+100%-

บทที่ 8 ฟองน้ำและแผ่นเหล็ก

 

Aradeer

 

————————————————————————————————————–

 

วิเคราะบุคลิกนายจ้าง :

หยกฝัน ; ผู้หญิงหัวแข็ง ตรงไปตรงมา (ปากร้าย) รูปร่างบอบบาง ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ มีอีกด้านที่เป็นคนจริงจัง ปฏิบัติต่อทุกสิ่งในชีวิตอย่างเท่าเทียม เมื่อถึงเวลาพัก ก็พักอย่างจริงจัง เมื่อถึงเวลางาน ก็ทุ่มเต็มที่เช่นกัน หญิงสาวชื่นชอบการร้องเพลงและเวที สามารถเรียกได้ว่าหลงใหลเลยล่ะ

 

เฉินหมิน ผู้กำลังยืนอยู่ข้างล่างเวทีบันทึกข้อมูลการวิเคราะห์ลงใส่สมอง เพื่อปรับวิธีการการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับเธอ

 

พ่อของเขาเคยบอกไว้ บอดี้การ์ดที่ดีที่สุดไม่ใช่แผ่นเหล็กแบบพวกคนเหล็กที่ป้องกันการโจมตีจากระยะพันไมล์ แต่ต้องเป็นเช่นฟองน้ำ ฟองน้ำสามารถปรับตัวยืดหยุ่นเหมาะสมกับนายจ้างของตนจากทุกมุม พร้อมทั้งซึมซับแรงกระทบที่เข้ามาจากทุกทิศทาง ผลงานที่ดีที่สุด คือหลังจากการจบสิ้นสัญญาแล้ว สามารถทำให้นายจ้างรู้สึกว่า นายไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมชั้นต้องจ่ายนายด้วย? นั่นจึงจะถือว่าสุดยอด

 

แต่บางครั้ง แผ่นเหล็กก็เหมาะสมกว่า อย่างน้อย มันก็ดูเท่ห์กว่ากันน่ะนะ

 

หญิงสาวคนหนึ่ง เดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดคนเหล็กของเธอ ก้าวอย่างวางก้ามมาที่ด้านหน้าเวที

 

เธอมีส่วนสูงอย่างน้อย 172 ซม. ที่มาพร้อมสะโพกอวบอิ่มโดดเด่นเช่นชาวตะวันตก หญิงสาวเป็นคนเอเชีย แต่ผิวของเธอกลับออกสีแทนจนแทบกลายเงาสะท้อน เครื่องสำอางค์บนใบหน้าจัดจ้านเรืองประกายโดดเด่น หากลบเครื่องสำอางค์เหล่านั้นออก เธอสมควรเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง เพียงแต่เฉินหมินกลับตาดีจนสังเกตออกถึงร่องรอยศัลยกรรมบนใบหน้า

 

“พี่สาวใจร้อนจังเลยนะ รอบสุดท้ายยังไม่ทันเริ่ม แต่พี่กลับร้อนรนมาถึงนี่ อยากสัมผัสบรรยากาศการเป็นผู้ชนะบ้างงั้นรึไง? ดูชั้นสิ น้องของพี่คนนี้ปลื้มใจจนน้ำตาไหล” เด็กสาวคนนั้นพูดออกมาด้วยท่าทางเสแสร้ง

 

“กรีนที อย่ามาเรียกเหมือนเราสนิทกันขนาดนั้น ชั้นไม่เคยจำได้ว่ามีน้องสาวอย่างเธอ เวทีเป็นของเราทั้งสองคน และการแสดงก็มีขึ้นเพื่อผู้ชมทุกคนได้ดู ชั้นมาตรวจสอบความเรียบร้อยล่วงหน้า นี่เป็นความรับผิดชอบต่อผู้ชมไงล่ะ” ทันทีที่หยกฝันเห็นกรีนที เธออารมณ์เสียขึ้นมาทันที หญิงสาวสวมรองเท้าพร้อมกระโดดลงบนพื้นหญ้า

 

