+100%-

บท 111 ไข่ของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน

บท 111 ไข่ของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน

ความเงียบของทั้งห้องโถงกลับถูกทำลายทันทีด้วยเสียงบางคนร่วงลงบนพื้น

 

บรรยากาศเคร่งเครียดเมื่อสักครู่เองก็หายไปด้วย ผู้คนส่วนมากมองไปยังทิศทางของเสียงนั้น แต่พวกเขาไม่เห็นอะไรเลย นอกเสียจากว่า….มีคนนึงหายไป

 

หลิงเซี่ยวช่วยโหยวเสี่ยวโม่ด้วยใบหน้าตาย และลูบหลังอย่างแผ่วเบา “ศิษย์น้อง เจ้าบาดเจ็บรึไม่?”

 

โหยวเสี่ยวโม่รีบปีนขึ้นมาทันที หันหลังให้แก่ฝูงชน  ไหล่ของเขาสั่นระรัวขณะที่จับเสื้อคลุมของหลิงเซี่ยวและใช้มันให้การปิดบังใบหน้าของตน น้ำมูกและน้ำตาของเขาคงเปื้อนเสื้อคลุมแล้วอย่างแน่นอน เมื่อเห็นว่าเสื้อคลุมไม่พอให้เขาใช้งาน เขาจึงดึงแขนเสื้อของหลิงเซี่ยวมาอย่างต้องการนำมันมาเช็ดน้ำตาที่ดวงตาของตน ใบหน้าอันสงบนิ่งของคนที่เสื้อคลุมถูกใช้งานกลายเป็นหน้าหงิกทันที…..

 

“ศิษย์น้อง เจ้าเช็ดเสร็จรึยัง?”

 

น้ำเสียงเคร่งขรึมดังมาจากด้านบนหัวของโหยวเสี่ยวโฒ่

 

“ไม่….อา เสร็จแล้ว…..”

 

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหน้าโดยอัตโนมัติ และเหลือบเห็นใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัว นิ้วของเขาแข็งจนทำให้ผ้าสีขาวที่ถูกทำให้เปรอะเปื้อนหลุดออกจากมือของเขา

 

หลิงเซี่ยวหยิบผ้าที่โหยวเสี่ยวโม่เช็ดน้ำมูกและน้ำตาขึ้นมา ก่อนจะหันไปทางอีกคนและยิ้มอย่างหวานหยด “ศิษย์น้อง เจ้ารู้รึไม่ว่าผ้าของศิษย์พี่ผู้นี้ราคาเท่าใดกัน?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้…..”

 

“ไม่เป็นไรหากเจ้าไม่รู้ แต่ศิษย์พี่จะบอกเจ้าให้รู้ไว้”

 

หลิงเซี่ยวลูบหัวโหยวเสี่ยวโม่อย่างอ่อนโยน และพูดด้วยน้ำเสียงนุ่ม “เสื้อคลุมนี้ทำจากเส้นใยหนอนยักษ์จากอเวจีชั้นเก้า และหนอนยักษ์จากอเวจีชั้นเก้าที่ผลิตเส้นใยนี้นั้นเป็นสัตว์วิเศษระดับสิบเอ็ด มันจะผลิตเส้นใยเพียงแค่หนึ่งครั้งทุกๆห้าร้อยปี มูลค่าของเส้นใบนี้ไม่สามารถตีเป็นทองคำได้ด้วยซ้ำ เมื่อใช้เส้นใยก้อนเล็กๆนี้ในการสร้างชุดเกราะ ดาบและหอกจะไม่สามารถแทงเข้าได้ และไม่สามารถทำลายได้ด้วยน้ำหรือไฟ บอกข้าสิ ว่าการขายเจ้าจะเพียงพอที่จะทดแทนมันได้รึไม่?”

 

โหยวเสี่ยวโม่จ้องอย่างว่างเปล่าไปยังขนาดที่หลิงเซี่ยวชี้ให้เห็นด้วยนิ้วของเขา ขนาดของมันไม่ถึงกำปั้นด้วยซ้ำ….

