+100%-

บทที่ 9 นายทำฉันเจ็บ

 

SydneyLove, Aradeer

 

*****

 

กว่าฝันหยกจะทำความคุ้นเคยกับเวทีเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปเป็นเวลาสองทุ่ม เป็นอีกครั้งที่กลุ่มคนเหนื่อยล้านั่งรถตู้ครอบครัวเพื่อกลับไปยังวิลล่าไฮโซของฝันหยกซึ่งอยู่แถบชานเมืองหลินไห่ บ้านพักหรูหราถือเป็นสิ่งที่มีแต่พวกเศรษฐีเท่านั้นจึงสามารถอาศัยอยู่ได้ แม้กระทั่งบอดี้การ์ดยังเป็นทหารเกษียณมืออาชีพแทบทั้งหมด

“ชั้นอยากไปเล่นเดินที่ชาดหาด ได้ไหม?” หยกฝันถามความเห็นของเฉินหมินแบบจงใจ

“ผมเป็นแค่บอดี้การ์ด ไม่มีสิทธิ์จำกัดการเคลื่อนไหวของคุณ” สิ่งที่เฉินหมินสื่อออกมาก็คือ “ได้”

“ดี งั้นเดินเป็นเพื่อนชั้น” มือของหยกฝันไพล่หลัง และสวมรองเท้าแตะขณะเดินออกจากบ้านเพื่อไปยังชาดหาดด้วยรอยยิ้ม

ขณะนั้น เซียวอี้ยืนอยู่ตรงข้างหน้าต่าง มองดูคนทั้งสองที่เป็นเสมือนคู่รักกำลังเดินไปยังชาดหาด พลางรายงานความประพฤติประจำวันของเฉินหมินแก่ผู้กำกับการ นั่นรวมไปถึงกรณีที่เขา “ซ้อม” หมีปีศาจอีกด้วย

กองบัญชาการตำรวจได้รับรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น และท้ายที่สุดลงความเห็นว่าเหตุการณ์นี้ยังจัดว่าอยู่ในขอบเขตการป้องกันตัวแบบพอสมควร เหล่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจ (The upper echelons of the police force) ต่างพากันปลื้มใจด้วยพวกเขาเห็นว่าการที่สัตว์ประหลาดหมีไม่ถูกฆ่าตาย แถมยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเฉินหมินเริ่มที่จะปรับตัวเข้ากับรูปแบบการดำเนินชีวิตของสังคม และรู้จักควบคุมพละกำลังของตัวเอง

 

เซียวอี้ได้แต่นิ่งอึ้งกับคำตอบนี้ เธอนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าอดีตที่ผ่านมาของเฉินหมินเป็นแบบไหนกันแน่

ดวงจันทร์ส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้า ประดับประดาด้วยหมู่ดาวและก้อนเมฆ ราตรีกาลของเมืองหลินไห่ช่างสวยงามจนทำให้ผู้คนไม่อยากเข้านอนอยู่เสมอ ส่งเสริมเติมเต็มสวรรค์เบื้องบน หาดทรายสีขาวนวลภายใต้ฝ่าเท้าเฉินหมินและหยกฝัน ซึ่งยามนี้ราวกับเป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวล้วนแล้วแต่งดงามตระการตา

กระแสน้ำของท้องทะเลซัดสาดดัง ‘ซ่า ซ่า’ ขณะที่มันชำระล้างฝ่าเท้าของทั้งคู่ มวลน้ำเย็นทำให้รู้สึกสบายยิ่ง บางครั้งบางคราว ปูเสฉวนตัวน้อยจะถูกซัดหาฝั่งและคลานขึ้นมาจากด้านหลังขาของพวกเขา หากใครคนหนึ่งโน้มตัวลง พวกเขาก็สามารถเก็บมันขึ้นมาและนำกลับบ้านเพื่อเอาไปเป็นสัตว์เลี้ยง

หยกฝันรักมหาสมุทร เธอเดินเตร็ดเตร่ตามชายหาดเหมือนเด็กน้อย ส่วนเฉินหมินก็เดินตามด้านหลังเธอเงียบๆ พลางหิ้วรองเท้าหนังของตัวเอง

