+100%-

บทที่ 13 การจู่โจมของมือสังหาร

 

———————————————————————————————————————

 

 

Aradeer

 

 

 

 

 

“คุณผู้หญิงของผม คุณต้องทานแบบนี้จริงๆ?” เฉินหมิงใช้สองมือจับโคนไอศครีมไว้ที่ด้านหน้าตนเอง ขณะที่หยกฝันยกนิ้วเรียวงามปัดปอยผมที่ไล่ระข้างหูออก หญิงสาวโน้มกายเข้าหาพร้อมทั้งชิมรสไอศครีม ทั้งเลียและขบกัด ไอศครีมที่ละลายหยดลากเป็นทางยาวตามโคนขนมปังก่อนแหมะลงบนมือของเฉินหมิง ของเหลวนั้นทั้งเปียกทั้งเหนียว…

 

“แค่อยากลองชิมนิดหน่อย ขี้งกจังเลย” ขณะที่หยกฝันกล่าววาจา หญิงสาวกระทั่งทำเสียงจิ๊ปาก

 

“ถ้าชอบมากขนาดนั้น ผมให้คุณเลยละกัน” เฉินหมิงยื่นไอศครีมทั้งหมดให้หยกฝัน

 

“ทำไมต้องเกร็งขนาดนั้น? คงไม่ใช่นายไม่เคยมีความรักหรอกใช่มั้ย?” หยกฝันกลับสู่ท่านั่งปกติในที่สุด หญิงสาวแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่ชาด้านเพราะความเย็น

 

“สิบปีที่ผ่านมาผมวิ่งวุ่นไม่ได้หยุดพัก ไม่มีเวลาให้ความรัก แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบเรียกตัวเองเป็นภรรยาผม ไม่รู้ว่านั่นเรียกว่ารักได้มั้ย?” เฉินหมิงเรียนรู้การขับเครื่องบินรบ ทว่าชายหนุ่มไม่รู้ว่าต้องควบคุมผู้หญิงอย่างไร

 

“นายชอบเธอมั้ยล่ะ?” ใบหน้าเล็กๆของหยกฝันเปลี่ยนเป็นวิตก

 

“ผมชอบเธอนะ แต่ผมคิดกับเธอเหมือนเพื่อน คู่หู แล้วก็สหายร่วมรบมากกว่า”

 

“งั้นทำไมนายไม่ปฏิเสธเธอล่ะ?”

 

“ก็เพราะผมอาจถูกฆ่าตายน่ะสิ ผมเอาชนะเธอไม่ได้ และอันที่จริง ผมเองก็ไม่รู้ว่าในโลกนี้จะมีใครแข็งแกร่งพอที่จะล้มเธอได้รึเปล่าด้วย”

 

“แต่พวกเราขาดการติดต่อมานานครึ่งปี ผมคิดว่าเธอน่าจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว” เมื่อพูดถึงตอนนี้ เฉินหมิงรู้สึกคล้ายยกภูเขาออกจากอก

 

นี่เป็นครั้งแรกที่หยกฝันคิดว่าตัวเองช่างน่ารังเกียจ เพราะเธอรู้สึกดีใจอย่่างแท้จริงเมื่อได้ยินว่า “ภรรยา” ของคนอื่นตาย

 

“หมดเวลาพัก! ไปลุยรถไฟเหาะรอบสองกัน! รถไฟเหาะ!” หญิงสาวดึงมือของเฉินหมิงอย่างกระตือรือร้น ก่อนนำทางไปยังเครื่องเล่นรถไปเหาะอีกครั้ง…

 

จนถึงเวลา 20.00 น. เซียวอี้สวมใส่หูฟังบลูทูธ โทรศัพท์หามือถือของชายหนุ่ม

 

“เพื่อน ชั้นพยายามช่วยนายหาเจ้ามือสังหาร แต่นายใช้เวลาทั้งวันรื่นเริงในสวนสนุกเนี่ยนะ?” เซียวอี้มองไปยังกิจกรรมต่างๆ ของเฉินหมิงผ่านแอพ “ล่าวิญญาณ” ความรู้สึกเหมือนถูกโกงท่วมท้นขึ้นมา

 

