+100%-

บท 108 การประมูล (1)

บท 108 การประมูล (1)

ในระหว่างทางไปยังหอประมูลเจ็ดดารา โหยวเสี่ยวโม่เองก็ซื้ออาหารไว้มากมาย

 

หลังจากที่เดินเล่นฆ่าเวลามาตลอดทาง ในที่สุดพวกเขาก็ถึงหอประมูลเจ็ดดาราก่อนที่การประมูลจะเริ่ม เมื่อพวกเขาปรากฎตัวอีกครั้งที่หน้าทางเข้าของหอประมูล ตรงหน้าทางเข้าซึ่งเมื่อวานนี้ไม่ค่อยมีคน ในวันนี้กลับมีแน่นไปหมด แถมยังมีเสียงอันโกลาหล ดูมีชีวิตชีวามากนัก

 

ปากของโหยวเสี่ยวโม่อ้าค้างในขณะที่เขาเห็นภาพตรงหน้า เมื่อเขากำลังคิดว่า หากเขาจะต้องเข้าไปเบียดตรงนั้นจริงๆ ร่างกายผอมบางของเขามิใช่ว่าจะถูกเบียดแน่นจนแบนเลยหรอกรึ? คำตอบนั้นชัดเจนมากเนื่องจากฝูงชนนั้นเป็นชายที่ส่วนใหญ่แข็งแรง

 

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิง เราจะเข้าไปอย่างไร?”

 

โหยวเสี่ยวโม่กลืนน้ำลาย และโยนคำถามไปยังหลิงเซี่ยว

 

หลิงเซี่ยวเหยียดมือมาด้านหน้าเขา “เอาแผ่นป้ายนั้นมาให้ข้า”

 

โหยวเสี่ยวโม่ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรีบส่งแผ่นป้ายในมือไปให้หลิงเซี่ยว และสงสัยว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

 

หลังจากที่หลิงเซี่ยวได้แผ่นป้ายไป เขาเพียงแค่เดินไปยังทางเข้าอีกทางหนึ่ง ที่นั่นมีจำนวนคนน้อยกว่า อีกทั้งตรงทางเข้ายังถูกคุ้มกันด้วยชายแข็งแกร่งถึงสี่คน ดูจากบรรยากาศของพวกเขาแล้ว คงจะรู้สึกได้ว่าพวกเขาอยู่ในระดับนภา ทั้งสี่คนปล่อยให้หลิงเซี่ยวและโหยวเสี่ยวโม่เดินเข้าไปภายใน

 

บางคนที่เห็นการกระทำนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงหันกลับและตามทั้งสองคนเข้าไป แต่ชายแข็งแกร่งทั้งสี่กลับกั้นพวกเขาจากการเดินตามอย่างรวดเร็ว คนพวกนั้นจึงได้แต่ถูจมูกไปมาอย่างโกรธเคืองและกลับเข้าไปเบียดกับฝูงชนตามเดิม

 

ทางเดินนั้นมืดสลัวและดูคดเคี้ยวขึ้นไปด้านบน ราวกับจะเดินขึ้นไปชั้นสอง

 

โหยวเสี่ยวโม่เดินตามหลังหลิงเซี่ยวอย่างใกล้ชิด ท้ายที่สุด ทางเดินทอดยาวก็เปิดกว้างขึ้น หอประมูลอันใหญ่โตจึงปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา แม้ว่าเขาจะเตรียมใจมาแล้ว แต่เขาก็ยังคงตะลึงอยู่ดีเมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

 

ด้านใต้คือที่นั่งที่ทำจากหินสีขาวมากมายตั้งอยู่ใกล้ชิดกัน ให้ความรู้สึกถึงความสว่างไสวและหรูหรา ด้านหน้าคือเวทีประมูลขนาดใหญ่ที่ทำจากคริสตัลสีขาว ดูแวววาวและกระจ่างใส ชวนเพ้อฝัน

 

ความประทับใจครั้งแรกของโหยวเสี่ยวโม่คือความฟุ่มเฟือย ในขณะที่เขากำลังมองดูภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ผู้ดูแลหญิงสวยเดินเข้ามาหาพวกเขา และถามอย่างสุภาพว่า “ท่านทั้งสอง ขอทราบหมายเลขที่นั่งได้รึไม่?”