“ขอบคุณที่วันนี้ช่วยชั้นจัดการกับกรีนที* หลังๆ มานี้หล่อนมักหาเรื่องอยู่เรื่อย ชั้นเกลียดหล่อนเป็นบ้า” ฝันหยกไม่ได้หันกลับมาระหว่างที่เธอกระซิบแผ่วเบาประสานไปกับเสียงเกลียวคลื่น
(* Green Tea หรือยัยชาเขียว เป็นศัทพ์แสลงของชาวเน็ต ใช้อธิบาย ผญ ที่ชอบแต่งเนื้อแต่งตัว ตอแหลสร้างภาพว่าตัวเองบริสุทธิ์ไร้เดียงสา (เหมือนชาเขียว) แต่ในความจริงคือแรดนั่นเอง 555)

“ผมไม่ได้ช่วยคุณจัดการกับใคร แค่ปกป้องคุณเท่านั้น ความจริงแล้ว เป็นคุณที่ลงมือก่อนซึ่งเพิ่มอัตราความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น หนหน้า อย่าทำแบบนั้นอีก” เป็นอีกรอบที่เฉินหมินเริ่มทำตัวเป็นครูฝึกและแนะนำหยกฝัน

“นายไม่จำเป็นต้องเทศนาชั้นเหมือนบอดี้การ์ดจะได้ไหม?” หยกฝันหันกลับมา และขมวดคิ้วจนยับย่น หาได้ยากนักที่เธอจะลดตัวไปขอบคุณใครสักคน แต่ว่าเฉินหมินกลับยั่วอารมณ์เธอเสียนี่

“แต่เดิมผมก็เป็นบอดี้การ์ดอยู่แล้ว แม้จะเป็นการจ้างงานระยะสั้น แต่เป้าหมายการให้บริการของตระกูลเฉินคือดูแลนายจ้างให้ปลอดภัย แม้นว่าหลังจากการบริการจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตามที คุณคือคนดัง ตอนคุณเป็นจุดสนใจของประชาชน มันยากมากที่จะหลีกเลี่ยงอันตราย เพราะงั้นคุณต้องเรียนรู้ที่จะคุ้มครองตัวเอง” เฉินหมินยังคงชี้แนะหยกฝันต่อ

 

“ฉันตัวเล็กแค่นี้ ให้ถ่มน้ำลายใส่หน้าคนน่ะพอได้ แต่จะให้ชั้นสู้กลับ? ชั้นจะไปทำได้ได้ยังไง?” หยกฝันโต้แย้งเฉินหมินอย่างสุขุม

“ผมจะสอนคุณเอง” ทันใดนั้น เฉินหมินโยนรองเท้าหนังที่อยู่ในมือออกไป พลางคว้าข้อมือของหยกฝัน เขาดึงตัวเธอและหมุนกลับมา เหมือนกับเต้นแซมบ้า ก่อนที่เธอจะทันตอบสนอง หยกฝันก็ถูกดึงเข้าหาอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว ด้วยหลังของเธอทาบไปกับหน้าอกที่อิงอยู่ มันเป็นรอบที่สี่ของวันนี้แล้วที่เขากอดรัดตัวเธอ…

 

ง่ายๆ เพียงเท่านั้น มือของหยกฝันถูกบิดไว้ที่ด้านหลังตัวเอง มันเจ็บมากจนเธอต้องร้องตะโกนออกมา “ปล่อยฉัน ไอ้วิปริต! มันเจ็บนะ!”

“นี่เป็นเทคนิควิชาคว้าจับขั้นพื้นฐานที่สุด การ ‘คว้า’ และ ‘จับ’ คุณมีรูปร่างเล็ก ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามมักชอบใช้เทคนิคประเภทนี้กับคุณ เพราะข้อต่อมือของคุณถูกล๊อค จะทำให้เจ็บอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เพราะเอ็นกล้ามเนื้อของคุณถูกดึง ความเจ็บประเภทนี้จะกระตุ้นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของคนให้เลิกขัดขืน

 

“คุณเป็นคนดัง ยากมากสำหรับคุณที่จะหลีกเลี่ยงผู้คน เมื่อคุณถูกจับได้  เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ลักพาตัวกับคนอื่นๆ การใช้วิธีการแบบนี้กับคุณมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก” ระหว่างที่เฉินหมินกำลังอธิบาย หยกฝันรู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตาไหลลงมา เธอแช่งด่าเฉินหมินอย่างต่อเนื่อง ยากที่จะบอกได้ว่าเธอกำลังรับฟังอยู่หรือไม่

 

