+100%-

บทที่ 6 คนดังเจ้าปัญหา

 

 

Aradeer

 

 

 

 

สำหรับเซียวอี้แล้ว เรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อเช้าราวกับซินเดอเรลล่า ครึ่งชั่วโมงก่อน เธอนั่งอยู่ในโรงแรมหรูจิบไวน์รสเลิศขณะสวมใส่ชุดเดรสลูกไม้ต่างประเทศสนนราคา 120,000 หยวน ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ทว่าตอนนี้ หญิงสาวกลับมาสวมเสื้อยืดลดราคาจากไนท์มาร์เก็ต กระโปรงยีนส์สั้นที่ถูกฟอกสีจนซีดขาว รวมทั้งรองเท้าผ้าใบนิวบาลานซ์สีจาง นั่งอยู่ริมกระจกร้านเคเอฟซี ซดเครื่องดื่มแอปเปิ้ลโซดาที่ลดครึ่งราคาแก้วที่สองของเธอ

 

แม้เธอจะยังคงดึงดูดสายตาของเหล่าเพศผู้มากมายเช่นเดิม แต่เมื่อมองไปยังหัวโปกเหล่านั้นที่กำลังฉีกไก่ทอดและเลียคราบไก่ออกจากนิ้วของพวกเขา เซียวอี้ไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป

อีกทางด้านหนึ่ง เฉินหมินและอู๋เหนิง เพื่อนซี้คู่นี้เข้ากันได้ดีไม่มีที่ติ ทั้งสองแลกเปลี่ยนบทสนทนากันตลอดทางมายังห้างสรรพสินค้าหลินไห่ และหลังจากหย่อนก้นลงนั่ง ก็ยังคงพูดคุยกันอย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขากำลังต่อรองเรื่องพื้นฐานที่สุด สุดท้ายแล้ว อู๋เหนิงยอมโอนอ่อน เขาทอดถอนใจระหว่างอ่านรายละเอียดสัญญาที่ตนเองลงนามตกลง ก่อนส่งคืนแก่เฉินหมิน

 

“ตามตกลง นายต้องคุ้มครองเธอเจ็ดวัน จนถึงเวลาสิ้นสุดงานประกวด “เสียงสวรรค์แดนมังกร” ที่หยกฝันเข้าร่วมแข่ง ระหว่างนี้ บริการคุ้มกันของตระกูลเฉินนายต้องให้ความคุ้มครองยี่สิบสี่ชั่วโมง หากเกิดอะไรขึ้นกับหยกฝันของบริษัทชั้น บริษัทของนายจะต้องจ่ายเบี้ยประกันออกมา สิบล้านหยวนเป็นค่าชดเชย”

 

“และหากนายสามารถผ่านระยะเวลาคุ้มกันนี้ไปได้ บริษัทของชั้นสัญญาว่าจะเอ่ยชื่อบริการคุ้มกันของนายออกมาระหว่างการสัมภาษณ์ขนาดกลาง แสดงความขอบคุณ ไม่เกินกว่าครั้งละห้าวินาที นี่คือค่าตอบแทนของนาย” ที่อู๋เหนิงพูดออกมา ไม่สามารถเรียกได้ว่าการให้ความร่วมมือใดๆด้วยซ้ำ ทว่าเฉินหมินไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มไม่เหลือบตามองด้วยซ้ำก่อนลงนามในสัญญาโดยไม่ลังเล ที่เขาต้องการคือเพิ่มชื่อเสียงของบริษัท นี่คือการเกาะกระแสดารา

 

“คุณพาผมไปเจอกับลูกค้าได้รึยัง?” เฉินหมินเปลี่ยนเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างรวดเร็ว

 

“อย่าใจร้อนไปเลย เธอยังมีเวลาอีกสิบนาทีกว่าจะมาถึงที่นี่” อู๋เหนิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ เหลือบสายตามองไปยังนาฬิกาโรเล็กซ์ที่ข้อมือ “ตั้งแต่เข้าร่วมงาม “เสียงสวรรค์แดนมังกร” หยกฝันของชั้นไม่มีเวลาพักมาติดต่อกันสามเดือนแล้ว วันนี้ชั้นอนุญาตให้เธอพักผ่อน เธอจะมาช็อปปิ้งที่นี่” อู๋เหนิงผ่อนคลายท่าที

 

“ขอโทษในการมองโลกในแง่ร้ายของผม แต่ ในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ คุณยังปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนตามลำพังด้วยตัวเองอีกเหรอ…นี่คุณเป็นผู้จัดการจริงรึเปล่าเนี่ย?” เฉินหมินกล่าวเสียดสี

