+100%-

บทที่ 7 สงครามในห้องน้ำชาย

 

ต้นฉบับอิงค์ XianXiaworld.net

แปลไทย Aradeer

 

 

————————————————————————————————————–

 

 

 

“เซียวอี้ เธออยู่ไหนอ่ะ?”

 

“ชั้นน่าจะเป็นฝ่ายถามนายนะ ชั้นแค่แวะเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวนายก็หายหัวไปทันที นายคิดจะทดสอบอะไรอีกรึไงยะ?”

 

“ตอนนี้สถานการณ์ด้านนอกเป็นไงบ้าง?”

 

“นายเคยเห็นช่องขายตั๋วรถไฟในเทศกาลปีใหม่มั้ยล่ะ? เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แถมยังมีคนที่เพิ่งได้ข่าวกำลังตามมาติดๆ ตอนนี้มีนักข่าวสะพายกล้อง SLRs [1] ปนอยู่หลายคน ทางออกทุกทางคนล้อมไว้หมดแล้ว ไม่มีทางออกไปไหนได้เลย”

 

“อย่าห่วงเรื่องนั้น ทำตามที่ชั้นพูด อย่างแรก มาที่ห้องน้ำชายโซน B3 เลย ตอนนี้”

 

“ห้องน้ำชาย? นายช่างหาที่ซ่อนจริงๆนะ รอชั้นหน่อย บ้าเอ๊ย ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้ เมื่อกี้มีไอ้ชั่วคนนึงจับก้นชั้น ชั้นเลยหักนิ้วมันซะเลย”

 

ตอนนี้ เด็กเกรียนทั้งสองในห้องน้ำชายถูกพันตัวด้วยเทปกาวจนแทบกลายเป็นมัมมี่ ก่อนจะถุกโยนไล้ตรงมุมห้อง หยกฝันวางรูปถ่ายสองรูปลงบนอกของทั้งคู่ “นี่เป็นของปลอบใจกับเรื่องน่าสลดที่พวกนายต้องเจอ แน่นอนว่า ถ้านายสองคนกล้าเอารูปถ่ายพร้อมลายเซ็นต์ของชั้นไปทำเรื่องน่าแขยงอย่างนั้นละก็ ชั้นจะให้บอดี้การ์ดของชั้นทำเรื่อง S&M [2] พวกนั้นกับพวกนาย เก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ หมอนั่นเป็นเกย์ แถมยังชื่นชอบกลีบดอกเบญจมาศ [3] ที่สุด”

 

โจ๋ซ่าทั้งคู่โดนข่มขู่อย่างน่าสยองขวัญจนแทบร้องไห้ออกมา เนื่องจากยามนี้ทั้งสองยังไม่ทันสวมกางเกงเรียบร้อยดี จึงสามารถมองเห็นปัสสาวะที่เล็ดออกมาได้อย่างชัดเจน

 

“นี่ ตกลงนายทำไงให้ตาลุงหัวดื้อนั่นรับนายเข้าทำงาน?” หลังจัดการเรื่องราว หยกฝันหันกลับมา “ตานั่นเคยยืนยันหนักแน่นว่า บอดี้การ์ดยังแย่กว่าสุนัข ดาราหลายรายที่ถูกบอดี้การ์ด คนขับรถ และผู้ช่วยของตัวเองทำเสียชื่อเสียงทั้งนั้น ดังนั้น ตาลุงนั่นไม่เคยจ้างคนขับหรือผู้ช่วยประจำตัวใดๆทั้งสิ้น เขาไม่เคยมีความคิดว่าจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวให้ชั้นเลย”

 

“ง่ายมาก ก็เพราะผมเทพยังไงล่ะ” เฉินหมินพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“อย่าหาว่าชั้นปากมากเลยนะ แต่นายน่ะ หน้าตาท่าทางกลางๆ บอดี้การ์ดไร้กล้ามไร้สมอง ดูก็รู้ว่าไม่มีทางประสบความสำเร็จในสายงานนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบลูกค้า นายลากลูกค้านายเข้ามาในสุขาชาย ชัดเจนว่านายเป็นพวกไม่มีเซ้นส์เอาซะเลย คนส่วนใหญ่ที่จ้างนายมาต้องไล่นายออกจากวิธีการคุ้มครองทื่อๆ หยาบๆ ของนายแน่นอน” หยกฝันยกสองมือเท้าเอว พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน “แต่ว่าคุณผู้หญิงคนนี้เป็นคนจิตใจดี ชั้นจะให้โอกาสนายครั้งนึง ถ้านายสามารถพาชั้นออกจากที่นี่โดยไม่ถูกพวกบ้าดาราจับได้ ชั้นจะยกเว้นให้นายสามารถทำงานติดตามชั้นได้เป็นกรณีพิเศษ”

