้น้ำไปทั้งหมดสิบเอ็ดถัง โหยวเสี่ยวโม่ดูพื้นดินที่ชุ่มชิ้น และยิ้มอย่างพึงพอใจ นี่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานหนักตลอดสองชั่วโมงของเขา เขาปาดเหงื่อออกจากคิ้ว โหยวเสี่ยวโม่วางถังไม้และทัพพีลง ก่อนที่จะหันกลับไปและออกจากมิติ

 

ทันทีที่เขาหันหลัง พื้นที่ที่อยู่ด้านหลังเขาซึ่งมีเมล็ดสมุนไพรระดับหนึ่งปลูกอยู่ พื้นดินตรงนั้นกลับมีต้นอ่อนงอกขึ้นมาทันที อย่างอ่อนนุ่มและเขียวสด แข็งแรงและสดชื่น ต้นอ่อนพวกนั้นกระทั่งส่ายไปมาอย่างแปลกประหลาดราวกับว่าถูกปลูกอยู่ท่ามกลางน้ำตื้น…….

 

โหยวเสี่ยวโม่ที่ออกจากมิติแล้วนั้นไม่ได้รู้สึกตัวเลย เขาจัดเตรียมที่จะฝึกฝนโอสถระดับหนึ่งอีกชนิดนึง โอสถนี้เรียกว่าโอสถจิตวิญญาณ โอสถชนิดนี้เป็นโอสถที่หลอมยากที่สุดในหมู่โอสถระดับหนึ่งด้วยกัน มันทำมาจากสมุนไพรสามชนิดด้วยกัน นั่นคือ ดอกไม้เจ็ดกลีบ ผลไม้กลิ่นหอม และสมุนไพรใบแห้ง เหตุผลที่ว่าทำไมโอสถนี้ถึงเป็นโอสถที่ยากที่สุด เนื่องจากเป้าหมายหลักของโอสถคือการผลิตจิตวิญญาน ซึ่งไม่เหมือนกับโอสถสะสมจิตวิญญาณ

 

โอสถสะสมจิตวิญญาณทำงานโดยมุ่งเน้นไปที่พลังจิตวิญญาณที่อยู่รอบๆตัวของผู้ฝึกยุทธ์ ดังนั้นเมื่อใช้โอสถสะสมจิตวิญญาณ ผู้กินจะต้องหาพื้นที่ที่มีจิตวิญญาณอยู่ในบรรยากาศสูง ในทางกลับกัน โอสถจิตวิญญาณนั้นตรงกันข้าม โอสถจะเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณบริสุทธ์ พลังจิตวิญญาณนี้มากจากดอกไม้เจ็ดกลีบ ผลไม้กลิ่นหอม สมุนไพรใบแห้ง และรวมไปถึงพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในบรรยากาศรอบๆตัวขณะหลอมโอสถ ดังนั้นโอสถจิตวิญญาณนี้จึงเป็นการทดสอบของทักษะของผู้หลอม ยิ่งรอบๆตัวมีจิตวิญญาณที่บริสุทธ์มากเท่าไหร่ โอสถยิ่งดีมากเท่านั้น และยิ่งมีความไม่บริสุทธิ์มากเท่าไหร่ จิตวิญญาณก็ยิ่งไม่มีความบริสุทธิ์มากขึ้นเท่านั้น

 

สำหรับสมุนไพรปกติธรรมดา เนื่องจากความแตกต่างระหว่างการบ่มเพาะทำให้เกิดข้อบกพร่องบางอย่าง แม้ว่าจะเป็นสมุนไพรคุณภาพสูงก็ยังคงมีความไม่บริสุทธิ์อยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้น ในขั้นตอนการสกัด ผู้หลอมโอสถจะต้องเพิ่มรอบในการสกัดขึ้นไป หากไม่เช่นนั้น พลังจิตวิญญาณภายในโอสถจิตวิญญาณจะไม่บริสุทธิ์ และทำให้คุณค่าในตัวโอสถลดลงอย่างมาก

 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโหยวเสี่ยวโม่จึงเลือกโอสถจิตวิญญาณ ตั้งแต่ที่เขาถูกหลิงเซี่ยวดูถูกเมื่อวาน เขาก็เป็นกังวลถึงสิ่งหนึ่งมาตลอด เขาวางแผนไว้ว่าเขาจะหาเงินด้วยการหลอมโอสถ แต่หากเขาต้องส่งโอสถห้าสิบเม็ดไปแก่หลิงเซี่ยวทุกวัน เขาก็จะต้องไม่มีโอสถเหลือไปขาย นี่หมายความว่าชีวิตการทำมาหากินจะจบลงทันที ในการจะประคองชีวิตที่มีรายได้ เขาจึงขุดคุ้ยหาหนังสือเก่าแก่ และเจอโอสถจิตวิญญาณ