“แหมม เรียกเธอว่าพี่สาวใหญ่ได้ ชั้นรู้สึกเหมือนตัวเองอัพเกรดขึ้นมาในทันที อืม จะว่าไป พี่สาวใหญ่เป็นคนแบบไหนน้า? อดีตคนดังที่แจ้งเกิดเมื่อ 4 ปีก่อน ที่แม้แต่เหลียงจวินนักแสดงสุดป็อบ ยังต้องซุกอยู่ใต้กระโปรงมินิสเกิร์ตของหล่อน อ้อ ใช่สิ ชั้นยังจำได้นะว่าตอนนั้นหมอนั่นน่ะมีทั้งเมียทั้งลูกครบชุด แย่จริงๆ นี่มันแย่เอามากๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น งั้นพี่สาวใหญ่ผู้สูงส่ง พี่ไม่ใช่กลายเป็นเมียน้อยเค้าหรอกหรือ? ตอนนั้นข่าวพาดหัวว่าไงน้า? “ช็อคการีมือที่สามที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์” ใช่มั้ย? ฟังแล้วเป็นไง เลิศ-หรู-ล้ำ ซะจนพวกเรารุ่นน้องไม่กล้าเทียบ” กรีนทีฉีกยิ้มเยาะเย้ยหยกฝันด้วยเสียงดัง สต๊าฟทั้งหลายรอบๆ หลบลี้ห่างด้วยไม่อยากเกียวข้อง

 

พวกเขาพบเจอเหตุการณ์วางแผนสมคบคิดอะไรหลายๆ อย่างในวงการนี้มามากแล้ว แต่ไม่มีใครคิดจริงๆ ว่าหยกฝัน ผู้ที่มีส่วนสูงต่ำเตี้ยกว่ากรีนทีถึงครึ่งศีรษะจะกล้าสบถคำด่าทอหยาบคายใส่หน้ากรีนทีตรงๆ แบบนี้

 

“แกน่ะสิเมียน้อย! ตระกูลแกเป็นเมียน้อยทั้งตระกูล! จนถึงวันนี้ ชั้นถางเส้นทางด้วยตนเองมาตลอดทีละก้าว ไม่เหมือนแก ตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วนไหนที่ยังเป็นชิ้นส่วนแท้แต่กำเนิด? แกมันก็พลาสติกปลอมๆ เท่านั้นแหละ!” แม้ตัวจะไซส์มินิ แต่วิธีด่าคนของเธอไม่จิ๊บจ๊อยอย่างกรีนทีแม้แต่น้อย หญิงสาวด่าได้รุนแรงแสบสันต์ ทุกคำพูดคมกริบราวมีดโกน

 

“กล้าด่าชั้นเหรอ?! หมีปีศาจ! จัดการสั่งสอนหล่อน!” กรีนทีตะโกนสั่ง หญิงสาวอับอายกลายเป็นโทสะ เธอเคียดแค้นจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ

 

บอดี้การ์ดร่างยักษ์สูง 2 เมตรในชุดดำด้านหลังดาราสาวก้าวออกมา มันยกฝ่ามือขนาดใหญ่โตเท่าพัดใบลานฟาดเข้าใส่ใบหน้าน้อยๆ ของหยกฝัน

 

แม้หยกฝันจะทะเลาะด่าทอกับคนบ่อยครั้ง แต่เธอไม่เคยลงไม้ลงมือจริงๆ ซักที ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่เบื้องหน้าคนนี้ หญิงสาวแตกตื่นจนไม่อาจขยับกาย เธอเพียงสามารถยืนหลับตาปี๋อยู่แบบนั้นเท่านั้น

 

แต่ชั่วพริบตาที่เธอกำลังจะถูกทำร้าย ข้อมือบอบบางของเธอถูกกระตุกดึงจากด้านหลัง ร่างของเธอทั้งร่างปลิวถอยหลังเข้าสู่อ้อมอกของเฉินหมิน

 

“คุณซูเปอร์สตาร์ของผม คราวหน้าคราหลังถ้ามีคนจะตบคุณ อย่างน้อยช่วยขยับหลบหน่อยเถอะนะ? ถ้าคุณถูกหมอนี่ตีจริงๆ มันตบคุณหัวหลุด ชัวร์~” อ้อมแขนของเฉินหมินยังคงอบอุ่น ราวปราการที่ปกป้องจากอันตรายทั้งมวล เมื่อซุกอยู่ใต้ปราการนั้น แม้จะต้องเผชิญพบไต้ฝุ่นสิบลูก หยกฝันยังคงไม่หวาดกลัวใดๆ

 