 

“นายรู้จักเธอมานานแค่ไหน? ชั้นอยู่กับเธอมาสามปี ยังจัดการเธอไม่ได้เลย สี่ปีก่อน ตั้งแต่เธออายุสิบแปด หยกฝันได้รับฉายาว่าเป็น “สาวน้อยจองหอง”ที่สุดแล้ว ซิงเกิ้ลหิมะกลบบุปผาของเธอทำให้เธอโด่งดังตั้งแต่เหนือจรดใต้ ชั้นต้องฝ่าฝันแค่ไหนกว่าจะมาเป็นผู้จัดการให้เธอได้”

 

“ชั้นไม่เคยดูคนผิด เธอคือแก้วที่ยังไม่ผ่านการเจียรนัย เธอมีลักษณะของดีว่า แต่ช่วงหลังมานี้เธอทำชั้นผิดหวัง นอกจากผลลัพธ์ในปีแรกแล้ว ตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นมา เธอมีแต่ข่าวฉาวโฉ่เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าชั้นจะสอนให้เธอควบคุมตัวเองมากแค่ไหน เธอก้ไม่ฟังอยู่ดี กระทั่งเธอก่อเรื่องที่ฮ่องกงเมื่อครั้งนั้น เธอเลยถูกบริษัทแช่แข็งมาตั้งแต่สองปีก่อน แล้วก็มีสภาพอย่างทุกวันนี้”

 

“หากไม่ใช่ชั้นใช้เส้นสายทั้งหมดช่วยเธอ แถมยังชักใยให้เธอเข้าร่วมงาน “เสียงสวรรค์แดนมังกร” นี้ได้ละก็ แม้แต่นายก็คงไม่สนใจหาผู้หญิงสวยๆ มาล่อชั้นอย่างนี้หรอกมั้ง?” อู๋เหนิงกล่าวด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง “ไอ้หนู บริษัทอู๋ของเราซับซ้อนกว่าที่นายคิด ผลกำไรและความเสี่ยงมาพร้อมกัน บางครั้ง เพื่อโอกาส นายก็ต้องยอมทนหลับนอนกับคนบางคน บางครั้ง นายก็ต้องเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน”

 

“ชั้นไม่โกรธที่นายแบล็คเมล์ชั้น เพราะความมุ่งมั่นในการทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของนาย มันเหมือนกับชั้นสมัยก่อนเป๊ะๆ”

 

“อยากจะรับผมเป็นบุตรบุญธรรม?” เฉินหมินหัวเราะ

 

“บุตรบุญธรรม? ชั้นไม่สนหรอก แต่บุตรสาวบุญธรรมน่ะ ไม่แน่” อู๋เหนิงมองไปทางเซียวอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ เฉินหมิน แววตาทอประกายแห่งความปรารถนา มันไม่ใช่ความใคร่ แต่เป็นความกระหายในการขัดเกลาเพชรในตมให้สาดประกายออกมา

 

สิบนาทีผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ด้านนอกร้านเคเอฟซี เด็กสาวสวมหมวกแก๊ป สะพายกระเป๋าเป้เด็กนักเรียน ผลักเปิดประตูหมุนผ่านเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าหลินไห่

 

เด็กสาวสูงไม่เกิน 155 cm. สวมรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สส้นเตี้ย ถุงเท้าสีดำยาวถึงหัวเข่า กางเกงกระโปรงยีนส์ขาบาน รวมทั้งเสื้อทีเชิร์ตสไตล์ฮิบฮอปตัวโคร่งประทับลายดาวห้าดวงตรงอก ข้อมือขวาสวมกำไลข้อมืออันใหญ่สีคำ ให้ความรู้สึกเป็นหญิงสาวอ่อนแอ ร่างกายของเธอน่าจะยืดหยุ่น และถูกข่มเหงได้ง่ายๆ

 

ใครจะคาดว่าแม่โลลิตัวน้อย ที่สวมใส่เครื่องแต่งกายรวมแล้วไม่ถึง 600หยวนคนนี้ จะเป็นนักร้องดังหยกฝัน

 

หยกฝันที่ยืนอยู่หน้าประตูอ้าแขนออกสูดลมหายใจลึก นี่คือกลิ่นอายแห่งอิสรภาพอันหอมหวล การช็อปปิ้งอย่างเสรี คือแรงบันดาลใจสูงสุดในชีวิตของหญิงสาวทุกคนบนโลกนี้

 