“วิธีการที่จะตอบโต้เทคนิคนี้โคตรง่าย ก่อนอื่นต้องตั้งสติให้ดี รวมถึงพยายามทนต่อความเจ็บปวด จากนั้น ใช้หลังของคุณกะส่วนสูงของคนลักพาตัว หาตำแหน่งจมูกของมัน พอถึงช่วงวิกฤต ใช้แรงจากส้นเท้าของคุณ ปล่อยออกอย่างฉับพลัน เขย่งปลายเท้ากระแทกร่างไปด้านหลัง ไม่ว่าคนร้ายจะเจ๋งขนาดไหน ไม่มีทางที่จมูกของมันจะทนทานได้ หลังหัวของคนเราแข็งมาก ถึงคุณจะตัวเล็ก แต่รับรองว่าการโจมตีนี้ต้องทำให้หน้าของไอ้คนลักพาตัวเจ็บหนักแน่” พอเฉินหมินพูดจบ หยกฝันก็ได้ทำตามการสอนของเฉินหมินเสียแล้ว และใช้แรงกระแทกร่างไปด้านหลัง

นี่ยังไม่เอ่ยถึงว่าหยกฝันเคยฝึกเต้นมาก่อน แบบฝึกยืดเส้นของบัลเล่ต์ช่วยให้เธอทนต่ออาการเจ็บปวด เมื่อบวกกับพื้นฐานการเต้นของเธอ จึงทำให้แรงกระโดดพริบตาระเบิดพลังออกมาเกินกว่าเรี่ยวแรงที่ร่างเล็กๆ ของเธอสามารถผลิตได้อีกด้วย

เฉินหมินมีร้อยวิธีที่จะโต้ตอบสวนกลับไป แต่เขาไม่อยากทำให้เธอเจ็บ ดังนั้นจึงทำได้แต่ปล่อยตัวเธอ และยืมแรงเพื่อล้มไปด้านหลัง คนทั้งสองกอดรัดแนบชิดขณะที่พวกเขาล้มลงบนชายหาด

คลื่นสีเงินซัดเข้าหาพวกเขา ยังผลให้เสื้อผ้าของคนทั้งคู่เปียกชุ่มโชก

 

หยกฝันคร่อมอยู่เหนือเอวของเฉินหมิน มือทั้งสองทาบอยู่บนหน้าอกดั่งหินผา น้ำทะเลซัดสาดกระทบใบหน้า เสื้อชุดเดรสสีขาวของหยกฝันเองถูกอาบชโลมด้วยหยาดน้ำ เปิดเผยผิวขาวนวลและชั้นในสีแดงภายใต้ออกมาอย่างแจ่มชัด

ไม่ทราบใครเป็นคนคิดค้นวลีที่ว่า “ร่องเนินของสตรี สามารถกำเนิดออกมาได้แค่ความพยายามเล็กน้อย” หยกฝันเองก็เช่นกัน ด้วยท่าทางของเธอในยามนี้ หน้าอกคัพเอของหญิงสาวกลับสามารถก่อเกิดเป็นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวนน่ามองได้อย่างง่ายดาย

 

“นายทำชั้นเจ็บ[1] รู้มั้ย?” หยกฝันตัวเปียกโชก

 

“ผมรู้”

 

“ถ้านายรู้ ทำไมยังไม่ยอมหยุด”

 

“เพราะผมเป็นบอดี้การ์ด ไม่ใช่ข้ารับใช้ ข้ารับใช้จะคอยสังเกตอารมณ์ของเจ้านายเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่พวกเขา แต่บอดี้การ์ดจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง  …เพื่อปกป้องนายของตนเอง”
เฉินหมินเอนร่างลงบนหาดทราย จ้องมองไปยังหยกฝัน

 

“ช่างเถอะ นายมันก็แค่บอดี้การ์ดกระจอกๆ ที่ไม่ต้องการเงิน แม้แต่คนทำความสะอาดยังได้เงินเดือนมากกว่านาย นายจะจริงจังไปทำไม? ลุงผู้จัดการก้แค่หาแรงงานฟรีมาใช้งานเท่านั้น แต่แรกเริ่ม ลุงก็ไม่เชื่อว่านายจะปกป้องชั้นได้อยู่แล้ว เขาไม่เคยเชื่อว่าชั้นต้องการบอดี้การ์ดด้วยซ้ำ” วาจาดูแคลนตามนิสัยเสียของหยกฝันพรั่งพรูออกมาด้วยต้องการกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของตนเองในตอนนี้ นายบอดี้การ์ดคนนี้ ทำไมถึงได้พูด “แถลงการณ์วิชาชีพ” อันเย็นชา ให้กลายเป็นคำพูดที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้กัน?