“คุณซูเปอร์บอดี้การ์ดของชั้น คราวหน้าถ้าคุณเห็นชั้นกำลังจะโดนตบละก็ ช่วยขยับให้มันเร็วกว่านี้ได้มั้ย? ถ้าชั้นโดนหมอนี่ตีจริงๆละก็ นายถูกไล่ออก ชัวร์~” หยกฝันแยกไม่ออกจริงๆ ว่า ที่เธอหน้าแดงอยู่ตอนนี้ เป็นเพราะความกลัวถูกทำร้ายเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะตกอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนตรงหน้านี้ หัวใจของเธอโลดกระหน่ำ หญิงสาวรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบขณะพยายามสงบใจของตัวเองลง

 

ฝ่ามือของบอดี้การ์ดร่างยักษ์พลาดเป้า เขาถูกยัยแรดกรีนทีด่าทันที ไม่ใช่สิ ต้องเรียกกรีนทีเฉยๆสินะ ยังไงก็ตาม เขาคือนักมวยปล้ำอาชีพสัญชาติอเมริกา จะโดนบอดี้การ์ดเอเชียตัวเท่าลูกหมานี่ลูบคมได้ไง? เขาถอดเสื้อนอกที่ปริแน่นอยู่แล้วออกจากร่าง กระชากเสื้อเชิร์ตด้วยมือเปล่า โชว์กล้ามเนื้อแน่นราวปีศาจของตนเองออกมา

 

บุรุษร่างสูง 200 เซ็นติเมตร ผิวสีน้ำตาลเข้มคนนี้มีฉายาว่า หมีปีศาจ บนสังเวียนมวยปล้ำ ทรวงอกของมันใหญ่โตกว่าขนาด 39 F ไม่ว่าใครเห็นก็ยิ่งคิดเซ็นเซอร์สองจุดบนหน้าอกนั่น

 

หมีปีศาจออกหมัดแย็บใส่คนทั้งสองอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า มันจู่ๆ ก็หยุดชะงักก่อนโจมตีถูกเป้าหมาย

 

“หยุดทำไม? ไอ้ตัวไร้ประโยชน์เอ๊ย!” กรีนทีผู้สับสนมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นร่ำร้องออกมา ทว่า ไม่ใช่หมีปีศาจจงใจรั้งกำปั้นของมันเอาไว้ แต่เป็นเฉินหมินที่ใช้แขนข้างหนึ่งโอบหยกฝันในอ้อมอก ที่ใช้ดรรชนีเดียวหยุดยั้งหมัดลุ่นๆ ของหมีปีศาจเอาไว้ได้

 

นี่เป็นครั้งแรกที่หมีปีศาจเจอคู่ต่อสู้แบบนี้ แขนข้างนั้นของมันทรมาณจนเส้นเลือกสีน้ำเงินขึ้นแนว แต่มันยังคงไม่สามารถผลักนิ้วเดัียวของเฉินหมินให้เขยื้อนไปทางใดได้เลย

 

“นายแพ้ ถอยกลับไป ก่อนจะเจ็บตัว” เฉินหมินค่อยๆ ผลักหยกฝันถอยห่างไปหนึ่งเมตร ชายหนุ่มดึงนิ้วกลับเพื่อยุติการเผชิญหน้า

 

เมื่อเขาหันกลับมาอีกที เขาพบเครื่องจักรทรวงอกสีดำขนาดมหึมา ไม่ใช่สิ เป็นกล้ามอกขนาดมหึมาต่างหาก

 

แม้เฉินหมินจะสูง 175 ซม. ทั้งยังมีกล้ามเนื้อ แต่เขายังนับเป็นคนรูปร่างไม่ใหญ่โต ถ้าไม่ถอดเสื้อเชิร์ตออกมา ไม่ว่าดูยังไง หุ่นเขาก็เหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไปเท่านั้น

 

“เพื่อน ผู้หญิงทะเลาะกันมันเรื่องปกติ ไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำตัวเป็นบอดี้การ์ดที่มีอารยธรรมดีกว่ามั้ย?” เฉินหมินจ้องมองกล้ามอกของหมีปีศาจขณะกล่าวคำ

 

และจากกล้ามเนื้ออกที่สั่นไหว ราวกับมันกำลังตอบว่า “ช่างหัวลุงแกสิ!”