 

“หึหึ คุณนี่ช่างแสนดีจริงๆ” เฉนหมินฉีกยิ้มจนหน้าแข็งทื่อ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกคิดผิดที่เลือกงานนี้อย่างมักง่ายเกินไปหน่อย

 

ผ่านไปห้านาที เซียวอี้มาถึงห้องน้ำชาย ก่อนวางป้าย “กำลังซ่อมแซม” ไว้ที่หน้าประตูตามคำสั่งของเฉินหมิน

 

ตอนที่หญิงสาวเข้ามาและเห็นด้านในห้องน้ำ พระเจ้า! มนุษย์ผู้ชายที่ถูกอัดแน่นอยู่ในห้องน้ำตอนนี้เยอะกว่าที่เข้าคิวอยู่หน้าห้องน้ำหญิงเสียอีก ตาแก่มากกว่าสิบคนถูกเทปกาวพันทั้งตัว ทั้งหมดมีรูปถ่ายพร้อมรายเซ็นต์สอดแนบที่หน้าอก

 

“เฉินหมิน นายทำอะไรน่ะ? เซียวอี้ถาม

 

“รู้จักกันงั้นหรอกเหรอ? ชั้นตกใจแทบตาย นึกว่านายต้องแสดงฝีมือพันมัมมี่อีกรอบซะแล้ว” หยกฝันลูบอกพลางกล่าว

 

“เทปหมดแล้ว เจ้าอ้วนคนสุดท้ายเปลืองเทปเป็นบ้า” เฉินหมินจ้องมองก้อนเนื้อขนาด 100 กก.ที่อยู่หน้าสุด ก่อนถอนใจและโยนม้วนเทปเปล่าทิ้งไป “เวลามีจำกัด ตอนนี้เราจะใช้แผน B เซียวอี้ เธอกับหยกฝันต้องสลับชุดกัน”

 

สาวงามทั้งสองเข้าไปในห้องน้ำอย่างเชื่อฟัง ก่อนรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

 

“เซียวอี้ใช่มั้ย? จะว่าไป หน้าอกเธอใหญ่กว่าชั้น? คัพซีใช่มั้ย? เด้งดึ๋งดีจัง!” หยกฝันยังคงโพล่งออกมาโดยไม่เกรงใจ

 

“หยุดบีบนะ! มันอ่อนไหวมากนะรู้มั้ย! เธอเองก็มีไม่ใช่เรอะ? ขนาดพอดีมือเลย” เซียวอี้และหยกฝันต่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ทั้งยังมองเห็นของกันและกัน ชั่วพริบตา สองสาวสนิทสนมจนไม่ต่างจากพี่น้องคลานตามกันมา

 

เมื่อตาแก่ที่นอกห้องได้ฟังบทสนทนาวาบหวิว กว่าครึ่งต่างหน้าแดง ขณะที่อีกครึ่งฉีกยิ้มกว้างขวาง สิ่งเดียวที่ทั้งหมดเป็นเหมือนกันคือท่อนล่างที่กลับยืนขึ้นอย่างแข็งขัน กระทั่งเฉินหมินเองที่ยืนพิงกำแพงอยู่ยังต้องกางเต๊นท์ตรงเป้ากางเกงของตัวเองขึ้นมา

 

หลังผ่านไป 5 นาที สองสาวที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยเดินออกมา ทั้งสองมีส่วนสูงต่างกันถึง 13 เซ็นติเมตร ดังนั้น ตอนที่หยกฝันสวมเสื้อกล้าม เสื้อตัวนั้นกลับกลายเป็นเสื้อฮิปฮอปตัวโคร่ง กางเกงยีนส์รัดส่วนสัดกลับกลายเป็นกางเกงกระโปรงขาสั้นทรงหลวม ทว่า สายรัดข้อมือที่สวมใส่ไม่ได้ถูกสับเปลี่ยน บางทีมันอาจมีความหมายอะไรบางอย่างกับเธอ?