 

หลิงเซี่ยวปล่อยให้ผู้ดูแลหญิงดูแผ่นป้ายสีดำที่มือเขา ผู้ดูแลหญิงพยักหน้าทันที และนำพาพวกเขาไปยังที่นั่งแสนกว้างขวางและหรูหรา ที่นั่งของแขกพิเศษระดับสองนั้นแกะสลักมาจากคริสคัลสีฟ้า ขนแกะหนานุ่มถูกปูด้านบน เมื่อนั่งจะให้ความรู้สึกนุ่มและสบายเป็นพิเศษ อีกทั้ง ที่นั่งนี้ยังใกล้กับเวทีประมูลเป็นอย่างมาก สามารถเห็นของประมูลอย่างง่ายดาย

 

โหยวเสี่ยวโม่นั่งลงไปบนที่นั่ง และเริ่มมองทุกทิศทุกทางอย่างรู้สึกสนใจ

 

ที่นั่งของแขกพิเศษนั้นอยู่บนชั้นสองของหอประมูลเจ็ดดารา ยิ่งที่นั่งใกล้กับเวทีมากเท่าไหร่ ระดับของแขกพิเศษยิ่งสูงมากเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากไม่มีอะไรปิดบัง ทุกคนจึงเห็นใครก็ตามที่นั่งอยู่บนที่นั่งของแขกพิเศษ

 

ในขณะที่โหยวเสี่ยวโม่กำลังตรวจสอบผู้อื่น เขาเองก็ถูกตรวจสอบโดยคนพวกนั้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พวกคนที่สามารถนั่งบนชั้นสองได้จะต้องเป็นคนที่มีอำนาจและชื่อเสียง การที่จู่ๆ กลับมีคนอ่อนแอโผล่ออกมานั้นทำให้คนส่วนใหญ่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาเห็นหลิงเซี่ยวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ พวกเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจอีกต่อไป

 

“นายหญิงน้อย ท่านมองอะไรกัน?”

 

ผู้อาวุโสหยุนสังเกตเห็นสายตาของหญิงสาวและถามอย่างแผ่วเบา

 

“ผู้อาวุโสหยุน ดูสิ สองคนที่นั่งตรงข้ามนั้นมิใช่คนที่เราเห็นที่หอคอยเจ็ดดาราหรอกรึ? ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะเจอพวกเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ดูเหมือนว่าพวกเราน่าจะมีสายสัมพันธ์อะไรบางอย่างล่ะนะ!”

 

ดวงตาที่ยั่วยวนของนางจับจ้องไปที่ทั้งสองอย่างไม่วางตา หรือว่านางจะสนใจในตัวของพวกเขาจริงๆงั้นรึ?

 

ผู้อาวุโสหยุนส่ายหัว สายสัมพันธ์อันใดกัน? นายหญิงน้อยทำในสิ่งที่นางต้องการ นี่เป็นเพียงเพราะบางครั้งนางก็เข้าไปพัวพันกับเรื่องน่าสนใจชั่วร้ายบางอย่าง ยิ่งกว่าที่พวกผู้ชายทำเสียอีก ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงทั่วไปควรกระทำแม้แต่น้อย

 

แต่นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ท่านประมุขพรรครู้สึกว่านายหญิงผู้นี้เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้สืบทอดของพรรคเซี่ยวเหยา พรรคเซี่ยวเหยาไม่ต้องการคนที่ระวังตัวไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ดังนั้นนายหญิงน้อยจึงเหมาะสมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ในตอนที่ผู้หญิงและผู้อาวุโสถอนสายตาของพวกเขาออกไป หลิงเซี่ยวจึงมองไปยังพวกเขา

 