 

“คุณคือนายจ้างของผม การปกป้องคุณคือภาระหน้าที่ นี่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเงิน ระหว่างระยะสัญญาจ้าง แม้จะเป็นพระเจ้ามาที่นี่ด้วยตนเอง ก็ยังไม่สามารถแตะต้องคุณได้แม้ปลายเส้นผม” เฉินหมินกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่มั่นคง

 

“เพี๊ยะ!”

 

หยกฝันตวัดฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเฉินหมินเต็มแรง หยาดน้ำตาหยดหยาดลงจากดวงตาของเธอ

 

เฉินหมินสามารถหลบฝ่ามือนั้นได้ ทว่าแรงมือของหยกฝันไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ดังนั้นชายหนุ่มเพียงนั่งนิ่งรับฝ่ามือนั้นไว้

 

“อย่ามาพูดเรื่องความรับผิดชอบอะไรกับชั้นอีก! พวกผู้ชายในโลกนี้ ไม่มีตัวดีซักตัว! พวกนายรู้จักแต่พูดจาหวานๆหลองลวงให้พวกเรานอนกับนาย! สารเลว!” ในดวงตาของหยกฝัน เงาร่างของเฉินหมินดูคล้ายผู้ชายมากหน้าหลายตาที่เธอเคยพบเจอ คำพูดและคำสัญญาที่เอ่ยออกมา กระตุ้นบาดแผลในอดีตของเธอขึ้นมา

 

หลังตบหน้าเฉินหมิน หยกฝันลุกขึ้นวิ่งกลับไปยังวิลล่าอย่างรวดเร็ว บนหาดทรายเพียงหลงเหลือรองเท้าฟลิบฟล็อบที่เธอทิ้งไว้ทั้งสองข้าง
*********************************************************************************

 

23.00 น. เฉินหมินเคาะประตูห้องของหยกฝัน

 

“ชั้นเหนื่อยแล้ว จะนอน ถ้ามีอะไร ค่อยพูดกันพรุ่งนี้” หยกฝันนั่งกอดเข่าตนเองอยู่หน้าประตู

 

“น้ำทะเลเริ่มเย็นแล้ว อย่าลืมอาบน้ำอุ่นก่อนนอน ถ้าคุณไม่สบาย คุณก็จะไม่มีแรง นั่นอาจมีผลต่อการทำงาน” หลังกล่าวจบ เฉินหมินเดินจากไปเงียบๆ คำพูดของชายหนุ่มไม่เคยนอกเหนือจากขอบเขตงาน บางครั้งก็ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกตัวหนึ่งเท่านั้น

 

“ยัยบ้าเอ๊ย เธอเคยประกาศอย่างชัดเจนแล้วนี่ว่าจะไม่หวั่นไหวกับผู้ชายคนไหนอีก…” หยกฝันก่นด่าตนเองขณะฝังศีรษะของเธอลงไประหว่างหัวเข่าทั้งสอง

 

อีกด้านหนึ่ง เฉินหมินที่กลับเข้าห้องของตัวเองยังไม่นอน ชายหนุ่มท่องอินเตอร์เน็ตเพื่อรวบรวมข้อมูลนายจ้าง หวังหาเบาะแสผู้ที่ส่งจดหมายขู่มาให้เธอ จากข้อมูลในนั้น เขาเริ่มทำความเข้าใจในตัวหยกฝันมากขึ้น..

หยกฝันไม่ใช่ศิลปินที่เดบิวต์โดยไม่เคยผ่านการฝึกฝน ตั้งแต่มัธยมปลายชั้นปีที่สาม ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ กำลังคร่ำเคร่งเล่าเรียน แต่เธอกลับเป็นนักร้องในบาร์แล้ว

 