 

เสื้อผ้าทั้งหมดแทบไม่ก่อปัญหา แต่เสื้อไซส์เล็กสร้างความอึดอัดแก่เซียวอี้เป็นอย่างมาก เสื้อฮิปฮอปของหยกฝันกลายเป็นเสื้อยืดที่ปรากฏยอดภูเขาสองลูกโดดเด่นออกมาจากทรวงอกขนาด 32C ของเธอ และกระโปรงยีนส์ที่สวมใส่ก็รัดแนบสั้นเต่อ หากมองจากด้านหลัง ถึงกับสามารถมองเห็นแก้มก้นของเธอโผล่ออกมาเล็กน้อย

 

“อืมม ชั้นว่านี่ดูดีมากกกกกเลยนะ” เฉินหมินออกความเห็นด้วนความซื่อตรง เหล่าบุรุษอีกสิบกว่าคนที่กองกันอยู่ต่างผงกศีรษะแสดงความชื่นชมโดยพร้อมเพรียง

 

“ดีน้องสาวนายสิ! ชั้นโดนรัดจนเกือบตายแล้วเนี่ย!” เซียวอี้ดึงชายกางเกงรัดติ้วลง ปิดบังแก้มก้นที่โผล่ออกมา

 

“เริ่มแผนได้” เฉินหมินกล่าวอย่างเคร่งเครียด

 

เซียวอี้ที่สวมใส่ชุดของหยกฝัน สวมแว่นกันแดดและหมวกแก็ปของนักร้องสาวก้าวเดินออกจากปะตูห้องน้ำชาย ขณะที่กองทัพล่าดาราด้านนอกกำลังตกตะลึงที่หญิงสาวก้าวออกมาจากห้องสุขาชาย เฉินหมินกระโจนออกมาจากข้างในพร้อมตะโกนว่า “หยกฝัน! เธอคือหยกฝัน!”

 

เสียงตะโกนครั้งนี้ไม่ต่างจากสะเก็ดไฟตกลงบนทุ่งหญ้า ทันทีที่ปล่อยออก ก็ไม่สามารถเรียกคืนได้อีกต่อไป กลุ่มคลั่งดาราทั้งหลายฮือไล่ติดตามพร้อมทั้งตะโกนเชียร์ เซียวอี้ต้องแสดงความสามารถทางกายภาพของเธอด้วยการวิ่งสุดฝีเท้าอีกครั้ง

 

ภายใต้คลื่นมนุษย์อันบ้าคลั่ง เฉินหมินพาดแขนของตนรอบร่างของ “แฟนสาว” ผู้น่ารักบอบบางของตนเองก่อนเดินออกจากบริเวณห้องน้ำชาย และตรงไปยังบันไดแผนกสาวนักช็อป

 

ระหว่างนี้ มีบางคนสังเกตุเห็นคู่รักคู่นี้อยู่บ้าง แต่ทันทีที่มีคนมองมา เฉินหมินจะยิ่งกอดรัดคู่รักของตนแน่นเข้า โอบรัดหญิงสาวจนใบหน้าของทั้งสองแทบจะหลอมติดกัน ปราศจากความเครียดเกร็งหรือท่าทีบ่งบอกว่าบุคคลในอ้อมแขนของตนยามนี้ คือดาราสาวสุดฮ็อตแม้แต่น้อย

 

ใบหน้าของหยกฝันฝังลงไปแนบทรวงอกของเฉินหมิน หญิงสาวสามารถสัมผัสรับรู้ถึงกล้ามเนื้อแกร่งดุจเหล็กกล้าของชายหนุ่มผ่านชั้นเสื้อเชิร์ตบางเบาอย่างชัดเจน ท่าทางการเดินอันแปลกประหลาดนี้ส่งผลให้เธอไม่อาจมองเห็นทางได้เลย กลับกัน ดวงตาของเธอมองไปยังรอยแผลเป็นบนร่างของเฉินหมินที่โผล่พ้นช่องว่างระหว่างกระดุมออกมา

 

วงแขนแกร่งของชายหนุ่มไม่ต่างจากเสื้อเกราะกันกระสุนยามเขาโอบรัดเธออย่างแนบชิด กีดกั้นสายตาของเหล่าคนเดินเท้าโดยรอบไปอย่างสิ้นเชิง หยกฝันรู้สึกราวอ้อมแขนของชายหนุ่มคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดบนโลกนี้ ริ้วรอยแดงดุจพระอาทิตย์ปรากฏขึ้นที่ข้างแก้มของเธอ