 

หมีปีศาจคนนี้ ตอนลงมือกับผู้หญิงก็ไม่ออมแรง เมื่อลงมือกับเฉินหมิน มีหรือจะออมมือ มันส่งหมัดของมันตวัดออกใส่บริเวณอกของเฉินหมินอีกครั้ง

 

แต่ในชั่วพริบตานี้เอง ประกายในดวงตาของเฉินหมินเปลี่ยนแปลงไป รังสีฆ่าฟันของเขาส่งผลให้หมีปีศาจที่สูงใหญ่กว่าถึงครึ่งศีรษะต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

 

ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง จู่ๆหมีปีศาจที่หนักกว่า 115 กิโลกรัม กลับถูกส่งลอยไปข้างหลังกว่า 2 เมตรด้วยกำปั้นเดียวจากเฉินหมิน หมีปีศาจต้องถอยกายไปอีกสองก้าวหลังลงสู่พื้นเพื่อหยุดยั้งตัวเองไม่ให้ถอยไปไกลกว่าเดิม

 

หมัดหนึ่งชุ่น หรือชุ่นจิง[1] (หนึ่งชุ่น 0- 15 ซม.) เป็นศิลปะการต่อสู้ของจีนชนิดหนึ่ง เป็นการระเบิดพลังออกมาในพริบตาโดยอาศัยระยะโจมตีช่วงสั้นๆ หมัดหนึ่งชุ่นนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาจากซุปเปอร์สตาร์ชาวเอเชีย – บรูซ ลี ที่ใช้การต่อสู้ชนิดนี้สร้างเอกลักษณ์ เพียงแต่ไม่ว่าบรูซลีจะลงมือเช่นไร ก็ไม่มีทางแข็งแกร่งไปกว่าหมัดหนึ่งชุ่นเมื่อครู่ไปได้

 

หมัดหนึ่งชุ่นของเฉินหมิงเป็นการใช้แทบทุกส่วนของร่างกาย รวมมัดกล้ามทั้งหมด 60 มัด ข้อต่อ 14 ข้อ เส้นเอ็นอีก 37 ส่วนในการส่งพลังออกมาภายนอก แข็งแกร่งจนสามารถสร้างรอยกำปั้นลงบนแผ่นเหล็กได้ ตามทฤษฎีแล้ว หากเมื่อครู่เฉินหมินใช้ออกด้วยท่าฝ่ามือมีดแทนที่จะเป็นกำปั้น …หมีปีศาจย่อมไม่มีโอกาสถูกส่งกระเด็นออกไปสองเมตร แต่จะถูกส่งกระเด็นลงไปท่องยมโลกแทน

 

หมีปีศาจผู้ฮึกหาญคำราม *ฮ่าห์!* ออกมาเสียงดังสนั่น ทันย่างสามขุมเข้ามาด้วยหวังแก้มืออีกครั้ง ทว่า เพียงก้าวเดินได้สองก้าว มันกลับหน้ามืดทรุดลงในทันที คนอาเจียนเอาดินเนอร์ของตัวเองออกมาจนหมดพุง เปลี่ยนบริเวณโดยรอบที่น่าแขยงอยู่แล้ว ให้ยิ่งน่าขยะแขยงยิ่งกว่าเดิม

 

“จริงๆด้วยแฮะ ชั้นยังปรับตัวไม่ได้ 100 %…” เฉินหมินสูดลมหายใจลึกเมื่อกลับสู่ท่าปกติ เขาอยู่ในสมรภูมิเป็นตายมานานเกินไป กระทั่งติดนิสัยลงมือด้วยท่าสังหารในกระบวนท่าเดียว เมื่อครู่ แม้จะออมมือ แต่น้ำหนักยังมากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทนได้ โชคดีที่ร่างกายของหมีปีศาจแข็งแรงกว่าคนทั่วไป ไม่อย่างนั้น มันคงตายไปแล้ว

 

“เฉินหมิน” ตอนนี้เองที่อู๋เหนิงและเซียวอี้รีบวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ เซียวอี้ตะโกนออกมาโดยอัตโนมัติ มือของเธอเอื้อมลงไปด้านหลังอู๋เหนิงมองเห็นสิ่งที่เธอกุมไว้ มันคือปืนที่ถูกซ่อนอยู่ แต่ผู้จัดการผู้มากประสบการณ์รู้ดีว่าตนเองต้องไม่แสดงอาการอะไร

 

หมีปีศาจโดนเฉินหมินล้มลงด้วยการโจมตีฉับพลัน การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มรวดเร็วจนไม่มีใครเห็นชัดตา ใบหน้าราคา 30000 หยวนของกรีนทีแสดงสีหน้าน่าเหลือเชื่อจนคนที่มองเห็นคิดว่าเธอไปทำศัลยกรรมมาเกินพอดีตรงส่วนกรามแน่ๆ กรามล่างของหล่อนถึงขยับไม่ได้แบบนั้น