สายตาของผู้หญิงนั้นไม่ได้เปิดเผยเลย ออกจะเก็บงำเสียด้วยซ้ำ แต่หลิงเซี่ยวก็ยังคงรู้สึกตัวอยู่ดี ไม่เพียงแค่นั้น เขายังคงจำได้ว่าทั้งผู้หญิงและชายแก่ที่นั่งข้างๆนางนั้นเป็นแขกของหอคอยเจ็ดดารา ในตอนนั้น ผู้หญิงและชายแก่อยู่ในห้องโถง ซึ่งในครั้งนั้นฝ่ายผู้หญิงเองก็จ้องพวกเขาด้วยสายตาเช่นเดียวกับตอนนี้

 

หลิงเซี่ยวยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เอาเถอะ ตราบใดที่นางไม่มายุ่งอะไรกับเขา เขามองไปยังโหยวเสี่ยวโม่ที่อยู่ข้างๆ คนถูกจ้องไม่ได้รู้สึกตัวอะไรเลย ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายขณะที่เอนตัวไปยังที่กัดเพื่อสำรวจดูสถานการณ์เบื้องล่าง

 

ยิ่งใกล้เวลาเริ่มประมูลมากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งปรากฎที่หอประมูลมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นชั้นหนึ่งหรือชั้นสอง ดูเหมือนว่าที่นั่งถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว เสียงพูดคุยยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงฆ้องที่ดังกังวานดังขึ้นภายในหอประมูล ทั่วทั้งหอประมูลกลับเงียบลงภายในพริบตา ด้วยทุกคนต่างจับตามองไปยังเวทีประมูล

 

ในขณะที่เสียงผู้คนเงียบลงไปพร้อมๆกับเสียงฆ้อง ชายแก่จึงกวาดสายตาดูทุกคนที่อยู่ในที่นั่งด้วยรอยยิ้มอย่างแยบยล เขาใช้เสียงที่ดังและกังวานซึ่งทุกคนสามารถได้ยิน กล่าวว่า “ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่การประมูลของเมืองฮันจีซึ่งจัดทุกๆสามปี ขายแก่ผู้นี้จะไม่กล่าวเรื่องที่ไร้สาระ ชายแก่ผู้นี้ขอประกาศว่าการประมูลจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้”

 

เมื่อคำกล่าวนั้นจบลง เสียงตบมืออย่างกระตือรือร้นจึงดังขึ้นกระหึ่มหอประมูล

 

ผู้จัดการประมูลมักจะเริ่มต้นด้วยคำกล่าวเปิดงานยืดยาว แต่สำหรับผู้คนที่ไม่อาจอดทนรอที่จะเห็นของประมูลแล้ว การกล่าวเปิดงานนี้จึงน่ารำคาญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นชายแก่จึงฉลาดมาก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้มีประสบการณ์ เขารู้ว่าการกล่าวเปิดงานอย่างกระชับนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ

 

ไม่กี่วิต่อมา ผู้ช่วยหญิงซึ่งแต่งกายด้วยชุดธรรมดาจึงเดินเข้ามาภายในเวทีประมูล ผู้ช่วยหญิงวางสิ่งที่อยู่ในมือลง และจากไป ชายแก่เดินเข้ามาและดึงผ้าสีแดงที่คลุมอยู่ออก เผยให้เห็นถึงกล่องโปร่งใสบรรจุสมุนไพรกว่าสิบต้นอยู่ภายใน

 

“ในนี้มีสมุนไพรระดับสี่กว่ายี่สิบต้น และสมุนไพรระดับห้าอีกยี่สิบห้าต้น ข้ามั่นใจว่าท่านทั้งหลายสามารถบอกได้ว่าสมุนไพรสี่สิบห้าต้นทั้งหมดนี้เป็นสมุนไพรที่อยู่ในจุดสูงสุดของคุณภาพกลาง อย่าคิดว่าสมุนไพรพวกนี้จะเหมือนกับสมุนไพรคุณภาพกลางทั่วๆไป ว่ากันว่า สมุนไพรที่อยู่ในจุดสูงสุดของคุณภาพกลางนั้นสามารถผลิตโอสถคุณภาพสูงได้ ข้าเชื่อว่านักหลอมโอสถที่ศึกษาเกี่ยวกับการหลอมโอสถจะทราบอย่างกระจ่างแจ้งในเรื่องนี้ ดังนั้น หากท่านสนใจ จงอย่าตระหนี่เงินในกระเป๋าของท่านและอย่าพลาดโอกาสเช่นนี้”