 

โอสถจิตวิญญาณนั้นถือเป็นโอสถที่ยากที่สุดในหมู่โอสถระดับหนึ่งด้วยกัน เพราะฉะนั้น ราคาของมันย่อมต้องเป็นสองเท่าของราคาโอสถระดับหนึ่งชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะโอสถที่ความบริสุทธิ์มาก ราคาของโอสถชนิดนี้ก็คงสูงขึ้นไปอีก

 

ก่อนที่เขาจะเริ่มต้น โหยวเสี่ยวโม่ได้คำนวนเอาไว้แล้ว สมุนไพรแต่ละต้น เขาสามารถสกัดมันได้สามถึงสี่ครั้ง นี่คือการคำนวนจากพลังวิญญาณของเขา เมื่อพลังวิญญาณของเขาเต็ม เขาสามารถสกัดสมุนไพรได้สี่ครั้ง แต่ในระยะยาวมันคงเป็นไปไม่ได้ สกัดแค่สามครั้งก็ถือว่าเยอะมากแล้ว นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นของจิตวิญญาณของเขาด้วย

 

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงแบ่งสมุนไพรบนโต๊ะ นอกเหนือจากวัตถุดิบสำหรับโอสถจิตวิญญาณแล้ว ยังคงมีวัตถุดิบสำหรับโอสถสะสมจิตวิญญาณด้วย ดอกไม้ของต้นดอกไม้เจ็ดกลีบก็มีเจ็ดกลีบตามชื่อของมัน โหยวเสี่ยวโม่ดึงทั้งเจ็ดกลีบและโยนลงไปในหม้อหลอม จากนั้น เขาจึงหยิบผลไม้กลิ่นหอมซึ่งมีขนาดเท่ากับนิ้วของขึ้นมาพร้อมกับสมุนไพรใบแห้ง และโยนทั้งหมดลงไปในหม้อหลอม เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ เขาแบ่งพลังวิญญาณของเขาออกเป็นสามส่วน และหย่อนมันลงไปในหม้อหลอมราวกับสายน้ำเล็กๆ จากนั้นเขานำพลังวิญญาณห่อหุ้มสมุนไพรทั้งสามชนิด เนื่องจากสภาวะในตอนนี้ของเขานั้นดีมาก เขาจึงสกัดสมุนไพรทั้งสามชนิดสี่ครั้งอย่างง่ายดาย

 

ในขณะที่เขากำลังจะนำมือเข้าไปในหม้อหลอม บางสิ่งก็แล่นผ่านสมองเขามา เขาเลื่อนสายตาไปยังรูเล็กๆสามรู ด้วยเหตุผลใดก็ไม่อาจะรู้ได้ โหยวเสี่ยวโม่สังหรณ์ใจว่าเขาสามารถทำได้ เขาสามารถสกัดครั้งที่ห้าได้ นี่เป็นความรู้สึกโดยที่ไม่มีพื้นฐานใดๆ ราวกับเป็นเหมือนสัมผัสที่หก เขาสูดหายใจเข้าลูกๆ และตัดสินใจที่จะทำตามหัวใจตัวเอง เขาจึงเริ่มควบคุมพลังวิญญาณของเขาให้เข้าไปในรูเล็กๆนั้น….

 

ดวงอาทิตย์ที่เคยขึ้นสูงบนท้องฟ้า กลับตกลงไปหลังเส้นขอบฟ้าทิศตะวันตกอย่างเงียบเชียบ ขณะที่หลิงเซี่ยวเปิดประตูเข้าไป เขาเห็นร่างกายด้านหลังของใครบางคนกำลังล้มลง เขารีบวิ่งเข้าไปและจับยึดร่างนั้นไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อเขามองดู เขากลับค้นพบโหยวเสี่ยวโม่ที่ใบหน้าซีดเซียว บนหน้าผากของคนหน้าซีดมีเหงื่อบางๆ ร่างกายอ่อนแอนั้นตกลงสู่อ้อมกอดของหลิงเซี่ยวราวกับว่าชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง ในมือของเขากำเม็ดโอสถเม็ดหนึ่งอยู่

*********

 

Facebook Comment