ในปีเดียวกัน เธอเข้าร่วมงานประกวด 《Cocky Girl》 หญิงสาวได้ชัยชนะ นับแต่นั้น เธอก้าวเข้าสู่เส้นทางที่แตกต่างจากผู้คนรอบกาย เส้นทางแห่งดารา ไม่นาน ซิงเกิลแรกที่ชื่อว่า “หิมะกลบบุปผา” ของเธอโด่งดังไปทั่วประเทศ กวาดรางวัลกลับมาแทบทุกเวที แต่ชื่อเสียงที่ได้มาย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทน ภายในหนึ่งปี มีเรื่องอื้อฉาวมากมายถูกร่ำลือไปต่างๆนาๆ วลีเด็ดอย่าง “สาวคนดังขายบริการ” และ “สาวนักล่ารางวัลเซ็กซ์” ถูกกล่าวถึงไม่เว้นแต่ละวัน

 

แต่เรื่องราวที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ยังคงเป็นเรื่องของ “อุบัติเหตุเมียน้อย” ตามพาดหัวข่าว จากข่าวลือ หยกฝันพยายามเล่นหูเล่นตากับจักรพรรดิจอเงินแห่งฮ่องกง – เหลียงจวิน ผู้ที่ขณะนั้นอายุได้ 42 ปี การไปไหนมาไหนด้วยกันของทั้งคู่สร้างความกังขาและกระตุ้นความอยากรู้ จนสุดท้ายที่ทั้งสองถูกพบเห็นในร้านกาแฟย่านจิมซาจุ่ยโดยภรรยาและลูกของฝ่ายชายทั้งสอง บุตรชายคนโตของเหลียงจวินอายุอานามพอๆ กับหยกฝันด้วยซ้ำ

แม่ลูกทั้งสามคนไม่กลัวการเป็นจุดสนใจของฝูงชน พวกเขาตรงเข้าทำร้ายเธอต่อหน้าสาธารณะในทันที หญิงสาวบาดเจ็บจนต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลถึงหนึ่งเดือนเต็ม เรื่องราวฉาวโฉ่จนเหลียงจวินต้องออกแถลงข่าว เขาร่ำไห้กลางคันระหว่างงานให้สัมภาษณ์พร้อมทั้งกล่าวว่าเขาได้กระทำความผิดที่ผู้ชายหลายๆ คนย่อมเคยกระทำ

 

เหลียงจวินกล่าวโทษข้อเท็จจริงที่ว่าหยกฝันมีความสวยและความเย้ายวนมากเกินไปจนเขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ โชคยังดีที่ภรรยาและลูกทั้งสองคนให้อภัย หวังว่าพวกเขาทั้งหมดจะสามารถกลับสู่ชีวิตปกติได้ในเร็ววัน พวกเขาทั้งหมดเห็นคุณค่าในชีวิต และหวังให้เหลียงจวินอยู่ห่างๆ จากโสเภณี เหลียงจวินเองขออภัยต่อแฟนคลับและสาธารณชน…

 

เพราะเหตุนี้ นับแต่นั้นมา หยกฝันไม่เคยได้รับงานใดๆอีก ทั้งยังถูกดองแช่อิ่มโดยบริษัทต้นสังกัด จนเมื่อร่วมรายการประกวดร้องเพลง เสียงสวรรค์แดนมังกร ชื่อเสียงของเธอจึงฟื้นกลับคืนมา

 

เช้าตรู่วันถัดมา หยกฝันที่ไม่อาจหลับสนิทตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเช้า หญิงสาวก้าวเดินอย่างง่วงงุนลงมาจากชั้นสองเพื่อเข้ามาที่ครัว มองหาบางอย่างที่สามารถรองท้อง ใครจะรู้ว่าเฉินหมินผู้น่าตายกลับตื่นเช้ายิ่งกว่า และกำลังทำอาหารอยู่ในครัวอีกด้วย

 

“ตื่นแล้วเหรอ? ท่าทางคงจะหลับไม่สนิทสินะเมื่อคืนนี้?” เฉินหมินกล่าวด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม

 

“นายตื่นเช้ากว่าชั้น ไม่ใช่หมายความว่านายนอนไม่หลับยิ่งกว่าชั้นหรอกเหรอ? ทำไม หรือว่าไม่ชินกับที่นอนหรูๆดีๆรึไงกันน่ะ?” หยกฝันกล่าวพร้อมนั่งลงที่โต๊ะอาหาร

“ผมไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนต่างหาก การฝึกฝนของผมเมื่อก่อนทำให้ผมไม่จำเป็นต้องนอนมากนัก ผมอยู่ได้โดยไม่มีอาการง่วงถึงสองสามวันติดต่อกัน ดื่มนี่ซะ คุณคงไม่ได้แช่น้ำอุ่นเมื่อคืนสินะ ใช่มั้ย?” เฉินหมินวางผ้ากันเปื้อนลง ส่งถ้วยซุปขิงร้อนไปวางเบื้องหน้าหยกฝัน