 

หลังจากพูดจบ ชายแก่มองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ แม้ว่าพวกมันจะเป็นสมุนไพรระดับต่ำก็ตาม แต่เขาไม่กลัวว่าจะไม่มีใครประมูลมัน สำหรับนักหลอมโอสถแล้ว สมุนไพรที่สามารถผลิตโอสถคุณภาพสูงได้เป็นสิ่งที่พวกเขาต่างกระหายอยากมากจนกระทั่งพวกเขาเพ้อถึงมัน เขายิ้มอย่างแยบยลและกว่าว่า “ราคาของมันคือหนึ่งแสนห้าหมื่นตำลึง เริ่มประมูลได้”

 

ราคานี้อยู่ได้ไม่นานก่อนที่จะมีบางคนประมูลราคาออกมา เมื่อมีครั้งแรก ย่อมต้องมีครั้งที่สอง และสาม …….และมีเสียงตะโกนประมูลราคามากยิ่งขึ้น

 

เนื่องจากว่าจำนวนนักหลอมโอสถที่เข้าร่วมในการประมูลนั้นมีน้อยกว่าผู้ฝึกยุทธ์ ไม่กี่นาทีต่อมา สมุนไพรวิเศษสี่สิบห้าต้นจึงตกเป็นของนักหลอมโอสถระดับห้าด้วยราคาสามแสนหนึ่งหมื่นตำลึง

 

ปากของโหยวเสี่ยวโม่อ้ากว้างขณะที่มองดูเหตุกาณ์ตรงหน้า ตาเบิกกว้าและปากอ้างกว้าง สมุนไพรคุณภาพกลางสี่สิบห้าต้นสามารถมีราคาสูงถึงขนาดนี้เชียว นี่มันกำไรมหาศาล!

 

เขารู้สึกว่าการประมูลเปิดประตูอีกบานในการหาเงินสำหรับเขา ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็นต้องหลอมโอสถจากสมุนไพรเลยด้วยซ้ำ เขาสามารถขายสมุนไพรที่ปลูกในมิติของเขาได้เลย นี่มันง่ายกว่าการหลอมให้เป็นโอสถแล้วค่อยขายอีกด้วย เขาไม่เคยคิดถึงวิธีการนี้มาก่อนเลย ช่างเสียของจริงๆ!

 

การประมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภายในครึ่งชั่วโมง สมบัติวาววับมากมายต่างปรากฎบนเวทีประมูล มีทั้งสมุนไพร โอสถ ชุดเกราะ อาวุธ เคล็ดลับ สัตว์วิเศษ และอื่นๆอีกมากมาย แต่เนื่องจากระดับไม่สูงมาก ดังนั้นผู้ที่แย่งชิงพวกมันจึงเป็นพวกที่นั่งอยู่ที่นั่งชั้นแรก พวกเขามีเงินทุนน้อย ดังนั้นจึงไม่ได้แสดงออกถึงความร่ำรวยมากนัก

 

สำหรับพวกที่นั่งที่นั่งของแขกระดับพิเศษตรงชั้นสอง ยังไม่มีใครเคลื่อนไหว พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนจะรอสมบัติที่แท้จริงซึ่งจะมาทีหลังสุด บางคนกำลังปิดตาพักผ่อน ในขณะที่บางคนแสดงให้เห็นถึงความกระวนกระวาย

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่เบื่อเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นครั้งแรกของเขาในการประมูล ดังนั้นเขาจึงตื่นเต้นอย่างมาก เขาสนใจในทุกๆสิ่งที่เขาเห็น