 

ใบหน้าของโหยวเสี่ยวเริ่มหน้าแดงไปด้วยเลือด สัตว์วิเศษระดับสิบเอ็ดงั้นรึ? มันคืออะไร? เขารู้ได้อย่างไร? แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจก็คือ แม้ว่าเขาจะขายตัวเองออกไปมันก็ยังไม่พอ ไม่พอแม้กระทั่งเศษเล็กๆเสียด้วยซ้ำ

 

“ข้าขอโทษ ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ข้าผิดไปแล้ว…… อย่า อย่า อย่า …… อย่าให้ข้าจ่ายทดแทนเลยได้รึไม่?”

 

โหยวเสี่ยวโม่คร่ำครวญในขณะที่กอดเอวหลิงเซี่ยว และเขายังกระพริบตาด้วยทั้งหมดที่มีอย่างพยายามจะบีบน้ำตาออกมาสองหยด เขาเกือบจะคิดที่จะเช็ดน้ำตาพวกนี้กับหลิงเซี่ยวอีกครั้ง แต่เขาก็หยุดตัวเองทันที

 

มุมปากของหลิงเซี่ยวกระตุกเล็กน้อย คำพูดสุดท้ายคือสิ่งที่โหยวเสี่ยวโม่กังวลอยู่จริงๆ

 

เมื่อรู้สึกถึงสายตาตกใจจากทั้งด้านล่างและด้านบน หลิงเซี่ยวทำหน้าบึ้ง “ศิษย์น้อง ลุกขึ้นมาก่อน”

 

“ไม่ ข้าไม่ลุก!”

 

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัวอย่างหนักแน่น และกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “เพียงแค่บอกว่าข้าไม่ต้องจ่ายคืนแล้วเท่านั้น ข้าถึงจะลุก”

 

ดวงตาของหลิงเซี่ยวกระตุก “……. ก็ได้ ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องจ่ายคืน”

 

“จริงรึ?”

 

โหยวเสี่ยวโม่เงยหน้าขึ้นมาทันที คำถามนี้ช่างจริงจังนัก แต่น้ำตาปลอมเองก็อยู่กลิ้งอยู่ตรงมุมดวงตา และดวงตาเขาก็ไม่ได้แดงก่ำ ดูเหมือนจะเป็นน้ำตาจริง แต่ก็ดูเหมือนน้ำตาปลอมด้วยเช่นกัน

 

“จริง!” หลิงเซี่ยวพยักหน้าอย่างจริงจัง เพียงแค่อายที่จะสาบานมันออกมาเท่านั้น

 

โหยวเสี่ยวโม่กลืนน้ำลาย ที่จริง เขาต้องการให้หลิงเซี่ยวสาบานแต่…. หากนั่นจะทำให้เกิดผลในทางตรงกันข้าม เขาอาจจะต้องร้องไห้จนตายเลยก็ได้ ดังนั้นหลังจากที่คิดดีแล้ว เขาจึงตัดสินใจจะหยุดมันไว้

 

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จิตวิญญาณเหลวขวดนั้นก็ตกเป็นของชายเสื้อคลุมสีดำด้วยราคาสิบเก้าล้าน ซึ่งมากกว่าสองเท่าของราคาเริ่มต้น คนส่วนมากไม่สามารถมีเงินจำนวนเท่านี้แม้ว่าพวกเขาจะเก็บเงินทั้งชีวิตก็ตาม แต่ผู้คนที่สงสัยเกี่ยวกับตัวตนของชายเสื้อคลุมสีดำก็เริ่มมีมากขึ้นมากขึ้น ใช้ไปสามสิบล้านในครั้งเดียว เบื้องหลังของเขาจะต้องสูงอย่างมากแน่นอน

 

แต่ใครบางคนก็วางแผนที่จะฆ่าชายเสื้อคลุมสีดำนั่นเรียบร้อยแล้ว นั่นคือมู่เหยาจากพรรคเซี่ยวเหยา

 