 

“นายรู้ได้ไง?” เมื่อหญิงสาวถามออกไป เธอจามออกมาเสียงดัง ก่อนทำท่าทางอับอายที่ดูแล้วน่ารักเอามากๆออกมา “โอเค ชั้นไม่ถามแล้วก้ได้”

 

“แล้วก็  ทานนี่ซะ ผมทำโจ๊กไก่ใส่ไข่เยี่ยวม้า ไม่รู้ว่าคุณชอบมั้ย ถ้าคุณทานอาหารแคลอรี่ต่ำในช่วงเช้า ต่อให้ทานเยอะหน่อยก็ไม่อ้วนหรอก” เฉินหมินยกชามโจ๊กเข้ามาเสิร์ฟขณะกล่าวอธิบาย

 

ยิ่งเมื่อทักษะการทำอาหารของเฉินหมินไม่ได้ย่ำแย่ แม้นี่จะเป็นแค่โจ๊กธรรมดา แต่ชายหนุ่มใส่เครื่องปรุงพิเศษลงไปหลายอย่าง ซึ่งทำให้มันรสชาติดียิ่งขึ้น

 

หยกฝันที่ปกติไม่จริญอาหารเท่าใดทานจนหมดชาม หลังจบมื่อเช้า หญิงสาวยกมือเท้าคาง เฝ้ามองเฉินหมินล้างเครือ่งครัวทั้งหลายแหล่ “ชั้นไม่สมควรพูดแบบนี้ แต่คุณบอดี้การ์ดผู้ยอดเยี่ยมมีทักษะการทำอาหารถึงขนาดนี้? หากนายไปสมัครเป็นเชฟ เงินเดือนเชฟของนายต้องมากกว่าเงินเดือนบอดี้การ์ดแน่นอน”

“เงินสำหรับผมมันก็แค่เครื่องมือหนึ่งให้ผมสามารถใช้ชีวิตปกติได้ จะกินล็อบสเตอร์หรือหญ้าก็เหมือนๆกัน ผมไม่สนใจเรื่องวัตถุนิยมเท่าไหร่ แต่งานบอดี้การ์ดเป็นอาชีพประจำตระกูลผม สืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น ผมต้องทำมันต่อไป”

 

เฉินหมิงพูดพลางล้างถ้วยชามไปด้วย

 

“บอดี้การ์ดประหลาด ถ้านายชื่นชอบการตามคนอื่นต้อยๆ แบบนั้น นายต้องเป็นพวกสาย M แน่ๆ ถ้างั้นชั้นคงต้องอยู่ห่างๆ นายไว้บ้างแล้วล่ะ” หยกฝันจัดการซุปขิงที่เหลือโดยการยกซดเข้าเต็มปากก่อนกลับไปห้องเพื่อแต่งกาย แม้จะพูดอย่างนั้น แต่สายตาของหญิงสาวในวันนี้ปราศจากแววกีดกันผู้คนอีกต่อไป แถมยังแฝงร่องรอยแห่งความอ่อนโยนอยู่ภายในอีกด้วย

 


[1] 疼 (เถิง) แปลได้สองความหมาย คือ เจ็บ และ รัก
ประโยคนี้ในภาษาจีน นางเอกพูดว่า 你弄疼我了  แปลได้ทั้ง นายทำชั้นเจ็บ และนายทำให้ชั้นหลงรักนายแล้ว  (>///<) กรี๊ดดดดดด  หยกฝันจงใจใช้คำนี้เพื่อสื่อความรู้สึกตัวเองด้วย

ทีนี้ก็ลองย้อนกลับขึ้นไปอ่านใหม่นะ เปลี่ยนประโยคเป็น

หยกฝัน : นายทำให้ชั้นหลงรักนาย รู้มั้ย?

เฉินหมิน : ผมรู้

หยกฝัน : ถ้ารู้ ทำไมนายยังไม่หยุด?

…โอ๊ยย ฟินน์ อิอิ

 

ปล. เปลี่ยนชื่อพระเอกเป็น เฉินหมิง (沈冥) ตัวหมิง (冥) ในชื่อของพระเอกคำนี้หมายถึง ความมืดหม่น ลึกล้ำ ยมโลก

 

Facebook Comment