 

 

 

ต่อตรงนี้  ——————————————————————————

 

 

 

รถตู้ครอบครัวสีดำสนิทจอดลงอย่างเร่งร้อนด้านหน้าทั้งสอง

 

“ขึ้นมา อู๋เหนิงเปิดประตูรถตู้ ก่อนเชื้อเชิญ “คู่รัก” ทั้งสองคนขึ้นบนรถ พาหนะแล่นวนรอบห้างสรพพสินค้า ก่อนกลับเข้าสู่ลานจอดรถด้านหลัง เซียวอี้ในสภาพเสื้อหลุดลุ่ย ทรงผมยับยุ่งเหยิง ยืนรออยู่ ณ ที่นั้น สองมือเท้าสะเอว สีหน้าบิดเบี้ยว

.

ตอนท้ายๆ แม้เซียวอี้จะกล่าวว่าตนเองไม่ใช่หยกฝัน แถมทุกอย่างเป็นการวางแผน แต่กลุ่มบุรุษฉกรรจ์ทั้งหลายยังคงฉวยโอกาสดึงทึ้งเสื้อผ้าบนร่างเธอ นี่ส่งผลให้เซียวอี้บันดาลโทสะ หนึ่งในผู้โชคร้ายที่เอื้อมมือออกมายังทรวงอกของเธอถูกสลัดเหวี่ยงจนไหล่หลุด

 

“เฉินหมิน นายเฮงซวย นายทำให้ชั้นต้องวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังสองวันติด” เซียวอี้ขึ้นนั่งบนรถ น่องขาของเธอยังคงสั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่าเธอผ่านพ้นฝันร้ายอันน่าสยดสยองเพียงใด

 

“พี่เซียวอี้ อย่าโมโหไปเลย ชั้นจะหักเงินหมอนี่เอง” หยกฝันผู้ที่ยามนี้สนิทสนมจนเรียกตำรวจสาวเป็นพี่สาวใหญ่ นักร้องสาวเป็นศัตรูแต่กำเนิดกับเพศผู้ และสนิทสนมเป็นพิเศษต่อเพศหญิงด้วยกัน ไม่แน่ว่าหล่อนอาจเป็นเลสเบี้ยน?[4]

 

“เหอเหอ ตั้งแต่แรก พวกเรายังไม่ได้เงินแม้แต่แดงเดียว มีแค่อาหารเท่านั้น” เซียวอี้รู้สึกว่าตอนนี้ตนเองเริ่มสับสนมึนงง

 

“เลิกไร้สาระได้แล้ว ผู้กำกับเพิ่งจะโทรมา บอกว่าเวทีรอบชิงเซ็ตเรียบร้อย ต้องการให้พวกเราไปเช็ค ฮวาปากมากก็อยู่ที่นั่น พวกนั้นจะบรีฟให้ด้วยว่ารอบสุดท้ายจะมีตารางยังไง” อู๋เหนิงกลับเข้าสู่โหมดผู้จัดการดารามือทองอีกครั้ง

 

“เอ๋? ไม่ใช่ตกลงกันแล้วเหรอ วันนี้วันหยุดนี่?” หยกฝันทำท่าทางน่าสงสาร ส่งแววตาดุจลูกสุนัข

 

“อยากลอง “แหกห้างมฤตยู” อีกรอบงั้นสิ?” อู่เหนิงเปลี่ยนทีท่าเป็นครูฝึกทหารสุดโหดในทันที “นี่ไม่ใช่ว่าชั้นด่าว่าเธอ แต่เธอประมาทเกินไปในรอบชิงนี้ จนถึงวันนี้ เธอยังไม่ได้เลือกเพลงรอบตัดสินของตัวเองด้วยซ้ำ กรีนทีคู่ต่อสู้ของเธอตอนนี้เลือกร้องเพลงที่ทำให้ไมเคิลแจ็คสันโด่งดังอย่าง  《Bille Jean》 แดนเซอร์ของทางนั้นยังจ้างมาโดยตรงจากอมเริกา บางคนยังเคยทำงานกับแจ็คสันมาแล้ว พวกนั้นเขี้ยวลากดินจริงๆ”