มู่เหยาได้รับคำสั่งจากพ่อของนางว่าให้เอาชนะจิตวิญญาณเหลวมาให้ได้ ตามจริงแล้ว นี่ควรจะเป็นสิ่งที่สำเร็จถึงเก้าในสิบส่วนทีเดียว เนื่องจากหอคอยจีเล่อและตระกูลเสวี่ยซาจะยอมปล่อยให้นางชนะจิตวิญญาณเหลวเพื่อที่จะได้มีโอกาสในการชนะสมบัติชิ้นสุดท้าย แต่เฉิงเหยาจิน* ดันโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้

 

มู่เหยามองอย่างเย็นชาไปยังชายเสื้อคลุมสีดำบนชั้นที่หนึ่งซึ่งดูเหมือนจะไม่สนใจว่าใครจะมองเขายังไง นางคิดอย่างดำมืดอยู่ภายในใจ หากเขาไม่ตกอยู่ภายใต้อุ้งมือของนางก็คงจะดี หากไม่เช่นนั้น เขาจะต้องรับรสชาติอำนาจดำมืดของกรงเล็บเมฆาทมิฒของพรรคเซี่ยวเหยาอย่างแน่นอน

 

ในขณะนั้นเอง บนเวทีประมูล ชายแก่ซึ่งยิ้มอย่างมีเลิศนัยมาตลอดเวลากลับทำท่าจริงจังขึ้น เขาหันกลับไปและเดินไปด้านหลังผ้าม่านที่กั้นไว้ ไม่กี่นาทีให้หลัง เขาออกมาพร้อมกับถือกล่องหยกเอาไว้ในมือ กล่องหยกนั้นมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาดราวๆสี่สิบเซ็นติเมตร ทันใดนั้น บรรยากาศทรงพลังก็ระเบิดออกมาเต็มหอประมูลทันที

 

บรรยากาศทรงพลังส่วนใหญ่นั้นมาจากที่นั่งแขกระดับพิเศษบนชั้นที่สอง ทุกๆคนต่างจับจ้องไปยังกล่องหยกที่อยู่ในมือชายแก่อย่างไม่ปกปิดสายตากระหายของตน แม้กระทั่งคนที่ตัดสินใจจะยอมแพ้จากมันอย่างมู่เหยาเองก็ตาม สายตาของนางเองก็ลุกเป็นไฟ

 

ชายแก่สูดหายใจเข้าลึก และนำกล่องหยกวางลงบนเวทีประมูล นิ้วมือผอมๆของเขาค่อยๆเปิดฝากล่องออกมา สองวินาทีต่อมา สิ่งที่บรรจุภายในกล่องจึงเผยให้ทุกคนได้เห็น ดวงตาของทุกคนจับจ้องไปยังสิ่งที่อยู่ภายในกล่องหยกนั้น

 

ไข่ใบใหญ่หนึ่งใบถูกวางลงในกล่องหยกนั้น ไข่ใบนั้นสีขาวออกเทา  ด้านนอกเปล่งแสงเรืองออกมาอ่อนๆ เห็นได้ชัดว่าไข่ใบนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนยังรู้สึกได้ว่าไข่ใบนี้แผ่รังสีของพลังชีวิตที่เข้มข้นออกมา

 

“นั่นคืออะไร?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ถามอย่างสงสัย ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

 

“ไข่ของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน”

 

หลิงเซี่ยวเองก็มองไปยังไข่ใบนั้นเช่นนั้น และค่อยๆหรี่ตาลงช้าๆ

 

หมาป่าเลือดสีน้ำเงินรึ? ฟังดูเหมือนจะเป็นอะไรที่สุดยอด แต่โหยวเสี่ยวโม่ยังคงมึนงงอยู่ “ศิษย์พี่ใหญ่หลิง แล้วหมาป่าเลือดสีน้ำเงินอยู่ระดับไหนกัน? แข็งแกร่งขนาดไหน?”