 

โชคยังดี หมีปีศาจยังไม่ตาย เพียงแต่อาเจียนออกมาเป็นจำนวนมหาศาลจนหน้าดำๆ กลายเป็นขาว ทว่าหลังจากคุกเข่าอ้วกออกมานานกว่า 10 นาที มันก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

ผู้จัดงานวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฮวาปากมากเองเร่งทำตัวเป็นผู้ประสานในทันที เมื่อมาถึงด้านหลังเวมี ฮวาปากมากรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้น เขาตัดสินว่าผิดทั้งสองฝ่าย และให้เรื่องนี้โดนฝังไปซะ แต่ครั้งนี้ กรีนทีดูท่าทางไม่เต็มใจ คนที่โดนด่าคือเธอ บอดี้การ์ดที่โดนอัดก็คนของเธอ แถมหยกฝันยังไม่ถูกลงโทษอะไรเลย หญิงสาวบันดาลโทสะจนแทบคว่ำโต๊ะ

 

อู๋เหนิงส่งสัญญาณให้กรีนทีเงียบลง ก่อนจะนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกมาต่อสาย เขายิ้มแย้มสนทนาบางอย่างครู่หนึ่งก่อนวางสายไปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ของกรีนทีก็ดังขึ้น หลังจากรับสาย สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ นั่นเป็นสายจากบริษัทต้นสังกัดของเธอที่บอกให้เธอหยุดได้แล้ว

 

แม้เธอจะแรงกว่านี้ ก็ต้องเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนนุ่มลงในทันที  นี่คือกฏของวงการนี้ กรีนทีพาตัวหมีปีศาจเดินออกไปอย่างโกรธแค้น

 

หยกฝันยิ้มออกมาราวดอกไม้บาน หญิงสาวกระซิบกระซาบกับเฉินหมิน “ดู ลุงผจก.ไม่เบาเลยใช่มั้ย ไม่ว่าปัญหาอะไร เขาก็สามารถจัดการได้หมด”

 

“ผมเพิ่งเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณไม่เคยต้องจ้างบอดี้การ์ด” เฉินหมินมองไปทางอู๋เหนิงด้วยสายตาทึ่งๆ

 

พ่อพูดผิดแล้ว บอดี้การ์ดที่ดีไม่ใช่ฟองน้ำ แต่เป็น “ลม” แบบอู๋เหนิงต่างหาก เป็นผู้ที่สามารถกำจัดปัญหาของนายจ้างให้หายไปได้เพียงลมปากไม่กี่คำโดยไม่ต้องใช้กำปั้น สะสางทุกอย่างในรัศมีห้าสิบกิโลเมตรได้เพียงยกหูโทรศัพท์ นี่มันบรรยายได้เพียงว่า มือเดียวบังฟ้าจริงๆ

 

จากนั้น ฮวาปากมากบรีฟขั้นตอนงานรอบสุดท้ายแก่หยกฝัน ในรอบชิงต้องมีการร้องเพลง 4 เพลงเพื่อตัดสินผู้ชนะ ผู้เข้าแข่งขันมีสิทธิ์เลือกได้ 2 เพลง ฝ่ายตรงข้ามเลือก 1 เพลง ฝ่ายตรงข้ามจะได้รับรายชื่อเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถร้อง 10  เพลง จากนั้น พวกเธอก็จะเลือกหนึ่งในนั้นมา 1 เพลงให้ผู้เข้าชิงร้อง

 

เพลงสุดท้ายเป็นเพลงที่สำคัญที่สุด  เพลงนั้นไม่ได้ถูกเลือกโดยคณะกรรมการ แต่เป็นผู้ชมในสนามและผู้ชมทางบ้านผ่านทาง sms

 

ข่าวลือออกมาว่าบริษัทโฟลวสโตน ต้นสังกัดของกรีนทีตอนนี้จ้างเหล่าทหารรับจ้างชาวเน็ตมากกว่า 5 ล้าน แถมยังซื้อตั๋วรอบชิงแจกให้กับแฟนคลับของกรีนที ทั้งหมดเพื่อชัยชนะท่วมท้นในรอบชิง

 

เหมือนจะเป็นที่รู้กันไปทั่วว่าหยกฝันไม่มีทางชนะ แม้แต่อู๋เหนิงก็ไม่เว้น ทั้งยังเพียงแค่ครุ่นคิดถึงผลประโยชน์และโฆษณาจากเรื่องนี้เท่านั้น มีเพียงหยกฝันคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดมุ่งมั่นคว้าบัลลงก์อันดับหนึ่งมาให้ได้