 

“ชั้นก็รู้ว่าตอนนี้เหลือเวลาไม่มาก แต่เพลงที่คนของลุงปรับแก้มานั่นมันน่าพะอืดพะอมเกินไป จะให้ชั้นกลายเป็นพวกเกิร์ลกรุ๊ปขายขาอ่อนของเกาหลี กระโดดไปเต้นไปงั้นเรอะ!” หยกฝันถอนใจพร้อมทำตาอ้อนวอน “ทำไมไม่ให้ชั้นร้องเพลงที่เขียนเองล่ะ? ชั้นเองพักงานมาสองปี แต่ยังมีงานอยู่หลายชิ้น แถมยังใช้ความพยายามกับงานพวกนี้มากเลยนะ ชั้นสาบานเลยว่าชั้นจะทำให้ดีที่สุด!”

 

“ไม่มีทาง!” อู๋เหนิงตัดบท “ชั้นบอกเธอกี่ครั้งแล้ว? การแข่งขันระดับนี้ การร้องเพลงใหม่เป็นข้อห้าม การปรับท่าทางการเต้นเพื่อขายขาอ่อนและแก้มก้นเป็นวิถีทางของราชา นี่มันยุคฟาสฟู้ดส์ ไม่มีใครสนใจนั่งนิ่งๆ ฟังเพลงช้ามานานแล้ว?”

 

“เอาจริงๆนะ ที่แน่ๆ ลุงจะขายชั้นยังไง ชั้นมีแค่คัพเอคู่นึง ขาสั้นๆ อีกสองข้าง แล้วก็ก้นลีบๆ อีกคู่ แบบนี้จะเอาไปขายใครได้?” หยกฝันกล่าวด้วยท่าทางแดกดันตนเอง เซียวอี้อดขำออกมาไม่ได้

 

ดาราดังแน่นอนว่าไม่มีเวลาว่าง แม้แต่ตารางหยุดงานที่ว่างก็สามารถถูกเติมเต็มมาโดยกะทันหันเช่นนี้ได้ หยกฝันที่นั่งอยู่ด้านหลังดึงม่านกั้นลงและเปลี่ยนสู่ชุดเดรสสีขาว ก่อนจะคืนเสื้อผ้าให้แก่เซียวอี้

 

รถตู้ครอบครัววนไปทางสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลินไห่ นี่คือสถานที่ที่ถูกลงนามเป้นสถานที่จัดงานแข่งขันรอบสุดท้ายของงานเสียงสวรรค์แดนมังกร สามารถบรรจุคนดูที่มาเชียร์ได้มากกว่าสองหมื่นคน

 

ทันทีที่รถตู้หยุดลง ทั้งหมดเริ่มงานในทันที อู๋เหนิงต้องการไปดูที่ทางบนเวทีกับฮวาปากมากก่อนอย่างอื่น ดังนั้นเซียวอี้จึงต้องกลายเป็นผู้ช่วยไปโดยปริยาย หญิงสาวกำลังขนขยะออกเอามาวางที่ห้องแต่งตัวของหยกฝันเเทนที่ ขณะที่หยกฝันและเฉินหมินเดินมุ่งไปทางเวที

 

หลังการเดินเท้าผ่าน “ทางเดินสต๊าฟมาเป้นระยะเวลาหนึ่ง” หยกฝันเร่งเข้าสู่พื้นที่จัดงาน เวทีที่เกือบตกแต่งสมบูรณ์แล้วตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางสนามหญ้า รอคอยการมาถึงของหญิงสาว หยกฝันไม่มีโอกาสขึ้นเวทีใหญ่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมหาศาลขนาดนี้มานานแล้ว หากทบทวนดีๆ นั่นคือเมื่อสี่ปี่ก่อนที่เธอจัดงานคอนเสิร์ตของตัวเอง หลังจากนั้น ที่ตามมามีแต่ข่าวเสียหาย คำว่าร้าย การถูกดอง และเรื่องไม่อภิรมย์ทั้งหลายแหล่

 

“นายว่ามันสวยมั้ย?” หยกฝันยืนตรงทางออก จ้องมองไปยังเวทีเบื้องหน้าด้วยความหลงใหล

 