 

หลิงเซี่ยวเผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นในขณะที่ดวงตาเขาคมชัดขึ้น “หมาป่าเลือดสีน้ำเงินนั้นถือเป็นหมาป่าชั้นสูงในหมู่หมาป่าด้วยกัน พวกมันมีคุณสมบัติที่ดี แม้ว่าจะถูกจำกัดด้วยสายเลือด และไม่สามารถก้าวข้ามไปยังระดับหมาป่าเทพพระเจ้าในตำนานได้ก็ตาม แต่เมื่อดูจากศักยภาพในสายเลือดของพวกมันแล้ว ในตอนที่มันโตขึ้น ก็คงจะอยู่ในระดับที่ไม่น้อยกว่าระดับแปด ซึ่งเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับจิตวิญญาณ”

 

“สุดยอด!”

 

โหยวเสี่ยวโม่พึมพำ

 

แม้ว่าหมาป่าเลือดสีน้ำเงินจะถูกจำกัดด้วยสายเลือดของมัน ซึ่งระดับที่พวกมันสามารถไปได้สูงสุดคือระดับแปดก็ตาม เมื่อเทียบกับพลังอำนาจในปัจจุบัน สัตว์วิเศษระดับแปดก็ถือเป็นส่วนเสริมที่เข้ามาทดแทนในสิ่งที่พวกเขาขาดได้เป็นอย่างดี หากพวกเขาสามารถเป็นเจ้าของสัตว์วิเศษระดับแปดนี้ และฝึกฝนมัน ในอนาคตข้างหน้า พวกเขาสามารถใช้สัตว์วิเศษนี้ในการเอาชนะขุมกำลังอื่นๆได้

 

ตัวอย่างเช่น พรรคเซี่ยวเหยา และหอคอยจีเล่อ พวกเขานั้นยืนอยู่ในฐานะเท่ากัน เนื่องจากว่าพวกเขาทั้งคู่มีผู้นำในระดับจิตวิญญาณคอยตรวจสอบกันและกันอยู่ หากพวกเขาสามารถหาพลังอำนาจระดับจิตวิญญาณมาได้อีกคน เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกลัวพรรคอื่นๆอีกต่อไป ดังนั้น ไข่ของสัตว์วิเศษระดับแปดใบนี้จึงดึงดูดพวกเขาอย่างมาก

 

แต่ไข่ใบนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นก็คือการเจริญเติบโต ต้องใช้เวลานานในการเลี้ยงดูจนกว่าจะโตเต็มวัย ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องการเงินอย่างมาก ในขณะเดียวกัน ผู้เลี้ยงจะต้องพยายามฝึนฝนและปกป้องมัน หากมันถูกฆ่าก่อนที่จะกลายเป็นสัตว์วิเศษระดับแปดที่แท้จริง นั่นหมายความว่าความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นสูญเปล่า

 

ดังนั้นหากผู้ที่ได้ไปเป็นใครก็ตามที่ไม่มีความสามารถที่จะเลี้ยงดูไข่ใบนี้ได้ ก็คงไม่เป็นประโยชน์มากนัก แม้ว่าพวกเขาจะขายคืนแล้วก็ตาม

 

“คนพวกนั้นกำลังถามหาที่ตาย!”

 

หลิงเซี่ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก

 

“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เขาได้ยิน

 

หลิงเซี่ยวกล่าวออกมาอย่างเยาะเย้ย “หมาป่าเลือดสีน้ำเงินนั้นอยู่กันเป็นฝูง เนื่องจากหมาป่าเลือดสีน้ำเงินตัวเมียมีน้อยมาก จำนวนลูกหลานของมันจึงต่ำอย่างมาก บางครั้งหมาป่าเลือดสีน้ำเงินจะให้กำเนิดทุกๆ ห้าปี ดังนั้น เมื่อพวกมันรู้ว่าไข่ของพวกมันถูกขโมย พวกมันจะต้องเดือดอย่างแน่นอน หากพวกมันมาที่นี่ ไม่มีใครในที่นี่จะสามารถรอดออกไปได้”

 

โหยวเสี่ยวโม่หายใจเข้าอย่างรุนแรง ไข่หนึ่งใบทุกๆ ห้าปี ตัวเลขนี้ช่างต่ำจริงๆ

 