การฝึกซ้อมและสัมภาษณ์อะไร ลงนรกไปซะ! หยกฝันตรงดิ่งลงสู่ชั้นใต้ดินที่ผู้คนแออัดยัดเยียดที่สุด ที่นั่นคือสวรรค์ของเหล่าสาวนักช็อป ทุกอย่างละลานตาพร่าพราย ราคาก้ถูกแสนถูก ดังนั้น แน่นอนว่าผู้คนย่อมต้องชื่นชอบ ในวันหยุดเช่นนี้ ทุกที่ทางจึงมีแต่มนุษย์เต็มไปหมด

 

“เธอเดินเข้าไปหาที่ที่คนเยอะที่สุดง่ายๆ แบบนี้? ล้อกันเล่นรึเปล่านี่” เฉินหมินดึงแขนเซียวอี้ลุกขึ้นในทันที “เร็ว ได้เวลาทำงานแล้ว”

 

เมื่อเห็นบอดี้การ์ดทำงาน อู๋เหนิงทีท่าผ่อนคลาย เริ่มปล่อยตัวรื่นรมย์กับเวลาพักผ่อน 1 วันของตนเอง

 

“แม่ค้า นี่ลดราคาอีกหน่อยได้มั้ย?” ภายในกลุ่มคนมากมายที่ย่านสาวน้อยนักช้อปชั้นใต้ดิน หยกฝันเบียดเสียดเข้าไปในร้านขายที่ติดผมทำจากคริสตัล เธอทำท่าน่ารักไร้เดียงสาต่อหน้าสตรีเจ้าของร้าน ก่อนจะเริ่มต่อราคา

 

“ร้านเราไม่บอกผ่าน” เจ๊เจ้าของร้านร่างใหญ่ไม่เป็นมิตรกับหญิงสาวร่างผอมบางตั้งแต่เกิด หล่อนยังคงกัดแทะเนื้อไก่และสวาปามข้าวของตนพร้อมพูดออกมาด้วยความเย็นชา

 

“320 ลดหน่อยน่า คืนกำไรให้ชั้นหน่อยน้า?” หยกฝันโคลงศีรษะพลางอ้อนวอน

 

“ที่นี่ไม่บอกผ่าน” เจ๊เจ้าของร้านยังคงพูดซ้ำราวกับเครื่องเล่นวอล์กแมน

 

“นี่ รู้อะไรมั้ย ชั้นจะให้เธอถ่ายรูปด้วย แค่ลดให้ชั้น 20 หยวนเอง?” หยกฝันลอบมองรอบกายราวขโมย ที่ด้านนอกร้าน ผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่บ้าง หากในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่นอีก

 

“รูป? เธอเป็นดาราเรอะ?” ถึงตอนนี้เจ๊ใหญ่ถึงได้ตระหนักว่าเด็กสาวตรงหน้า สวมหมวกแก็ปใบโตพร้อมแว่นตาดำอันยักษ์

 

“จะเรียกว่าเป็นก็ได้ ชั้นหยกฝัน” หยกฝันหัวเราะพลางถอดแว่นกันแดด เพื่อความระทึกใจในการต่อรอง หน้าตาเล็กน้อยนี่ อับอายนิดหน่อยก็ปล่อยๆ ไปเถอะ!

 

เจ๊ใหญ่เจ้าของร้านกระพริบดวงตาขนาดเม็ดงาของหล่อนปริบหนึ่ง จ้องมองไปยังหยกฝันพร้อมท่าทางตกอกตกใจ จากนั้น หล่อนโยนกล่องข้าวในมือทิ้งในทันที พร้อมกรีดเสียงสูงแหลมราวกับซูซาน บอยล์? “อ๊าาาาาาาา!!!!  หยกฝันมาที่ร้านของชั้น!!!!!!!!!!!!!! ว้ายยย!!!!!!!!!! ดาราดังมาซื้อของร้านช้านนนนนน!!!!!!!”

 

เสียงกรีดที่ระเบิดพลังออกมาสร้างความตกตะลึงแก่หยกฝัน หญิงสาวสวมแว่นตากันแดดคู่โตกลับคืนพร้อมเร่งทำเสียง *ชู่ววว* เพื่อให้หล่อนเงียบ แต่ใครจะรู้ว่าแม่ค้าจอมโวยวายนางนี้มีหลอดพลังชีวิตสูงปรี๊ด แม้จะหวีดร้องเสียงแหลมติดต่อกันยาวนานกว่า 30 วินาที หล่อนยังคงมีลมเต็มกระเพาะ ถ้าแม่ค้ารายนี้เข้าแข่ง “เสียงสวรรค์แดนมังกร” กับเธอละก็ หยกฝันคาดว่าแม่ค้าขี้โวยวายย่อมกลายเป็นดาราดังกว่าเธอแน่นอน?