 


 

[1] หมัดหนึ่งชุ่น, ชุ่นจิง, หรือ One Inch Punch ในภาษาอังกฤษ เป็นเพลงหมัดที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อบรูซลีนำมาใช้ในการถ่ายทำหนัง แสดงออกถึงจุดเด่นของศิลปะวิชาการต่อสู้ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเน้นที่การเผชิญหน้าและกระบวนท่าหมัด ขณะที่ทางเหนือเน้นท่าเท้า  ที่เรียกว่า 1 ชุ่น เพราะใช้ระยะออกกระบวนท่าแค่อย่างมาก 1 ชุ่น (0-15 ซม.) เท่านั้น  ตามประวัติศาสตร์ว่าไว้ว่าเป็นวิชาหมัดมวยที่ผู้หญิงคิดค้นขึ้นมา จุดเด่นของศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ คือการระเบิดพลังโจมตีออกมาในระยะประชิด แม้จะมีพื้นที่ออกกระบวนท่าไม่มาก แต่พลังที่ออกมาก็มีอานุภาพรุนแรง เมื่อคนคิดค้นเป็นผู้หญิง จึงเน้นที่การโจมตีเข้าจุดสำคัญ ความรวดเร็ว ว่องไว โดยเฉพาะระยะประชิดที่อันตรายมาก

สำหรับผู้แปลคิดว่าเป็นวิชาที่ใช้ลอบโจมตีมนุษย์ถึงตายได้ง่ายๆ เพราะไม่ต้องใช้พื้นที่ออกอาวุธมากมายเหมือนวิชาอื่นๆ  การออกหมัด ฝ่ามือมีด ส่วนใหญ่เน้นที่ข้อต่อและจุดแข็งของตนโจมตีจุดอ่อนเป็นสำคัญ เมื่อออกหมัด ใช้ส่วนข้อนิ้วโจมตีเข้าจุดอ่อน  ฝ่ามือมีดที่แข็งแกร่งได้ทั้งรุกทั้งรับ ใช้กำลังทั้งร่างกาย ตั้งแต่พื้น ขา เอว ไล่ขึ้นมา ระเบิดออกเป็นท่าจู่โจมเฉียบพลันรุนแรง ยิ่งถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่เคยรู้จักวิชานี้มาก่อน ต้องเสียท่าง่ายๆ แน่นอน  (อ้อ ตอนค้นดูเห็นว่ามีการใช้ลมปราณด้วย แต่ไม่สันทัดเรื่องนี้ เอาเป็นว่า ถ้าคนมีลมปราณก็จะโจมตีได้รุนแรงกว่าไม่มี)

ส่วนพระเอกของเรานั้น แน่นอนว่าน่าจะไม่มีลมปราณ จากข้อมูลในวิกิพีเดีย มีการถ่ายทำสารคดีเรื่องความรุนแรงของวิชานี้ ไปถ่ายหลวงจีนเส้าหลินที่ฝึกวิชา ปรากฏว่าหมัดท่านรุนแรงว่ารถที่วิ่งเข้าชนด้วยความเร็ว 48 กม.ต่อชม.ประมาณ 1.7 เท่าเลยทีเดียว (ไม่เท่าท่าหมัดวิชาอื่นที่ออกท่าทางเต็มที่ แต่ถ้าคำนวนจากระยะออกหมัดแค่ 0 -15 ซม. ถือว่าอันตรายสุดๆ)

 

ใครสนใจวิชา หมัดหนึ่งชุ่น อ่านต่อได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/One-inch_punch

คลิปการสอน https://www.youtube.com/watch?v=7ic3Y9Jh3VE&t=407s

บรูซลี กับชุ่นจิง  

สารคดีเกี่ยวกับชุ่นจิง

เพิ่มเติม ขอบคุณท่านผู้อ่านหลายๆคนที่แนะนำเข้ามา One Inch Punch เป็นหนึ่งในสไตล์การต่อสู้ของเพลงหมัดหย่งชุน (Wing Chun)  มีอธิบายรายละเอียดเป็นภาษาไทยด้วยนะคะ ท่านใดสนใจ สามารถตามลิงก์ภาษาไทยนี้ไปได้เลย https://th.wikipedia.org/…/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B4…

Facebook Comment