“เจอมั้ย?” เฉินหมิงนั่งเบาะหลังรถแท็กซี่ มองออกไปนอกหน้าต่าง หยกฝันที่เล่นสนุกจนเหน็ดเหนื่อยสวมหน้ากากเวนิสเอนลงบนตักของเฉินหมิงพร้อมหลับใหล  อีกหนึ่งผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ คือเจ้ากระต่ายยักษ์ที่กำลังฉักยิ้มกว้าง ส่งผลให้คนขับต้องขนลุก

 

“ผู้ต้องสงสัยห้าคน สี่คนที่เป็นไปได้ที่สุดมีหลักฐานว่าน่าจะไม่สามารถอยู่ที่นั่นในเวลาเกิดเหตุ มีเพียงคนสุดท้ายที่ชื่อเจ้าเฉียน อายุ 28 หนัก 90 กิโลกรัม หมอนี่ตรงตามคำบรรยาของนาย ตอนนี้ชั้นอยู่บนลิฟท์ กำลังจะถึงบ้านหมอนั่น” เซียวอี้ควักปืนออกมาจากซองที่สะโพกก่อนสวมท่าทางราวนักสืบมือฉมัง

 

“ระวังด้วย” เฉินหมิงเตือน

 

“อย่าห่วงเลย นอกจากนายแล้ว ยังมีใครจัดการชั้นได้งั้นเรอะ?”เซียวอี้กล่าวขณะก้าวเท้าออกจากลิฟท์

 

นี่คือตึกเก่าคร่า แปดห้องต่อหนึ่งชั้น เป็นแพตเทิร์นที่ราวกับฝันร้ายสำหรับคนทำงานออฟฟิศ ห้องพักของเจ้าเฉียนหาง่ายมาก ช่องว่างด้านล่างประตูยัดเต็มแน่นด้วยโฆษณาประเภท สนใจเงินด่วนปลอดดอก? สาวน้อยผูกปิ่นโต หรือทำลูกรวยเละ ช่องใต้ประตูแน่นเอี๊ยดจนแมงสาบยังหาทางเข้าไม่เจอ

 

ทั้งหมดบ่งชี้ว่าเจ้าของห้องไม่กลับมานานมากแล้ว เซียวอี้ก้าวไปข้างหน้าก่อนตวัดตัวเตะใส่ประตูในทันที เรียวขายาวหนึ่งเมตรห้าเซ็นติเมตรของเธอกระทบประตูเสียงดังสนั่นก่อนที่ประตูจะเปิดออก

 

หลังจากเปิดไฟ เซียวอี้มองไปรอบๆ อพาร์ทเมนต์สุดโสโครกที่ทำให้หญิงสาวต้องขนลุก กล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขยะมหาศาลกองเต็มอยู่มุมหนึ่ง หนูที่กำลังแทะหาเศษอาหารในกองนั้น เตียงที่มีกลิ่นอับเชื้อราจนเห็ดงอกออกมาจากมุม

 

นี่มันห้องโอตาคุอย่างไม่ต้องสงสัย บนผนังเต็มไปด้วยรูปและข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์ของหยกฝัน จากมุมห้อง เป็นข่าวตัดตั้งแต่ตอนที่หยกฝันเดบิวต์ จนถึงหน้าหนังสือพิมพ์เต็มๆ ที่ลงข่าวฉาวของเธอ นี่มันคนบ้าที่ไล่ล่าหยกฝันแน่นอน

 

ที่ยิ่งน่ากลัวคือบนผนังด้านหนึ่ง คือตัวอักษรสีแดงฉาน เรียบเรียงเป็นข้อความว่า “หยกฝัน ผมอยากตายพร้อมคุณ”

 

“ฮัลโหล นายยังอยู่มั้ย์” เซียวอี้พูดเสียงแผ่ว

 

“ไง ว่ามาเลย”

 

“ไอ้หมอนี่มันโคตรโรคจิต ชั้นบอกได้เลยว่า จดหมายขู่ต้องเป็นมันส่งไปแน่ๆ นายอยากแจ้งตำรวจไว้ก่อนมั้ย ชั้นมีเพื่อนที่เป็นคนเขียนเคสรายงาน”

 