 

จากเสียงกรีดร้องราวหมูถูกเชือด ด้านหน้าร้านกลับกลายเป็นแหล่งชุมนุมของฝูงมนุษย์จอมจุ้นทั้งหลายในทันที

 

“เธอมันเจ้าเล่ห์!ชั้นจะไม่ซื้ออะไรจากเธออีกแล้ว! ร้านนี้แย่ที่สุด! หนึ่งดาว!” หยกฝันวางที่ปักผมลงในทันที ไม่รอให้ฝูงชนตั้งตัว หญิงสาวแทรกตัวผ่านกลุ่มคนออกไปอย่างรวดเร็ว

 

“แม่นั่น…แม่นั่นคือหยกฝัน!” สตรีร่างอ้วนสูดลมหายใจลึก ประโยคเดียวของหล่อนสร้างความตื่นเต้นแก่เหล่านักช็อปที่ภายนอกร้านได้ในทันควัน

 

หยกฝัน!? ตอนนี้ หญิงสาวคือนักร้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแล้ว ในแบบสอบถามออนไลน์ “นักร้องหญิงที่คุณต้องการมีอะไรด้วยที่สุด” หยกฝันติดอันดับ 2 (อันดับ 1 คือ มาดามสี่) ข่าวที่หญิงสาวมาช็อปปิ้งยังศูนย์การค้าแพร่สะพัดราวคนทิ้งระเบิดกลางวง ตอนนี้ นักช็อปทั้งหลายหลายร่างเป็นแฟนดาราผู้บ้าคลั่ง ตะโกนเรียกชื่อ “หยกฝัน” เสียงดัง ก่อนจะเข้าร่วมกองทัพไล่ล่าดาราเฉพาะกิจในทันที

 

“ตายแน่! ชั้นตายแน่! ถ้าอู๋เหนิงรู้เข้าล่ะก็ หมอนั่นด่าชั้นตายแน่ๆ!” หยกฝันสับเท้าวิ่ง สองแขนแกว่งไกวข้างกาย โชคร้ายที่ไม่ว่าอย่างไร ขาสั้นๆ ของเธอย่อมไม่อาจวิ่งได้เร็วเท่าไหร่นัก ผู้คนที่วิ่งไล่ตามหลังเธอยิ่งมายิ่งมากขึ้น ทันใดนั้นเอง แขนข้างหนึ่งยื่นออกมาจากด้านข้าง ฉุดเธอเข้าไปในห้องเล็กๆ ราวอินทรีโฉบไก่

 

“นาย!” ก่อนที่หญิงสาวจะทันทำอะไร เธอกลับถูกร่างกำยำร่างหนึ่งเบียดกดชิดกำแพง ปากของเธอถูกปิดกั้น หยกฝันตื่นกลัวและพยายามต่อต้าน แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ไม่เขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

ชั่วเวลานี้เอง ฝูงชนที่ไล่ติดตามหญิงสาวมาถึงภายนอกห้อง แต่ไม่คาดว่าพวกเขาไม่มีใครสำรวจห้องนี้เลย ทั้งหมดวิ่งผ่านไปเฉยๆซะอย่างนั้น กระทั่งหยกฝันพลันรู้สึกถึงกลิ่นปัสสาวะ รวมทั้งโถปัสสาวะที่ข้างกำแพง หญิงสาวถึงเพิ่งเข้าใจว่าพื้นที่โดยรอบที่ตนเองยืนอยู่นี้ ก็คือห้องน้ำชายในตำนานนั่นเอง

 

หยกฝันกล้าท้า ในชั่วชีวิตนี้ สถานที่ที่เธอเคยไปมีมากเท่าไหร่? แน่นอนว่านับไม่ถ้วน แต่นี่คือครั้งแรกในชีวิต ที่เธอต้องมาอยู่ในห้องน้ำชาย  แน่นอนว่าเธอไม่มีทางรู้สึกตื้นตันประทับใจอะไรทั้งสิ้น หากแต่เป็นความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนเสียมากกว่า พวกผู้ชายทุกคนต้องยืนอยู่หน้าโถประหลาดนี่เพื่อฉี่ ของเหลวที่เปรอะเปื้อนลงบนพื้นยังไม่แห้งดีด้วยซ้ำ! น่าขยะแขยงเกินไปแล้ว!