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เวทีประมูลส่งเสีย *กริ๊ง* ออกมาอีกครั้ง ชายแก่เผยให้เห็นสิ่งที่ผู้ช่วยหญิงนำออกมา ภายในถาดมีขวดหยกห้าขวดอยู่ ไม่จำเป็นต้องจ้องมองก็รู้ได้ว่าจะต้องเป็นโอสถอย่างแน่นอน

 

โหยวเสี่ยวโม่ร้องออกมา *อ๊า* ดวงตาเขาเบิกกว้างและเป็นประกาย เขารีบตีหลิงเซี่ยวที่อยู่ด้านข้างด้วยมือ “ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ดูนั่นสิ ดูเหมือนโอสถที่ข้าขายให้ที่ศูนย์กลางโอสถวิเศษเลย โอ”

 

“ไม่ใช่ดูเหมือน แต่โอสถพวกนั้นคือโอสถที่เจ้าหลอมเลยล่ะ”

 

หลิงเซี่ยวย้ายสายตามายังเขา และกล่าวอย่างเนิบนาบ

 

“แล้วทำไมพวกเขาจึงนำมันมาประมูลกัน?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัวแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เข้าใจ

 

หลิงเซี่ยวยิ้มเละกล่าวอย่างรู้ทัน “เจ้าขายโอสถให้พวกเขาแล้ว พวกเขาจะเอาไปทำอะไรมันก็เรื่องของพวกเขา”

 

โหยวเสี่ยวโม่ยังคงต้องการจะพูดบางสิ่ง แต่ชายแก่บนเวทีเริ่มอธิบายเสียก่อน

 

“เหอะ เหอะ ข้าเชื่อว่าทุกท่านในที่นี้ต้องการจะรู้ว่าโอสถอะไรอยู่ในนี้กันแน่ ขายแก่ผู้นี้จะไม่ทำให้ท่านทั้งหลายสงสัยนานนัก ขวดทั้งห้านี้คือโอสถระดับสอง……”

 

เมื่อเขาพูดว่า ระดับสอง ภายในที่แห่งนั้นก็เริ่มพูดคุยกันเสียดัง ชายแก่ไม่แปลกใจ และพูดต่อไป “ทุกท่านคงจะสงสัยว่าทำไมโอสถระดับสองถึงมาอยู่ในการประมูลนี้ โอสถระดับสองเหล่านี้คือโอสถคุณภาพสูง สองร้อยห้าสิบเม็ดด้วยกัน จากสีและกลิ่นของมันแล้ว พวกมันเป็นโอสถคุณภาพดีเยี่ยม”

 

เมื่อพูดจบ ชายแก่จึงเทโอสถออกมาจากขวดเล็กน้อย และปล่อยให้พวกเขาได้ดู

 

เมื่อมองดูโอสถที่กลิ้งอยู่ในขวด และกระแสแห่งความปั่นป่วนเริ่มมีมากขึ้นและมากขึ้น

 

จำนวนนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย อีกทั้ง คุณภาพก็ชั้นสูง ไม่แปลกใจเลยที่หอประมูลจะตัดสินใจนำโอสถระดับสองพวกนี้มายังการประมูลด้วย เมื่อดูจากราคาของโอสถจำนวนมากเหล่านี้แล้ว มันมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้ามาอยู่ในการประมูลอย่างหวุดหวิดทีเดียว

 

เมื่อเห็นว่าคำพูดของเขาทำให้เกิดปฏิกิริยาได้บ้างเลย ชายแก่จึงพนักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาโบกมือและกล่าวว่า “หากท่านสนใจ อย่าลังเล หากท่านพลาดโอกาศเช่นนี้ มันจะไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง เราจะทำการเริ่มประมูลตั้งแต่นี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งแสนสามหมื่นตำลึง”

 

“หนึ่งแสนสี่หมื่น!”

 

ทันทีที่เขาพูดจบ บางคนก็ตะโกนราคาออกมาทันที

 

“หนึ่งแสนห้าหมื่น!”

 

“หนึ่งแสนหกหมื่น!”

 

บนชั้นสอง ณ ที่นั่งแขกระดับพิเศษ กรามของโหยวเสี่ยวโม่หล่นลงไปบนราวกั้นทันที

Facebook Comment