เวทีที่มีแต่เครื่องไม้เครื่องมือที่ทำจากโลหะแขวนอยู่ด้านบนเต็มไปหมด ของแบบนี้ก็เรียกว่าสวยได้เหรอ?” สองมือของเฉอนหมินอยู่ในกระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มเหลือบตามองหยกฝันที่ด้านข้างตนเอง ก่อนคิดในใจว่า หยกฝันที่ยิ้มเหมือนผู้หญิงที่มีความสุขแบบนี้ต่างหาก ถึงจะเรียกว่าสวยจริงๆ

 

“คนอย่างนาย คนหยาบคายที่รู้จักแต่การทะเลาะวิวาท จะเข้าถึงความงามของเวทีได้ยังไง? นี่มันคือม้าขาวของเจ้าชาย รองเท้าแก้วของซินเดอเรลล่า หรือปีกของนางฟ้านั่นล่ะ มันคือเวทีที่สร้างสรรค์ดาราขึ้นมา ทุกๆเวทีมีชีวิต มีเพียงคนที่ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยแรงบันดาลใจเท่านั้น จึงจะสามารถขับร้องท่วงทำนองที่ทำให้จิตใจของคนสั่นไหวได้” หยกฝันก้าวสู่เวทีขณะกล่าววาจา หญิงสาวยืนอยู่ ณ ใจกลางเวที ถอดรองเท้าพร้อมกางแขนทั้งสองออกกว้าง ดาราสาวปิดเปลือกตาลงพร้อมหมุนกายรอบตนเองด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

 

เฉินหมินยืนนิ่งอยู่ที่ด้านล่างเวที แปรสภาพกลายเป็นผู้ชมคนแรกของหยกฝัน…

 

—————————————————————————————————————————-

 

 

******************************************************************

 

ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ละจ้า

 

อะแฮ่ม ๆ หยกฝัน ทำเป็นแอ๊บว่ามองไม่เห็นทาง แต่สายตาสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิร์ตทำอะไร!? นึกว่าชั้นรู้ไม่ทันหล่อนงั้นเรอะ!

 

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

 

[1] กล้อง SLRs  :

ความหมายของ SLR

คำว่า SLR ย่อมาจาก? Single-Lens Reflex เป็นกล้องแบบที่ต้องใช้ฟิล์มเป็นหลัก ซึ่งคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว หลักการทำงานคือ กล้องจากถ่ายภาพด้วยกล้องแบบนี้แล้ว เราจำเป็นต้องนำฟิล์มไปล้าง และอัดออกมาเป็นภาพลงบนกระดาษอีกครั้งหนึ่ง กว่าจะได้เห็น

กล้องประเภท DSLR และ SLR เป็นกล้องที่ใช้เทคนิคการสะท้อนภาพด้วยเลนส์เดี่ยว (แปลตามความหมายของคำว่า SLR ) อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ เวลาเรามองภาพที่ช่องมองภาพ กับภาพบนเลนส์กล้อง จะเป็นภาพเดียวกันไม่มีความผิดเพี้ยน ซึ่งต่างจากกล้องคอมแพค ทั่วไป เรียกว่าการถ่ายภาพจะสวยหรือไม่นั้น ขึ้นกับผู้ถ่ายภาพเป็นสำคัญเลยทีเดียว และแน่นอน คุณสมบัติของเลนส์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอนเช่นกัน  <<< ถอดความได้ว่า เป็นกล้องที่นักข่าว หรือผู้ที่มีอาชีพที่อยู่กับรูปถ่ายนิยมใช้นะจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ http://www.compact-dslr.com/index.php/basic-camera/51-dslr-vs-slr

 

[2] S & M ซาดิสม์และมาโซคิสม์ รสนิยมทางเพศที่ไม่ปกติ ซาดิสม์คือผู้ที่ชื่นชอบกระทำรุนแรงต่อคู่นอน ขณะที่มาโซคิสม์ คือผู้ที่ชื่นชอบถูกฝ่ายตรงข้ามกระทำทารุณระหว่างร่วมเพศ  ใครอยากเรียนรู้ ไปหา Fifty Shades of grey มาดูเองนะ คริคริ

 

[3] ดอกเบญจมาศ คือแสลงหมายถึง รูทวาร  ใครอยากรู้ว่ามีที่มาอย่างไร ไปกูเกิ้ลเอานะจ๊ะ

 

[4] ผู้หญิงที่มีรสนิยมรักชอบผู้หญิงด้วยกัน

 

Facebook Comment