 

“ฟังผม ผมคือบอดี้การ์ดที่คุณอู๋เหนิงจ้างมาดูแลความปลอดภัยของคุณเป็นพิเศษ ถ้าคุณไม่คิดอยากใช้เวลาที่เหลือเซ็นต์รูปจนมือหงิกละก็ ฟังและทำตามที่ผมพูด” เฉินหมินแสดงสัญญาที่ตนเองคุยตกลงไว้กับอู๋เหนิง

 

“ขอบใจที่ช่วยชั้นเมื่อกี้” หลังจากจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ หญิงสาวยิ้มออกมาพร้อมกล่าวว่า

 

“นายคือบอดี้การ์ดคนแรกที่พาชั้นมาที่ห้องน้ำชาย เพื่อเป็นการขอบคุณ นายถูกไล่ออกแล้ว แค่ห้าสตางค์ชั้นก็ไม่มีให้นาย ไอ้จิตทราม”

 

ต่อตรงนี้——————————————–

 

ตอนนี้เอง ด้านนอกห้องน้ำชายปรากฏเสียงฝีเท้าจำนวนมาก ตั้งแต่แรกเริ่ม เฉินหมินก็ไม่ไดีสนใจอยู่แล้วว่าหยกฝันจะคิดยังไง ชายหนุ่มลากหญิงสาวเข้ามาในห้องน้ำชายโดยไม่ถามความตั้งใจ ตอนนี้ทั้งคู่เข้ามาอยู่ในห้องน้ำชายแคบๆ ด้วยกัน หยกฝันกำลังจะแผลงฤทธิ์ พอดีกับที่หญิงสาวได้ยินเสียงของความเคลื่อนไหวด้านนอกผ่านกำแพงบางๆ ของห้องน้ำ หัวโปกสองตัวก้าวเดินเข้ามาข้างในพร้อมหัวเราะไปด้วย

 

“เ-็ดเข้ นายได้ยินมั้ย? หยกฝันมาที่นี่!มีคนบอกว่ามันเห็นเธอ!” หัวโปก A กล่าวออกมา ตามด้วยเสียงปล่อยปัสสาวะดังฉ่า

 

“น่าจะเพ้อเจ้อมากกว่า จะเป็นไปได้ไง? แต่พูดถึงเรื่องนี้ ชั้นชอบแม่นี่ชะมัด โคตรน่ารักเลยว่ะ เมื่อคืนชั้นชัก-่าวกะรูปเธอด้วยนะ!” หัวโปก B กล่าว

 

“ฮ่าฮ่า โคตรบังเอิญ ชั้นก็ทำว่ะ” หัวโปก A พูดพลางฉีกยิ้ม

ทันใดนั้นเอง ไม่ทราบเส้นประสาทส่วนไหนของหยกฝันถูกกระตุกขึ้นมา เพียงพริบตา หญิงสาวพรวดออกมาจากห้องน้ำ ยืนจังก้าที่ด้านหลังของหัวเห็ดปากมากทั้งสอง หญิงสาวยกมือเท้าสะเอวก่อนผิวปากเรียก “นี่!”

 

กาเ-ี๊ยวทั้งสองหน่อ ที่ดูผ่านๆ ก็ไม่เลวเท่าไหร่หันข้างกลับมามองหน้ากันและกัน แน่นอนว่าอวัยวะส่วนล่างย่อมเบนมุม 90° ก่อนจะพ่นของเหลวออกมาใส่กางเกงของแต่ละฝ่าย

 

หยกฝันไม่อาจทนเห็นฉากอุจาดที่อาจไม่ผ่านคณะกรรมการเซ็นเซ่อร์นี้ได้อีกต่อไป หญิงสาวพูดด้วยอาการเวียนหัว “นาย ไอ้โรคจิตทั้งสองคน ไม่ใช่ชอบชัก-่าวใส่รูปชั้นหรอกเหรอ? เอาซี่ สาวน้อยน่ารักอย่างชั้นอยู่ที่นี่แล้ว ชักให้ดูหน่อยสิ!”

 

หัวโปกทั้งคู่จะเคยเจอเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร? ลืมเรื่องสำเร็จความใคร่ต่อหน้าเทพธิดาไปได้เลย แค่ได้พูดกับเธอซักสองประโยค ทั้งสองก็สั่นสะท้านตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเจอหน้าหยกฝัน ซูเปอร์สตาร์ระดับเทพ ทั้งคู่มีแต่จะขวัญกระเจิงไปเท่านั้น

 

“ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมอู๋เหนิงจัดการแม่สาวน้อยนี้ไม่ได้ ดื้อด้านชะมัด…”

 

เฉินหมินล้วงเอาเทปกาวออกมาพร้อมถอนใจ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าหาเจ้าหัวโปกจอมซวยทั้งสองคน “โทษที แต่ชั้นคงต้องล่วงเกินพวกนายแล้ว…”

 

 


 

ครบร้อยเปอร์เซ็นต์จ้า

 

Facebook Comment