หลิงเซี่ยวพูดต่อ “แต่พวกผู้ฝึกยุทธ์พวกนี้ก็ไม่ได้โง่เลย พวกเขาจะต้องได้ยินเกี่ยวกับหมาป่าเลือดสีน้ำเงินนั้นน่ากลัวได้ขนาดไหน พวกเขาจะต้องใช้วิธีการลับบางอย่าง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมาป่าเลือดสีน้ำเงินถึงยังได้ไม่มาที่นี่”

 

“ไข่ใบนี้ช่างน่าสงสาร!”

 

โหยวเสี่ยวโม่มองไปยังไข่ซึ่งวางสงบนิ่งอยู่บนกล่องหยกเพียงลำพัง เขาจินตนาการว่าเมื่อแม่ของมันค้นพบว่ามันหายตัวไป พวกเขาจะต้องเจ็บปวดหัวใจเป็นแน่ เขาอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาแห่งความสงสารออกมา เขาสงสัยว่าพ่อแม่ของเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อพวกเขาพบว่าเขาตายไปแล้ว

 

เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มจึงเกิดขึ้นในดวงตาของหลิงเซี่ยว “ศิษย์น้อง หรือว่าเจ้าจะไม่กลัวสัตว์วิเศษพวกนี้รึ?”

 

โหยวเสี่ยวโม่เกาหัว “ข้าไม่มีปัญหาอะไรกับมันนะ!”

 

ในโลกก่อนหน้านี้ เขาเคยดูช่องโลกของสัตว์ สัตว์พวกนั้นดูน่ารักอย่างมากโดยเฉพาะลูกสัตว์ตัวเล็กๆที่เกิดใหม่ ช่างน่ารักน่าชังเสียนี่กระไร

 

ครอบครัวของเขามีเพื่อนบ้านที่เลี้ยงเชาเชาตัวเมียอยู่ เชาเชาตัวนั้นคลอดลูกออกมาเป็นเชาเชาตัวน้อยหลายตัว เนื่องจากมีหลายตัวเกินไป เพื่อนบ้านคนนั้นจึงให้เชาเชาน้อยกับครอบครัวเขาหนึ่งตัว

 

เชาเชาน้อยมีสีขาว และน่ารักมาก โหยวเสี่ยวโม่ชอบมันมาก แต่มันถูกน้องชายเขาซึ่งชอบที่จะแย่งของที่เขาชอบไป แต่ไม่นานนัก น้องชายเขาก็เบื่อเชาเชาน้อย และบอกให้พ่อแม่ของเขาเอามันไปให้คนอื่น หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้เห็นเชาเชาน้อยอีกเลย ในครั้งนั้นเขาคิดว่ามันแย่มาก!

 

บนเวทีประมูล หลังจากรับฟังชายแก่อธิบายจนน้ำลายแตกฟอง ทุกคนจึงค้นพบว่าไข่ใบนั้นเป็นของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน

 

หมาป่าเลือดสีน้ำเงินนั้นเป็นสัตว์วิเศษระดับแปด นั่นหมายความว่า ตราบใดที่มีไข่ใบนี้ จะมีวันที่คนผู้นั้นจะมีผู้ช่วยในระดับจิตวิญญาณเพิ่มเข้ามา ผู้ช่วยระดับจิตวิญญาณไม่เหมือนกับพวกระดับนภาพวกนั้นซึ่งหาได้ทั่วไปเหมือนผักกวางตุ้ง

 

แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ต้องการประมูล แต่ก็คุ้มค่าแค่เพียงได้มองดูไข่ของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน ใครจะไม่รู้ล่ะว่าหมาป่าเลือดสีน้ำเงินนั้นเป็นสัตว์วิเศษที่หายากแค่ไหน

 

*****************

*เฉิงเหยาจิน ใครบางคนที่จู่ๆก็โผล่มาอย่างคาดไม่ถึงและทำลายแผนการณ์จนหมด

Facebook Comment