“ไม่จำเป็น บอดี้การ์ดที่เรียกหาตำรวจก็น่าขำพอๆกับโฮโมที่มองหาผู้หญิง เธอทำดีมาก กลับที่พักเถอะ ผมอาจไปถึงช้ากว่าเธอนิดหน่อย” ขณะกล่าวคำพูด สายตาของเฉินหมิงมองออกไปยังกระจกมองข้างของตัวรถ ใบหน้าของโชเฟอร์เเท็กซี่ที่สะท้อนอยู่ในกระจกเผยแวววิตกกังวล

 

เมื่อสังเกตเห็นว่าเฉินหมิงมองเห็นตนเอง คนขับหดคอไปด้านหลัง หลบรัศมีเงาสะท้อนจากกระจก

 

“งั้นเหรอ? แต่ดูนายน่าจะถึงไวกว่าชั้นนะ” เซียวอี้ยกโทรศัพท์มือถือของเธอออกมา สองตามองไปยังพิกัด GPS ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ เฉินหมิงก็วางสายไปแล้ว “ทำท่าลึกลับจังนะ…เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน…หรือไอ้บ้านี่จะพยายามเปิดห้องกับน้องโลลิ!?”

 

เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่เซียวอี้คาด แต่เป็นแท็กซี่ที่กำลังแล่นฉิวไปบนไฮเวย์เลียบชายหาดที่กำลังส่งเสียงผิดปกติออกมาหลังจากชายหนุ่มวางสาย

 

“เถ้าแก่ เครื่องมีปัญหางั้นเหรอ?” เฉินหมิงถามด้วยรอยยิ้ม

 

“อ้อ ใช่ เครื่องนี่ชอบมีปัญหาแบบนี้ล่ะ รอผมซ่อมนิดหน่อย แป๊บเดียวก็เรียบร้อย” แท็กซี่เบนรถเข้าจอดตรงทางลาดเล็กๆ บนถนนย่อย “ต้องขอให้คุณรอหน่อยแล้ว ขอโทษจริงๆ”

 

โชเฟอร์ร่างอ้วนเปิดกระโปรงรถ แต่ไม่ได้รีบร้อนซ่อมเครื่องยนต์ สองตาของมันมองไปยังสิ่วขึ้นสนิมข้างๆ เครื่องยนต์

 

“ถ้านายวางแผนฆ่าใครบางคน นายน่าจะหาของเล่นที่มันดูดีกว่านี้หน่อยนะ อาวุธทื่อๆ ที่ใช้แทงแบบสิ่วเก่าๆ นี่ ทั้งยากต่อการโจมตีถูกจุดตาย แถมยังง่ายต่อการจัดการหากเกิดบาดแผล ชั้นรู้นะว่าการหาปืนในจีนมันยากมากขนาดไหน แต่จำพวกขวานหรือมีดฟันปลาพวกนั้นน่าจะหาได้ง่ายกว่านะ จริงมั้ย?” เฉินหมิงมาปรากฏตัวยืนพิงข้างรถอยู่ราวภูติผี “ชั้นพูดถูกมั้ย? เจ้าเฉียน”

 

“แก …แกรู้ได้ไง?” เจ้าเฉียนฉวยสิ่วขึ้นมาถือไว้ตรงอกตามสัญชาตญาณ

 

“เครื่องยนต์ใหม่เอี่ยม แต่รอยขูดที่กันชนมันรอยเดียวกับเมื่อเช้าเป๊ะๆ ฟิกเกอร์หยกฝันตัวจิ๋วโดนเอาออกไปแล้ว ซึ่งนี่ถือว่านายรอบคอบดี แต่นายไม่คิดจะเปลี่ยนชุดเลยเนี่ยนะ? นั่นแหละคือตัวการเปิดเผยความลับของนาย…” เฉินหมิงถอนใจ ชายหนุ่มสะบัดคอขณะสาวเท้าเข้าหาเจ้าเฉียนผู้กำลังถืออาวุธอยู่ในมือ

 

“แกคิดจะทำอะไร? อย่าเข้ามาใกล้ชั้นนะเว้ย!” เจ้าเฉียนเครียดเขม็งจนเหงื่อเย็นชุ่มโชกแผ่นหลัง มันถือสิ่วโทรมๆ จ่อเข้าใส่เฉินหมิง แม้จะตัวสูง 180 cm และหนักถึง 90KG. แต่เห็นได้ชัดว่าหมอนี่ตาขาว นอกจากขับรถและชักว่าว เจ้าโรคจิตนี่ไม่เคยท้าสู้กับใครมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฆ่าคน

 

“นายขออะไรที่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปรึเปล่า? เมื่อเช้านายเองที่ตามสะกดรอยพวกเรา คืนนี้ ก็เป็นนายเองที่ตั้งใจให้พวกเราขึ้นรถมา แต่นายไม่ต้องการให้เราเข้าใกล้นาย?” เฉินหมิงพูดพลางถอดเสื้อแจ็คเก็ตสูทของตนออก ปลดกระดุมข้อแขนเสื้อเชิร์ต ชายหนุ่มไม่ต้องการให้เลือดเปรอะเสื้อ “นายโชคดีนะที่ตอนนี้ชั้นเลิกฆ่าคนแล้ว แต่เพื่อการันตีว่านายไม่มีทางสร้างปัญหาให้นายจ้างของชั้นได้ ชั้นจะสร้างความเสียหายถาวรให้กับนายแทน เอาส่วนไหนดี กล้ามเนื้อไบเซ็ป? หรือกระชากเอ็นร้อยหวายออกดี? ชั้นจะไม่แตะต้องไตของนาย เผื่อนายอยากเอาไว้ขายแลกไอโฟนได้ไง!”

 

“ไอ้ชาติชั่ว! ทำไมต้องเป็นคนอย่างแกที่ได้ความรักจากเธอ!? แกไม่เคยเข้าใจเธอเลยด้วยซ้ำ! แกไม่เข้าใจเพลงของเธอ! เธอทั้งสะอาดผุดผ่องทั้งซื่อตรง แกปกป้องเธอไม่ได้! แกเองนั่นแหละที่จะทำร้ายเธอเหมือนไอ้เดรัจฉานจวินนั่น! แก.ต้อง.ตาย.!!!” เฉินหมิงตกตะลึง ชายหนุ่มคิดผิดอย่างมหันต์ เจ้าเฉียนที่เบื้องหน้าเต็มไปด้วยเจตจำนงตั้งมั่นที่จะสังหารตนเองโดยแท้จริง

 

ตาย!” เจ้าเฉียนผู้บ้าคลั่งรวบรวมความกล้าหาญ มันกำด้ามสิ่วซกมกแน่นก่อนเสือกพุ่งอาวุธเข้าใส่ศีรษะของเฉินหมิง แต่กลับถูกเฉินหมิงใช้สองนิ้วคีบจับไว้เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว พร้อมทั้งตวัดเท้าเตะใส่ทรวงอก โอตาคุร่างอ้วนกลิ้งม้วนลงไปตามทางลาดราวลูกบอลจนไปหยุดลงห่างจากชายหาดราวสิบเมตร ที่จมูกของมันปรากฏเลือดกำเดาไหลอาบ

 

“ในเมื่อนายตั้งใจจู่โจมชั้นอย่างจริงจัง อย่างนั้น ชั้นเองก็ต้องเคารพนายในฐานะคู่ต่อสู้คนนึงเช่นกัน” เฉินหมิงสะบัดมือ สิ่วสนิมเขรอะด้ามนั้นปักลงบนพื้นถนนด้วยเสียงดัง *ฉัวะ*

 

แต่ทันทีที่เฉินหมิงกำลังจะ “เริ่มงาน” หยกฝันกลับดึงแขนของชายหนุ่มไว้

 

“ตื่นแล้วเหรอ? ตอนต่อจากนี้มันจะนองเลือดเล็กน้อย เพราะงั้นคุณอย่าดูเลย” เฉินหมิงเลื่อนหลุดออกจากมือของหยกฝัน ขณะที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า กลับถูกหญิงสาวรั้งไว้อีกครั้ง “คุณหมายความว่าไง?”  

 

“อย่าทำร้ายเขา เขาเป็นเพื่อนชั้น” หยกฝันพูดอย่างหนักแน่น

 

“คุณรู้จักมัน?” เฉินหมิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ

 

หยกฝันปลดหน้ากากออก วิ่งเข้าหาเจ้าเฉียน หญิงสาวทรุดลงพร้อมมอบผ้าเช็ดหน้าแก่โอตาคุที่กำเดาไหลพรากอยู่บนพื้น

 

“ขอโทษด้วยนะ บอดี้การ์ดของชั้นหัวช้าไปหน่อย ทำให้คุณต้องตกใจกลัว เมื่อกี้ชั้นเหนื่อยมากเลยไม่ทันสังเกตคุณ คุณคือคนที่ขึ้นไปบนเวทีและมอบดอกไม้ให้ชั้นตอนคอนเสิร์ตเดบิวต์ใช้มั้ย?” หยกฝันพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

“คุณ…จำผมได้!?” เจ้าเฉียนสะเทือนใจจนน้ำตาไหล ลืมเลือนความเจ็บปวดที่หน้าอกไปจนหมด

 

“ไม่เอาน่า ชั้นไม่ได้มีคอนเสิร์ตมากขนาดนั้น ครั้งนั้น คุณต้องซื้อบัตรผ่านวีไอพีเพื่อขึ้นไปมอบดอกไม้บนเวที จากชุดที่คุณใส่ ชั้นรู้ทันทีว่าคุณไม่ได้มรเงินทองเหลือกินเหลือใช้แน่นอน คุณคงจ่ายเงินออกไปไม่น้อยเพื่อคอนเสิร์ตนั่น?” หยกฝันแลบลิ้นน้อยออกมาด้วยความรู้สึกผิด

 

“หยกฝัน ผมรักคุณ! ผมรักคุณจริงๆ ! ผมฟังเพลงของคุณทุกเพลงไม่รู้กี่ครั้ง! พวกคนที่นินทาว่าร้ายคุณพวกนั้นมันสัตว์ป่า! พวกมันสมควรลงนรก…” เจ้าเฉียนยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะพูดจบ หยกฝันก็ตบศีรษะเขาไปหนึง่ที

 

“อย่าพูดจาว่าร้ายใครส่งเดช นั่นหยาบคายมาก ชั้นขอบคุณที่ชอบเพลงของชั้น และการที่คุณรักชั้น นั่นก็ไม่เป็นไรเลย แต่มีสองอย่างที่นายไม่สมควรทำเด็ดขาด” หยกฝันกล่าวจริงจัง ยกสองนิ้วขึ้น “หนึ่ง ห้ามช่วยตัวเองกับรูปชองชั้น สอง ห้ามตัดสินใจแทนชั้นว่าชั้นควรจะรักใครหรือเกลียดใคร”

 

“เห็นนายบอดี้การ์ที่ด้านหลังชั้นมั้ย? ชั้นชอบหมอนั่น ไม่ใช่เพราะเงินหรือเพราะเขาเป็นคนโรแมนติก แต่เป็นเพราะชั้นรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เค้า ชั้นผ่านวันเวลาหลายปีโดยไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว เพราะงั้นถ้านายกล้าทำร้ายเค้าละก็ ชั้นจะไม่มีทางปล่อยนายไปเด็ดขาด เข้าใจมั้ย!?”

 

เสียงตะคอกของหยกฝันทำให้เจ้าเฉียนตกใจจนผงกศีรษะรับโดยอัตโนมัติ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เข้าใจหยกฝันดีเท่าที่เขาหลงใหลเธอเลยแม้แต่น้อย

 

“ดีมาก เอาล่ะ จากนี้ก็ใช้ชีวิตให้ดีนะ ฟังเพลงชั้นต่อไปด้วย หากพอมีเงินเหลือ อย่าลืมไปงานประกวดรอบสุดท้ายละกัน ชั้นต้องได้รางวัลชนะเลิศแน่นอน” หยกฝันตบบ่าเจ้าเฉียน ยืนขึ้นและวิ่งกลับไปข้างกายเฉินหมิง

 

“คุณทำงี้ได้ไง?” เฉินหมิงรู้สึกหมดแรง เหมือนถูกขโมยงานของตนเองไปต่อหน้าต่อตา

 

“ถ้าใช้ปากแก้ปัญหาได้ อย่าใช้กำปั้น นายเองก็ใช้ปากของนายแก้ปัญหาของชั้นเมื่อวานนี่นา?” หยกฝันพูดอย่างภาคภูมิ

 

“คุณชนะ เอาเถอะ กลับบ้านกัน วันนี้มันวุ่นวายจริงๆ” เฉินหมิงเหน็ดเหนื่อยจากก้นบึ้งของจิตใจจริงๆ

 

 

 

 

Facebook Comment